ลสุณกถา
๔๙. ลสุณกถายํ ‘‘ลสุณํ นาม มาคธก’’นฺติ (ปาจิ. ๗๙๕) ปาฬิยํ อาคตํ. อฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๗๙๕) ปน ‘‘มาคธกนฺติ มคเธสุ ชาตํ. มคธรฏฺเฐ ชาตลสุณเมว หิ อิธ ลสุณนฺติ อธิปฺเปตํ, ตมฺปิ ภณฺฑิกลสุณเมว, น เอกทฺวิติมิญฺชกํ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘ชาติเทสํ อวตฺวา ‘มาคธกํ นาม ภณฺฑิกลสุณ’นฺติ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ เทฺว ตโย ภณฺฑิเก เอกโตเยว สงฺขริตฺวา อชฺโฌหรติ, เอกํ ปาจิตฺติยํ. ภินฺทิตฺวา เอเกกํ มิญฺชํ ขาทนฺติยา ปน ปโยคคณนาย ปาจิตฺติยานิ, อิทํ ภิกฺขุนีนํ วเสน ปาจิตฺติยํ, ภิกฺขุสฺส ปน ทุกฺกฏํ.
ปลณฺฑุกาทีนํ วณฺเณน วา มิญฺชาย วา นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. วณฺเณน ตาว ปลณฺฑุโก นาม ปณฺฑุวณฺโณ โหติ. ภญฺชนโก โลหิตวณฺโณ, หริตโก หริตวณฺโณ, มิญฺชาย ปน ปลณฺฑุกสฺส เอกา มิญฺชา โหติ, ภญฺชนกสฺส เทฺว, หริตกสฺส ติสฺโส, จาปลสุโณ อมิญฺชโก. องฺกุรมตฺตเมว หิ ตสฺส โหติ. มหาปจฺจริยาทีสุ ปน ‘‘ปลณฺฑุกสฺส ตีณิ มิญฺชานิ, ภญฺชนกสฺส เทฺว, หริตกสฺส เอก’’นฺติ วุตฺตํ. เอเต ปลณฺฑุกาทโย สภาเวเนว วฏฺฏนฺติ, สูปสมฺปากาทีสุ ปน มาคธกมฺปิ วฏฺฏติ. ตญฺหิ ปจฺจมาเนสุ มุคฺคสูปาทีสุ วา มจฺฉมํสวิกติยา วา เตลาทีสุ วา พทรสาฬวาทีสุ วา อมฺพิลปากาทีสุ วา อุตฺตริภงฺเค วา ยตฺถ กตฺถจิ อนฺตมโส ยาคุปตฺเตปิ ปกฺขิปิตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. ‘‘สภาเวเนวาติ สูปสมฺปากาทึ วินาว. พทรสาฬวํ นาม พทรผลานิ สุกฺขาเปตฺวา จุณฺเณตฺวา กตฺตพฺพา ขาทนียวิกตี’’ติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๗๙๓-๗๙๗) วุตฺตํ.