รชนาทิกถา

รชนาทิกถายํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉ รชนานิ มูลรชนํ ขนฺธรชนํ ตจรชนํ ปตฺตรชนํ ปุปฺผรชนํ ผลรชน’’นฺติ วจนโต อิเมสุ ฉสุ รชเนสุ เอกเกน จีวรํ รชิตพฺพํ, น ฉกเณน วา ปณฺฑุมตฺติกาย วา รชิตพฺพํ. ตาย รชิตจีวรํ ทุพฺพณฺณํ โหติ. ฉรชนานํ สรูปํ เหฏฺฐา ปริกฺขารกถายํ วุตฺตเมว. ตตฺถ ฉกเณนาติ โคมเยน. ปณฺฑุมตฺติกายาติ ตมฺพมตฺติกาย. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนํ ปจิตุํ จุลฺลํ รชนกุมฺภิ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต สีตุทกาย จีวรํ น รชิตพฺพํ. ตาย หิ รชิตจีวรํ ทุคฺคนฺธํ โหติ. ตตฺถ สีตุทกาติ อปกฺกรชนํ วุจฺจติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุตฺตราฬุมฺปํ พนฺธิตุ’’นฺติ วจนโต อุตฺตราฬุมฺปํ พนฺธิตุํ วฏฺฏติ. ตตฺถ อุตฺตราฬุมฺปนฺติ วฏฺฏาธารกํ, รชนกุมฺภิยา มชฺเฌ ฐเปตฺวา ตํ อาธารกํ ปริกฺขิปิตฺวา รชนํ ปกฺขิปิตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. เอวญฺหิ กเต รชนํ น อุตฺตรติ. ตตฺถ ‘‘รชนกุมฺภิยา มชฺเฌ ฐเปตฺวาติ อนฺโตรชนกุมฺภิยา มชฺเฌ ฐเปตฺวา. เอวํ วฏฺฏาธารเก อนฺโตรชนกุมฺภิยา ปกฺขิตฺเต มชฺเฌ อุทกํ ติฏฺฐติ, วฏฺฏาธารกโต พหิ สมนฺตา อนฺโตกุมฺภิยํ รชนจฺฉลฺลิ. ปกฺขิปิตุนฺติ รชนจฺฉลฺลึ ปกฺขิปิตุ’’นฺติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๓๔๔) วุตฺตํ. วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๓๔๔) ปน ‘‘เอวญฺหิ กเตติ วฏฺฏาธารสฺส อนฺโต รชโนทกํ, พหิ ฉลฺลิกญฺจ กตฺวา วิโยชเน กเต. น อุตฺตรตีติ เกวลํ อุทกโต เผณุฏฺฐานาภาวา น อุตฺตรตี’’ติ วุตฺตํ. วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๔๔) ปน ‘‘โคมเย อาปตฺติ นตฺถิ, วิรูปตฺตา วาริตํ. กุงฺกุมปุปฺผํ น วฏฺฏตีติ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุทเก วา นขปิฏฺฐิกาย วา เถวกํ ทาตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ตถา กตฺวา รชนสฺส ปกฺกาปกฺกภาโว ชานิตพฺโพ. ตตฺถ อุทเก วา นขปิฏฺฐิกาย วาติ สเจ ปริปกฺกํ โหติ, อุทกปาติยา ทินฺโน เถโว สหสา น วิสรติ, นขปิฏฺฐิยมฺปิ อวิสรนฺโต ติฏฺฐติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนุฬุงฺกํ ทณฺฑกถาลก’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต รชนสฺส โอโลกนกาเล กุมฺภิยา รกฺขณตฺถํ อุฬุงฺกทณฺฑกถาลิกานิ อิจฺฉิตพฺพานิ. ตตฺถ รชนุฬุงฺกนฺติ รชนอุฬุงฺกํ. ทณฺฑกถาลกนฺติ ทณฺฑเมว ทณฺฑกํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนโกลมฺพํ รชนฆฏ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ตานิปิ อิจฺฉิตพฺพานิ. ตตฺถ รชนโกลมฺพนฺติ รชนกุณฺฑํ. ตตฺถ รชนกุณฺฑนฺติ ปกฺกรชนฏฺฐปนกํ มหาฆฏํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนโทณิก’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ปาติยมฺปิ ปตฺเต จีวเร มทฺทนฺเต จีวรสฺส ปริภิชฺชนโต จีวรรกฺขณตฺถํ รชนโทณิกา อิจฺฉิตพฺพา. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติณสนฺถรก’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ฉมาย จีวเร ปตฺถริยมาเน จีวรสฺส ปํสุกิตตฺตา ตโต รกฺขณตฺถํ ติณสนฺถรํ กาตพฺพํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, จีวรวํสํ จีวรรชฺชุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ติณสนฺถารเก อุปจิกาทีหิ ขชฺชมาเน จีวรวํเส วา จีวรรชฺชุยา วา จีวรํ ปตฺถริตพฺพํ มชฺเฌน จีวเร ลคฺคิเต รชนสฺส อุภโต คฬิตตฺตา.

‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กณฺเณ พนฺธิตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต กณฺเณ พนฺธิตพฺพํ จีวรสฺส กณฺเณ พนฺธิยมาเน กณฺณสฺส ชิณฺณตฺตา. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กณฺณสุตฺตก’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต กณฺณสุตฺตเกน พนฺธิตพฺพํ เอวํ พนฺธนฺเต รชนสฺส เอกโต คฬิตตฺตา. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สมฺปริวตฺตกํ สมฺปริวตฺตกํ รเชตุํ, น จ อจฺฉินฺเน เถเว ปกฺกมิตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ตถา รชิตพฺพํ. ยาว รชนพินฺทุ คฬิตํ น ฉิชฺชติ, ตาว น อญฺญตฺร คนฺตพฺพํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุทเก โอสาเรตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ปตฺถินฺนํ จีวรํ อุทเก โอสาเรตพฺพํ. ตตฺถ ปตฺถินฺนนฺติ อติรชิตตฺตา ถทฺธํ. อุทเก โอสาเรตุนฺติ อุทเก ปกฺขิปิตฺวา ฐเปตุํ. รชเน ปน นิกฺขนฺเต ตํ อุทกํ ฉฑฺเฑตฺวา จีวรํ มทฺทิตพฺพํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาณินา อาโกเฏตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต ผรุสํ จีวรํ ปาณินา อาโกเฏตพฺพํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, อจฺฉินฺนกานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๔๔) วจนโต อจฺฉินฺนกานิ จีวรานิ ทนฺตกาสาวานิ น ธาเรตพฺพานิ. ตตฺถ ทนฺตกาสาวานีติ เอกํ วา เทฺว วา วาเร รชิตฺวา ทนฺตวณฺณานิ ธาเรนฺติ.