อนฺโตวุตฺถาทิกถา
อนฺโตวุตฺถาทิกถายํ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควโต อุทรวาตาพาโธ โหติ, อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ‘ปุพฺเพปิ ภควโต อุทรวาตาพาโธ เตกฏุลยาคุยา ผาสุ โหตี’ติ สามํ ติลมฺปิ ตณฺฑุลมฺปิ มุคฺคมฺปิ วิญฺญาเปตฺวา อนฺโต วาเสตฺวา อนฺโต สามํ ปจิตฺวา ภควโต อุปนาเมสิ ‘ปิวตุ ภควา เตกฏุลยาคุ’นฺติ. ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ, ชานนฺตาปิ น ปุจฺฉนฺติ, กาลํ วิทิตฺวา ปุจฺฉนฺติ, กาลํ วิทิตฺวา น ปุจฺฉนฺติ, อตฺถสญฺหิตํ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ, โน อนตฺถสญฺหิตํ, อนตฺถสญฺหิเต เสตุฆาโต ตถาคตานํ. ทฺวีหิ อากาเรหิ พุทฺธา ภควนฺโต ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉนฺติ ‘ธมฺมํ วา เทเสสฺสาม, สาวกานํ วา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามา’ติ.
อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ ‘กุตายํ, อานนฺท, ยาคู’ติ. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา อนนุจฺฉวิกํ, อานนฺท, อนนุโลมิกํ อปฺปติรูปํ อสฺสมณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ, กถญฺหิ นาม ตฺวํ, อานนฺท, เอวรูปาย พาหุลฺลาย เจเตสฺสสิ, ยทปิ, อานนฺท, อนฺโต วุตฺถํ, ตทปิ อกปฺปิยํ. ยทปิ อนฺโต ปกฺกํ, ตทปิ อกปฺปิยํ. ยทปิ สามํ ปกฺกํ, ตทปิ อกปฺปิยํ. เนตํ, อานนฺท, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – น, ภิกฺขเว, อนฺโต วุตฺถํ อนฺโต ปกฺกํ สามํ ปกฺกํ ปริภุญฺชิตพฺพํ, โย ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนฺโต เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ อนฺโต ปกฺกํ สามํ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ. อนฺโต เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ อนฺโต ปกฺกํ อญฺเญหิ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ. อนฺโต เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ พหิ ปกฺกํ สามํ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ. พหิ เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ อนฺโต ปกฺกํ สามํ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ. อนฺโต เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ พหิ ปกฺกํ อญฺเญหิ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. พหิ เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ อนฺโต ปกฺกํ อญฺเญหิ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. พหิ เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ พหิ ปกฺกํ สามํ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. พหิ เจ, ภิกฺขเว, วุตฺถํ พหิ ปกฺกํ อญฺเญหิ ปกฺกํ, ตญฺเจ ปริภุญฺเชยฺย, อนาปตฺตี’’ติ (มหาว. ๒๗๔) วจนโต สหเสยฺยปฺปโหนเก ฐาเน วุตฺถตา, ตตฺถ ปกฺกตา, อุปสมฺปนฺเนน สามํ ปกฺกตาติ อิเมสํ ติณฺณํ องฺคานํ สมฺภเว สติ ติสฺโส อาปตฺติโย, ทฺวินฺนํ สมฺภเว เทฺว อาปตฺติโย, เอกสฺส องฺคสฺส สมฺภเว เอกา อาปตฺตีติ เวทิตพฺพํ.
อนฺโต วุตฺถนฺติ อกปฺปิยกุฏิยํ วุตฺถํ. สามํ ปกฺกนฺติ เอตฺถ ยํ กิญฺจิ อามิสํ ภิกฺขุโน ปจิตุํ น วฏฺฏติ. สเจปิสฺส อุณฺหยาคุยา สุลสิปณฺณานิ วา สิงฺคิเวรํ วา โลณํ วา ปกฺขิปนฺติ, ตมฺปิ จาเลตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘ยาคุํ นิพฺพาเปมี’’ติ ปน จาเลตุํ วฏฺฏติ. อุตฺตณฺฑุภตฺตํ ลภิตฺวาปิ ปิทหิตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน มนุสฺสา ปิทหิตฺวาว เทนฺติ, วฏฺฏติ. ‘‘ภตฺตํ วา มา นิพฺพายตู’’ติ ปิทหิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปุน ปากํ ปจิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๗๔) วจนโต ปุพฺเพ อนุปสมฺปนฺเนหิ ปกฺกํ ปุน ปจิตุํ วฏฺฏติ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๗๔) ‘‘ขีรตกฺกาทีสุ ปน สกึ กุถิเตสุ อคฺคึ ทาตุํ วฏฺฏติ ปุนปากสฺส อนุญฺญาตตฺตา’’ติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนฺโต วาเสตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๗๔) วจนโต ทุพฺภิกฺขสมเย ตณฺฑุลาทีนิ อนฺโต วาเสตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนฺโต ปจิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๗๔) วจนโต ทุพฺภิกฺขสมเย อนฺโต ปจิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สามํ ปจิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๗๔) วจนโต ทุพฺภิกฺขสมเย สามมฺปิ ปจิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนฺโต วุตฺถํ อนฺโต ปกฺกํ สามํ ปกฺก’’นฺติ (มหาว. ๒๗๔) วจนโต ทุพฺภิกฺขสมเย ตีณิปิ วฏฺฏนฺติ.