๓๒. ครุกาปตฺติวุฏฺฐานวินิจฺฉยกถา
ปฏิจฺฉนฺนปริวาสกถา
๒๓๖. เอวํ โจทนาทิวินิจฺฉยํ กเถตฺวา อิทานิ ครุกาปตฺติวุฏฺฐานวินิจฺฉยํ กเถตุํ ‘‘ครุกาปตฺติวุฏฺฐาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ครุ อลหุกํ ปฏิกรณํ เอติสฺสา อาปตฺติยาติ ครุกา, อาปชฺชิตพฺพาติ อาปตฺติ, ครุกา จ สา อาปตฺติ จาติ ครุกาปตฺติ, วุฏฺฐหเต วุฏฺฐานํ, ครุกาปตฺติยา วุฏฺฐานํ ครุกาปตฺติ วุฏฺฐานํ. กึ ตํ? สงฺฆาทิเสสาปตฺติโต ปริสุทฺธภาโว. เตนาห ‘‘ปริวาสมานตฺตาทีหิ วินยกมฺเมหิ ครุกาปตฺติโต วุฏฺฐาน’’นฺติ. กิญฺจาปิ จตุพฺพิโธ ปริวาโส, อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส ปน อิธ นาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ติวิโธ ปริวาโส’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๕) ‘‘ตตฺถ จตุพฺพิโธ ปริวาโส – อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส สุทฺธนฺตปริวาโส สโมธานปริวาโสติ. เตสุ ‘โย โส, ภิกฺขเว, อญฺโญปิ อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขติ ปพฺพชฺชํ, อากงฺขติ อุปสมฺปทํ, ตสฺส จตฺตาโร มาเส ปริวาโส ทาตพฺโพ’ติ เอวํ มหาขนฺธเก (มหาว. ๘๖) วุตฺโต ติตฺถิยปริวาโส อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส นาม. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตเมว. อยํ ปน อิธ อนธิปฺเปโต’’ติ. อิโต ปรํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว สุวิญฺเญยฺโยติ ตสฺมา ทุพฺพิญฺเญยฺยฏฺฐาเนเยว วณฺณยิสฺสาม.
๒๓๗. เอวํ โย โย อาปนฺโน โหติ, ตสฺส ตสฺส นามํ คเหตฺวา กมฺมวาจา กาตพฺพาติ เอเตน ปาฬิยํ สพฺพสาธารณวเสน ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขู’’ติ จ ‘‘ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน’’ติ จ อาคเตปิ กมฺมวาจาภณนกาเล ตถา อภณิตฺวา ‘‘อยํ พุทฺธรกฺขิโต ภิกฺขู’’ติ จ ‘‘อิมสฺส พุทฺธรกฺขิตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ จ เอวํ สกสกนามํ อุทฺธริตฺวาว กมฺมวาจา กาตพฺพาติ ทสฺเสติ.
มาฬกสีมายเมว วตฺตํ สมาทาตพฺพํ, น ตโต พหิ. กสฺมา? ‘‘อญฺญตฺถ กมฺมวาจา อญฺญตฺถ สมาทาน’’นฺติ วตฺตพฺพโทสปฺปสงฺคโต. อสมาทินฺนวตฺตสฺส อาโรจนาสมฺภวโต, มาฬกสีมาย สนฺนิปติตานํ ภิกฺขูนํ เอกสฺสปิ อนาโรจเน สติ รตฺติจฺเฉทสมฺภวโต จ. ปริวาสํ สมาทิยามิ, วตฺตํ สมาทิยามีติ อิเมสุ ทฺวีสุ ปเทสุ เอเกเกน วา อุโภหิ ปเทหิ วา สมาทาตพฺพํ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘เอกปเทนปิ เจตฺถ นิกฺขิตฺโต โหติ ปริวาโส, ทฺวีหิ ปน สุนิกฺขิตฺโตเยว, สมาทาเนปิ เอเสว นโย’’ติ วกฺขมานตฺตา. สมาทิยิตฺวา ตตฺเถว สงฺฆสฺส อาโรเจตพฺพํ, น ตตฺถ อนาโรเจตฺวา อญฺญตฺถ คนฺตพฺพํ. กสฺมา? วุฏฺฐิตาย ปริสาย ปุน สนฺนิปาเตตุํ ทุกฺกรตฺตา, เอกสฺสปิ ภิกฺขุโน อนาโรเจตฺวา อรุณุฏฺฐาปเน สติ รตฺติจฺเฉทกรตฺตา.
อาโรเจนฺเตน เอวํ อาโรเจตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘อหํ ภนฺเต…เป… สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ เอตฺตกเมว วตฺวา ยาจเน วิย ‘‘ทุติยมฺปิ ตติยมฺปี’’ติ อวุตฺตตฺตา อจฺจายิกกรเณ สติ เอกวารํ อาโรจิเตปิ อุปปนฺนเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เวทิยามหํ ภนฺเต, เวทิยตีติ มํ สงฺโฆ ธาเรตูติ เอตฺถ ‘‘เวทิยามีติ จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สุขํ อนุภวามิ, น ตปฺปจฺจยา อหํ ทุกฺขิโตติ อธิปฺปาโย’’ติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๙๗) วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘สุขํ เวเทมิ เวทน’’นฺติอาทีสุ วิย ปิ-สทฺโท อนุภวนตฺโถ โหติ. วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๙๗) ปน ‘‘เวทิยามีติ ชาเนมิ, จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สุขํ อนุภวามิ, น ตปฺปจฺจยา อหํ ทุกฺขิโตติ อธิปฺปาโยติ ลิขิต’’นฺติ วุตฺตํ. เอตฺถ ปน ‘‘ทีปงฺกโร โลกวิทู’’ติอาทีสุ วิย ญาณตฺโถ อนุภวนตฺโถ จ. วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. จูฬวคฺค ๒.๙๗) ปน ‘‘เวทิยามหนฺติ ชานาเปมหํ, อาโรเจมีติ อตฺโถ, อนุภวามีติปิสฺส อตฺถํ วทนฺติ. ปุริมํ ปน ปสํสนฺติ อาโรจนวจนตฺตา’’ติ. เอตฺถ ตุ –
‘‘สมฺปนฺนํ สาลิเกทารํ, สุวา ขาทนฺติ พฺราหฺมณ;
ปฏิเวเทมิ เต พฺรเหฺม, น นํ วาเรตุมุสฺสเห’’ติ. –
อาทีสุ วิย อาโรจนตฺโถติ ทฏฺฐพฺโพ.
อาโรเจตฺวา…เป… นิกฺขิปิตพฺพนฺติ ทุกฺกฏปริโมจนตฺถํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ตทเหว ปุน วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปตุกามสฺส รตฺติจฺเฉทปริหารตฺถมฺปี’’ติ วทนฺติ. ยสฺส มาฬเก นาโรจิตํ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. ยสฺส อาโรจิตํ, ตสฺส ปุน อาโรจนกิจฺจํ นตฺถิ, เกวลํ นิกฺขิปิตพฺพเมว. ‘‘สภาคา ภิกฺขู วสนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา วิสภาคานํ วสนฏฺฐาเน วตฺตํ อสมาทิยิตฺวา พหิ เอว กาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวาติ อิทํ วิหาเร ภิกฺขูนํ สชฺฌายาทิสทฺทสวนูปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ, มหามคฺคโต โอกฺกมฺมาติ อิทํ มคฺคปฏิปนฺนานํ ภิกฺขูนํ สวนูปจาราติกฺกมนตฺถํ, คุมฺเพน วาติอาทิ ทสฺสนูปจารวิชหนตฺถํ. โสปิ เกนจิ กมฺเมน ปุเรอรุเณ เอว คจฺฉตีติ อิมินา อาโรจนาย กตาย สพฺเพสุ ภิกฺขูสุ พหิวิหารํ คเตสุปิ อูเนคเณจรณโทโส วา วิปฺปวาสโทโส วา น โหติ อาโรจนตฺถตฺตา สหวาสสฺสาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อยญฺจา’’ติอาทิ. อนิกฺขิตฺตวตฺเตน อนฺโตอุปจารคตานํ สพฺเพสมฺปิ อาโรเจตพฺพา. ‘‘อยํ นิกฺขิตฺตวตฺตสฺส ปริหาโร’’ติ วุตฺตํ, ตตฺถ นิกฺขิตฺตวตฺตสฺสาติ วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปริวสนฺตสฺสาติ อตฺโถ. อยํ ปเนตฺถ เถรสฺส อธิปฺปาโย – วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปริวสนฺตสฺส อุปจารคตานํ สพฺเพสํ อาโรจนกิจฺจํ นตฺถิ, ทิฏฺฐรูปานํ สุตสทฺทานํ อาโรเจตพฺพํ, อทิฏฺฐอสุตานมฺปิ อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํ อาโรเจตพฺพํ. อิทํ วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปริวสนฺตสฺส ลกฺขณนฺติ. เถรสฺสาติ มหาปทุมตฺเถรสฺส.
๒๓๘. กุกฺกุจฺจวิโนทนตฺถายาติ อิเมสุ ปฏิจฺฉนฺนทิวสปฺปมาเณน ปริวสิตทิวเสสุ ‘‘สิยุํ นุ โข ติวิธรตฺติจฺเฉทการณยุตฺตานิ กานิจิ ทิวสานิ, เอวํ สติ อปริปุณฺณปริวาสทิวสตฺตา น มานตฺตารโห ภเวยฺย, อสติ จ มานตฺตารหภาเว มานตฺตํ ทินฺนมฺปิ อทินฺนํเยว ภเวยฺย, เอวญฺจ สติ อาปนฺนาปตฺติโต วุฏฺฐานํ น ภเวยฺยา’’ติ อิมสฺส วินยกุกฺกุจฺจสฺส วิโนทนตฺถาย. เอเกน วา ทฺวีหิ วา ตีหิ วา ทิวเสหิ อธิกตรานิ ทิวสานิ ปริวสิตฺวา นนุ จายํ ปริวุตฺถปริวาโส, ตสฺมาเนน มานตฺตเมว ยาจิตพฺพํ, อถ กสฺมา วตฺตํ สมาทิยิตฺวา มานตฺตํ ยาจิตพฺพนฺติ อาหาติ โจทนํ มนสิ กโรนฺเตน วุตฺตํ ‘‘อยญฺหิ วตฺเต สมาทินฺเน’’ติอาทิ. หิ ยสฺมา อยํ ภิกฺขุ วตฺเต สมาทินฺเน เอว มานตฺตารโห โหติ, น อสมาทินฺเน, อิติ ตสฺมา วตฺตํ สมาทิยิตฺวา มานตฺตํ ยาจิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. นนุ จ กมฺมวาจายํ ‘‘โส ปริวุตฺถปริวาโส สงฺฆํ มานตฺตํ ยาจติ’’อิจฺเจว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘สมาทินฺนวตฺโต’’ติ, อถ กสฺมา ‘‘วตฺเต สมาทินฺเน เอว มานตฺตารโห โหตี’’ติ วุตฺตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘นิกฺขิตฺตวตฺเตน ปริวุตฺถตฺตา’’ติ. ยสฺมา อยํ ภิกฺขุ นิกฺขิตฺตวตฺเตน หุตฺวา ปริวุตฺโถ โหติ, โน อนิกฺขิตฺตวตฺเตน, ตสฺมา นิกฺขิตฺตวตฺเตน หุตฺวา ปริวุตฺถตฺตา อยํ ภิกฺขุ วตฺเต สมาทินฺเน เอว มานตฺตารโห โหติ, โน อสมาทินฺเนติ โยชนา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อนิกฺขิตฺตวตฺตสฺส ปน ปุน สมาทานกิจฺจํ นตฺถิ. โส หิ ปฏิจฺฉนฺนทิวสาติกฺกเมเนว มานตฺตารโห โหติ, ตสฺมา ตสฺส มานตฺตํ ทาตพฺพเมวา’’ติ.
จตูหิ ปญฺจหิ วา ภิกฺขูหิ สทฺธินฺติ อูเนคเณจรณโทสา วิมุจฺจนตฺถํ. ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโตติอาทิ กิญฺจาปิ ปาฬิยํ นตฺถิ, อถ โข อฏฺฐกถาจริยานํ วจเนน ตถา เอว ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ จ วุตฺตํ. ‘‘อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาติ ทฺวาทสหตฺเถ อุปจาเร สลฺลกฺเขตฺวา, อนิกฺขิตฺตวตฺตานํ อุปจารสีมาย อาคตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา สหวาสาทิกํ เวทิตพฺพนฺติ จ วุตฺตํ. ‘นิกฺขิปนฺเตน อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ ปโยชนํ อตฺถี’ติ จ วุตฺตํ, น ปน ตํ ปโยชนํ ทสฺสิต’’นฺติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๙๗) วุตฺตํ, วตฺตเภททุกฺกฏา มุจฺจนปโยชนํ โหตีติ เวทิตพฺพํ.
๒๓๙. อพฺภานํ กาตุํ น วฏฺฏตีติ กตมฺปิ อกตเมว โหตีติ อตฺโถ. ‘‘เตนาปิ วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตฺวา อพฺภานํ ยาจิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา อพฺภานยาจนตฺถํ มานตฺตสฺส สมาทิยนกาเลปิ อาโรเจตพฺพเมว. ปุพฺเพ มานตฺตจาริตกาเล อาโรจิตเมวาติ อนาโรเจตฺวา อพฺภานํ น ยาจิตพฺพนฺติ วิญฺญายติ. เอวํ มานตฺตยาจนกาเลปิ ปริวาสํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตพฺพเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
๒๔๐. จิณฺณมานตฺโต ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพติ จิณฺณมานตฺตสฺส จ อพฺภานารหสฺส จ นินฺนานากรณตฺตา วุตฺตํ. อญฺญถา ‘‘อพฺภานารโห อพฺเภตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา. อุกฺเขปนียกมฺมกโตปิ อตฺตโน ลทฺธิคฺคหณวเสน สภาคภิกฺขุมฺหิ สติ ตสฺส อนาโรจาเปตุํ น ลภติ.
‘‘อนนฺตรายิกสฺส ปน อนฺตรายิกสญฺญาย ฉาทยโต อจฺฉนฺนาวา’’ติ ปาโฐ. อเวริภาเวน สภาโค อเวริสภาโค. ‘‘สภาคสงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนสฺส ปน สนฺติเก อาวิ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ปสงฺคโต อิเธว ปกาสิตํ. ลหุเกสุ ปฏิกฺเขโป นตฺถิ. ตตฺถ ญตฺติยา อาวิ กตฺวา อุโปสถํ กาตุํ อนุญฺญาตตฺตา ลหุกสภาคํ อาวิ กาตุํ วฏฺฏตีติ. สภาคสงฺฆาทิเสสํ ปน ญตฺติยา อาโรจนํ น วฏฺฏตีติ กิร. ‘‘ตสฺส สนฺติเก ตํ อาปตฺตึ ปฏิกริสฺสตีติ (มหาว. ๑๗๑) วุตฺตตฺตา ลหุกสฺเสวายํ สมนุญฺญาตา. น หิ สกฺกา สุทฺธสฺส เอกสฺส สนฺติเก สงฺฆาทิเสสสฺส ปฏิกรณํ กาตุ’’นฺติ ลิขิตํ. ลหุเกสุปิ สภาคํ อาวิ กาตุํ น วฏฺฏตีติ. ตสฺมา เอว หิ ญตฺติยา อาวิกรณํ อนุญฺญาตํ, อิตรถา ตํ นิรตฺถกํ สิยา. อญฺญมญฺญาโรจนสฺส วฏฺฏติ, ตโต น วฏฺฏตีติ ทีปนตฺถเมว ญตฺติยา อาวิกรณมนุญฺญาตํ, เตเนว อิธ ‘‘สภาคสงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ, อยมตฺโถ ‘‘เอตฺตาวตา เต เทฺว นิราปตฺติกา โหนฺติ, เตสํ สนฺติเก เสเสหิ สภาคาปตฺติโย เทเสตพฺพา’’ติ วจเนน กงฺขาวิตรณิยมฺปิ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) ปกาสิโตว. สงฺฆาทิเสสํ ปน ญตฺติยา อาโรเจตฺวา อุโปสถํ กาตุํ วฏฺฏติ. ตสฺสา ญตฺติยา อยมตฺโถ – ยทา สุทฺธํ ภิกฺขุํ ปสฺสิสฺสติ, ตสฺส สนฺติเก อญฺญมญฺญาโรจนวเสน ปฏิกริสฺสติ, เอวํ ปฏิกเต ‘‘น จ, ภิกฺขเว, สาปตฺติเกน ปาติโมกฺขํ โสตพฺพํ, โย สุเณยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๘๖) วุตฺตาปตฺติโต โมกฺโข โหติ, ตสฺมา ‘‘ครุกํ วา โหตุ ลหุกํ วา, ญตฺติยา อาวิ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อุโภสุ นเยสุ ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ. ‘‘นามญฺเจว อาปตฺติ จาติ เตน เตน วีติกฺกเมนาปนฺนาปตฺติ อาปตฺติ. นามนฺติ ตสฺสา อาปตฺติยา นาม’’นฺติ ลิขิตํ. อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพนฺติ เอตฺถ อาโรจนํ วตฺตเภททุกฺกฏปริหรณปฺปโยชนนฺติ เวทิตพฺพํ.
‘‘สติเยว อนฺตราเย อนฺตรายิกสญฺญี ฉาเทติ, อจฺฉนฺนา โหติ. อนฺตรายิกสฺส ปน อนฺตรายิกสญฺญาย วา อนนฺตรายิกสญฺญาย วา ฉาทยโต อจฺฉนฺนาวา’’ติปิ ปาโฐ. อเวรีติ หิตกาโม. อุทฺธสฺเต อรุเณติ อุฏฺฐิเต อรุเณ. สุทฺธสฺส สนฺติเกติ สภาคสงฺฆาทิเสสํ อนาปนฺนสฺส สนฺติเก. วตฺถุนฺติ อสุจิโมจนาทิวีติกฺกมํ. สุกฺกวิสฺสฏฺฐีติ วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจาติ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐี’’ติ อิทํ อสุจิโมจนลกฺขณสฺส วีติกฺกมสฺส ปกาสนโต วตฺถุ เจว โหติ, สชาติยสาธารณวิชาติยวินิวตฺตสภาวาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา เอว ปกาสนโต โคตฺตญฺจ โหตีติ อตฺโถ. คํ ตายตีติ หิ โคตฺตํ. สงฺฆาทิเสโสติ นามญฺเจว อาปตฺติ จาติ สงฺฆาทิเสโสติ เตน เตน วีติกฺกเมน อาปนฺนสฺส อาปตฺตินิกายสฺส นามปกาสนโต นามญฺเจว โหติ, อาปตฺติสภาวโต อาปตฺติ จ.
สุทฺธสฺสาติ สภาคสงฺฆาทิเสสํ อนาปนฺนสฺส, ตโต วุฏฺฐิตสฺส วา. อญฺญสฺมินฺติ สุทฺธนฺตปริวาสวเสน อาปตฺติวุฏฺฐานโต อญฺญสฺมึ อาปตฺติวุฏฺฐาเน. ปฏิจฺฉาทิยิตฺถาติ ปฏิจฺฉนฺนา. กา สา? อาปตฺติ. ทิวสาทีหิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา วสนํ ปริวาโส. โก โส? วินยกมฺมกรณํ. ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวาโส ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส.
ปฏิจฺฉนฺนปริวาสกถา นิฏฺฐิตา.
สุทฺธนฺตปริวาสกถา
๒๔๒. สุชฺฌนํ สุทฺโธ, โก โส? อาปตฺติวิคโม. อมติ โอสานภาวํ คจฺฉตีติ อนฺโต, สุทฺโธ อนฺโต ยสฺส ปริวาสสฺสาติ สุทฺธนฺโต, สุทฺธนฺโต จ โส ปริวาโส จาติ สุทฺธนฺตปริวาโส, สุทฺธกาลํ ปริยนฺตํ กตฺวา อสุทฺธกาลปฺปมาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา กตปริวาโส.
สุทฺธนฺตปริวาสกถา นิฏฺฐิตา.
โอธานสโมธานปริวาสกถา
๒๔๓. สโมธียเต สโมธานํ, นานากาลิกา นานาวตฺถุกา อาปตฺติโย อคฺฆาทิวเสน สโมธานํ เอกีกรณํ, สโมธาเนตฺวา กโต ปริวาโส สโมธานปริวาโสติ วิคฺคโห. กมฺมวาจายํ ‘‘ปฏิกสฺสิโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ อนฺตรา สมฺพหุลานํ อาปตฺตีนํ อปฺปฏิจฺฉนฺนานํ มูลายปฏิกสฺสนา, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ เอตฺถ คตฺยตฺถธาตุยา กมฺมนิ จ นยนตฺถธาตุยา กมฺมนิ จ ตทตฺถสมฺปทาเน จ วิภตฺติปริณาเม จาติ อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสุ อายาเทสสฺส วุตฺตตฺตา, ปฏิปุพฺพกสธาตุยา จ นยนตฺถตฺตา ‘‘มูลายา’’ติ อิทํ ‘‘ปฏิกสฺสิโต’’ติ เอตฺถ กมฺมํ, ตสฺมา ‘‘ปฏิกสฺสิโต…เป… มูลาย’’ อิติ เอตฺตกเมว ภวิตพฺพํ, น ‘‘มูลายปฏิกสฺสนา’’ติ เอวํ มญฺญมานา สทฺทวิทุโน ‘‘ปฏิกสฺสนา’’ติ อิทํ อธิกนฺติ วา วเทยฺยุํ มกฺเขยฺยุํ วา, น ปเนตํ วตฺตพฺพํ. นวปาเฐสุเยว อยํ ปาโฐ สทฺทลกฺขณยุตฺโต วา อยุตฺโต วาติ จินฺเตตพฺโพ, น ปน ปาฬิยฏฺฐกถาทิโต อาคเตสุ โปราณปาเฐสุ. เตสุ ปน กถํ โยชิยมาโน อยํ ปาโฐ สทฺทยุตฺติยา จ อตฺถยุตฺติยา จ สมนฺนาคโต ภเวยฺยาติ โยชนากาโรเยว จินฺเตตพฺโพ. อยญฺจ ปาโฐ โปราณปาฬิปาโฐว, ตสฺมา ‘‘มูลายปฏิกสฺสนา’’ติ อิทํ กรณวเสน วิปริณาเมตฺวา ‘‘มูลายปฏิกสฺสนาย ปฏิกสฺสิโต’’ติ โยเชตพฺพํ.
กถํ ปเนตสฺส โปราณปาฐภาโว ชานิตพฺโพติ? ปกรเณ อาคตตฺตา. วุตฺตญฺหิ วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. จูฬวคฺค ๒.๑๐๒) ‘‘ปาฬิยํ ปฏิกสฺสิโต สงฺเฆน อุทายิ ภิกฺขุ อนฺตรา เอกิสฺสา อาปตฺติยา…เป… มูลายปฏิกสฺสนาติ อิทํ กรณวเสน วิปริณาเมตฺวา มูลายปฏิกสฺสนาย ปฏิกสฺสิโตติ โยเชตพฺพ’’นฺติ. อถ วา ‘‘มูลาย ปฏิกสฺสนา มูลายปฏิกสฺสนา’’ติ อลุตฺตสมาสวเสน อุตฺตรปเทน สมาสํ กตฺวา สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ อนฺตรา สมฺพหุลานํ อาปตฺตีนํ อปฺปฏิจฺฉนฺนานํ เหตุ ปฏิกสฺสิโต. สา มูลายปฏิกสฺสนา ขมติ สงฺฆสฺสาติ โยเชตพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ ตตฺเถว (วิ. วิ. ฏี. จูฬวคฺค ๒.๑๐๒) ‘‘อถ วา มูลายปฏิกสฺสนา ขมติ สงฺฆสฺสาติ อุตฺตรปเทน สห ปจฺจตฺตวเสเนว โยเชตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ.
ตํ เทนฺเตน ปฐมํ มูลาย ปฏิกสฺสิตฺวา ปจฺฉาปริวาโส ทาตพฺโพติ เอตฺถ ตํ โอธานสโมธานปริวาสํ เทนฺเตน ปฐมํ ตํ ภิกฺขุํ มูลาย ปฏิกสฺสิตฺวา มูลทิวเส อากฑฺฒิตฺวา ตสฺส อนฺตราปตฺติยา สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพติ อตฺโถ. ยถา กึ วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. จูฬวคฺค ๒.๑๐๒) ‘‘อุทายึ ภิกฺขุํ อนฺตรา เอกิสฺสา อาปตฺติยา…เป… มูลาย ปฏิกสฺสิตฺวาติ เอตฺถ อนฺตรา เอกิสฺสา อาปตฺติยา เหตุภูตาย อุทายึ ภิกฺขุํ มูลาย ปฏิกสฺสิตฺวา มูลทิวเส อากฑฺฒิตฺวา ตสฺสา อนฺตราปตฺติยา สโมธานปริวาสํ เทตูติ โยชนา’’ติ วุตฺตํ. มหาสุมตฺเถรวาเท อาวิการาเปตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพติ ตสฺส อเตกิจฺฉภาวํ เตเนว สงฺฆสฺส ปากฏํ กาเรตฺวา ลชฺชีคณโต วิโยชนวเสน วิสฺสชฺเชตพฺโพติ อตฺโถ.
โอธานสโมธานปริวาสกถา นิฏฺฐิตา.
อคฺฆสโมธานปริวาสกถา
๒๔๔. อคฺเฆน อคฺฆวเสน อรหวเสน สโมธานํ อคฺฆสโมธานํ, อาปนฺนาสุ สมฺพหุลาสุ อาปตฺตีสุ ยา อาปตฺติโย จิรตรปฺปฏิจฺฉนฺนาโย, ตาสํ อคฺเฆน สโมธาย ตาสํ รตฺติปริจฺเฉทวเสน อวเสสานํ อูนตรปฺปฏิจฺฉนฺนานํ อาปตฺตีนํ ปริวาโส ทียติ, อยํ วุจฺจติ อคฺฆสโมธาโน . สตํ อาปตฺติโยติ กายสํสคฺคาทิวเสน เอกทิวเส อาปนฺนา สตํ อาปตฺติโย. ทสสตนฺติ สหสฺสอาปตฺติโย. รตฺติสตํ ฉาทยิตฺวานาติ โยเชตพฺพํ. ‘‘อคฺฆสโมธาโน นาม สภาควตฺถุกาโย สมฺพหุลา อาปตฺติโย อาปนฺนสฺส พหุรตฺตึ ปฏิจฺฉาทิตาปตฺติยํ นิกฺขิปิตฺวา ทาตพฺโพ, อิตโร นานาวตฺถุกานํ วเสนาติ อยเมเตสํ วิเสโส’’ติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๑๐๒) วุตฺตํ.
อคฺฆสโมธานปริวาสกถา นิฏฺฐิตา.
๒๔๖. ลิงฺคปริวตฺตนกกถายํ ยทิ กสฺสจิ ภิกฺขุโน อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุ ภเวยฺย, กึ เตน ปุน อุปชฺฌา คเหตพฺพา, ปุน อุปสมฺปทา กาตพฺพา, กึ ภิกฺขูปสมฺปทาโต ปฏฺฐาย วสฺสคณนา กาตพฺพา, อุทาหุ อิโต ปฏฺฐายาติ ปุจฺฉาย สติ ตํ ปริหริตุมาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. เอวํ สนฺเต สา ภิกฺขุนี ภิกฺขูนํ มชฺเฌเยว วสิตพฺพํ ภเวยฺยาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘อปฺปติรูป’’นฺติอาทิ. เอวํ สนฺเต ภิกฺขุภูตกาเล อาปชฺชิตาปตฺติโย กถํ กาตพฺพาติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘ยา เทสนาคามินิโย วา’’ติอาทิ. ตตฺถ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีหิ สาธารณาติ สญฺจริตฺตาทโย. อสาธารณาติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทโย. โหตุ ภควโต อนุญฺญาตวเสน ลิงฺเค ปริวตฺเต อสาธารณาปตฺตีหิ วุฏฺฐิตภาโว, ปุน ปกติลิงฺเค อุปฺปนฺเน ปุน อาปตฺติ สิยาติ อาสงฺกํ ปริหริตุํ ‘‘ปุน ปกติลิงฺเค’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิทานิ ตมตฺถํ ปาฬิยา สาเธตุํ ‘‘วุตฺตญฺเจต’’นฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ ปฐมปาราชิกวณฺณนาย ฏีกาสุ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๖๙; วชิร. ฏี. ปาราชิก ๖๙) วุตฺตนเยเนว ทฏฺฐพฺโพ, อิธ ปน ครุกาปตฺติวุฏฺฐานกถาภูตตฺตา สาเยว กถา วุจฺจเต.
๒๔๗. ตตฺถ ภิกฺขุนีหิ สาธารณาย ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยาติ สญฺจริตฺตาทิอาปตฺติยา, เหตฺวตฺเถ เจตํ กรณวจนํ. ปริวสนฺตสฺสาติ อนาทเร สามิวจนํ. ปกฺขมานตฺตเมว ทาตพฺพํ, น ปุน ปริวาโส ทาตพฺโพ ภิกฺขุนิภาเว อปริวาสารหตฺตาติ อธิปฺปาโย. มานตฺตํ จรนฺตสฺสาติ อนาทเรเยว สามิวจนํ, ฉารตฺตมานตฺเต อาจิณฺเณเยว ปริวตฺตติ, ปุน ปกฺขมานตฺตเมว ทาตพฺพนฺติ. เตน วกฺขติ ‘‘สเจ จิณฺณมานตฺตสฺสา’’ติอาทิ. อกุสลวิปาเก ปริกฺขีเณติ ปุริสินฺทฺริยสฺส อนฺตรธานํ สนฺธาย วุตฺตํ. อิตฺถินฺทฺริยปติฏฺฐานํ ปน กุสลวิปากเมว. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ ‘‘อุภยมฺปิ อกุสเลน อนฺตรธายติ, กุสเลน ปฏิลพฺภตี’’ติ. ฉารตฺตํ มานตฺตเมว ทาตพฺพํ, น ปริวาโส ทาตพฺโพ, น วา ปกฺขมานตฺตํ ทาตพฺพํ.
‘‘อยํ ปน วิเสโส’’ติ วตฺวา ตํ วิเสสํ ทสฺเสตุมาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. ปริวาสทานํ นตฺถิ, ฉารตฺตํ มานตฺตเมว ทาตพฺพํ. กสฺมา? ภิกฺขุนิกาเล ปฏิจฺฉนฺนตฺตา. ภิกฺขุกาเล ฉนฺนาเยว หิ อาปตฺติ ปริวาสารหา โหติ, โน ภิกฺขุนิกาเลติ อยเมตาสํ วิเสโส. ปกฺขมานตฺตํ จรนฺติยาติ อนาทเร สามิวจนํ, ปกฺขมานตฺเต อาจิณฺเณเยวาติ อตฺโถ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘จิณฺณมานตฺตายา’’ติอาทิ. ฉารตฺตํ มานตฺตํ จรนฺตสฺสาติอาทิ วุตฺตนยเมว.
ปริวาสวินิจฺฉยกถา
อิทานิ สงฺฆาทิเสสาปตฺติ ยสฺมา สาวเสสครุกาปตฺติ โหติ สเตกิจฺฉา, ตสฺมา ยถา นาม โรคาตุโร ปุคฺคโล กิญฺจิ อตฺตโน หิตสุขการณํ กาตุํ น สกฺโกติ, ตเมนํ การุณิโก ติกิจฺฉโก กรุณาสญฺโจทิโต ติกิจฺฉํ กตฺวา เคลญฺญโต วุฏฺฐาเปตฺวา หิตสุขํ ชเนติ, เอวํ สงฺฆาทิเสสาปตฺติสมงฺคี ปุคฺคโล อาณาวีติกฺกมนฺตรายิกภาวโต สคฺคโมกฺขมคฺคํ โสเธตุํ น สกฺโกติ, ตเมนํ มหาการุณิโก ภควา มหากรุณาย สญฺโจทิตมานโส อเนเกหิ นเยหิ อาปตฺติโต วุฏฺฐานํ กตฺวา สคฺคโมกฺขสุเข ปติฏฺฐเปติ, ภควโต อธิปฺปายญฺญุโน อฏฺฐกถาจริยาปิ อเนเกหิ การเณหิ ภควโต วจนสฺส อตฺถํ ปกาเสตฺวา วิสุทฺธกามานํ นยํ เทนฺติ, ตถา ฏีกาจริยาทโยปิ. เอวํ ทินฺเน ปน นเย โยนิโส มนสิ กาตุํ สกฺโกนฺตา ปณฺฑิตา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺติ, อสกฺโกนฺตา อญฺญถา อตฺถํ คเหตฺวา น ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺติ, เตสํ ทิฏฺฐานุคตึ อนุคจฺฉนฺตา สิสฺสาทโยปิ ตเถว กโรนฺติ, ตสฺมา ภควโต วจนญฺจ ปุพฺเพนาปรํ สํสนฺทิตฺวา อฏฺฐกถาฏีกาทิวจนญฺจ สมฺมา ตุลยิตฺวา ตถโต ภควโต อธิปฺปายํ ญตฺวา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺเตหิ ครุกาปตฺติโต วุฏฺฐหนตฺถํ โยโค กรณีโย.
ตสฺมา ยทา ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ วินยธรสฺส สนฺติกํ ‘‘ครุกาปตฺติวุฏฺฐานํ กริสฺสามา’’ติ, ตทา วินยธเรน ‘‘ตฺวํ กตราปตฺตึ อาปนฺโน’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ. ‘‘สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺโน’’ติ วุตฺเต ‘‘กตรสงฺฆาทิเสส’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมํ นามา’’ติ วุตฺเต สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยํ โมเจตุกามเจตนา, อุปกฺกโม, มุจฺจนนฺติ ตีณิ องฺคานิ. กายสํสคฺเค มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, กายสํสคฺคราโค, เตน ราเคน วายาโม, หตฺถคฺคาหาทิสมาปชฺชนนฺติ ปญฺจ องฺคานิ. ทุฏฺฐุลฺลวาจายํ มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราโค, เตน ราเคน โอภาสนํ, ตงฺขณวิชานนนฺติ ปญฺจ องฺคานิ. อตฺตกาเม มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, อตฺตกามปาริจริยาย ราโค, เตน ราเคน วณฺณภณนํ, ตงฺขณวิชานนนฺติ ปญฺจ องฺคานิ. สญฺจริตฺเต เยสุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, เตสํ มนุสฺสชาติกตา, นาลํวจนียตา, ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณานีติ ปญฺจ องฺคานิ. กุฏิกาเร อุลฺลิตฺตาทีนํ อญฺญตรตา, เหฏฺฐิมปมาณสมฺภโว, อเทสิตวตฺถุกตา, ปมาณาติกฺกนฺตตา, อตฺตุทฺเทสิกตา, วาสาคารตา, เลปฆฏนาติ สตฺต ปมาณยุตฺตาทีสุ ฉธา องฺคานิ. วิหารกาเร ตานิเยว ฉ องฺคานิ. ทุฏฺฐโทเส ยํ โจเทติ, ตสฺส อุปสมฺปนฺโนติ สงฺขฺยุปคมนํ, ตสฺมึ สุทฺธสญฺญิตา, เยน ปาราชิเกน โจเทติ, ตสฺส ทิฏฺฐาทิวเสน อมูลกตา, จาวนาธิปฺปาเยน สมฺมุขาโจทนา, ตสฺส ตงฺขณวิชานนนฺติ ปญฺจ องฺคานิ. อญฺญภาคิเย อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺส กญฺจิเทสํ เลสมตฺตํ อุปาทิยนตา, ปุริมานิ ปญฺจาติ ฉ องฺคานิ. สงฺฆเภเท เภทาย ปรกฺกมนํ, ธมฺมกมฺเมน สมนุภาสนํ, กมฺมวาจาปริโยสานํ, อปฺปฏินิสฺสชฺชนนฺติ จตฺตาริ องฺคานิ. เภทานุวตฺตเก องฺเคสุ ยถา ตตฺถ ปรกฺกมนํ, เอวํ อิธ อนุวตฺตนนฺติ จตฺตาริ องฺคานิ. ทุพฺพเจ องฺเคสุ ยถา ตตฺถ ปรกฺกมนํ, เอวํ อิธ อวจนียกรณตาติ จตฺตาริ องฺคานิ. กุลทูสเก องฺเคสุ ยถา ตตฺถ ปรกฺกมนํ, เอวํ อิธ ฉนฺทาทีหิ ปาปนนฺติ จตฺตาริ องฺคานิ. อิติ อิมานิ องฺคานิ โสเธตฺวา สเจ องฺคปาริปูรี โหติ, ‘‘สงฺฆาทิเสโส’’ติ วตฺตพฺโพ. โน เจ, ‘‘นายํ สงฺฆาทิเสโส, ถุลฺลจฺจยาทีสุ อญฺญตราปตฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘นายํ วุฏฺฐานคามินี, เทสนาคามินี อยํ อาปตฺติ, ตสฺมา ปติรูปสฺส ภิกฺขุสฺส สนฺติเก เทเสหี’’ติ วตฺวา เทสาเปตพฺโพ.
อถ ปน อนาปตฺติจฺฉายา ปญฺญายติ, ‘‘อนาปตฺตี’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชตพฺพา. สเจ ปน สงฺฆาทิเสสจฺฉายา ปญฺญายติ, ‘‘ตฺวํ อิมํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ฉาเทสิ, น ฉาเทสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ฉาเทมี’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ ตฺวํ น ปริวาสารโห, มานตฺตารโหว โหตี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘ฉาเทมี’’ติ ปน วุตฺเต ‘‘ทสสุ อากาเรสุ อญฺญตรการเณน ฉาเทสิ, อุทาหุ อญฺญการเณนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทสสุ อญฺญตรการเณนา’’ติ วุตฺเต ‘‘เอวมฺปิ มานตฺตารโห โหติ, น ปริวาสารโห’’ติ วตฺตพฺโพ. อถ ‘‘อญฺญการเณนา’’ติ วทติ, เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ตฺวํ อาปตฺติอาปนฺนภาวํ ชานนฺโต ปฏิจฺฉาเทสิ, อุทาหุ อชานนฺโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อชานนฺโต ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ วุตฺเต จ ‘‘อาปตฺติอาปนฺนภาวํ สรนฺโต ปฏิจฺฉาเทสิ, อุทาหุ วิสริตฺวา ปฏิจฺฉาเทสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘วิสริตฺวา ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ วุตฺเต จ ‘‘อาปตฺติอาปนฺนภาเว เวมติโก หุตฺวา ปฏิจฺฉาเทสิ, อุทาหุ นิพฺเพมติโก หุตฺวา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เวมติโก หุตฺวา’’ติ วุตฺเต จ ‘‘น ตฺวํ ปริวาสารโห, มานตฺตารโหว โหตี’’ติ วตฺตพฺโพ.
อถ ‘‘ชานนฺโต ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ วุตฺเต จ ‘‘สรนฺโต ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ วุตฺเต จ ‘‘นิพฺเพมติโก หุตฺวา ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ วุตฺเต จ ‘‘ตฺวํ ปริวาสารโห’’ติ วตฺตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ สมุจฺจยกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๔๔) ‘‘โส เอวํ วทติ ‘ยายํ, อาวุโส, อาปตฺติ ชานปฏิจฺฉนฺนา, ธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ, ธมฺมตฺตา รุหติ. ยา จ ขฺวายํ, อาวุโส, อาปตฺติ อชานปฺปฏิจฺฉนฺนา, อธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ, อธมฺมตฺตา น รุหติ. เอกิสฺสา, อาวุโส, อาปตฺติยา ภิกฺขุ มานตฺตารโห’’’ติ จ, ‘‘โส เอวํ วทติ ‘ยายํ อาปตฺติ สรมานปฏิจฺฉนฺนา, ธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ, ธมฺมตฺตา รุหติ. ยา จ ขฺวายํ อาปตฺติ อสรมานปฏิจฺฉนฺนา, อธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ, อธมฺมตฺตา น รุหติ. เอกิสฺสา, อาวุโส, อาปตฺติยา ภิกฺขุ มานตฺตารโห’’’ติ จ, ‘‘โส เอวํ วทติ ‘ยายํ, อาวุโส, อาปตฺติ นิพฺเพมติกปฏิจฺฉนฺนา, ธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ, ธมฺมตฺตา รุหติ. ยา จ ขฺวายํ, อาวุโส, อาปตฺติ เวมติกปฏิจฺฉนฺนา, อธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ, อธมฺมตฺตา น รุหติ. เอกิสฺสา, อาวุโส, อาปตฺติยา ภิกฺขุมานตฺตารโห’’’ติ จ.
เอวํ ปริวาสารหภาวํ ปกาเสตฺวา ‘‘อยํ ภิกฺขุ ปริวาสารโห, ตีสุ ปริวาเสสุ กตรปริวาสารโห’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ภิกฺขุ ตฺวํ กติ อาปตฺติโย ฉาเทสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอกํ อาปตฺติ’’นฺติ วา ‘‘เทฺว ตีณิ ตตุตฺตริ วา อาปตฺติโย ฉาเทมี’’ติ วา วุตฺเต ‘‘กตีหํ ตฺวํ อาปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอกาหเมวาหํ ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ วา ‘‘ทฺวีหํ ตีหํ ตตุตฺตริ วา ปฏิจฺฉาเทมี’’ติ วา วุตฺเต ‘‘ยาวตีหํ ปฏิจฺฉาเทสิ, ตาวตีหํ ตฺวํ ปฏิวสิสฺสสี’’ติ วตฺตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘ยาวตีหํ ชานํ ปฏิจฺฉาเทติ, ตาวตีหํ เตน ภิกฺขุนา อกามา ปริวตฺถพฺพ’’นฺติ. ตโต ‘‘อยํ ภิกฺขุ อาปตฺติปริยนฺตํ ชานาติ, ตสฺมา ปฏิจฺฉนฺนปริวาสารโห’’ติ (ปารา. ๔๔๒) ญตฺวา ตทนุรูปา กมฺมวาจา กาตพฺพา.
เอตฺถ จ อาปตฺติปริยนฺตปุจฺฉนํ กมฺมวาจากรณตฺถเมว โหติ, รตฺติปริยนฺตปุจฺฉนํ ปน ตทตฺถญฺเจว สุทฺธนฺตปริวาสสฺส อนนุรูปภาวทสฺสนตฺถญฺจ โหติ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (จุฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) ‘‘โส ทุวิโธ จูฬสุทฺธนฺโต มหาสุทฺธนฺโตติ, ทุวิโธปิ เจส รตฺติปริจฺเฉทํ สกลํ วา เอกจฺจํ วา อชานนฺตสฺส จ อสรนฺตสฺส จ ตตฺถ เวมติกสฺส จ ทาตพฺโพ. อาปตฺติปริยนฺตํ ปน ‘อหํ เอตฺตกา อาปตฺติโย อาปนฺโน’ติ ชานาตุ วา, มา วา, อการณเมต’’นฺติ. ตโต ตสฺส ภิกฺขุโน นิสีทนฏฺฐานํ ชานิตพฺพํ. ทุวิธญฺหิ นิสีทนฏฺฐานํ อนิกฺขิตฺตวตฺเตน นิสีทิตพฺพฏฺฐานํ, นิกฺขิตฺตวตฺเตน นิสีทิตพฺพฏฺฐานนฺติ.
ตตฺถ อปฺปภิกฺขุเก วิหาเร สภาคภิกฺขูนํ วสนฏฺฐาเน อุปจารสีมาปริจฺฉินฺโน อนฺโตวิหาโร อนิกฺขิตฺตวตฺเตน นิสีทิตพฺพฏฺฐานํ โหติ. อุปจารสีมํ อติกฺกมฺม มหามคฺคโต โอกฺกมฺม คุมฺพวติปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานํ นิกฺขิตฺตวตฺเตน นิสีทิตพฺพฏฺฐานํ โหติ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) ‘‘สเจ อปฺปภิกฺขุโก วิหาโร โหติ, สภาคา ภิกฺขู วสนฺติ, วตฺตํ อนิกฺขิปิตฺวา วิหาเรเยว รตฺติปริคฺคโห กาตพฺโพ. อถ น สกฺกา โสเธตุํ, วุตฺตนเยเนว วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปจฺจูสสมเย เอเกน ภิกฺขุนา สทฺธึ มานตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว อุปจารสีมํ อติกฺกมิตฺวา มหามคฺคา โอกฺกมฺม ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา อนฺโตอรุเณเยว วุตฺตนเยเนว วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน ปริวาโส อาโรเจตพฺโพ’’ติ. ‘‘มานตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนวา’’ติ จ ‘‘สเจ อปฺปภิกฺขุโก วิหาโร โหติ, สภาคา ภิกฺขู วสนฺติ, วตฺตํ อนิกฺขิปิตฺวา อนฺโตวิหาเรเยว รตฺติโย คเณตพฺพา. อถ น สกฺกา โสเธตุํ, วุตฺตนเยเนว วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปจฺจูสสมเย จตูหิ ปญฺจหิ วา ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโต, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา มหามคฺคโต โอกฺกมฺม คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน นิสีทิตพฺพ’’นฺติ (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๓๘) อิทํ วจนํ สนฺธาย วุตฺตํ.
ตตฺถ อปฺปภิกฺขุโก วิหาโร โหตีติ อิทํ พหุภิกฺขุเก วิหาเร อญฺเญ ภิกฺขู คจฺฉนฺติ, อญฺเญ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ, ตสฺมา รตฺติจฺเฉทวตฺตเภทการณานิ โสเธตุํ ทุกฺกรตฺตา วุตฺตํ. วกฺขติ หิ ‘‘อถ น สกฺกา โสเธตุ’’นฺติ. สภาคา ภิกฺขู วสนฺตีติ อิทํ วิสภาคานํ เวรีภิกฺขูนํ สนฺติเก วตฺตํ อาโรเจนฺโต ปกาเสตุกาโม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๓๖) ‘‘ตสฺมา อเวริสภาคสฺส สนฺติเก อาโรเจตพฺพา. โย ปน วิสภาโค โหติ สุตฺวา ปกาเสตุกาโม, เอวรูปสฺส อุปชฺฌายสฺสปิ สนฺติเก นาโรเจตพฺพา’’ติ, ตสฺมา วิสภาคานํ วสนฏฺฐาเน วตฺตํ อสมาทิยิตฺวา พหิเยว กาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ. วิหาเรเยวาติ อนฺโตอุปจารสีมายเมว. วกฺขติ หิ ‘‘อถ น สกฺกา…เป… อุปจารสีมํ อติกฺกมิตฺวา’’ติ. รตฺติปริคฺคโห กาตพฺโพติ รตฺติคณนา กาตพฺพา. วุตฺตญฺหิ มานตฺตวณฺณนายํ ‘‘รตฺติโย คเณตพฺพา’’ติ. อถ น สกฺกา โสเธตุนฺติ พหุภิกฺขุกตฺตา วา วิหารสฺส วิสภาคานํ วสนฏฺฐานตฺตา วา รตฺติจฺเฉทวตฺตาเภทการณานิปิ โสเธตุํ น สกฺกา. วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวาติ ปริวาสวตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา. ปจฺจูสสมเยติ ปจฺฉิมยามกาเล อรุโณทยโต ปุเรตรเมว. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘อนฺโตอรุเณเยว วุตฺตนเยน วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน ปริวาโส อาโรเจตพฺโพ’’ติ. เอเกน ภิกฺขุนา สทฺธินฺติ วิปฺปวาสรตฺติจฺเฉทวิมุจฺจนตฺถํ วินา ปกตตฺเตน สภิกฺขุกอาวาสอภิกฺขุกอนาวาสคมนสงฺขาตวตฺตเภทวิมุจฺจนตฺถญฺจ วุตฺตํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา สภิกฺขุกา อาวาสา อภิกฺขุโก อนาวาโส คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร ปกตตฺเตน อญฺญตฺร อนฺตรายา’’ติ (จูฬว. ๗๖).
มานตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนเยนาติ ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโต, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา’’ติ วุตฺตนเยน. ยทิ เอวํ วิสมมิทํ นยทสฺสนํ, ปริกฺเขปปริกฺเขปารหฏฺฐาเน เอว หิ อุปจารสีมา โหติ, กสฺมา ตตฺถ อุปจารสีมโต เทฺวเลฑฺฑุปาตาติกฺกโม วุตฺโต, อิธ ปน อุปจารสีมาติกฺกโม เอวาติ? สจฺจํ, ตถาปิ วิหาเร ภิกฺขูนํ สชฺฌายาทิสทฺทสวนสพฺภาวโต สุวิทูราติกฺกโม วุตฺโต, อิธ ปน อุปจารสีมโต อติกฺกมมตฺโตปิ อติกฺกโมเยวาติ กตฺวา วุตฺโต. พุทฺธมตญฺญุโน หิ อฏฺฐกถาจริยา. ตถา หิ วุตฺตํ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๙๗) ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโตติอาทิ กิญฺจาปิ ปาฬิยํ นตฺถิ, อถ โข อฏฺฐกถาจริยานํ วจเนน ตถา เอว ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ จ วุตฺต’’นฺติ.
มานตฺตวณฺณนายํ จตูหิ ปญฺจหิ วา ภิกฺขูหิ สทฺธินฺติ อิทํ ปน อูเนคเณจรณรตฺติจฺเฉทวิมุจฺจนตฺถํ วุตฺตํ. เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวาติอาทิ อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ สวนูปจารทสฺสนูปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ. เตเนวาห ฏีกาจริโย ‘‘เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวาติ อิทํ วิหาเร ภิกฺขูนํ สชฺฌายาทิสทฺทสวนูปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ, ‘มหามคฺคโต โอกฺกมฺมาติ อิทํ มคฺคปฏิปนฺนานํ ภิกฺขูนํ สวนูปจารวิชหนตฺถํ, คุมฺเพน วาติอาทิ ทสฺสนูปจารวิชหนตฺถ’’นฺติ. ตสฺมา ยถาวุตฺตํ ทุวิธํ ฐานํ ปริวสนฺตมานตฺตจาริกภิกฺขูหิ นิสีทิตพฺพฏฺฐานํ โหติ. เตสุ จ ยทิ อนฺโตวิหาเรเยว นิสีทิตฺวา ปริวสติ, อุปจารสีมคตานํ สพฺเพสํ ภิกฺขูนํ อาโรเจตพฺพํ โหติ. อถ พหิอุปจารสีมายํ, ทิฏฺฐรูปานํ สุตสทฺทานํ อาโรเจตพฺพํ. อทิฏฺฐอสุตานมฺปิ อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํ อาโรเจตพฺพเมว. วุตฺตญฺหิ วชิรพุทฺธิฏีกายํ ‘‘วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา วสนฺตสฺส อุปจารสีมคตานํ สพฺเพสํ อาโรจนกิจฺจํ นตฺถิ, ทิฏฺฐรูปานํ สุตสทฺทานํ อาโรเจตพฺพํ. อทิฏฺฐอสฺสุตานมฺปิ อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํ อาโรเจตพฺพํ. อิทํ วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา วสนฺตสฺส ลกฺขณนฺติ วุตฺต’’นฺติ. อิทญฺจ วตฺตํ อนิกฺขิปิตฺวา วสนฺตสฺส อนฺโตวิหาเรเยว รตฺติปริคฺคหสฺส จ นิกฺขิปิตฺวา วสนฺตสฺส อุปจารสีมํ อติกฺกมิตฺวา วตฺตสมาทานสฺส จ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา วุตฺตํ. อุปจาโร ปน อนฺโตสีมาย ฐิตานํ สกลอุปจารสีมา โหติ, พหิอุปจารสีมาย ฐิตานํ ทฺวาทสหตฺถมตฺตํ. เตเนว หิ อุทฺเทสภตฺตาทิสงฺฆลาโภ ยทิ อนฺโตสีมาย อุปฺปชฺชติ, สีมฏฺฐกสงฺฆสฺส โหติ. ยทิ พหิสีมายํ, ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเร ปตฺตภิกฺขูนํ, ตสฺมา อุปจารวเสนปิ เอส อตฺโถ วิญฺญายติ. ตถา หิ วุตฺตํ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๙๗) ‘‘อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาติ ทฺวาทสหตฺเถ อุปจาเร สลฺลกฺเขตฺวา อนิกฺขิตฺตวตฺตานํ อุปจารสีมาย อาคตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา สหวาสาทิกํ เวทิตพฺพนฺติ จ วุตฺต’’นฺติ.
เอวํ อนิกฺขิตฺตวตฺตานํ หุตฺวา ปริวสนฺตานํ อนฺโตวิหาเรเยว วสนสฺส, นิกฺขิตฺตวตฺตานํ หุตฺวา ปริวสนฺตานํ วิหารโต พหิ เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา วสนสฺส จ อฏฺฐกถาทีสุ ปกรเณสุ อาคตตฺตา ตถาคตนโย ปกรณาคตนโย โหติ. อิทานิ ปน อาจริยา อนิกฺขิตฺตวตฺตสฺส จ รตฺติจฺเฉทวตฺตเภทโทเส ปริหริตุํ อติทุกฺกรตฺตา, นิกฺขิตฺตวตฺตสฺส จ เทวสิกํ ปจฺจูสสมเย พหิสีมคมนสฺส ทุกฺขตฺตา, วาฬสรีสปาทิปริสยสฺส จ อาสงฺกิตพฺพภาวโต รตฺติจฺเฉทวตฺตเภทปริหรณวเสน ลกฺขณปาริปูริเมว มนสิ กโรนฺตา นิกฺขิตฺตวตฺตาปิ สมานา อนฺโตวิหาเรเยว ปริวาสวสนญฺจ มานตฺตจรณญฺจ กโรนฺติ.
เอกจฺเจ อาจริยา พหิอุปจารสีมายํ ปติรูปฏฺฐาเน ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ วสนสาลํ การาเปตฺวา ปาริวาสิกภิกฺขูนํ นิปชฺชนมญฺจํ สพฺพโต ฉนฺนปริจฺฉินฺนํ สทฺวารพนฺธนํ สุคุตฺตํ การาเปตฺวา ตํ ปเทสํ วติยา ปริกฺขิปาเปตฺวา สายนฺหสมเย ตตฺถ คนฺตฺวา อุปฏฺฐากสามเณราทโย นิวตฺตาเปตฺวา ปุริมยาเม วา มชฺฌิมยาเม วา สมนฺตโต สทฺทฉิชฺชนกาเล ปกตตฺตภิกฺขู สาลายํ นิปชฺชาเปตฺวา ปาริวาสิกภิกฺขู วตฺตํ สมาทาเปตฺวา อาโรจาเปตฺวา อตฺตโน อตฺตโน มญฺจเกสุ นิปชฺชาเปตฺวา ปจฺฉิมยามกาเล อุฏฺฐาเปตฺวา อรุเณ อุฏฺฐิเต อาโรจาเปตฺวา วตฺตํ นิกฺขิปาเปนฺติ. เอส นโย ปกรเณสุ อนาคตตฺตา อาจริยานํ มเตน กตตฺตา อาจริยนโย นาม. เอส นโยปิ ยถารุตโต ปกรเณสุ อนาคโตปิ ปกรณานุโลมวเสน รตฺติจฺเฉทวตฺตเภทโทเส ปริหริตฺวา ลชฺชิเปสเลหิ พหุสฺสุเตหิ สิกฺขากาเมหิ วินเย ปกตญฺญูหิ วิจาริโต สมาโน สุนฺทโร ปสตฺโถว โหติ, ตสฺมา ‘‘อนุโลมนโย’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ.
นนุ จ อนิกฺขิตฺตวตฺตานํเยว อนฺโตวิหาเร วสนํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, อถ กสฺมา นิกฺขิตฺตวตฺตาปิ สมานา วสนฺตีติ? สจฺจํ, ตตฺถ ปน อปฺปภิกฺขุกตฺตา สภาคภิกฺขูนํ วสนฏฺฐานตฺตา จ รตฺติจฺเฉทวตฺตเภทโทเส จ ปริหริตุํ สกฺกุเณยฺยภาวโต สกลรตฺตินฺทิวมฺปิ วตฺตํ อนิกฺขิปิตฺวา วสนํ วุตฺตํ, อิธ ปน ตถา อสกฺกุเณยฺยภาวโต ทิวา วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา รตฺติยํ สมาทิยนฺโต อาคนฺตุกานํ อนาคมนกาลภาวโต, สทฺทฉิชฺชนกาลภาวโต จ รตฺติจฺเฉทาทิโทเส ปริหริตุํ สกฺกุเณยฺยตฺตา ตทนุโลโมเยว โหตีติ มนฺตฺวา อาจริยา เอวํ กโรนฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ โหตุ, พหิอุปจารสีมาย วสนฺตานํ ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน นิสีทนเมว อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, น ปกตตฺตสาลากรณมญฺจกรณาทีนิ, อถ กสฺมา เอตานิ กโรนฺตีติ? สจฺจํ, ตถาปิ ปกตตฺตสาลากรณํ ปาริวาสิกานํ ภิกฺขูนํ ปกตตฺเตหิ ภิกฺขูหิ วิปฺปวาสรตฺติจฺเฉทวตฺตเภทโทสปริหรณตฺถํ, ตํ ‘‘ตโย โข, อุปาลิ, ปาริวาสิกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉทา สหวาโส, วิปฺปวาโส, อนาโรจนา’’ติ วุตฺตปาฐํ (จูฬว. ๘๓) อนุโลเมติ. มญฺจกรณํ สหวาสรตฺติจฺเฉทวตฺตเภทโทสปริหรณตฺถํ, ตํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา ปกตตฺเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วตฺถพฺพํ, น เอกจฺฉนฺเน อนาวาเส วตฺถพฺพํ, น เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วา อนาวาเส วา วตฺถพฺพ’’นฺติ วุตฺตปาฐญฺจ (จูฬว. ๘๑) ยถาวุตฺตปาฐญฺจ อนุโลเมติ. อาทิ-สทฺเทน สายนฺหสมเย คมนาทีนิ สงฺคณฺหาติ. เตสุ อฏฺฐกถายํ ปจฺจูสสมเย คมเน เอว วุตฺเตปิ สายนฺหสมเย คมนํ รตฺติคมนสฺส พหุปริสฺสยตฺตา ปริสฺสยวิโนทนตฺถํ, ตํ ‘‘อนฺตรายโต ปริมุจฺจนตฺถาย คนฺตพฺพเมวา’’ติ วุตฺตํ อฏฺฐกถาปาฐํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖) อนุโลเมติ. อุปฏฺฐากสามเณราทีนํ นิวตฺตาปนํ อนุปสมฺปนฺเนน สหเสยฺยสงฺกานิวตฺตนตฺถํ, ตํ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน สหเสยฺยํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ วุตฺตํ มาติกาปาฐํ (ปาจิ. ๔๙) อนุโลเมติ. ปุริมยาเม วา มชฺฌิมยาเม วา สมนฺตโต สทฺทฉิชฺชนกาเล ปกตตฺตภิกฺขู สาลายํ นิปชฺชาเปตฺวา ปาริวาสิกภิกฺขูนํ วตฺตสมาทาปนํ อญฺญภิกฺขูนํ สทฺทสวนวิวชฺชนตฺถํ, ตํ อนาโรจนรตฺติจฺเฉทโทสปริหรณตฺถํ, ตํ ยถาวุตฺตรตฺติจฺเฉทปาฐํ อนุโลเมติ.
นนุ จ อฏฺฐกถายํ อนฺโตอรุเณเยว วตฺตสมาทาปนํ วุตฺตํ, อถ กสฺมา ‘‘ปุริมยามมชฺฌิมยาเมสู’’ติ วุตฺตนฺติ? นายํ โทโส, หิยฺโยอรุณุคฺคมนโต ปฏฺฐาย หิ ยาว อชฺชอรุณุคฺคมนา เอโก รตฺตินฺทิโว อชฺชอรุณสฺส อนฺโต นาม, อชฺชอรุณโต ปฏฺฐาย ปจฺฉากาโล อรุณสฺส พหิ นาม, ตสฺมา ปุริมมชฺฌิมยาเมสุ กตวตฺตสมาทานมฺปิ อรุโณทยโต ปุเร กตตฺตา อนฺโตอรุเณ กตํเยว โหติ. วตฺตํ อสมาทิยิตฺวา นิปชฺชเน จ สติ นิทฺทาวเสน อรุณุคฺคมนกาลํ อชานิตฺวา วตฺตสมาทานํ อติกฺกนฺตํ ภเวยฺย, ตสฺมา ปุเรตรเมว สมาทานํ กตฺวา นิปชฺชนํ ญายาคตํ โหติ, ‘‘อนฺโตอรุเณเยว วุตฺตนเยเนว วตฺตํ สมาทิยิตฺวา’’ติ วุตฺตอฏฺฐกถาปาฐญฺจ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) อนุโลเมติ.
เอวํ โหตุ, เอวํ สนฺเตปิ กสฺมา ‘‘อาโรจาเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ, นนุ มาฬกสีมายํ สมาทินฺนกาเลเยว วตฺตมาโรจิตนฺติ? สจฺจํ อาโรจิตํ, อยํ ปน ภิกฺขุ ทิวา วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา นิสินฺโน, อิทานิ สมาทินฺโน, ตสฺมา มาฬกสีมาย อาโรจิตมฺปิ ปุน อาโรเจตพฺพํ โหติ. อิทมฺปิ ‘‘อนฺโตอรุเณเยว วุตฺตนเยเนว วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน ปริวาโส อาโรเจตพฺโพ’’ติ ปาฐํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) อนุโลเมติ. อถ ‘‘อตฺตโน อตฺตโน มญฺจเกสุ นิปชฺชาเปตฺวา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อญฺญมญฺญสฺส มญฺเจสุ นิปชฺชมานาปิ ปกตตฺตสาลโต นิพฺโพทกปตนฏฺฐานโต พหิ นิปชฺชมานา สหวาสรตฺติจฺเฉทโทสโต มุตฺตาเยวาติ? น ปเนวํ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ปาริวาสิโก ปกตตฺตภิกฺขูเหว เอกจฺฉนฺเน นิปนฺโน สหวาสรตฺติจฺเฉทปฺปตฺโต โหติ, อถ โข อญฺญมญฺญมฺปิ โหติเยว. วุตฺตญฺเจตํ สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๘๑) ‘‘สเจ หิ เทฺว ปาริวาสิกา เอกโต วเสยฺยุํ, เต อญฺญมญฺญสฺส อชฺฌาจารํ ญตฺวา อคารวา วา วิปฺปฏิสาริโน วา หุตฺวา ปาปิฏฺฐตรํ วา อาปตฺตึ อาปชฺเชยฺยุํ วิพฺภเมยฺยุํ วา, ตสฺมา เนสํ สหเสยฺยา สพฺพปฺปกาเรน ปฏิกฺขิตฺตา’’ติ. ‘‘ปจฺฉิมยามกาเล อุฏฺฐาเปตฺวา อรุเณ อุฏฺฐิเต อาโรจาเปตฺวา วตฺตํ นิกฺขิปาเปนฺตี’’ติ เอตฺถ อรุเณ อนุฏฺฐิเตเยว วตฺตนิกฺขิปเน กริยมาเน รตฺติจฺเฉโท โหติ, สา รตฺติ คณนูปคา น โหติ, ตสฺมา ปฐมปริจฺเฉเท วุตฺตํ อรุณกถาวินิจฺฉยํ โอโลเกตฺวา อรุณุคฺคมนภาโว สุฏฺฐุ ชานิตพฺโพ.
‘‘อาโรจาเปตฺวา วตฺตํ นิกฺขิปาเปตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. กสฺมา อาโรจาเปติ, นนุ สมาทินฺนกาเลเยว อาโรจิตนฺติ? สจฺจํ, ตถาปิ ปาริวาสิกวตฺตสมาทานกาเล อาโรจิเตสุ ภิกฺขูสุ เอกจฺเจ นิกฺขิปนกาเล คจฺฉนฺติ, อญฺเญ อาคจฺฉนฺติ, เอวํ ปริสสงฺกมนมฺปิ สิยา, ตถา จ สติ อภินวาคตานํ สพฺภาวา อาโรเจตพฺพํ โหติ, อสติ ปน อภินวาคตภิกฺขุมฺหิ อาโรจนกิจฺจํ นตฺถิ. เอวํ สนฺเตปิ อาโรจเน โทสาภาวโต ปุน อาโรจนํ ญายาคตํ โหติ, มานตฺตจรณกาเล ปน สมาทาเน อาโรจิเตปิ นิกฺขิปเน อวสฺสํ อาโรเจตพฺพเมว. กสฺมา? ทิวสนฺตรภาวโต. ‘‘เทวสิกํ อาโรเจตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๐) หิ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ สายํ สมาทานกาเล อาโรเจสฺสติ, ตสฺมา นิกฺขิปเน อาโรจนกิจฺจํ นตฺถีติ เจ? น, สายํ สมาทานกาเล เอเต ภิกฺขู อาคจฺฉิสฺสนฺติปิ, น อาคจฺฉิสฺสนฺติปิ, อนาคตานํ กถํ อาโรเจตุํ ลภิสฺสติ, อนาโรจเน จ สติ รตฺติจฺเฉโท สิยา, ตสฺมา ตสฺมึ ทิวเส อรุเณ อุฏฺฐิเต วตฺตนิกฺขิปนโต ปุเรเยว อาโรเจตพฺพนฺติ โน มติ, สุฏฺฐุตรํ อุปธาเรตฺวา คเหตพฺพํ. เอวํ ปกรณาคตนเยน วา ปกรณานุโลมอาจริยนเยน วา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อาณํ ปติฏฺฐาเปนฺเตน วินยโกวิเทน พหุสฺสุเตน ลชฺชีเปสลภูเตน วินยธเรน วิสุทฺธิกามานํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ สีลวิสุทฺธตฺถาย สุฏฺฐุ วิจาเรตฺวา ปริวาสวตฺตามานตฺตจรณวตฺตานิ อาจิกฺขิตพฺพานีติ.
อิมสฺมึ ฐาเน ลชฺชีภิกฺขูนํ ปริวาสาทิกถาย กุสลตฺถํ นานาวาทนโย วุจฺจเต – เกจิ ภิกฺขู ‘‘ปกตตฺตสาลํ กุรุมาเนน ตสฺสา สาลาย มชฺเฌ ถมฺภํ นิมิตฺตํ กตฺวา ตโต ทฺวาทสหตฺถมตฺตํ ปเทสํ สลฺลกฺเขตฺวา ยถา ปญฺญตฺเต ปาริวาสิกานํ มญฺเจ นิปนฺนสฺส ภิกฺขุสฺส คีวา ตสฺส ปเทสสฺส อุปริ โหติ, ตถา ปญฺญาเปตพฺโพ. เอวํ กเต สุกตํ โหตี’’ติ วทนฺติ กโรนฺติ จ. เอกจฺเจ ‘‘มญฺเจ นิปนฺนสฺส ภิกฺขุสฺส กฏิ ตสฺส ปเทสสฺส อุปริ โหติ, ยถา ปญฺญาเปตพฺโพ, เอวํ กเต สุกตํ โหตี’’ติ วทนฺติ กโรนฺติ จ, ตํ วจนํ เนว ปาฬิยํ, น อฏฺฐกถาฏีกาทีสุ วิชฺชติ, เกวลํ เตสํ ปริกปฺปเมว. อยํ ปน เนสํ อธิปฺปาโย สิยา – ‘‘ทฺวาทสหตฺถํ ปน อุปจารํ มุญฺจิตฺวา นิสีทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตวจนญฺจ ‘‘อถ ทฺวาทสหตฺถํ อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา อชานนฺตสฺเสว คจฺฉติ, รตฺติจฺเฉโท โหติ เอว, วตฺตเภโท ปน นตฺถี’’ติ อฏฺฐกถาวจนญฺจ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) ‘‘อทิฏฺฐอสฺสุตานมฺปิ อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํ อาโรเจตพฺพ’’นฺติ วุตฺตฏีกาวจนญฺจ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๙๗) ‘‘อทิฏฺฐอสฺสุตานมฺปิ อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํ อาโรเจตพฺพํ, ‘อิทํ วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา วสนฺตสฺส ลกฺขณ’นฺติ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตวชิรพุทฺธิฏีกาวจนญฺจ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๙๗) ‘‘อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาติ ทฺวาทสหตฺเถ อุปจาเร สลฺลกฺเขตฺวา, อนิกฺขิตฺตวตฺตานํ อุปจารสีมาย อาคตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา สหวาสาทิกํ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ วชิรพุทฺธิฏีกาวจนญฺจ ปสฺสิตฺวา อโยนิโส อตฺถํ คเหตฺวา สพฺพตฺถ ทฺวาทสหตฺถเมว ปมาณํ, ตโต อูนมฺปิ อธิกมฺปิ น วฏฺฏติ, ตสฺมา ยถาวุตฺตนเยน มชฺเฌ ถมฺภโต ทฺวาทสหตฺถมตฺเต ปเทเส นิปนฺนสฺส ภิกฺขุสฺส คีวา วา กฏิ วา โหตุ, เอวํ สนฺเต ทฺวาทสหตฺถปฺปเทเส ปาริวาสิกภิกฺขุ โหติ, ตโต สหวาสโต วา วิปฺปวาสโต วา รตฺติจฺเฉทวตฺตเภทโทสา น โหนฺตีติ.
ตเตฺรวํ ยุตฺตายุตฺตวิจารณา กาตพฺพา. ยถาวุตฺตปาเฐสุ ปฐมปาฐสฺส อยมธิปฺปาโย – ปกตตฺตภิกฺขุมฺหิ ฉมาย นิสินฺเน ยทิ ปาริวาสิกภิกฺขุ อาสเน นิสีทิตุกาโม, ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน นิสินฺนฏฺฐานโต ทฺวาทสหตฺถํ อุปจารํ มุญฺจิตฺวาว นิสีทิตุํ วฏฺฏติ, น ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเรติ. เอเตน ทฺวีสุปิ ฉมาย นิสินฺเนสุ ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเรปิ วฏฺฏติ, ทฺวาทสหตฺถปฺปเทสโต พหิ นิสีทนฺโต อาสเนปิ นิสีทิตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘น ฉมาย นิสินฺเนติ ปกตตฺเต ภูมิยํ นิสินฺเน อิตเรน อนฺตมโส ติณสนฺถเรปิ อุจฺจตเร วาลิกตเลปิ วา น นิสีทิตพฺพํ, ทฺวาทสหตฺถํ ปน อุปจารํ มุญฺจิตฺวา นิสีทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๘๑). อิติ ปกตตฺเต ฉมาย นิสินฺเน ปาริวาสิเกน นิสีทิตพฺพฏฺฐานทีปโก อยํ ปาโฐ, น มญฺจปญฺญาปนฏฺฐานสยนฏฺฐานทีปโก, ตํ ปุพฺพาปรปริปุณฺณํ สกลํ ปาฐํ อโนโลเกตฺวา เอกเทสมตฺตเมว ปสฺสิตฺวา ปริกปฺปวเสน อโยนิโส อธิปฺปายํ คณฺหนฺติ.
ทุติยปาฐสฺส ปน อยมธิปฺปาโย – พหิ อุปจารสีมาย ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน วตฺตํ สมาทิยิตฺวา นิสินฺเน ภิกฺขุสฺมึ ตสฺส นิสินฺนฏฺฐานโต ทฺวาทสหตฺถํ อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา ตสฺส อชานนฺตสฺเสว อญฺโญ ภิกฺขุ คจฺฉติ, ตสฺส ปาริวาสิกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉโท โหติ, วตฺตเภโท ปน นตฺถิ. กสฺมา รตฺติจฺเฉโท โหติ? อุปจารํ โอกฺกมิตตฺตา. กสฺมา น วตฺตเภโท? อชานนฺตตฺตาติ. เอเตน พหิอุปจารสีมาย อุปจาโร ทฺวาทสหตฺถปฺปมาโณ โหติ อาโรจนกฺเขตฺตภูโตติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน นิสีทิตพฺพํ, อนฺโตอรุเณเยว วุตฺตนเยน วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตพฺพํ. สเจ อญฺโญ โกจิ ภิกฺขุ เกนจิเทว กรณีเยน ตํ ฐานํ อาคจฺฉติ, สเจ เอส ตํ ปสฺสติ, สทฺทํ วาสฺส สุณาติ, อาโรเจตพฺพํ. อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภโท จ. อถ ทฺวาทสหตฺถํ อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา อชานนฺตสฺเสว คจฺฉติ, รตฺติจฺเฉโท โหติ เอว, วตฺตเภโท ปน นตฺถี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗). อิติ อยมฺปิ ปาโฐ อาโรจนกฺเขตฺตทีปโก โหติ, น มญฺจปญฺญาปนาทิทีปโกติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตติยปาฐสฺส ปน อยมธิปฺปาโย – กึ พหิอุปจารสีมาย วตฺตสมาทานฏฺฐานํ อาคตภิกฺขูนํ ทิฏฺฐรูปานํ สุตสทฺทานํเยว อาโรเจตพฺพนฺติ ปุจฺฉาย สติ อทิฏฺฐอสฺสุตานมฺปิ อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํ อาโรเจตพฺพนฺติ วิสฺสชฺเชตพฺพนฺติ. เอเตน อทิฏฺฐอสฺสุตานํ ปน อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํเยว อาโรเจตพฺพํ, น พหิทฺวาทสหตฺถคตานํ, ทิฏฺฐสุตานํ ปน อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานมฺปิ พหิทฺวาทสหตฺถคตานมฺปิ อากาสาทิคตานมฺปิ อาโรเจตพฺพเมวาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อยํ ปเนตฺถ เถรสฺส อธิปฺปาโย – วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปริวสนฺตสฺส อุปจารคตานํ สพฺเพสํ อาโรจนกิจฺจํ นตฺถิ, ทิฏฺฐรูปานํ สุตสทฺทานํ อาโรเจตพฺพํ, อทิฏฺฐอสฺสุตานมฺปิ อนฺโตทฺวาทสหตฺถคตานํ อาโรเจตพฺพํ. อิทํ วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปริวสนฺตสฺส ลกฺขณ’’นฺติ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๙๗). อิติ อยมฺปิ ปาโฐ อาโรเจตพฺพลกฺขณทีปโก โหติ, น มญฺจปญฺญาปนาทิทีปโกติ. จตุตฺถปาฐสฺส อธิปฺปาโยปิ ตติยปาฐสฺส อธิปฺปายสทิโสว.
ปญฺจมปาฐสฺส ปน อยมธิปฺปาโย – อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาติ เอตฺถ เอตสฺมึ อฏฺฐกถาวจเน นิกฺขิตฺตวตฺตานํ ภิกฺขูนํ อตฺตโน นิสินฺนฏฺฐานโต ทฺวาทสหตฺเถ อุปจาเร อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา อนิกฺขิตฺตวตฺตานํ อุปจารสีมาย อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อาคตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา สหวาสาทิกํ เวทิตพฺพํ. อาทิ-สทฺเทน วิปฺปวาสอนาโรจนอูเนคเณจรณานิ สงฺคณฺหาติ. อยญฺจ ยสฺมา คณสฺส อาโรเจตฺวา ภิกฺขูนญฺจ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา วสิ, ตสฺมา นิกฺขิตฺตวตฺตานํ พหิอุปจารสีมาย สมาทินฺนตฺตา อตฺตโน นิสินฺนฏฺฐานโต ทฺวาทสหตฺเถ อุปจาเร อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา อนิกฺขิตฺตวตฺตานํ อนฺโตวิหาเร สมาทินฺนตฺตา อุปจารสีมาย อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อาคตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา สหวาสวิปฺปวาสอนาโรจนอูเนคเณจรณสงฺขาตานิ วตฺตจฺเฉทการณานิ เวทิตพฺพานีติ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) ‘‘อยญฺจ ยสฺมา คณสฺส อาโรเจตฺวา ภิกฺขูนญฺจ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาว วสิ, เตนสฺส อูเนคเณจรณโทโส วา วิปฺปวาโส วา น โหตี’’ติ. อิติ อยญฺจ ปาโฐ ปกตตฺตภิกฺขูสุ คเตสุปิ วตฺตํ อาโรเจตฺวา ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา วสิตตฺตา โทสาภาวเมว ทีเปติ, น มญฺจปญฺญาปนาทีนิ. อิติ อิเมสํ ปาฐานํ อโยนิโส อธิปฺปายํ คเหตฺวา ‘‘สพฺพตฺถ ทฺวาทสหตฺถเมว ปมาณ’’นฺติ มญฺญมานา วิจารึสุ, เตสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชมานา สิสฺสานุสิสฺสาทโยปิ ตเถว กโรนฺติ, ตเทตํ อปฺปมาณํ.
กถํ? ยํ ตตฺถ ปกตตฺตสาลาย มชฺเฌ ถมฺภํ นิมิตฺตํ กตฺวา ทฺวาทสหตฺถํ มินึสุ, ตทปฺปมาณํ. น หิ ถมฺเภน วา สาลาย วา สหวาโส วา วิปฺปวาโส วา วุตฺโต, อถ โข ปกตตฺตภิกฺขุนาว. วุตฺตญฺหิ สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๘๓) ‘‘ตตฺถ สหวาโสติ ยฺวายํ ปกตตฺเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเนติอาทินา นเยน วุตฺโต เอกโต วาโส. วิปฺปวาโสติ เอกกสฺเสว วาโส’’ติ. ยญฺหิ ตโต ทฺวาทสหตฺถมตฺตฏฺฐาเน ภิกฺขุสฺส คีวาฏฺฐปนํ วา กฏิฏฺฐปนํ วา วทนฺติ, ตทปิ อปฺปมาณํ. พหิอุปจารสีมาย หิ ปริวสนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส สกลสรีรํ ปกตตฺตภิกฺขูนํ อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ อุปจาเร ฐเปตพฺพํ โหติ, น เอกเทสมตฺตํ.
เตสํ ปน อยมธิปฺปาโย สิยา – ทฺวาทสหตฺถปฺปเทสโต สกลสรีรสฺส อนฺโตกรเณ สติ สหวาโส ภเวยฺย, พหิกรเณ สติ วิปฺปวาโส, เตน อุปฑฺฒํ อนฺโต อุปฑฺฒํ พหิ โหตูติ, ตํ มิจฺฉาญาณวเสน โหติ. น หิ สหวาสโทโส ทฺวาทสหตฺเถน กถิโต, อถ โข เอกจฺฉนฺเน สยเนน. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ปาริวาสิกกฺขนฺธเก (จูฬว. ๘๑) ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา ปกตตฺเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วตฺถพฺพํ, น เอกจฺฉนฺเน อนาวาเส วตฺถพฺพํ, น เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วา อนาวาเส วา วตฺถพฺพ’’นฺติ. อฏฺฐกถายมฺปิ (จูฬว. อฏฺฐ. ๘๑) วุตฺตํ ‘‘เอกจฺฉนฺเน อาวาเส’’ติอาทีสุ อาวาโส นาม วสนตฺถาย กตเสนาสนํ. อนาวาโส นาม เจติยฆรํ โพธิฆรํ สมฺมุญฺชนิอฏฺฏโก ทารุอฏฺฏโก ปานียมาโฬ วจฺจกุฏิ ทฺวารโกฏฺฐโกติ เอวมาทิ. ตติยปเทน ตทุภยมฺปิ คหิตํ, ‘เอเตสุ ยตฺถ กตฺถจิ เอกจฺฉนฺเน ฉทนโต อุทกปตนฏฺฐานปริจฺฉินฺเน โอกาเส อุกฺขิตฺตโก วสิตุํ น ลภติ, ปาริวาสิโก ปน อนฺโตอาวาเสเยว น ลภตี’ติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ‘อวิเสเสน อุทกปาเตน วาริต’นฺติ วุตฺตํ. กุรุนฺทิยํ ‘เอเตสุ เอตฺตเกสุ ปญฺจวณฺณฉทนพทฺธฏฺฐาเนสุ ปาริวาสิกสฺส จ อุกฺขิตฺตกสฺส จ ปกตตฺเตน สทฺธึ อุทกปาเตน วาริต’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา นานูปจาเรปิ เอกจฺฉนฺเน น วฏฺฏติ. สเจ ปเนตฺถ ตทหุปสมฺปนฺเนปิ ปกตตฺเต ปฐมํ ปวิสิตฺวา นิปนฺเน สฏฺฐิวสฺโสปิ ปาริวาสิโก ปจฺฉา ปวิสิตฺวา ชานนฺโต นิปชฺชติ, รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ, อชานนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโทว, น วตฺตเภททุกฺกฏํ. สเจ ปน ตสฺมึ ปฐมํ นิปนฺเน ปจฺฉา ปกตตฺโต ปวิสิตฺวา นิปชฺชติ, ปาริวาสิโก จ ชานาติ, รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ. โน เจ ชานาติ, รตฺติจฺเฉโทว, น วตฺตเภททุกฺกฏนฺติ, ตสฺมา สาลายปิ วิหาเรปิ ฉทนโต อุทกปตนฏฺฐานโต มุตฺตมตฺเตเยว สหวาสโทโส น วิชฺชตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอกจฺเจ ปน มชฺฌิมตฺถมฺภโต ทฺวาทสหตฺถายาเมน ทณฺฑเกน จกฺกํ ภมิตฺวา สมนฺตโต พาหิเร เลขํ กโรนฺติ, เอวํ กเต สา พาหิรเลขา อาวฏฺฏโต ทฺวาสตฺตติหตฺถมตฺตา โหติ, ตโต ตํ ปเทสํ ทฺวาทสหตฺเถน ทณฺฑเกน มินิตฺวา ภาชิยมานํ ฉภาคเมว โหติ, ตโต เตสํ ฉภาคานํ สีมาย เอเกกสฺมึ มญฺเจ ปญฺญปิยมาเน ฉเฬว มญฺจฏฺฐานานิ โหนฺติ, ตสฺมา เอกสฺมึ วฏฺฏมณฺฑเล ฉ ภิกฺขูเยว อปุพฺพํ อจริมํ วสิตุํ ลภนฺติ, น ตโต อุทฺธนฺติ วทนฺติ. กสฺมา ปน เอวํ กโรนฺตีติ? ปุพฺเพ วุตฺตนเยน ‘‘สพฺพตฺถ ทฺวาทสหตฺถมตฺตเมว ปมาณ’’นฺติ คหิตตฺตา. เอวํ กิร เนสมธิปฺปาโย – ปาริวาสิโก ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเร สยมาโน สหวาโส สิยา, พาหิเร สยมาโน วิปฺปวาโส, ตถา อญฺญมญฺญสฺสปีติ. เอวํ กโรนฺตานํ ปน เนสํ สกอธิปฺปาโยปิ น สิชฺฌติ, กุโต ภควโต อธิปฺปาโย.
กถํ? ปาริวาสิโก ภิกฺขุ ปกตตฺตภิกฺขูนญฺจ อญฺญมญฺญสฺส จ ทฺวาทสหตฺถมตฺเต ปเทเส โหตูติ เนสมธิปฺปาโย. อถ ปน มชฺฌิมตฺถมฺภํ นิมิตฺตํ กตฺวา มินิยมานา สมนฺตโต พาหิรเลขา ถมฺภโตเยว ทฺวาทสหตฺถมตฺตา โหติ, น ปกตตฺตภิกฺขูหิ. เต หิ ถมฺภโต พหิ เอกรตนทฺวิติรตนาทิฏฺฐาเน ฐิตา, พาหิรโตปิ เลขาเยว ถมฺภโต ทฺวาทสหตฺถมตฺตา โหติ, น ตสฺสูปริ นิปนฺนภิกฺขุ. โส หิ ทฺวิรตนมตฺเตนปิ ติรตนมตฺเตนปิ เลขาย อนฺโตปิ โหติ พหิปิ. อญฺญมญฺญสฺสปิ ฉภาคสีมาเยว อญฺญมญฺญสฺส ทฺวาทสหตฺถมตฺตา โหติ, น ตสฺสูปริ ปญฺญตฺตมญฺโจ วา ตตฺถ นิปนฺนภิกฺขุ วา. มญฺโจ หิ เอกรตนมตฺเตน วา ทฺวิรตนมตฺเตน วา สีมํ อติกฺกมิตฺวา ฐิโต, ภิกฺขูปิ สยมานา น สีมาย อุปริเยว สยนฺติ, วิทตฺถิมตฺเตน วา รตนมตฺเตน วา สีมํ อติกฺกมิตฺวา วา อปฺปตฺวา วา สยนฺติ, ตสฺมา เต ปาริวาสิกา ภิกฺขู ปกตตฺตภิกฺขูนมฺปิ อญฺญมญฺญสฺสปิ ทฺวาทสหตฺถมตฺตฏฺฐายิโน น โหนฺติ, ตโต อูนาว โหนฺติ, ตสฺมา สกอธิปฺปาโยปิ น สิชฺฌติ.
ภควโต ปน อธิปฺปาโย – ยทิ อปฺปภิกฺขุกาทิองฺคสมฺปนฺนตฺตา วิหารสฺส วตฺตํ อนิกฺขิปิตฺวา อนฺโตวิหาเรเยว ปริวสติ, เอวํ สติ ปกตตฺเตน ภิกฺขุนา น เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วสิตพฺพํ. ยทิ ตาทิสอาวาเส วา อนาวาเส วา ฉทนโต อุทกปตนฏฺฐานสฺส อนฺโต สเยยฺย, สหวาโส นาม, รตฺติจฺเฉโท โหตีติ อยมตฺโถ ยถาวุตฺต-ปาฬิยา จ อฏฺฐกถาย จ ปกาเสตพฺโพ. น เอกจฺฉนฺเน อาวาเส ทฺวีหิ วตฺถพฺพํ. ยทิ วเสยฺย, วุฑฺฒสฺส รตฺติจฺเฉโทเยว, นวกสฺส รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ โหติ. สมวสฺสา เจ, อชานนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโทเยว, ชานนฺตสฺส อุภยมฺปีติ อยมตฺโถ ‘‘ตโย โข, อุปาลิ, ปาริวาสิกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉทา สหวาโส วิปฺปวาโส อนาโรจนา’’ติ จ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา ปาริวาสิเกน วุฑฺฒตเรน สทฺธึ น เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วตฺถพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๘๒) จ ‘‘วุฑฺฒตเรนาติ เอตฺถ…เป… สเจ หิ เทฺว ปาริวาสิกา เอกโต วเสยฺยุํ, เต อญฺญมญฺญสฺส อชฺฌาจารํ ญตฺวา อคารวา วา วิปฺปฏิสาริโน วา หุตฺวา ปาปิฏฺฐตรํ วา อาปตฺตึ อาปชฺเชยฺยุํ วิพฺภเมยฺยุํ วา, ตสฺมา เนสํ สหเสยฺยา สพฺพปฺปกาเรน ปฏิกฺขิตฺตา’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๘๑) จ อิเมหิ ปาฬิอฏฺฐกถาปาเฐหิ ปกาเสตพฺโพ. วิปฺปวาเสปิ ปาริวาสิเกน อภิกฺขุเก อาวาเส น วตฺถพฺพํ, ปกตตฺเตน วินา อภิกฺขุโก อาวาโส น คนฺตพฺโพ, พหิสีมายํ ภิกฺขูนํ วสนฏฺฐานโต ทฺวาทสหตฺถปฺปมาณสฺส อุปจารสฺส อนฺโต นิสีทิตพฺพนฺติ ภควโต อธิปฺปาโย.
อยมตฺโถ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา สภิกฺขุกา อาวาสา อภิกฺขุโก อาวาโส คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร ปกตตฺเตน อญฺญตฺร อนฺตรายา’’ติอาทิ (จูฬว. ๗๖) จ ‘‘ตโย โข, อุปาลิ…เป… อนาโรจนา’’ติ จ ‘‘จตฺตาโร โข, อุปาลิ, มานตฺตจาริกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉทา สหวาโส, วิปฺปวาโส, อนาโรจนา, อูเนคเณจรณ’’นฺติ (จูฬว. ๙๒) จ ‘‘วิปฺปวาโสติ เอกกสฺเสว วาโส’’ติ จ ‘‘อยญฺจ ยสฺมา คณสฺส อาโรเจตฺวา ภิกฺขูนญฺจ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาว วสิ, เตนสฺส อูเนคเณจรณโทโส วา วิปฺปวาโส วา น โหตี’’ติ จ ‘‘อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาติ ทฺวาทสหตฺเถ อุปจาเร สลฺลกฺเขตฺวา, อนิกฺขิตฺตวตฺตานํ อุปจารสีมาย อาคตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา สหวาสาทิกํ เวทิตพฺพ’’นฺติ จ อาคเตหิ ปาฬิยฏฺฐกถา-วชิรพุทฺธิฏีกาปาเฐหิ ปกาเสตพฺโพ, ตสฺมา วิหาเร ปริวสนฺตสฺส อุปจารสีมาย อพฺภนฺตเร ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺตสฺส นตฺถิ วิปฺปวาโส, พหิอุปจารสีมายํ ปริวสนฺตสฺส ภิกฺขูนํ นิสินฺนปริยนฺตโต ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเร วสนฺตสฺส จ นตฺถิ วิปฺปวาโสติ, ตญฺจ ปริวาสกาเล ‘‘เอเกน ภิกฺขุนา สทฺธิ’’นฺติ วจนโต เอกสฺสปิ ภิกฺขุโน, มานตฺตจรณกาเล ‘‘จตูหิ ปญฺจหิ วา ภิกฺขูหิ สทฺธิ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) วจนโต จ จตุนฺนํ ปญฺจนฺนมฺปิ ภิกฺขูนํ หตฺถปาสภูเต ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเรปิ วสิตุํ ลภติ, นตฺถิ วิปฺปวาโสติ ทฏฺฐพฺพํ.
วตฺตํ สมาทิยิตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ อาโรจิตกาลโต ปน ปฏฺฐาย เกนจิ กรณีเยน เตสุ ภิกฺขูสุ คเตสุปิ ยถาวุตฺตอฏฺฐกถาปาฐนเยน วิปฺปวาโส น โหติ. ตถา หิ วุตฺตํ วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. จูฬวคฺค ๒.๙๗) ‘‘โสปิ เกนจิ กมฺเมน ปุเรอรุเณ เอว คจฺฉตีติ อิมินา อาโรจนาย กตาย สพฺเพสุปิ ภิกฺขูสุ พหิวิหารํ คเตสุ อูเนคเณจรณโทโส วา วิปฺปวาสโทโส วา น โหติ อาโรจิตตฺตา สหวาสสฺสาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘อยญฺจา’ติอาที’’ติ. อปเร ปน อาจริยา ‘‘พหิสีมาย วตฺตสมาทานฏฺฐาเน วติปริกฺเขโปปิ ปกตตฺตภิกฺขูเหว กาตพฺโพ, น กมฺมารหภิกฺขูหิ. ยถา โลเก พนฺธนาคาราทิ ทณฺฑการเกหิ เอว กตฺตพฺพํ, น ทณฺฑารเหหิ, เอวมิธาปี’’ติ วทนฺติ, ตมฺปิ อฏฺฐกถาทีสุ น ทิสฺสติ. น หิ วติปริกฺเขโป ทณฺฑกมฺมตฺถาย การิโต, อถ โข ทสฺสนูปจารวิชหนตฺถเมว. ตถา หิ วุตฺตํ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๙๗) ‘‘คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเนติ ทสฺสนูปจารวิชหนตฺถ’’นฺติ. ตถา วิมติวิโนทนิยมฺปิ (วิ. วิ. ฏี. จูฬวคฺค ๒.๙๗) ‘‘คุมฺเพน วาติอาทิ ทสฺสนูปจารวิชหนตฺถ’’นฺติ. อิโต ปรํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว ปริวาสทานญฺจ มานตฺตทานญฺจ เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ปน สํสยิตพฺพํ อตฺถิ, ตตฺถ สํสยวิโนทนตฺถาย กเถตพฺพํ กถยาม.
เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวํ วทนฺติ – ปาริวาสิโก ภิกฺขุ วุฑฺฒตโรปิ สมาโน วตฺเต สมาทินฺเน นวกฏฺฐาเน ฐิโต. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ยตฺถ ปน นิสีทาเปตฺวา ปริวิสนฺติ, ตตฺถ สามเณรานํ เชฏฺฐเกน, ภิกฺขูนํ สงฺฆนวเกน หุตฺวา นิสีทิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๕) ตสฺมา อาโรจิตกาลาทีสุ ‘‘อหํ ภนฺเต’’อิจฺเจว วตฺตพฺพํ, น ‘‘อหํ อาวุโส’’ติ. ตเตฺรวํ วิจารณา กาตพฺพา – ปาริวาสิกาทโย ภิกฺขู เสยฺยาปริยนฺตอาสนปริยนฺตภาคิตาย นวกฏฺฐาเน ฐิตา, น เอกนฺเตน นวกภูตตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ภควตา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาริวาสิกานํ ภิกฺขูนํ ปญฺจ ยถาวุฑฺฒํ อุโปสถํ ปวารณํ วสฺสิกสาฏิกํ โอโณชนํ ภตฺต’’นฺติ (จูฬว. ๗๕). อฏฺฐกถายญฺจ (จูฬว. อฏฺฐ. ๘๑) ‘‘ปกตตฺตํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา อาสนา วุฏฺฐาตพฺพํ, ปกตตฺโต ภิกฺขุ อาสเนน นิมนฺเตตพฺโพ’’ติ เอติสฺสา ปาฬิยา สํวณฺณนาย ‘‘วุฏฺฐาตพฺพํ, นิมนฺเตตพฺโพติ ตทหุปสมฺปนฺนมฺปิ ทิสฺวา วุฏฺฐาตพฺพเมว, วุฏฺฐาย จ ‘อหํ อิมินา สุขนิสินฺโน วุฏฺฐาปิโต’ติ ปรมฺมุเขน น คนฺตพฺพํ, ‘อิทํ อาจริย อาสนํ, เอตฺถ นิสีทถา’ติ เอวํ นิมนฺเตตพฺโพเยวา’’ติ เอตฺเถว ‘‘อาจริยา’’ติ อาลปนวิเสโส วุตฺโต, น อญฺญตฺถ. ยทิ วุฑฺฒตเรนปิ ‘‘ภนฺเต’’อิจฺเจว วตฺตพฺโพ สิยา, อิธาปิ ‘‘อิทํ, ภนฺเต, อาสน’’นฺติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, น ปน วุตฺตํ, ตสฺมา น เตสํ ตํ วจนํ สารโต ปจฺเจตพฺพํ. อิมสฺมึ ปน วินยสงฺคหปฺปกรเณ (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๓๗) ‘‘อาโรเจนฺเตน สเจ นวกตโร โหติ, ‘อาวุโส’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ วุฑฺฒตโร, ‘ภนฺเต’ติ วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, อิทญฺจ ‘‘เอเกน ภิกฺขุนา สทฺธิ’’นฺติ เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา ตํ ปฏิคฺคาหกภูตํ ปกตตฺตํ ภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
พหโว ปน ภิกฺขู ปาริวาสิกํ ภิกฺขุํ สงฺฆมชฺเฌ นิสีทาเปตฺวา วตฺตํ ยาจาเปตฺวา กมฺมวาจาปริโยสาเน สมาทาเปตฺวา อาโรจนมกาเรตฺวา สงฺฆมชฺฌโต นิกฺขมาเปตฺวา ปริสปริยนฺเต นิสีทาเปตฺวา ตตฺถ นิสินฺเนน อาโรจาเปตฺวา วตฺตํ นิกฺขิปาเปนฺติ, เอวํ กโรนฺตานญฺจ เนสํ อยมธิปฺปาโย – อยํ ภิกฺขุ วตฺเต อสมาทินฺเน วุฑฺฒฏฺฐานิโยปิ โหติ, ตสฺมา ยาจนกาเล จ กมฺมวาจาสวนกาเล จ วตฺตสมาทานกาเล จ สงฺฆมชฺเฌ นิสีทนารโห โหติ, วตฺเต ปน สมาทินฺเน นวกฏฺฐานิโย, ตสฺมา น สงฺฆมชฺเฌ นิสีทนารโห, อาสนปริยนฺตภาคิตาย ปริสปริยนฺเตเยว นิสีทนารโหติ, ตเทตํ เอวํ วิจาเรตพฺพํ – อยํ ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ นิสีทมาโน อาสนํ คเหตฺวา ยถาวุฑฺฒํ นิสินฺโน น โหติ, อถ โข กมฺมารหภาเวน อาสนํ อคฺคเหตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา อุกฺกุฏิกเมว นิสินฺโน โหติ, กมฺมารโห จ นาม สงฺฆมชฺเฌเยว ฐเปตพฺโพ โหติ, โน พหิ, ตสฺมา ‘‘สงฺฆมชฺเฌ นิสีทนารโห น โหตี’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ ตสฺมึ กาเล, นิกฺขมาปิเต จ วตฺตาโรจนวตฺตนิกฺขิปนานํ อนิฏฺฐิตตฺตา อญฺญมญฺญํ อาหจฺจ สุฏฺฐุ นิสินฺนํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริตุมสกฺกุเณยฺยตฺตา, จีวรกณฺณปาทปิฏฺฐิอาทีหิ พาธิตตฺตา อคารวกิริยา วิย ทิสฺสติ, อาโรจนกิริยญฺจ วตฺตนิกฺขิปนญฺจ สงฺฆมชฺเฌเยว กตฺตพฺพํ ปริยนฺเต นิสีทิตฺวา กโรนฺโต อฏฺฐกถาวิโรโธ โหติ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) ‘‘วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ตตฺเถว สงฺฆสฺส อาโรเจตพฺพํ…เป… อาโรเจตฺวา สเจ นิกฺขิปิตุกาโม, วุตฺตนเยเนว สงฺฆมชฺเฌ นิกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ. กสฺมา? สมาทานฏฺฐาเนเยว อาโรจาเปตฺวา ตตฺเถว นิกฺขิปาเปตฺวา นิฏฺฐิตสพฺพกิจฺจเมว นิกฺขมาเปตฺวา อตฺตโน อาสเน นิสีทาเปนฺโต ญายาคโตติ อมฺหากํ ขนฺติ.
ตถา สายํ วตฺตาโรจนกาเล พหูสุ ปาริวาสิเกสุ วุฑฺฒตรํ ปฐมํ สมาทาเปตฺวา อาโรจาเปตฺวา อนุกฺกเมน สพฺพปจฺฉา นวกตรํ สมาทาเปนฺติ อาโรจาเปนฺติ, ปาโต นิกฺขิปนกาเล ปน นวกตรํ ปฐมํ อาโรจาเปตฺวา นิกฺขิปาเปนฺติ, ตโต อนุกฺกเมน วุฑฺฒตรํ สพฺพปจฺฉา อาโรจาเปตฺวา นิกฺขิปาเปนฺติ. เตสํ อยมธิปฺปาโย สิยา – ยทา ทส ภิกฺขู ปกตตฺตา ทส ภิกฺขู ปาริวาสิกา โหนฺติ, ตทา วุฑฺฒตเรน ปฐมํ สมาทิยิตฺวา อาโรจิเต ตสฺส อาโรจนํ อวเสสา เอกูนวีสติ ภิกฺขู สุณนฺติ, ทุติยสฺส อฏฺฐารส, ตติยสฺส สตฺตรสาติ อนุกฺกเมน หายิตฺวา สพฺพนวกสฺส อาโรจนํ ทส ปกตตฺตา สุณนฺติ เสสานํ อปกตตฺตภาวโต. ตโต นิกฺขิปนกาเล สพฺพนวโก ปุพฺเพ อตฺตนา อาโรจิตานํ ทสนฺนํ ภิกฺขูนํ อาโรเจตฺวา นิกฺขิปติ, ตโต ปฏิโลเมน ทุติโย เอกาทสนฺนํ, ตติโย ทฺวาทสนฺนนฺติ อนุกฺกเมน วฑฺฒิตฺวา สพฺพเชฏฺฐโก อตฺตนา ปุพฺเพ อาโรจิตานํ เอกูนวีสติภิกฺขูนํ อาโรเจตฺวา นิกฺขิปติ, เอวํ ยถานุกฺกเมน นิกฺขิปนํ โหติ. สพฺพเชฏฺฐเก ปน ปฐมํ นิกฺขิตฺเต สติ ปุพฺเพ อตฺตนา อาโรจิตานํ นวนฺนํ ภิกฺขูนํ ตทา อปกตตฺตภาวโต อาโรจิตานํ สนฺติเก นิกฺขิปนํ น โหติ, ตถา เสสานํ. เตสํ ปน เอกจฺจานํ อูนํ โหติ, เอกจฺจานํ อธิกํ, ตสฺมา ยถาวุตฺตนเยน สพฺพนวกโต ปฏฺฐาย อนุกฺกเมน นิกฺขิปิตพฺพนฺติ.
เอวํวาทีนํ ปน เตสมายสฺมนฺตานํ วาเท ปกตตฺตาเยว ภิกฺขู อาโรเจตพฺพา โหนฺติ, โน อปกตตฺตา. ปุพฺเพ อาโรจิตานํเยว สนฺติเก วตฺตํ นิกฺขิปิตพฺพํ โหติ, โน อนาโรจิตานํ. เอวํ ปน ปกตตฺตาเยว ภิกฺขู อาโรเจตพฺพา น โหนฺติ, อถ โข อปกตตฺตาปิ ‘‘สเจ เทฺว ปาริวาสิกา คตฏฺฐาเน อญฺญมญฺญํ ปสฺสนฺติ, อุโภหิ อญฺญมญฺญสฺส อาโรเจตพฺพ’’นฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา. ปุพฺเพ อาโรจิตานมฺปิ อนาโรจิตานมฺปิ สนฺติเก อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพเมว ‘‘สเจ โส ภิกฺขุ เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกนฺโต โหติ, ยํ อญฺญํ สพฺพปฐมํ ปสฺสติ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) วุตฺตตฺตา, ตสฺมา ตถา อกโรนฺเตปิ สพฺเพสํ อาโรจิตตฺตา นตฺถิ โทโส. อปฺเปกจฺเจ ภิกฺขู ‘‘ปกตตฺตสฺเสวายํ อาโรจนา’’ติ มญฺญมานา สายํ วุฑฺฒปฏิปาฏิยา วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตฺวา อตฺตโน สยนํ ปวิสิตฺวา ทฺวารชคฺคนสยนโสธนาทีนิ กโรนฺตา อญฺเญสํ อาโรจิตํ น สุณนฺติ. อปฺเปกจฺเจ ปาโต สยํ อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตฺวา อญฺเญสํ อาโรจนํ วา นิกฺขิปนํ วา อนาคเมตฺวา ภิกฺขาจาราทีนํ อตฺถาย คจฺฉนฺติ, เอวํ กโรนฺตานํ เตสํ อาโรจนํ เอกจฺจานํ อสุตภาวสมฺภวโต สาสงฺโก โหติ ปาริวาสิกานํ อญฺญมญฺญาโรจนสฺส ปกรเณสุ อาคตตฺตา. น เกวลํ สารตฺถทีปนิยํเยว, อถ โข วชิรพุทฺธิฏีกายมฺปิ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๗๖) ‘‘สเจ เทฺว ปาริวาสิกา คตฏฺฐาเน อญฺญมญฺญํ ปสฺสนฺติ, อุโภหิปิ อญฺญมญฺญสฺส อาโรเจตพฺพํ อวิเสเสน ‘อาคนฺตุเกน อาโรเจตพฺพํ, อาคนฺตุกสฺส อาโรเจตพฺพ’นฺติ วุตฺตตฺตา’’ติ วุตฺตํ.
ตถา อปฺเปกจฺเจ ปกตตฺตา ภิกฺขู ปาริวาสิเกสุ ภิกฺขูสุ สายํ วตฺตสมาทานตฺถํ ปกตตฺตสาลโต นิกฺขมิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน สยนสมีปํ คเตสุ อตฺตโน สยนปญฺญาปนปอกฺขารฐปนอญฺญมญฺญอาลาปสลฺลาปกรณาทิวเสน อาโฬเลนฺตา ปาริวาสิกานํ วตฺตาโรจนํ น สุณนฺติ, น มนสิ กโรนฺติ. อปฺเปกจฺเจ ปาโต วตฺตนิกฺขิปนกาเล ปาริวาสิกภิกฺขูสุ วตฺตาโรจนวตฺตนิกฺขิปนานิ กโรนฺเตสุปิ นิทฺทาปสุตา หุตฺวา น สุณนฺติ. เอวํ กโรนฺตานมฺปิ เตสํ เอกจฺจานํ อสฺสุตสมฺภวโต วตฺตาโรจนํ สาสงฺกํ โหตีติ. โหตุ สาสงฺกํ, สุณนฺตานํ อสฺสุตสมฺภเวปิ อาโรจกานํ สมฺมาอาโรจเนน วตฺตสฺส ปริปุณฺณตฺตา โก โทโสติ เจ? อาโรจกานํ สมฺมา อาโรจิตตฺตา วตฺเต ปริปุณฺเณปิ วตฺตเภททุกฺกฏโตว วิมุตฺโต สิยา, น รตฺติจฺเฉทโต. วุตฺตญฺหิ สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖) ‘‘สเจ วายมนฺโตปิ สมฺปาปุณิตุํ วา สาเวตุํ วา น สกฺโกติ, รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏ’’นฺติ.
อถญฺเญ ภิกฺขู วตฺตํ สมาทิยิตฺวา รตฺตึ นิปนฺนา นิทฺทาภาเวน มนุสฺสสทฺทมฺปิ สุณนฺติ, เภริอาทิสทฺทมฺปิ สุณนฺติ, สกฏนาวาทิยานสทฺทมฺปิ สุณนฺติ, เต เตน สทฺเทน อาสงฺกนฺติ ‘‘ภิกฺขูนํ นุ โข อย’’นฺติ, เต เตน การเณน รตฺติจฺเฉทํ มญฺญนฺติ. กสฺมา? ‘‘อยญฺจ เนสํ ฉตฺตสทฺทํ วา อุกฺกาสิตสทฺทํ วา ขิปิตสทฺทํ วา สุตฺวา อาคนฺตุกภาวํ ชานาติ, คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. คตกาเล ชานนฺเตนปิ อนุพนฺธิตฺวา อาโรเจตพฺพเมว. สมฺปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖) วุตฺตตฺตาติ. เต เอวํ สญฺญาเปตพฺพา – มายสฺมนฺโต เอวํ มญฺญิตฺถ, นายํ ปาโฐ พหิสีมฏฺฐวเสน วุตฺโต, อถ โข อุปจารสีมฏฺฐวเสน วุตฺโต. วุตฺตญฺหิ ตตฺเถว ‘‘เยปิ อนฺโตวิหารํ อปฺปวิสิตฺวา อุปจารสีมํ โอกฺกมิตฺวา คจฺฉนฺตี’’ติ. ตตฺถปิ อาคนฺตุกภาวสฺส ชานิตตฺตา รตฺติจฺเฉโท โหติ, ตสฺมา ทูเรสทฺทสวนมตฺเตน รตฺติจฺเฉโท นตฺถิ, ‘‘อยํ ภิกฺขูนํ สทฺโท, อยํ ภิกฺขูหิ วาทิตเภริฆณฺฏาทิสทฺโท, อยํ ภิกฺขูหิ ปาชิตสกฏนาวาทิสทฺโท’’ติ นิสินฺนฏฺฐานโต ชานนฺโตเยว รตฺติจฺเฉทกโร โหติ. เตนาห ‘‘อายสฺมา กรวีกติสฺสตฺเถโร ‘สมโณ อย’นฺติ ววตฺถานเมว ปมาณ’’นฺติ.
ทิวา ทูเร คจฺฉนฺตํ ชนกายํ ทิสฺวาปิ ‘‘อิเม ภิกฺขู นุ โข’’ติ ปริกปฺเปนฺตา รตฺติจฺเฉทํ มญฺญนฺติ, ตมฺปิ อการณํ. กสฺมา? ‘‘ภิกฺขู’’ติ ววตฺถานสฺส อภาวา. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ ‘‘นทีอาทีสุ นาวาย คจฺฉนฺตมฺปิ ปรตีเร ฐิตมฺปิ อากาเส คจฺฉนฺตมฺปิ ปพฺพตถลอรญฺญาทีสุ ทูเร ฐิตมฺปิ ภิกฺขุํ ทิสฺวา สเจ ‘ภิกฺขู’ติ ววตฺถานํ อตฺถิ, นาวาทีหิ วา คนฺตฺวา มหาสทฺทํ กตฺวา วา เวเคน อนุพนฺธิตฺวา วา อาโรเจตพฺพ’’นฺติ. อิติ ภิกฺขุํ ทิสฺวาปิ ‘‘ภิกฺขู’’ติ ววตฺถานเมว ปมาณํ. อภิกฺขุํ ปน ‘‘ภิกฺขู’’ติ ววตฺถาเน สนฺเตปิ วา อสนฺเตปิ วา กึ วตฺตพฺพํ อตฺถิ, พหโว ปน ภิกฺขู อิทํ รูปทสฺสนํ สทฺทสวนญฺจ อาสงฺกนฺตา ‘‘ปภาเต สติ ตํ ทฺวยํ ภเวยฺย, ตสฺมา มนุสฺสานํ คมนกาลสทฺทกรณกาลโต ปุพฺเพเยว วตฺตํ นิกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ มญฺญมานา อนุคฺคเตเยว อรุเณ วตฺตํ นิกฺขิปนฺติ, ตทยุตฺตํ รตฺติจฺเฉทตฺตาติ.
อถ ปน วินยธเรน ‘‘กิตฺตกา เต อาปตฺติโย, ฉาเทสิ, กีวตีหํ ปฏิจฺฉาเทสี’’ติ ปุฏฺโฐ สมาโน ‘‘อหํ, ภนฺเต, อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ, รตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ, อาปตฺติปริยนฺตํ นสฺสรามิ, รตฺติปริยนฺตํ นสฺสรามิ, อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก, รตฺติปริยนฺเต เวมติโก’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ ภิกฺขุ สุทฺธนฺตปริวาสารโห’’ติ ญตฺวา ตสฺสปิ ทุวิธตฺตา จูฬสุทฺธนฺตมหาสุทฺธนฺตวเสน ‘‘เตสุ อยํ ภิกฺขุ อิมสฺส อรโห’’ติ ญาปนตฺถํ อุปสมฺปทโต ปฏฺฐาย อนุโลมกฺกเมน วา อาโรจิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปฏิโลมกฺกเมน วา ‘‘กิตฺตกํ กาลํ ตฺวํ อาโรจนอาวิกรณาทิวเสน สุทฺโธ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม ภนฺเต, เอตฺตกํ กาลํ อหํ สุทฺโธมฺหี’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ ภิกฺขุ เอกจฺจํ รตฺติปริยนฺตํ ชานาติ, ตสฺมา จูฬสุทฺธนฺตารโห’’ติ ญตฺวา ตสฺส สุทฺธกาลํ อปเนตฺวา อสุทฺธกาลวเสน ปริยนฺตํ กตฺวา จูฬสุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ. อยํ อุทฺธมฺปิ อาโรหติ, อโธปิ โอโรหติ. โย ปน อนุโลมวเสน วา ปฏิโลมวเสน วา ปุจฺฉิยมาโน ‘‘สกลมฺปิ รตฺติปริยนฺตํ อหํ น ชานามิ นสฺสรามิ, เวมติโก โหมี’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ ภิกฺขุ สกลมฺปิ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ, ตสฺมา มหาสุทฺธนฺตารโห’’ติ ญตฺวา ตสฺส อุปสมฺปทโต ปฏฺฐาย ยาว วตฺตสมาทานา เอตฺตกํ กาลํ ปริยนฺตํ กตฺวา มหาสุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ. อุทฺธํอาโรหนอโธโอโรหนภาโว ปเนสํ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) วุตฺโตเยว. อิโต ปรมฺปิ วิธานํ อฏฺฐกถายํ อาคตนเยเนว ทฏฺฐพฺพํ.
อิทานิ ปน พหโว ภิกฺขู ‘‘อยํ จูฬสุทฺธนฺตารโห, อยํ มหาสุทฺธนฺตารโห’’ติ อวิจินนฺตา อนฺโตกมฺมวาจายํ ‘‘อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ, รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ, อาปตฺติปริยนฺตํ นสฺสรติ, รตฺติปริยนฺตํ นสฺสรติ, อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก, รตฺติปริยนฺเต เวมติโก’’ติ อวิเสสวจนเมว มนสิ กโรนฺตา ‘‘อิมาย กมฺมวาจาย ทินฺนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ คเหตฺวา ปญฺจาหมตฺตํ วา ทสาหมตฺตํ วา ปริวสิตฺวา อปริยนฺตรตฺติปฏิจฺฉาทิตาหิ อปริยนฺตาหิ อาปตฺตีหิ โมกฺโข โหตี’’ติ มญฺญนฺตา ปญฺจาหมตฺตํ วา ทสาหมตฺตํ วา ปริวสิตฺวา มานตฺตํ ยาจนฺติ, เอวํ กโรนฺตา เต ภิกฺขู สหสฺสกฺขตฺตุํ ปริวสนฺตาปิ อาปตฺติโต น มุจฺเจยฺยุํ. กสฺมาติ เจ? ปาฬิยา จ อฏฺฐกถาย จ วิรุชฺฌนโต. วุตฺตญฺหิ ปาฬิยํ (ปารา. ๔๔๒) ‘‘ยาวตีหํ ชานํ ปฏิจฺฉาเทติ, ตาวตีหํ เตน ภิกฺขุนา อกามา ปริวตฺถพฺพํ. ปริวุตฺถปริวาเสน ภิกฺขุนา อุตฺตริ ฉารตฺตํ ภิกฺขุมานตฺตาย ปฏิปชฺชิตพฺพํ. จิณฺณมานตฺโต ภิกฺขุ ยตฺถ สิยา วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ, ตตฺถ โส ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพ’’ติ, ตสฺมา ปฏิจฺฉนฺนทิวสมตฺตํ อปริวสิตฺวา มานตฺตารโห นาม น โหติ, อมานตฺตารหสฺส มานตฺตทานํ น รุหติ, อจิณฺณมานตฺโต อพฺภานารโห น โหติ, อนพฺภานารหสฺส อพฺภานํ น รุหติ, อนพฺภิโต ภิกฺขุ อาปตฺติมุตฺโต ปกตตฺโต น โหตีติ อยเมตฺถ ภควโต อธิปฺปาโย.
อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) ปน จูฬสุทฺธนฺเต ‘‘ตํ คเหตฺวา ปริวสนฺเตน ยตฺตกํ กาลํ อตฺตโน สุทฺธึ ชานาติ, ตตฺตกํ อปเนตฺวา อวเสสํ มาสํ วา ทฺวิมาสํ วา ปริวสิตพฺพ’’นฺติ, มหาสุทฺธนฺเต ‘‘ตํ คเหตฺวา คหิตทิวสโต ยาว อุปสมฺปททิวโส, ตาว รตฺติโย คเณตฺวา ปริวสิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา ปฏิจฺฉนฺนรตฺติปฺปมาณํ ปริวสนฺโตเยว มานตฺตารโห โหติ, น ปญฺจาหทสาหรตฺติปฺปมาณมตฺตํ ปริวสนฺโตติ อยํ อฏฺฐกถาจริยานํ อธิปฺปาโย. เตเนว จ การเณน เทสนาอาโรจนาทีหิ สพฺพกาลํ อาปตฺตึ โสเธตฺวา วสนฺตานํ ลชฺชีเปสลานํ สิกฺขากามานํ ภิกฺขูนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ทาตุํ อยุตฺตรูโป, เทสนาอาโรจนาทีหิ อาปตฺตึ อโสเธตฺวา ปมาทวเสน จิรกาลํ วสนฺตานํ ชนปทวาสิกาทีนํ ทาตุํ ยุตฺตรูโปติ เวทิตพฺพํ. เอตฺถาปิ อวเสสวินิจฺฉโย อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อถ ปน วินยธเรน ‘‘ตฺวํ, อาวุโส, กตรอาปตฺตึ อาปนฺโน, กติ รตฺติโย เต ฉาทิตา’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘อหํ, ภนฺเต, สงฺฆาทิเสสํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปกฺขมตฺตํ ปฏิจฺฉาทิตา, เตนาหํ สงฺฆํ ปกฺขปริวาสํ ยาจิตฺวา สงฺเฆน ทินฺเน ปกฺขปริวาเส ปริวสิตฺวา อนิกฺขิตฺตวตฺโตว หุตฺวา อนฺตรา สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปญฺจาหมตฺตํ ฉาทิตา’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ ภิกฺขุ สโมธานปริวาสารโห, ตีสุ จ สโมธานปริวาเสสุ โอธานสโมธานารโห’’ติ ญตฺวา ‘‘เตน หิ ภิกฺขุ ตฺวํ มูลายปฏิกสฺสนารโห’’ติ วตฺวา ตํ มูลาย ปฏิกสฺสิตฺวา ปริวุตฺถทิวเส อทิวเส กตฺวา อนฺตรา ปฏิจฺฉนฺเน ปญฺจ ทิวเส มูลาปตฺติยา ปฏิจฺฉนฺเนสุ ทิวเสสุ สโมธาเนตฺวา โอธานสโมธาโน ทาตพฺโพ. อิโต ปรานิ โอธานสโมธาเน วตฺตพฺพวจนานิ ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.
อถ ปน วินยธเรน ปุฏฺโฐ ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ, สมฺพหุลา อาปตฺติโย เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย…เป… สมฺพหุลา อาปตฺติโย ทสาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ ภิกฺขุ อคฺฆสโมธานารโห’’ติ ญตฺวา ตาสํ อาปตฺตีนํ ยา อาปตฺติโย จิรตรปฺปฏิจฺฉนฺนาโย, ตาสํ อคฺเฆน สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ. ตเตฺรวํ วทนฺติ – ‘‘ยา อาปตฺติโย จิรตรปฺปฏิจฺฉนฺนาโย, ตาสํ อคฺเฆน สโมธานปริวาโส ทาตพฺโพ’’ติ วุตฺโต, เอวํ สนฺเต ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนมาสปฺปฏิจฺฉนฺนาทีสุ กถนฺติ? เตสุปิ ‘‘ยา อาปตฺติโย ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนาโย, ยา อาปตฺติโย มาสปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ วตฺตพฺโพติ. ยทิ เอวํ ปาฬิวิโรโธ อาปชฺชติ. ปาฬิยญฺหิ ทสาหปฺปฏิจฺฉนฺนปริโยสานา เอว อาปตฺติ ทสฺสิตา, น ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนมาสปฺปฏิจฺฉนฺนาทโยติ? สจฺจํ, ปาฬิยํ ตถาทสฺสนํ ปน นยทสฺสนมตฺตํ. ตถา หิ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) ‘‘ปญฺจทส ทิวสานิ ปฏิจฺฉนฺนาย ‘ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺน’นฺติ วตฺวา โยชนา กาตพฺพา…เป… เอวํ ยาว สฏฺฐิสํวจฺฉรํ, อติเรกสฏฺฐิสํวจฺฉรปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ วา ตโต วา ภิยฺโยปิ วตฺวา โยชนา กาตพฺพา’’ติ. มหาปทุมตฺเถเรนปิ วุตฺตํ ‘‘อยํ สมุจฺจยกฺขนฺธโก นาม พุทฺธานํ ฐิตกาลสทิโส, อาปตฺติ นาม ปฏิจฺฉนฺนา วา โหตุ อปฺปฏิจฺฉนฺนา วา สมกอูนตรอติเรกปฺปฏิจฺฉนฺนา วา, วินยธรสฺส กมฺมวาจํ โยเชตุํ สมตฺถภาโวเยเวตฺถ ปมาณ’’นฺติ, ตสฺมา ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนาทีนํ กมฺมวาจากรเณ กุกฺกุจฺจํ น กาตพฺพนฺติ.
โหตุ, เอวมฺปิ ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนํ ปริยนฺตํ กตฺวา กตาย กมฺมวาจาย ตโต อุทฺธํ อาปตฺติ นตฺถีติ กถํ ชาเนยฺยาติ? อิทานิ สิกฺขากามา ภิกฺขู เทวสิกมฺปิ เทสนาโรจนาวิกรณานิ กโรนฺติ เอกาหิกทฺวีหิกาทิวเสนปิ, กิจฺจปสุตา หุตฺวา ตถา อสกฺโกนฺตาปิ อุโปสถทิวสํ นาติกฺกมนฺติ, คิลานาทิวเสน ตทติกฺกนฺตาปิ อติกฺกนฺตภาวํ ชานนฺติ, ตสฺมา ตทติกฺกนฺตภาเว สติ อติเรกปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนมาสปฺปฏิจฺฉนฺนาทิวเสน วฑฺเฒตฺวา กมฺมวาจํ กเรยฺย, ตทติกฺกนฺตภาเว ปน อสติ ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนปริยนฺตา โหติ, ตสฺมา ปกฺขปริยนฺตกมฺมวาจากรณํ ญายาคตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ โหตุ, ตถาปิ ยเทตํ ‘‘สมฺพหุลา อาปตฺติโย เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย…เป… สมฺพหุลา อาปตฺติโย ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ วุตฺตํ, ตตฺถ อิมินาเยว อนุกฺกเมน มยา ปฏิจฺฉาทิตา อาปตฺติโย โหนฺตีติ กถํ ชาเนยฺย, อชานเน จ สติ ‘‘ยา จ ขฺวายํ, อาวุโส, อาปตฺติ อชานปฺปฏิจฺฉนฺนา, อธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ, อธมฺมตฺตา น รุหตี’’ติ อิทํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ. ตตฺถ หิ อาปตฺติยา อาปนฺนภาวํ อชานนฺโต หุตฺวา ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺมา ‘‘อาปตฺติ จ โหติ อาปตฺติสญฺญี จา’’ติ วุตฺตอาปตฺติสญฺญิตาภาวา อปฺปฏิจฺฉนฺนเมว โหติ, ตสฺมา อปฺปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวาสทานํ อธมฺมิกํ โหติ. อิธ ปน ‘‘เอตฺตกา รตฺติโย มยา ฉาทิตา’’ติ ฉนฺนกาลเมว น ชานาติ, ตทชานภาเว สติปิ ปริวาสทานํ รุหติ. เตเนว จ การเณน สุทฺธนฺตปริวาเส (จูฬว. ๑๕๖-๑๕๗) ‘‘อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ, รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ, อาปตฺติปริยนฺตํ นสฺสรติ, รตฺติปริยนฺตํ นสฺสรติ, อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก, รตฺติปริยนฺเต เวมติโก’’ติ รตฺติปริยนฺตสฺส อชานนอสรณเวมติกภาเว สติปิ ปริวาสทานํ วุตฺตํ, ตสฺมา ฉาทิตกาลํ ตถโต อชานนฺโตปิ ‘‘สมฺพหุลา อาปตฺติโย เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย…เป… สมฺพหุลา อาปตฺติโย ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ เอตฺถ อปฺปวิฏฺฐสฺส อภาวา สมฺปชฺชติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
อถาปิ เอวํ วเทยฺยุํ – ‘‘สมฺพหุลา อาปตฺติโย เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย…เป… สมฺพหุลา อาปตฺติโย ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ วุตฺเต เตสุ ทิวเสสุ อาปตฺติโย อตฺถิ ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ, อตฺถิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ, อตฺถิ จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ, อตฺถิ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ, อตฺถิ เอกาปิ, อตฺถิ สมฺพหุลาปิ, สพฺพา ตา อาปตฺติโย เอเตเนว ปเทน สงฺคหิตา สิยุนฺติ? สงฺคหิตา เอว. น เหตฺถ สํสโย กาตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) ‘‘อญฺญสฺมึ ปน อาปตฺติวุฏฺฐาเน อิทํ ลกฺขณํ – โย อปฺปฏิจฺฉนฺนํ อาปตฺตึ ‘ปฏิจฺฉนฺนา’ติ วินยกมฺมํ กโรติ, ตสฺส อาปตฺติ วุฏฺฐาติ. โย ปฏิจฺฉนฺนํ ‘อปฺปฏิจฺฉนฺนา’ติ วินยกมฺมํ กโรติ, ตสฺส น วุฏฺฐาติ. อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนํ ‘จิรปฺปฏิจฺฉนฺนา’ติ กโรนฺตสฺสปิ วุฏฺฐาติ, จิรปฺปฏิจฺฉนฺนํ ‘อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนา’ติ กโรนฺตสฺส น วุฏฺฐาติ. เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ‘สมฺพหุลา’ติ กโรนฺตสฺสปิ วุฏฺฐาติ เอกํ วินา สมฺพหุลานํ อภาวโต. สมฺพหุลา ปน อาปชฺชิตฺวา ‘เอกํ อาปชฺชิ’นฺติ กโรนฺตสฺส น วุฏฺฐาตี’’ติ, ตสฺมา เอเตหิ ปเทหิ สพฺพาสํ ปฏิจฺฉนฺนาปตฺตีนํ สงฺคหิตตฺตา ตาหิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานํ สมฺภวตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
อถ ปน วินยธเรน ปุฏฺโฐ ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เอกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ, เอกํ กายสํสคฺคํ, เอกํ ทุฏฺฐุลฺลวาจํ, เอกํ อตฺตกามํ, เอกํ สญฺจริตฺตํ, เอกํ กุฏิการํ, เอกํ วิหารการํ, เอกํ ทุฏฺฐโทสํ, เอกํ อญฺญภาคิยํ, เอกํ สงฺฆเภทํ, เอกํ เภทานุวตฺตกํ, เอกํ ทุพฺพจํ, เอกํ กุลทูสก’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อยํ ภิกฺขุ มิสฺสกสโมธานปริวาสารโห’’ติ ญตฺวา อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) อาคตนเยน ปริวาโส ทาตพฺโพ. เอตฺถาห – อคฺฆสโมธานมิสฺสกสโมธานานํ โก วิเสโส, กึ นานากรณนฺติ? วุจฺจเต – อคฺฆสโมธานปริวาโส อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนา อาปตฺติโย จิรปฺปฏิจฺฉนฺนายํ อาปตฺติยํ สโมธาเนตฺวา ตสฺสา จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา อคฺฆวเสน ทียติ, มิสฺสกสโมธานปริวาโส นานาวตฺถุกา อาปตฺติโย สโมธาเนตฺวา ตาสํ มิสฺสกวเสน ทียติ, อยเมเตสํ วิเสโส. อถ วา อคฺฆสโมธาโน สภาควตฺถูนํ อาปตฺตีนํ สโมธานวเสน โหติ, อิตโร วิสภาควตฺถูนนฺติ อาจริยา. เตเนวาห อาจริยวชิรพุทฺธิตฺเถโร (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๑๐๒) ‘‘อคฺฆสโมธาโน นาม สภาควตฺถุกาโย สมฺพหุลา อาปตฺติโย อาปนฺนสฺส พหุรตฺตึ ปฏิจฺฉาทิตาปตฺติยํ นิกฺขิปิตฺวา ทาตพฺโพ, อิตโร นานาวตฺถุกานํ วเสนาติ อยเมเตสํ วิเสโส’’ติ.
อถ สิยา ‘‘เอวํ จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโย จ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโย จ นานาวตฺถุกาโย อาปตฺติโย อาปชฺชนฺตสฺส โก ปริวาโส ทาตพฺโพ อคฺฆสโมธาโน วา มิสฺสกสโมธาโน วา, อถ ตทุภยา วา’’ติ. กิญฺเจตฺถ – ยทิ อคฺฆสโมธานํ ทเทยฺย, จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ จ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ จ สภาควตฺถุกาหิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐิโต ภเวยฺย, จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ จ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ จ โน วิสภาควตฺถุกาหิ. ยทิ จ มิสฺสกสโมธานํ ทเทยฺย, สมานกาลปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ วิสภาควตฺถูหิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐิโต ภเวยฺย, โน อสมานกอาลปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ สภาควตฺถุกาหิ จ, อถ ตทุภยมฺปิ ทเทยฺย, ‘‘เอกสฺมึ กมฺเม เทฺว ปริวาสา ทาตพฺพา’’ติ เนว ปาฬิยํ, น อฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ? วุจฺจเต – อิทญฺหิ สพฺพมฺปิ ปริวาสาทิกํ วินยกมฺมํ วตฺถุวเสน วา โคตฺตวเสน วา นามวเสน วา อาปตฺติวเสน วา กาตุํ วฏฺฏติเยว.
ตตฺถ สุกฺกวิสฺสฏฺฐีติ วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจ. สงฺฆาทิเสโสติ นามญฺเจว อาปตฺติ จ. ตตฺถ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ กายสํสคฺค’’นฺติอาทิวจเนนาปิ ‘‘นานาวตฺถุกาโย’’ติ วจเนนปิ วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจ คหิตํ โหติ, ‘‘สงฺฆาทิเสโส’’ติ วจเนนปิ ‘‘อาปตฺติโย’’ติ วจเนนปิ นามญฺเจว อาปตฺติ จ คหิตา โหติ, ตสฺมา อคฺฆสโมธานวเสน ปริวาเส ทินฺเน ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ’’นฺติอาทิวจเนเนว วตฺถุสฺส จ โคตฺตสฺส จ นามสฺส จ อาปตฺติยา จ คหิตตฺตา จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ จ สภาควตฺถุกาหิ จ วิสภาควตฺถุกาหิ จ สพฺพาหิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐาตีติ ทฏฺฐพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘เอตฺถ จ ‘สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ นานาวตฺถุกาโย’ติปิ ‘สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ’นฺติปิ เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน วตฺถุวเสนปิ โคตฺตวเสนปิ นามวเสนปิ อาปตฺติวเสนปิ โยเชตฺวา กมฺมวาจํ กาตุํ วฏฺฏติเยวาติ อยํ มิสฺสกสโมธาโน’’ติ, อิมสฺมิญฺจ วินยสงฺคหปฺปกรเณ (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๔๕) ตเถว วตฺวา ‘‘ตสฺมา น อิธ วิสุํ กมฺมวาจํ โยเชตฺวา ทสฺสยิสฺสาม, ปุพฺเพ สพฺพาปตฺติสาธารณํ กตฺวา โยเชตฺวา ทสฺสิตาย เอว กมฺมวาจาย นานาวตฺถุกาหิปิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานสมฺภวโต สาเยเวตฺถ กมฺมวาจา อล’’นฺติ.
ยทิ เอวํ อาจริยวชิรพุทฺธิตฺเถเรน ทฺวินฺนํ วิเสโส น วตฺตพฺโพ, อถ กสฺมา วุตฺโตติ? ตีสุ สโมธานปริวาเสสุ โอธานสโมธาโน มูลายปฏิกสฺสนาย โอธูนิตกาเลเยว ทาตพฺโพ, อคฺฆสโมธานมิสฺสกสโมธานปริวาสา ปน วิสุํเยว ทาตพฺพา. ‘‘เอวํ ทินฺเน เอเตสํ โก วิเสโส’’ติ จินฺตายํ วิเสสสมฺภวมตฺตทสฺสนตฺถํ วุตฺโต. อฏฺฐกถายํ ปน ปริวาสาทิกมฺมสฺส ลกฺขณํ ทสฺเสตุํ ‘‘วตฺถุวเสน วา’’ติอาทิมาห, ตสฺมา ลกฺขณวเสเนว สภาควตฺถุกาหิปิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานํ สมฺภวติ. เตเนว จ การเณน สารตฺถทีปนินามิกายํ วินยฏีกายญฺจ วิมติวิโนทนินามิกายํ วินยฏีกายญฺจ น โกจิ วิเสโส วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ.
ยทิ เอวํ มิสฺสกสโมธานกมฺมวาจายปิ จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิปิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานํ สมฺภเวยฺย. ตตฺถปิ หิ ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ นานาวตฺถุกาโย’’ติปิ ‘‘เอกา สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ…เป… เอกา กุลทูสกา’’ติปิ วตฺตพฺพํ. เอวํ สติ ‘‘สมฺพหุลา’’ติปิ ‘‘สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย’’ติปิ วตฺถุโคตฺตนามาปตฺตีหิ กิตฺตนสมฺภวโต จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิปิ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิปิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานํ สมฺภเวยฺยาติ? น ปเนวํ ทฏฺฐพฺพํ. วตฺถาทิกิตฺตนญฺหิ สพฺพาปตฺตีนํ คณฺหนตฺถํ โหติ. เอวํ คณฺหนฺเตปิ ปฏิจฺฉนฺนกาลสฺส อกถิตตฺตา ‘‘เอตฺตกํ นาม กาลํ ปริวสิตพฺพ’’นฺติ น ปญฺญายติ, ตสฺมึ อปญฺญายมาเน เตน ปมาเณน ปริวาโส น โหติ, ตสฺมึ อสติ อาปตฺติโต วุฏฺฐานํ น สมฺภวติ, ตสฺมา มิสฺสกสโมธานกมฺมวาจาย จิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิปิ อจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาหิปิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานํ น สมฺภวตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปริวาสวินิจฺฉยกถา นิฏฺฐิตา.
มานตฺตวินิจฺฉยกถา
มานตฺตกถายมฺปิ มานตฺตํ นาม อปฺปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ ปกฺขมานตฺตํ สโมธานมานตฺตนฺติ จตุพฺพิธํ โหติ. ตตฺถ โย ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ตํ ทิวสเมว อาโรเจติ, เอกรตฺติมตฺตมฺปิ น ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส ปริวาสํ อทตฺวาว ทินฺนํ มานตฺตํ อปฺปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ นาม. โย อาปชฺชิตฺวา ทสหิ อากาเรหิ วินา ตํ ทิวสํ นาโรเจติ, เอกรตฺตาทิวเสน ปฏิจฺฉาเทติ, ตตฺถ ยถาปฏิจฺฉนฺนทิวสํ ปริวาสํ ทตฺวา ปริวุตฺถปริวาสสฺส ทินฺนํ มานตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ นาม. อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉนฺนาย วา อปฺปฏิจฺฉนฺนาย วา ภิกฺขุนิยา ปกฺขมตฺตเมว ทินฺนํ มานตฺตํ ปกฺขมานตฺตํ นาม. ภิกฺขุ ปน ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวสิตฺวา อนิกฺขิตฺตวตฺตกาเลเยว ปุน อาปชฺชิตฺวา น ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส มูลาย ปฏิกสฺสิตฺวา ปริวุตฺถทิวเส อทิวเส กตฺวา อปฺปฏิจฺฉาทิตตฺตา สโมธานปริวาสํ อทตฺวา ทินฺนํ มานตฺตํ สโมธานมานตฺตํ นาม. มานตฺตารหกาเลปิ มานตฺตจรณกาเลปิ อพฺภานารหกาเลปิ เอเสว นโย. เตสุ ตีณิ มานตฺตานิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน สุวิญฺเญยฺยตฺตา น วุตฺตานิ. ปกฺขมานตฺตํ ปจฺฉา อาคมิสฺสติ.
ยานิ ปน ปริวาสมานตฺตานิ อนวฏฺฐิตตฺตา ปุถุชฺชนสฺส คิหิอาทิวเสน ปริวตฺตเน สติ ปุน ทาตพฺพาทาตพฺพภาเว สงฺกิตพฺพานิ, ตานิ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ อเนเกหิ ปกาเรหิ วิตฺถารโต วุตฺตานิ. เตสุ ภิกฺขูนํ สํสยวิโนทนตฺถาย เอกเทสํ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ โกจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ วิพฺภมตีติ วิรูโป หุตฺวา ภมติ, หีนายาวตฺตติ คิหี โหตีติ อตฺโถ. สามเณโร โหตีติ อุปสมฺปนฺนภาวํ ชหิตฺวา สามเณรภาวํ อุปคจฺฉติ. ตตฺถ ปาราชิกปฺปตฺตภาเวน วา ‘‘คิหีติ มํ ธาเรถา’’ติอาทินา สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน วา คิหี โหติ. เตสุ ปฐเมน ปุน อุปสมฺปทาย อภพฺพตฺตา ปุน ปริวาโส น รุหติเยว, ทุติเยน ปน ปุน อุปสมฺปทาย ภพฺพตฺตา ‘‘โส เจ ปุน อุปสมฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อิตโร ปน ปาราชิกปฺปตฺตภาเวน สามเณโร น โหติ. กสฺมา? สรณคมนาทีนํ วินสฺสนโต. วุตฺตญฺหิ วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๑๐๘) ‘‘อุปสมฺปนฺนานมฺปิ ปาราชิกสมอาปตฺติยา สรณคมนาทิสามเณรภาวสฺสปิ วินสฺสนโต เสนาสนคฺคาโห จ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, สงฺฆลาภมฺปิ เตน ลภนฺตีติ เวทิตพฺพ’’นฺติ, คิหี ปน หุตฺวา ปุน สามเณรภาวมตฺตํ ลทฺธพฺพํ โหติ. ‘‘สามเณโรติ มํ ธาเรถา’’ติอาทินา ปน สิกฺขาปจฺจกฺขาเน กเต สิยา สามเณรภาโว, ตโตปิ ปุน อุปสมฺปชฺชิตุกามตาย สติ สิยา อุปสมฺปนฺนภาโว. ‘‘คิหีติ มํ ธาเรถา’’ติอาทินา สิกฺขาปจฺจกฺขานํ กตฺวา คิหิภาวํ อุปคเตปิ ปุน สามเณรปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา สามเณโร โหติ. ตโต ปุน อุปสมฺปชฺชิตุํ ลทฺธพฺพตฺตา ‘‘ปุน อุปสมฺปชฺชตี’’ติ วุตฺโต. เตสํ ภิกฺขุภาเว ปริวาเส อนิฏฺฐิเตปิ คิหิสามเณรภาวํ ปตฺตตฺตา ปริวาโส น รุหติ อุปสมฺปนฺนานเมว ปริวาสสฺส ภควตา ปญฺญตฺตตฺตาติ อตฺโถ.
เอวํ สนฺเต ปุน อุปสมฺปชฺชนฺตสฺส กึ ปริวาโส ปุน ทาตพฺโพติ อาห ‘‘โส เจ ปุน อุปสมฺปชฺชตี’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – โส วิพฺภนฺตโก โส วา สามเณโร ปุน อุปสมฺปนฺนภาวํ อุปคจฺฉติ, ปุริมํ ปุพฺเพ ภิกฺขุภูตกาเล ทินฺนํ ปริวาสทานํ เอว อิทานิ ปริวาสทานํ โหติ. โย ปริวาโส ปุพฺเพ ภิกฺขุภูตกาเล ทินฺโน, โส ปริวาโส สุทินฺโน, ทุทินฺโน น โหติ. โย ยตฺตโก กาโล ปริวุตฺโถ, โส ตตฺตโก กาโล สุปริวุตฺโถเยว โหติ, น ทุปริวุตฺโถ, ตสฺมา อวเสโส กาโล ปริวสิตพฺโพติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปุพฺเพ ภิกฺขุกาเล ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวาสํ คเหตฺวา ทสทิวสมตฺตํ ปริวสิตฺวา อนิฏฺฐิเตเยว ปริวาเส วิพฺภมิตฺวา สามเณโร วา หุตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺเนน อวเสสปญฺจทิวเส ปริวสิตฺวา ปริวาโส นิฏฺฐาเปตพฺโพติ. มานตฺตารหาทีสุปิ เอเสว นโย. อุมฺมตฺตกาทีสุปิ ตสฺมึ กาเล อชานนฺตตฺตา ‘‘ปริวาโส น รุหตี’’ติ วุตฺตํ. ติณฺณมฺปิ อุกฺขิตฺตกานํ กมฺมนานาสํวาสกตฺตา เตหิ สหสํวาโสเยว นตฺถีติ อุกฺขิตฺตกานํ ปริวาโส น รุหตีติ วุตฺตํ.
สเจ ปุน โอสารียตีติ อุกฺเขปนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน สมานสํวาสกภาวํ ปเวสียติ. ‘‘สเจ กสฺสจิ ภิกฺขุโน อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภวตี’’ติอาทีสุ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ สุวิญฺเญยฺโย โหติ. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘ปกฺขมานตฺตํ ปจฺฉา อาคมิสฺสตี’’ติ, ตเตฺรวํ ชานิตพฺพํ – ปกฺขมานตฺตนฺติ ภิกฺขุนิยา ทาตพฺพมานตฺตํ. ตํ ปน ปฏิจฺฉนฺนายปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนายปิ อาปตฺติยา อฑฺฒมาสมตฺตเมว ทาตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ครุธมฺมํ อชฺฌาปนฺนาย ภิกฺขุนิยา อุภโตสงฺเฆ ปกฺขมานตฺตํ จริตพฺพ’’นฺติ (ปาจิ. ๑๔๙; จูฬว. ๔๐๓; อ. นิ. ๘.๕๑). ตํ ปน ภิกฺขุนีหิ อตฺตโน สีมํ โสเธตฺวา วิหารสีมาย วา วิหารสีมํ โสเธตุํ อสกฺโกนฺตีหิ ขณฺฑสีมาย วา สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน จตุวคฺคคณํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ทาตพฺพํ. สเจ เอกา อาปตฺติ โหติ, เอกิสฺสา วเสน, สเจ เทฺว วา ติสฺโส วา สมฺพหุลา วา เอกวตฺถุกา วา นานาวตฺถุกา วา, ตาสํ ตาสํ วเสน วตฺถุโคตฺตนามอาปตฺตีสุ ยํ ยํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ อาทาย โยชนา กาตพฺพา.
ตตฺริทํ เอกาปตฺติวเสน มุขมตฺตนิทสฺสนํ – ตาย อาปนฺนาย ภิกฺขุนิยา ภิกฺขุนิสงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขุนีนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ‘‘อหํ, อยฺเย, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ คามนฺตรํ, สาหํ, อยฺย,เอ เอกิสฺสา อาปตฺติยา คามนฺตราย ปกฺขมานตฺตํ ยาจามี’’ติ. เอวํ ติกฺขตฺตุํ ยาจาเปตฺวา พฺยตฺตาย ภิกฺขุนิยา ปฏิพลาย สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ ‘‘สุณาตุ เม, อยฺเย, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนามา ภิกฺขุนี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิ คามนฺตรํ, สา สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา คามนฺตราย ปกฺขมานตฺตํ ยาจติ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา เอกิสฺสา อาปตฺติยา คามนฺตราย ปกฺขมานตฺตํ ทเทยฺย, เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, อยฺเย, สงฺโฆ…เป… ทุติยมฺปิ. ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ. สุณาตุ เม, อยฺเย, สงฺโฆ…เป… ภาเสยฺย. ทินฺนํ สงฺเฆน อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา เอกิสฺสา อาปตฺติยา คามนฺตราย ปกฺขมานตฺตํ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
กมฺมวาจาปริโยสาเน วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ภิกฺขุมานตฺตกถายํ วุตฺตนเยเนว สงฺฆสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิตฺตวตฺตํ วสิตุกามาย ตเถว สงฺฆสฺส มชฺเฌ วา ปกฺกนฺตาสุ ภิกฺขุนีสุ เอกภิกฺขุนิยา วา ทุติยิกาย วา สนฺติเก วุตฺตนเยเนว นิกฺขิปิตพฺพํ. อญฺญิสฺสา ปน อาคนฺตุกาย สนฺติเก อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ, นิกฺขิตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ปกตตฺตฏฺฐาเน ติฏฺฐติ.
ปุน สมาทิยิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐเปนฺติยา ปน ภิกฺขุนีนํเยว สนฺติเก วสิตุํ น ลพฺภติ. ‘‘อุภโตสงฺเฆ ปกฺขมานตฺตํ จริตพฺพ’’นฺติ หิ วุตฺตํ, ตสฺมา อสฺสา อาจริยุปชฺฌายาหิ วิหารํ คนฺตฺวา สงฺคาหกปกฺเข ฐิโต เอโก มหาเถโร วา ธมฺมกถิโก วา ภิกฺขุ วตฺตพฺโพ ‘‘เอกิสฺสา ภิกฺขุนิยา วินยกมฺมํ กตฺตพฺพมตฺถิ, ตตฺร โน อยฺยา จตฺตาโร ภิกฺขู เปเสถา’’ติ. สงฺคหํ อกาตุํ น ลพฺภติ, ‘‘เปเสสฺสามา’’ติ วตฺตพฺพํ. จตูหิ ปกตตฺตภิกฺขุนีหิ มานตฺตจารินึ ภิกฺขุนึ คเหตฺวา อนฺโตอรุเณเยว นิกฺขิปิตฺวา คามูปจารโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา มคฺคา โอกฺกมฺม คุมฺพวติอาทีหิ ปฏิจฺฉนฺเน ฐาเน นิสีทิตพฺพํ, วิหารูปจารโตปิ เทฺว เลฑฺฑุปาตา อติกฺกมิตพฺพา. จตูหิ ปกตตฺตภิกฺขูหิปิ ตตฺถ คนฺตพฺพํ, คนฺตฺวา ปน ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ น เอกฏฺฐาเน นิสีทิตพฺพํ, ปฏิกฺกมิตฺวา อวิทูเร ฐาเน นิสีทิตพฺพํ. กุรุนฺทิมหาปจฺจรีสุ ปน ‘‘ภิกฺขุนีหิ พฺยตฺตํ เอกํ วา เทฺว วา อุปาสิกาโย ภิกฺขูหิปิ เอกํ วา เทฺว วา อุปาสเก อตฺตรกฺขณตฺถาย คเหตฺวา คนฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. กุรุนฺทิยํเยว จ ‘‘ภิกฺขุนุปสฺสยสฺส จ วิหารสฺส จ อุปจารํ มุญฺจิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘คามสฺสา’’ติ น วุตฺตํ.
เอวํ นิสินฺเนสุ ปน ภิกฺขุนีสุ จ ภิกฺขูสุ จ ตาย ภิกฺขุนิยา ‘‘มานตฺตํ สมาทิยามิ, วตฺตํ สมาทิยามี’’ติ วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส ตาว เอวํ อาโรเจตพฺพํ ‘‘อหํ, อยฺเย, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ คามนฺตรํ, สาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา คามนฺตราย ปกฺขมานตฺตํ ยาจึ, ตสฺสา เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา คามนฺตราย ปกฺขมานตฺตํ อทาสิ, สาหํ มานตฺตํ จรามิ, เวทิยามหํ อยฺเย, เวทิยตีติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ.
ตโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวํ อาโรเจตพฺพํ ‘‘อหํ, อยฺยา, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ…เป… เวทิยามหํ อยฺยา, เวทิยตีติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ. อิธาปิ ยาย กายจิ ภาสาย อาโรเจตุํ วฏฺฏติ. อาโรเจตฺวา จ ภิกฺขุนิสงฺฆสฺเสว สนฺติเก นิสีทิตพฺพํ, อาโรจิตกาลโต ปฏฺฐาย ภิกฺขูนํ คนฺตุํ วฏฺฏติ. สเจ สาสงฺกา โหติ, ภิกฺขุนิโย ตตฺเถว ฐานํ ปจฺจาสีสนฺติ, ฐาตพฺพํ. สเจ อญฺโญ ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา ตํ ฐานํ เอติ, ปสฺสนฺติยา อาโรเจตพฺพํ. โน เจ อาโรเจติ, รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ. สเจ อชานนฺติยา เอว อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา คจฺฉติ, รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏํ. สเจ ภิกฺขุนิโย อุปชฺฌายาทีนํ วตฺตกรณตฺถํ ปเคว คนฺตุกามา โหนฺติ, รตฺติวิปฺปวาสคณโอหียนคามนฺตราปตฺติรกฺขณตฺถํ เอกํ ภิกฺขุนึ ฐเปตฺวา คนฺตพฺพํ, ตาย อรุเณ อุฏฺฐิเต ตสฺสา สนฺติเก วตฺตํ นิกฺขิปิตพฺพํ. เอเตนุปาเยน อขณฺฑา ปญฺจทส รตฺติโย มานตฺตํ จริตพฺพํ.
อนิกฺขิตฺตวตฺตาย ปน ปาริวาสิกกฺขนฺธเก วุตฺตนเยเนว สมฺมา วตฺติตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ‘‘อาคนฺตุกสฺส อาโรเจตพฺพ’’นฺติ เอตฺถ ยตฺตกา ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา ตํ คามํ ภิกฺขู วา ภิกฺขุนิโย วา อาคจฺฉนฺติ, สพฺเพสํ อาโรเจตพฺพํ. อนาโรเจนฺติยา รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ. สเจปิ รตฺตึ โกจิ ภิกฺขุ ตํ คามูปจารํ โอกฺกมิตฺวา คจฺฉติ, รตฺติจฺเฉโท โหติเยว, อชานนปจฺจยา ปน วตฺตเภทโต มุจฺจติ. กุรุนฺทีอาทีสุ ปน ‘‘อนิกฺขิตฺตวตฺตภิกฺขูนํ วุตฺตนเยเนว กเถตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ปาริวาสิกวตฺตาทีนํ อุปจารสีมาย ปริจฺฉินฺนตฺตา ยุตฺตตรํ ทิสฺสติ. อุโปสเถ อาโรเจตพฺพํ, ปวารณาย อาโรเจตพฺพํ, จตุนฺนํ ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ เทวสิกํ อาโรเจตพฺพํ. สเจ ภิกฺขูนํ ตสฺมึ คาเม ภิกฺขาจาโร สมฺปชฺชติ, ตตฺเถว คนฺตพฺพํ. โน เจ สมฺปชฺชติ, อญฺญตฺร จริตฺวาปิ ตตฺร อาคนฺตฺวา อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา คนฺตพฺพํ, พหิคาเม วา สงฺเกตฏฺฐานํ กาตพฺพํ ‘‘อสุกสฺมึ นาม ฐาเน อเมฺห ปสฺสิสฺสตี’’ติ. ตาย สงฺเกตฏฺฐานํ คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ, สงฺเกตฏฺฐาเน อทิสฺวา วิหารํ คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. วิหาเร สพฺพภิกฺขูนํ อาโรเจตพฺพํ. สเจ สพฺเพสํ สกฺกา น โหติ อาโรเจตุํ, พหิ อุปจารสีมาย ฐตฺวา ภิกฺขุนิโย เปเสตพฺพา, ตาหิ อานีตานํ จตุนฺนํ ภิกฺขูนํ อาโรเจตพฺพํ. สเจ วิหาโร ทูโร โหติ สาสงฺโก, อุปาสเก จ อุปาสิกาโย จ คเหตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจ ปน อยํ เอกา วสติ, รตฺติวิปฺปวาสํ อาปชฺชติ, ตสฺมาสฺสา เอกา ปกตตฺตา ภิกฺขุนี สมฺมนฺนิตฺวา ทาตพฺพา เอกจฺฉนฺเน วสนตฺถาย.
เอวํ อขณฺฑํ มานตฺตํ จริตฺวา วีสติคเณ ภิกฺขุนิสงฺเฆ วุตฺตนเยเนว อพฺภานํ กาตพฺพํ. ‘‘สเจ มานตฺตํ จรมานา อนฺตราปตฺตึ อาปชฺชติ, มูลาย ปฏิกสฺสิตฺวา ตสฺสา อาปตฺติยา มานตฺตํ ทาตพฺพ’’นฺติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ, อิทํ ปกฺขมานตฺตํ นาม. อิทํ ปน ปกฺขมานตฺตํ สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) ปาฬิมุตฺตวินยวินิจฺฉยภาเวน อาคตมฺปิ อิมสฺมึ วินยสงฺคหปฺปกรเณ อาจริเยน อนุทฺธฏํ. อยํ ปนาจริยสฺส อธิปฺปาโย สิยา – อิทํ ปกฺขมานตฺตํ ภิกฺขุนิโยเยว สนฺธาย ภควตา วิสุํ ปญฺญตฺตํ, ภิกฺขูหิ อสาธารณํ, อิมสฺมิญฺจ กาเล ภิกฺขุนิสงฺโฆ นตฺถิ, ตสฺมา คนฺถสฺส ลหุภาวตฺถํ อิทมฺปิ อญฺญมฺปิ อีทิสํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพนฺติ. อเมฺหหิ ปน ภิกฺขุนิสงฺเฆ อวิชฺชมาเนปิ ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ ภิกฺขุนีหิ สมาทาตพฺพวตฺตํ ชานิสฺสติ. ‘ทุพฺพลชาติกา หิ ภีรุกชาติกา ภิกฺขุนิโย ภควโต อาณํ ปติฏฺฐาเปนฺติโย เอวรูปํ ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ วตฺตํ สมาทยึสุ, กิมงฺคํ ปน มย’นฺติ มนสิ กโรนฺตา ภควโต อาณํ ปติฏฺฐาเปนฺตา ปริวาสาทิวตฺตํ สมาทิยิสฺสนฺตี’’ติ มนฺตฺวา อาจริเยน อนุทฺธฏมฺปิ อิมสฺมึ วินยาลงฺการปฺปกรเณ อุทฺธฏํ, ตสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺเธ สญฺชาตสทฺธาเปมคารวาทิยุตฺเตหิ สตฺถุสาสนกเรหิ ภิกฺขูหิ สมฺมา สิกฺขิตพฺพํ. อิโต ปรานิ อฏฺฐกถายํ อาคตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.
มานตฺตวินิจฺฉยกถา นิฏฺฐิตา.
๒๔๘. ปาริวาสิกวตฺตกถายํ นวกตรํ ปาริวาสิกนฺติ อตฺตนา นวกตรํ ปาริวาสิกํ. ปาริวาสิกสฺส หิ อตฺตนา นวกตรํ ปาริวาสิกํ ฐเปตฺวา อญฺเญ มูลายปฏิกสฺสนารห มานตฺตารห มานตฺตจาริก อพฺภานารหาปิ ปกตตฺตฏฺฐาเนเยว ติฏฺฐนฺติ. เตนาห ‘‘อนฺตมโส มูลายปฏิกสฺสนารหาทีนมฺปี’’ติ. อนฺตมโส มูลายปฏิกสฺสนารหาทีนมฺปีติ อาทิ-สทฺเทน มานตฺตารหมานตฺตจาริกอพฺภานารเห สงฺคณฺหาติ. เต หิ ปาริวาสิกานํ, ปาริวาสิกา จ เตสํ ปกตตฺตฏฺฐาเน เอว ติฏฺฐนฺติ. อโธตปาทฏฺฐปนกนฺติ ยตฺถ ฐตฺวา ปาเท โธวนฺติ, ตาทิสํ ทารุผลกขณฺฑาทึ. ปาทฆํสนนฺติ สกฺขรกถลาทึ. ปาเท ฆํสนฺติ เอเตนาติ ปาทฆํสนํ, สกฺขรกถลาทิ. วุตฺตญฺหิ ภควตา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติสฺโส ปาทฆํสนิโย สกฺขรํ กถลํ สมุทฺทเผณ’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๙). สทฺธิวิหาริกานมฺปิ สาทิยนฺตสฺสาติ สทฺธิวิหาริกานมฺปิ อภิวาทนาทึ สาทิยนฺตสฺส. วตฺตํ กโรนฺตีติ เอตฺตกมตฺตสฺเสว วุตฺตตฺตา สทฺธิวิหาริกาทีหิปิ อภิวาทนาทึ กาตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘มา มํ คามปฺปเวสนํ อาปุจฺฉถา’’ติ วุตฺเต อนาปุจฺฉาปิ คามํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ.
โย โย วุฑฺโฒติ ปาริวาสิเกสุ ภิกฺขูสุ โย โย วุฑฺโฒ. นวกตรสฺส สาทิตุนฺติ ปาริวาสิกนวกตรสฺส อภิวาทนาทึ สาทิตุํ. ‘‘ปาริสุทฺธิอุโปสเถ กริยมาเน’’ติ อิทํ ปวารณทิวเสสุ สงฺเฆ ปวาเรนฺเต อนุปคตฉินฺนวสฺสาทีหิ กริยมานํ ปาริสุทฺธิอุโปสถมฺปิ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺเถวาติ สงฺฆนวกฏฺฐาเนเยว. อตฺตโน ปาฬิยา ปวาเรตพฺพนฺติ อตฺตโน วสฺสคฺเคน ปตฺตปาฬิยา ปวาเรตพฺพํ, น ปน สพฺเพสุ ปวาริเตสูติ อตฺโถ.
โอโณชนํ นาม วิสฺสชฺชนํ, ตํ ปน ปาริวาสิเกน ปาปิตสฺส อตฺตนา สมฺปฏิจฺฉิตสฺเสว ปุนทิวสาทิอตฺถาย วิสฺสชฺชนํ กาตพฺพํ. อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา เจ วิสฺสชฺเชติ, น ลภตีติ วุตฺตํ. ยทิ ปน น คณฺหาติ น วิสฺสชฺเชตีติ ยทิ ปุริมทิวเส อตฺตโน น คณฺหาติ, คเหตฺวา จ น วิสฺสชฺเชติ.
จตุสฺสาลภตฺตนฺติ โภชนสาลาย ปฏิปาฏิยา ทียมานํ ภตฺตํ. หตฺถปาเส ฐิเตนาติ ทายกสฺส หตฺถปาเส ฐิเตน, ปฏิคฺคหณรุหนฏฺฐาเนติ อธิปฺปาโย. มหาเปฬภตฺเตปีติ มหนฺเตสุ ภตฺตปจฺฉิอาทิภาชเนสุ ฐเปตฺวา ทียมานภตฺเตสุปิ. อิโต ปรมฺปิ ปาริวาสิกวตฺตํ ปาฬิยํ (จูฬว. ๗๕) อาคตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปน อฏฺฐกถายํ อาคตนเยเนว อตฺโถ สุวิญฺเญยฺโย โหติ, ตสฺมา ทุพฺพิญฺเญยฺยฏฺฐาเนเยว กถยิสฺสาม.
‘‘น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ’’ติ เอตฺถ ทุพฺพิธํ สามเณรํ ทสฺเสตุํ ‘‘อญฺโญ’’ติอาทิมาห. ‘‘น ภิกฺขุนิโย โอวทิตพฺพา’’ติ เอตฺถ ลทฺธสมฺมุติเกน อาณตฺโตปิ ครุธมฺเมหิ อญฺเญหิ วา โอวทิตุํ น ลภตีติ อาห ‘‘ปฏิพลสฺส วา ภิกฺขุสฺส ภาโร กาตพฺโพ’’ติ. อาคตา ภิกฺขุนิโย วตฺตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. สวจนียนฺติ สโทสํ. เชฏฺฐกฏฺฐานํ น กาตพฺพนฺติ ปธานฏฺฐานํ น กาตพฺพํ. กึ ตนฺติ อาห ‘‘ปาติโมกฺขุทฺเทสเกนา’’ติอาทิ.
รเชหิ หตา อุปหตา ภูมิ เอติสฺสาติ รโชหตภูมิ, รโชกิณฺณภูมีติ อตฺโถ. ปจฺจยนฺติ วสฺสาวาสิกลาภํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอกปสฺเส ฐตฺวาติ ปาฬึ วิหาย ภิกฺขูนํ ปจฺฉโต ฐตฺวา. เสนาสนํ น ลภตีติ เสยฺยปริยนฺตภาคิตาย วสฺสคฺเคน คณฺหิตุํ น ลภติ. อสฺสาติ ภเวยฺย. ‘‘อาคนฺตุเกน อาโรเจตพฺพํ, อาคนฺตุกสฺส อาโรเจตพฺพ’’นฺติ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา สเจ เทฺว ปาริวาสิกา คตฏฺฐาเน อญฺญมญฺญํ ปสฺสนฺติ, อุโภหิปิ อญฺญมญฺญสฺส อาโรเจตพฺพํ. ยถา พหิ ทิสฺวา อาโรจิตสฺส ภิกฺขุโน วิหารํ อาคเตน ปุน อาโรจนกิจฺจํ นตฺถิ, เอวํ อญฺญวิหารํ คเตนปิ ตตฺถ ปุพฺเพ อาโรจิตสฺส ปุน อาโรจนกิจฺจํ นตฺถีติ วทนฺติ. อวิเสเสนาติ ปาริวาสิกสฺส จ อุกฺขิตฺตกสฺส จ อวิเสเสน.
โอพทฺธนฺติ ปลิพุทฺธํ. สหวาโสติ วุตฺตปฺปกาเร ฉนฺเน ภิกฺขุนา สทฺธึ สยนเมว อธิปฺเปตํ, น เสสอิริยาปถกปฺปนํ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปาปิฏฺฐตราติ ปาราชิกาปตฺตีติ อุกฺกํสวเสน วุตฺตํ. สญฺจริตฺตาทิปณฺณตฺติวชฺชโต ปน สุกฺกวิสฺสฏฺฐาทิกา โลกวชฺชาว. ตตฺถปิ สงฺฆเภทาทิกา ปาปิฏฺฐตรา เอว. กมฺมนฺติ ปาริวาสิกกมฺมวาจาติ เอเตน ‘‘กมฺมภูตา วาจา กมฺมวาจา’’ติ กมฺมวาจาสทฺทสฺส อตฺโถปิ สิทฺโธติ เวทิตพฺโพ. สวจนียนฺติ เอตฺถ ส-สทฺโท ‘‘สนฺติ’’อตฺถํ วทติ, อตฺตโน วจเนน อตฺตโน ปวตฺตนกมฺมนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, ‘‘มา ปกฺกมาหี’’ติ วา ‘‘เอหิ วินยธรานํ สมฺมุขีภาว’’นฺติ วา เอวํ อตฺตโน อาณาย ปวตฺตนกกมฺมํ น กาตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เอวญฺหิ เกนจิ สวจนีเย กเต อนาทเรน อติกฺกมิตุํ น วฏฺฏติ, พุทฺธสฺส สงฺฆสฺส อาณา อติกฺกนฺตา นาม โหติ. รโชหตภูมีติ ปณฺณสาลาวิเสสนํ. ปจฺจยนฺติ วสฺสาวาสิกจีวรํ. เสนาสนํ น ลภตีติ วสฺสคฺเคน น ลภติ. อปณฺณกปฏิปทาติ อวิรทฺธปฏิปทา. สเจ วายมนฺโตปีติ เอตฺถ อวิสยภาวํ ญตฺวา อวายมนฺโตปิ สงฺคยฺหติ. อวิเสเสนาติ ปาริวาสิกุกฺขิตฺตกานํ สามญฺเญน. ปญฺจวณฺณฉทนพนฺธนฏฺฐาเนสูติ ปญฺจปฺปการฉทเนหิ ฉนฺนฏฺฐาเนสุ. โอพทฺธนฺติ อุฏฺฐานาทิพฺยาปารปฏิพทฺธํ, ปีฬิตนฺติ อตฺโถ. มญฺเจ วา ปีเฐ วาติ เอตฺถ วาสทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน ตฏฺฏิกาจมฺมขณฺฑาทีสุ ทีฆาสเนสุปิ นิสีทิตุํ น วฏฺฏตีติ ทีปิตํ โหติ. น วตฺตเภททุกฺกฏนฺติ วุฑฺฒตรสฺส ชานนฺตสฺสปิ วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ นตฺถีติ ทสฺเสติ. วตฺตํ นิกฺขิปาเปตฺวาติ อิทมฺปิ ปริวาสาทิเมว สนฺธาย วุตฺตํ, น เสสกมฺมานิ.
‘‘เสนาสนํ น ลภติ เสยฺยปริยนฺตภาคิตาย. อุทฺเทสาทีนิ ทาตุมฺปิ น ลภตีติ วทนฺติ. ‘ตทหุปสมฺปนฺเนปิ ปกตตฺเต’ติ วจนโต อนุปสมฺปนฺเนหิ วสิตุํ วฏฺฏติ. สมวสฺสาติ เอเตน อปจฺฉา อปุริมํ นิปชฺชเน ทฺวินฺนมฺปิ วตฺตเภทาปตฺติภาวํ ทีเปติ. อตฺตโน อตฺตโน นวกตรนฺติ ปาริวาสิกาทินวกตรํ. ปฐมํ สงฺฆมชฺเฌ ปริวาสํ คเหตฺวา นิกฺขิตฺตวตฺเตน ปุน เอกสฺสปิ สนฺติเก สมาทิยิตุํ นิกฺขิปิตุญฺจ วฏฺฏติ, มานตฺเต ปน นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. อูเนคเณจรณโทสตฺตา น คเหตุนฺติ เอเก. ปฐมํ อาทินฺนวตฺตํ เอกสฺส สนฺติเก ยถา นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ, ตถา สมาทิยิตุมฺปิ วฏฺฏตีติ โปราณคณฺฐิปเท’’ติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๗๖) วุตฺตนฺติ.
อิทํ เอตฺถ ยํ วตฺตํ ‘‘จตุนวุติปาริวาสิกวตฺต’’นฺติ ปาริวาสิกกฺขนฺธกปาฬิยํ (จูฬว. ๗๕) อาคตํ, สมนฺตปาสาทิกายมฺปิ เอตฺตกาย ปาฬิยา (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๕-๘๔) วณฺณนํ วตฺวา ‘‘ปาริวาสิกวตฺตกถา นิฏฺฐิตา’’ติ อาห. อิมสฺมึ วินยสงฺคหปกรเณ (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๔๘) ปน ‘‘น ฉมายํ จงฺกมนฺเต จงฺกเม จงฺกมิตพฺพ’’นฺติ อิมสฺสานนฺตรํ ‘‘ปาริวาสิกจตุตฺโถ เจ, ภิกฺขเว’’ติอาทีนิ อคฺคเหตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา สาทิตพฺพ’’นฺติอาทีนิ ปฐมํ ปญฺญตฺตปทานิ คเหตฺวา เตสํ ปทานํ สํวณฺณนํ กตฺวา ‘‘อิทํ ปาริวาสิกวตฺต’’นฺติ อญฺญถา อนุกฺกโม วุตฺโต, โส ปาฬิยา จ อฏฺฐกถาย จ น สเมติ. อาจริยสฺส ปน อยมธิปฺปาโย สิยา – ‘‘ปาริวาสิกจตุตฺโถ เจ, ภิกฺขเว’’ติอาทีนิ ปาริวาสิกภิกฺขูนํ สมาทิยิตพฺพานิ น โหนฺติ, อถ โข กมฺมการกานํ ภิกฺขูนํ กตฺตพฺพากตฺตพฺพกมฺมทสฺสนเมตํ, ตสฺมา ปาริวาสิกวตฺเต น ปเวเสตพฺพํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา สาทิตพฺพ’’นฺติอาทีนิ ปน ปาริวาสิกภิกฺขูนํ สมฺมาวตฺติตพฺพวตฺตานิเยว โหนฺติ, ตสฺมา อิมานิเยว ปาริวาสิกวตฺเต ปเวเสตพฺพานีติ. อเมฺหหิ ปน ปาฬิอฏฺฐกถาฏีกาสุ อาคตานุกฺกเมน ปฐมํ ปญฺญตฺตวตฺตานํ อตฺถํ ปฐมํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา ปญฺญตฺตปทานํ อตฺโถ ปจฺฉา วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ.
อิติ วินยสงฺคหสํวณฺณนาภูเต วินยาลงฺกาเร
ครุกาปตฺติวุฏฺฐานวินิจฺฉยกถาลงฺกาโร นาม
ทฺวตฺตึสติโม ปริจฺเฉโท.