อุจฺจาสยนมหาสยนกถา
๕๖. อุจฺจาสยนมหาสยนกถายํ ‘‘วาฬรูปานีติ อาหริมานิ วาฬรูปานิ, ‘อกปฺปิยรูปากุโล อกปฺปิยมญฺโจ ปลฺลงฺโก’ติ สารสมาเส วุตฺตํ. ทีฆโลมโก มหาโกชโวติ จตุรงฺคุลาธิกโลโม กาฬโกชโว. ‘จตุรงฺคุลาธิกานิ กิร ตสฺส โลมานี’ติ วจนโต จตุรงฺคุลโต เหฏฺฐา วฏฺฏตีติ วทนฺติ. วานจิโตฺร อุณฺณามยตฺถรโณติ ภิตฺติจฺเฉทาทิวเสน วิจิโตฺร อุณฺณามยตฺถรโณ. ฆนปุปฺผโก อุณฺณามยตฺถรโณติ อุณฺณามยโลหิตตฺถรโณ. ปกติตูลิกาติ รุกฺขตูลลตาตูลโปฏกีตูลสงฺขาตานํ ติณฺณํ ตูลานํ อญฺญตรปุณฺณา ตูลิกา. ‘อุทฺทโลมีติ อุภโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณํ. เอกนฺตโลมีติ เอกโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณ’นฺติ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. สารสมาเส ปน ‘อุทฺทโลมีติ เอกโตอุคฺคตปุปฺผํ. เอกนฺตโลมีติ อุภโตอุคฺคตปุปฺผ’นฺติ วุตฺตํ. ‘โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยนฺติ โกเสยฺยกสฏมย’นฺติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ. สุทฺธโกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพนรหิตํ. ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ปเนตฺถ ‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ สพฺพาเนว โคนกาทีนิ รตนปริสิพฺพิตานิ น วฏฺฏนฺตี’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘ฐเปตฺวา ตูลิก’นฺติ เอเตน รตนปริสิพฺพนรหิตาปิ ตูลิกา น วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ‘รตนปริสิพฺพิตานิ น วฏฺฏนฺตี’ติ อิมินา ปน ยานิ รตนปริสิพฺพิตานิ, ตานิ ภูมตฺถรณวเสน ยถานุรูปํ มญฺจาทีสุ จ อุปเนตุํ วฏฺฏตีติ ทีปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ วินยปริยายํ ปตฺวา ครุเก ฐาตพฺพตฺตา อิธ วุตฺตนเยเนเวตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. สุตฺตนฺติกเทสนาย ปน คหฏฺฐานมฺปิ วเสน วุตฺตตฺตา เตสํ สงฺคณฺหนตฺถํ ‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ…เป… วฏฺฏตี’ติ วุตฺตนฺติ อปเร.
อชินจมฺเมหีติ อชินมิคจมฺเมหิ. ตานิ กิร จมฺมานิ สุขุมตรานิ, ตสฺมา ทุปฏฺฏติปฏฺฏานิ กตฺวา สิพฺพนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘อชินปฺปเวณี’ติ. อุตฺตรํ อุปริภาคํ ฉาเทตีติ อุตฺตรจฺฉโท, วิตานํ, ตญฺจ โลหิตวิตานํ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘อุปริพทฺเธน รตฺตวิตาเนนา’ติ, ‘รตฺตวิตาเนสุ จ กาสาวํ วฏฺฏติ, กุสุมฺภาทิรตฺตเมว น วฏฺฏตี’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. มหาอุปธานนฺติ ปมาณาติกฺกนฺตํ อุปธานํ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ‘อโลหิตกานิ เทฺวปิ วฏฺฏนฺติเยว, ตโต อุตฺตริ ลภิตฺวา อญฺเญสํ ทาตพฺพานิ. ทาตุมสกฺโกนฺโต มญฺเจ ติริยํ อตฺถริตฺวา อุปริปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ ลภตี’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ, เสนาสนกฺขนฺธกวณฺณนายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๙๗) ปน ‘อคิลานสฺส สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ ทฺวยเมว วฏฺฏติ. คิลานสฺส พิมฺโพหนานิ สนฺถริตฺวา อุปริ จ ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ วฏฺฏตี’ติ วุตฺตตฺตา คิลาโนเยว มญฺเจ ติริยํ อตฺถริตฺวา นิปชฺชิตุํ วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ. อภินิสฺสาย นิสีทิตุนฺติ อปสฺสาย นิสีทิตุ’’นฺติ เอตฺตโก วินิจฺฉโย สารตฺถทีปนิยํ อาคโต.
วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๒๕๔) – ปน วาฬรูปานีติ อาหริมานิ วาฬรูปานิ. จตุรงฺคุลาธิกานีติ อุทฺทโลมีเอกนฺตโลมีหิ วิเสสทสฺสนํ. จตุรงฺคุลโต หิ อูนานิ กิร อุทฺทโลมีอาทีสุ ปวิสนฺติ. วานจิโตฺร อุณฺณามยตฺถรโณติ นานาวณฺเณหิ อุณฺณามยสุตฺเตหิ ภิตฺติจฺเฉทาทิวเสน วายิตฺวา กตจิตฺตตฺถรโณ. ฆนปุปฺผโกติ พหลราโค. ปกติตูลิกาติ ตูลปุณฺณา ภิสิ. วิกติกาติ สีหรูปาทิวเสน วานจิตฺราว คยฺหติ. ‘‘อุทฺทโลมีติ อุภโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณํ. เอกนฺตโลมีติ เอกนฺตทสํ อุณฺณามยตฺถรณ’’นฺติ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยนฺติ โกสิยสุตฺตานํ อนฺตรา สุวณฺณมยสุตฺตานิ ปเวเสตฺวา วีตํ, สุวณฺณสุตฺตํ กิร กฏฺฏิสฺสํ กสฏนฺติ จ วุจฺจติ. เตเนว ‘‘โกเสยฺยกสฏมย’’นฺติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตนฺติ วทนฺติ. รตนปริสิพฺพิตนฺติ สุวณฺณลิตฺตํ. สุทฺธโกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพนรหิตํ.
อชินมิคจมฺมานํ อติสุขุมตฺตา ทุปฏฺฏติปฏฺฏานิ กตฺวา สิพฺพนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อชินปฺปเวณี’’ติ. รตฺตวิตาเนนาติ สพฺพรตฺเตน วิตาเนน. ยํ ปน นานาวณฺณํ วานจิตฺตํ วา เลปจิตฺตํ วา, ตํ วฏฺฏติ. อุภโตโลหิตกูปธาเนปิ เอเสว นโย. จิตฺรํ วาติ อิทํ ปน สพฺพถา กปฺปิยตฺตา วุตฺตํ, น ปน อุภโตอุปธาเนสุ อกปฺปิยตฺตา. น หิ โลหิตกสทฺโท จิตฺเต วฏฺฏติ. ปฏลิคฺคหเณเนว จิตฺตกสฺสปิ อตฺถรณสฺส สงฺคเหตพฺพปฺปสงฺคโต. กาสาวํ ปน โลหิตงฺคโวหารํ น คจฺฉติ, ตสฺมา วิตาเนปิ อุภโตอุปธาเนปิ วฏฺฏติ. สเจ ปมาณยุตฺตนฺติอาทิ อญฺญสฺส ปมาณาติกฺกนฺตสฺส พิมฺโพหนสฺส ปฏิกฺขิตฺตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน อุจฺจาสยนมหาสยนภาวทสฺสนตฺถํ ตถา อวุตฺตตฺตา, ตํ ปน อุปธานํ อุโปสถิกานํ คหฏฺฐานํ วฏฺฏติ. อุจฺจาสยนมหาสยนเมว หิ ตทา เตสํ น วฏฺฏติ. ทีฆนิกายฏฺฐกถาทีสุ กิญฺจาปิ ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ สพฺพาเนว โคนกาทีนิ รตนปริสิพฺพิตานิ น วฏฺฏนฺตี’’ติ วุตฺตํ, วินยฏฺฐกถา เอว ปน กปฺปิยากปฺปิยภาเว ปมาณนฺติ คเหตพฺพํ. อภินิสฺสายาติ อปสฺสายาติ วุตฺตํ.