อุปาหนกถา

อุปาหนกถายํ ‘‘อทฺทาริฏฺฐกวณฺณาติ อภินวาริฏฺฐผลวณฺณา, อุทเกน ตินฺตกากปตฺตวณฺณาติปิ วทนฺติ. อุณฺณาหิ กตปาทุกาติ อุณฺณาโลมมยกมฺพเลหิ, อุณฺณาโลเมหิ เอว วา กตปาทุกา. กาฬสีโหติ กาฬมุขวานรชาติ. เสสเมตฺถ ปาฬิโต จ อฏฺฐกถาโต จ สุวิญฺเญยฺยเมวา’’ติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๒๔๖) วุตฺตํ. วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๒๔๖) ปน ‘‘อทฺทาริฏฺฐกวณฺณาติ อลฺลาริฏฺฐผลวณฺณา, ตินฺตกากปกฺขวณฺณาติปิ วทนฺติ. รชนนฺติ อุปริลิตฺตนีลาทิวณฺณํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห ‘โจฬเกน ปุญฺฉิตฺวา’ติ. ตญฺหิ ตถา ปุญฺฉิเต วิคจฺฉติ. ยํ ปน จมฺมสฺส ทุคฺคนฺธาปนยนตฺถํ กาฬรตฺตาทิรชเนหิ รญฺชิตตฺตา กาฬรตฺตาทิวณฺณํ โหติ, ตํ โจฬาทีหิ อปเนตุํ น สกฺกา จมฺมคติกเมว, ตสฺมา ตํ วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ขลฺลกนฺติ สพฺพปณฺหิปิธานจมฺมํ อปริคฬนตฺถํ ปณฺหิยา อุปริภาเค อปิธาย อาโรปนพนฺธนมตฺตํ วฏฺฏติ. วิจิตฺราติ สณฺฐานโต วิจิตฺรปฏฺฏา อธิปฺเปตา, น วณฺณโต สพฺพโส อปเนตพฺเพสุ ขลฺลกาทีสุ ปวิฏฺฐตฺตา. พิฬาลสทิสมุขตฺตา มหาอุลูกา ปกฺขิพิฬาลาติ วุจฺจนฺติ, เตสํ จมฺมํ นาม ปกฺขโลมเมว. อุณฺณาหิ กตปาทุกาติ เอตฺถ อุณฺณามยกมฺพเลหิ กตปาทุกา สงฺคยฺหนฺติ. กาฬสีโหติ กาฬมุขวานรชาติ. จมฺมํ น วฏฺฏตีติ นิสีทนตฺถรณํ กาตุํ น วฏฺฏติ, ภูมตฺถรณาทิวเสน ปริโภโค วฏฺฏเตวา’’ติ วุตฺตํ.

วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๒๕๙) ปน ‘‘มิคมาตุโกติ ตสฺส นามํ, วาตมิโคติ จ ตสฺส นามํ. ‘กาฬสีโห กาฬมุโข กปี’ติ ลิขิตํ. จมฺมํ น วฏฺฏตีติ เยน ปริยาเยน จมฺมํ วฏฺฏิสฺสติ, โส ปรโต อาวิภวิสฺสติ. ‘อตฺตโน ปุคฺคลิกวเสน ปจฺจาหาโร ปฏิกฺขิตฺโต’ติ วุตฺตํ. ‘น, ภิกฺขเว, กิญฺจิ จมฺมํ ธาเรตพฺพ’นฺติ เอตฺตาวตา สิทฺเธ ‘น, ภิกฺขเว, โคจมฺม’นฺติ อิทํ ปรโต ‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ จมฺมานิ อตฺถรณานี’ติ (มหาว. ๒๕๙) เอตฺถ อนุมติปฺปสงฺคภยา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.