๒๙. กถินตฺถารวินิจฺฉยกถา
๒๒๖. เอวํ จตุปจฺจยภาชนวินิจฺฉยํ กเถตฺวา อิทานิ กถินวินิจฺฉยํ กเถตุมาห ‘‘กถินนฺติ เอตฺถ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ กถินนฺติ กตมํ กถินํ? สมูหปญฺญตฺติ. น หิ ปรมตฺถโต กถินํ นาม เอโก ธมฺโม อตฺถิ, ปุริมวสฺสํวุตฺถา ภิกฺขู, อนูนปญฺจวคฺคสงฺโฆ, จีวรมาโส, ธมฺเมน สเมน อุปฺปนฺนจีวรนฺติอาทีสุ เยสุ นามรูเปสุ สมุปฺปชฺชมาเนสุ เตสํ นามรูปธมฺมานํ สมูหสมวายสงฺขาตํ สมูหปญฺญตฺติมตฺตเมว กถินํ. อยมตฺโถ กถํ ชานิตพฺโพติ? ‘‘เตสญฺเญว ธมฺมานํ สงฺคโห สมวาโย นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติ พฺยญฺชนํ อภิลาโป, ยทิทํ กถิน’’นฺติ ปริวารปาฬิยํ (ปริ. ๔๑๒) อาคตตฺตา จ, ‘‘เตสญฺเญว ธมฺมานนฺติ เยสุ รูปาทิธมฺเมสุ สติ กถินํ นาม โหติ, เตสํ สโมธานํ มิสฺสีภาโว. นามํ นามกมฺมนฺติอาทินา ปน ‘กถิน’นฺติ อิทํ พหูสุ ธมฺเมสุ นามมตฺตํ, น ปรมตฺถโต เอโก ธมฺโม อตฺถีติ ทสฺเสตี’’ติ อฏฺฐกถายํ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๑๒) อาคตตฺตา จ, ‘‘เยสุ รูปาทิธมฺเมสูติ ปุริมวสฺสํวุตฺถา ภิกฺขู, ปญฺจหิ อนูโน สงฺโฆ, จีวรมาโส, ธมฺเมน สเมน สมุปฺปนฺนํ จีวรนฺติ เอวมาทีสุ เยสุ รูปารูปธมฺเมสุ. สตีติ สนฺเตสุ. มิสฺสีภาโวติ สํสคฺคตา สมูหปญฺญตฺติมตฺตํ. เตนาห น ปรมตฺถโต เอโก ธมฺโม อตฺถีติ ทสฺเสตี’’ติ วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. ปริวาร ๒.๔๑๒) อาคตตฺตา จ ชานิตพฺโพติ.
เกนฏฺเฐน กถินนฺติ? ถิรฏฺเฐน. กสฺมา ถิรนฺติ? อนามนฺตจารอสมาทานจารคณโภชนยาวทตฺถจีวรโยจตตฺถจีวรุปฺปาทสงฺขาเต ปญฺจานิสํเส อนฺโตกรณสมตฺถตาย. วุตฺตญฺหิ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๓๐๖) ‘‘ปญฺจานิสํเส อนฺโตกรณสมตฺถตาย ถิรนฺติ อตฺโถ’’ติ, ตถา วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๓๐๖) วชิรพุทฺธิฏีกายญฺจ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖). อถ วา เกนฏฺเฐน กถินนฺติ? สงฺคณฺหนฏฺเฐน. กถํ สงฺคณฺหาตีติ? ปญฺจานิสํเส อญฺญตฺถ คนฺตุํ อทตฺวา สงฺคณฺหาติ สงฺขิปิตฺวา คณฺหาติ. วุตฺตญฺหิ วินยตฺถมญฺชูสายํ (กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ปญฺจานิสํเส อญฺญตฺถ คนฺตุํ อทตฺวา สงฺคณฺหนฏฺเฐน กถิน’’นฺติ.
กถิน-สทฺโท กาย ธาตุยา เกน ปจฺจเยน สิชฺฌตีติ? ฏีกาจริยา ธาตุปจฺจเย อจินฺเตตฺวา อนิปฺผนฺนปาฏิปทิกวเสเนว วณฺเณนฺติ, ตสฺมา อยํ สทฺโท รุฬฺหีสุทฺธนามภูโต อนิปฺผนฺนปาฏิปทิกสทฺโทติ วุจฺจติ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ตีสุปิ วินยฏีกาสุ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๓๐๖; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๓๐๖; วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖; กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ถิรนฺติ อตฺโถ’’ อิจฺเจว วณฺณิตตฺตา. ปญฺจานิสํเส อนฺโตกรณสมตฺถตายาติ ปน ถิรตา จสฺส เหตุปทเมว. อถ วา กถิน-สทฺโท กถธาตุยา อินปจฺจเยน สิชฺฌติ. กถํ? กถ สงฺคหเณติมสฺส ลทฺธธาตุสญฺญาทิสฺส ปญฺจานิสํเส อญฺญตฺถ คนฺตุํ อทตฺวา สงฺคณฺหาตีติ อตฺเถ ‘‘อิน สพฺพตฺถา’’ติ โยควิภาเคน วา ‘‘สุปโต จา’’ติ เอตฺถ จ-สทฺเทน วา อินปจฺจยํ กตฺวา ปรกฺขรํ เนตฺวา กถินสทฺทโต สฺยุปฺปตฺตาทิมฺหิ กเต รูปํ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘สงฺคณฺหนฏฺเฐนา’’ติ วุตฺตํ กงฺขาวิตรณีฏีกาปาฐํ นิสฺสาย วิญฺญายติ. อถ วา กฐ กิจฺฉชีวเนติ ธาตุโต อินปจฺจยํ กตฺวา สิชฺฌติ. อยมตฺโถ ‘‘กฐ กิจฺฉชีวเน, มุทฺธชทุติยนฺโต ธาตุ, อิโน’’ติ อภิธานปฺปทีปิกาฏีกายํ วุตฺตตฺตา วิญฺญายติ.
พหู ปน ปณฺฑิตา อิมํ ปาฐํเยว คเหตฺวา ‘‘กถิน-สทฺโท มุทฺธชทุติยนฺโตเยว โหติ, น ทนฺตโช’’ติ วทนฺติ เจว ลิขนฺติ จ, น ปเนวํ เอกนฺตโต วตฺตพฺพํ. กสฺมา? อภิธานปฺปทีปิกาฏีกายํ กกฺขฬปริยายํ คุณสทฺทภูตํ กฐินสทฺทํ สนฺธาย วุตฺตํ, น สาสนโวหารโต นามสทฺทภูตํ. เตเนวาห ‘‘ปญฺจกํ กกฺขเฬ’’ติ. อเนเกสุ ปน ปาฬิอฏฺฐกถาทิโปตฺถเกสุ ชินสาสนโวหารโต นามสทฺทภูโต กถิน-สทฺโท ทนฺตโชเยว เยภุยฺเยน ปญฺญายติ, เตเนว จ การเณน อภิธานปฺปทีปิกาฏีกายมฺปิ วณฺณวิปริยาเย กถินนฺติปิ วุตฺตํ. อถ วา กตฺถ สิลาฆายนฺติ ธาตุโต อินปจฺจยํ กตฺวา สสํโยคตฺถการํ นิสํโยคํ กตฺวา สิชฺฌติ. อยมตฺโถ สิลาฆาทิสุตฺตสฺส วุตฺติยํ ‘‘สิลาฆ กตฺถเน’’ติ วจนโต, สทฺทนีติยญฺจ ‘‘กตฺถนํ ปสํสน’’นฺติ วณฺณิตตฺตา จ วิญฺญายติ. อิทญฺจ วจนํ ‘‘อิทญฺหิ กถินวตฺตํ นาม พุทฺธปฺปสตฺถ’’นฺติ อฏฺฐกถาวจเนน (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) สเมติ. อาจริยา ปน ‘‘กฐธาตุ อินปจฺจโย’’ติ วิกปฺเปตฺวา ‘‘กฐ สมตฺถเน’’ติ อตฺถํ วทนฺติ, ตํ ฏีกาสุ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๓๐๖; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๓๐๖; วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖; กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ถิรนฺติ อตฺโถ’’ติ วจนํ อนเปกฺขิตฺวา ‘‘ปญฺจานิสํเส อนฺโตกรณสมตฺถตายา’’ติ เหตุเมว อตฺถภาเวน คเหตฺวา วุตฺตํ สิยา, ตํ ปน ถิรภาวสฺส เหตุเยว.
กถํ วิคฺคโห กาตพฺโพติ? อยํ กถิน-สทฺโท จตูสุ ปเทสุ นามปทํ, ปญฺจสุ นาเมสุ สุทฺธนามํ, จตูสุ สุทฺธนาเมสุ รุฬฺหีสุทฺธนามํ, ทฺวีสุ ปาฏิปทิกสทฺเทสุ อนิปฺผนฺนปาฏิปทิกสทฺโท, ตสฺมา วิคฺคโห น กาตพฺโพ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘รุฬฺหีขฺยาตํ นิปาตญฺจุ-ปสคฺคาลปนํ ตถา;
สพฺพนามิกเมเตสุ, น กโต วิคฺคโห ฉสู’’ติ.
อยมตฺโถ ‘‘กถินนฺติ…เป… ถิรนฺติ อตฺโถ’’ติ ฏีกาสุ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๓๐๖; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๓๐๖; วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖; กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) วจนโต วิญฺญายติ. อถ วา ปญฺจานิสํเส อญฺญตฺถ คนฺตุํ อทตฺวา กถติ สงฺคณฺหาตีติ กถินํ, อยํ วจนตฺโถ ยถาวุตฺตวินยตฺถมญฺชูสาปาฐวเสน (กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) วิญฺญายติ. อถ วา กฐติ กิจฺเฉน ชีวตีติ กถิโน, รุกฺโข, ตสฺส เอโสติ กถิโน, ถิรภาโว, โส เอตสฺส อตฺถีติ กถินํ, ปญฺญตฺติชาตํ ฐ-การสฺส ถ-การํ กตฺวา กถินนฺติ วุตฺตํ. อยํ นโย ‘‘กฐ กิจฺฉชีวเน’’ติ ธาตฺวตฺถสํวณฺณนาย จ ‘‘ปญฺจานิสํเส อนฺโตกรณสมตฺถตาย ถิรนฺติ อตฺโถ’’ติ ฏีกาวจเนน (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๓๐๖; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๓๐๖; วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖; กงฺขา. อภิ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) จ สเมตีติ ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา กถียเต สิลาฆเต ปสํสียเต พุทฺธาทีหีติ กถินํ, อยํ นโย ‘‘กตฺถ สิลาฆาย’’นฺติ ธาตฺวตฺถสํวณฺณนาย จ ‘‘อิทญฺหิ กถินวตฺตํ นาม พุทฺธปฺปสตฺถ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) อฏฺฐกถาวจเนน จ สเมตีติ ทฏฺฐพฺโพ.
เอตฺถ ปน สงฺเขปรุจิตฺตา อาจริยสฺส สทฺทลกฺขณํ อวิจาเรตฺวา อตฺถเมว ปุจฺฉํ กตฺวา วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘กถินํ อตฺถริตุํ เก ลภนฺติ, เก น ลภนฺตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เก ลภนฺตีติ เก สาเธนฺตีติ อตฺโถ. ปญฺจ ชนา ลภนฺตีติ ปญฺจ ชนา สาเธนฺติ. กถินทุสฺสสฺส หิ ทายกา ปจฺฉิมโกฏิยา จตฺตาโร โหนฺติ, เอโก ปฏิคฺคาหโกติ. ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยฺวายํ จตุวคฺโค ภิกฺขุสงฺโฆ ฐเปตฺวา ตีณิ กมฺมานิ อุปสมฺปทํ ปวารณํ อพฺภาน’’นฺติ จมฺเปยฺยกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๘๘) วุตฺตตฺตา น ปญฺจวคฺคกรณียนฺติ คเหตพฺพํ. ปฐมปฺปวารณาย ปวาริตาติ อิทํ วสฺสจฺเฉทํ อกตฺวา วสฺสํวุตฺถภาวสนฺทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ อนฺตราเยน อปวาริตานมฺปิ วุตฺถวสฺสานํ กถินตฺถารสมฺภวโต. เตเนว ‘‘อปฺปวาริตา วา’’ติ อวตฺวา ‘‘ฉินฺนวสฺสา วา ปจฺฉิมิกาย อุปคตา วา น ลภนฺตี’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ. อญฺญสฺมึ วิหาเร วุตฺถวสฺสาปิ นลภนฺตีติ นานาสีมาย อญฺญสฺมึ วิหาเร วุตฺถวสฺสา อิมสฺมึ วิหาเร กถินตฺถารํ น ลภนฺตีติ อตฺโถ. สพฺเพติ ฉินฺนวสฺสาทโย, อนุปคตาปิ ตตฺเถว สงฺคหิตา. อานิสํสนฺติ กถินานิสํสจีวรํ. เอกํ อตฺถตจีวรํเยว หิ กถินจีวรํ นาม โหติ, อวเสสานิ จีวรานิ วา สาฏกา วา กถินานิสํสาเยว นาม. วกฺขติ หิ ‘‘อวเสสกถินานิสํเส พลววตฺถานิ วสฺสาวาสิกฐิติกาย ทาตพฺพานี’’ติ. (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๒๖) อิตเรสนฺติ ปุริมิกาย อุปคตานํ.
โส เจ ปจฺฉิมิกาย อุปสมฺปชฺชติ, คณปูรโก เจว โหติ, อานิสํสญฺจ ลภตีติ อิมินา สามเณรานํ วสฺสูปคมนํ อนุญฺญาตํ โหติ. โส หิ ปุริมิกาย วสฺสูปคตตฺตา อานิสํสํ ลภติ, ปจฺฉิมิกาย ปน อุปสมฺปชฺชิตตฺตา คณปูรโก โหตีติ. สเจ ปุริมิกาย อุปคตา กถินตฺถารกุสลา น โหนฺตีติอาทินา ‘‘อฏฺฐธมฺมโกวิโท ภิกฺขุ, กถินตฺถารมรหตี’’ติ วินยวินิจฺฉเย (วิ. วิ. ๒๗๐๔) อาคตตฺตา สยํ เจ อฏฺฐธมฺมกุสโล, สยเมว อตฺถริตพฺพํ. โน เจ, อญฺเญ อฏฺฐธมฺมกุสเล ปริเยสิตฺวา เนตพฺพา, เอวํ อกตฺวา กถินํ อตฺถริตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. กถินํ อตฺถราเปตฺวาติ สการิตวจเนน เตหิ พาหิรโต อาคตตฺเถเรหิ สยํ กถินํ น อตฺถริตพฺพํ, สพฺพปุพฺพกิจฺจาทิกํ สํวิทหิตฺวา เต ปุริมิกาย วสฺสูปคตา อนฺโตสีมฏฺฐภิกฺขูเยว อตฺถราเปตพฺพาติ ทสฺเสติ, อญฺญถา อญฺโญ กถินํ อตฺถรติ, อญฺโญ อานิสํสํ ลภตีติ อาปชฺชติ, น ปเนวํ ยุชฺชติ. วกฺขติ หิ ‘‘อานิสํโส ปน อิตเรสํเยว โหตี’’ติ. ทานญฺจ ภุญฺชิตฺวาติ ขาทนียโภชนียภูตํ อนฺนปานาทิทานํ ภุญฺชิตฺวา. น หิ เต วตฺถุทานํ ลภนฺติ.
กถินจีวรํ เทมาติ ทาตุํ วฏฺฏตีติ เอตฺถ ‘‘สงฺฆสฺส กถินจีวรํ เทมา’’ติ วตฺตพฺพํ. เอวญฺหิ สติ ‘‘อิทํ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺน’’นฺติ (มหาว. ๓๐๗) กมฺมวาจาย สเมติ. อถ จ ปน ปุพฺเพ กตปริจยตฺตา ‘‘สงฺฆสฺสา’’ติ อวุตฺเตปิ สมฺปทานํ ปากฏนฺติ กตฺวา อวุตฺตํ สิยาติ. เอตฺเถเก อาจริยา วทนฺติ ‘‘สงฺฆสฺสาติ อวุตฺเตปิ กาเล ทินฺนํ สงฺฆิกํ โหตี’’ติ, ตเตฺรวํ วตฺตพฺพํ ‘‘น กาเล ทินฺนํ สพฺพํ สงฺฆิกํ โหตี’’ติ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘ยญฺจ กาเลปิ สงฺฆสฺส วา อิทํ อกาลจีวรนฺติ, ปุคฺคลสฺส วา อิทํ ตุยฺหํ ทมฺมีติอาทินา นเยน ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวรํ นามา’’ติ กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. อกาลจิวรสิกฺขาปทวณฺณนา) อาคตตฺตา ปุคฺคลิกมฺปิ โหตีติ วิญฺญายติ, ตสฺมา ปรมฺมุขาปิ นามํ วตฺวา สมฺมุขาปิ ปาทมูเล ฐเปตฺวา ทินฺนํ ปุคฺคลิกเมว โหติ, น สงฺฆิกํ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ‘‘ปุคฺคลสฺส เทตีติ ‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’ติ เอวํ ปรมฺมุขา วา, ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘อิมํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ทมฺมี’ติ เอวํ สมฺมุขา วา เทตี’’ติ. เอวํ ปุคฺคลิเก สติ ตํ จีวรํ สงฺฆสฺส ภาเชตพฺพํ โหติ วา น โหติ วาติ? โส ปุคฺคโล อตฺตโน สทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกภูตสฺส สงฺฆสฺส วา อญฺญสฺส สหธมฺมิกสงฺฆสฺส วา ภาเชตุกาโม ภาเชยฺย, อภาเชตุกาโม ‘‘ภาเชตู’’ติ น เกนจิ วจนีโย. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘น หิ ปุคฺคลสฺส อาทิสฺส ทินฺนํ เกนจิ ภาชนียํ โหตี’’ติ ฏีกาสุ อาคมนโต วิญฺญายติ. อเถเก อาจริยา เอวํ วทนฺติ ‘‘กถินสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆติ (ปริ. ๔๐๘) วุตฺตตฺตา ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส ทินฺเนปิ สงฺฆายตฺตํ สงฺฆิกํ โหติ. ยถา กึ ‘สีมาย ทมฺมิ, เสนาสนสฺส ทมฺมี’ติ วุตฺเตปิ ตํ ทานํ สงฺฆิกํ โหติ, ยถา จ ‘กถินจีวรํ ทมฺมี’ติ วุตฺเต สงฺฆิกํ โหตี’’ติ.
ตเตฺรวํ วิจาเรตพฺพํ – ‘‘กถินสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆ’’ติ วจนํ (ปริ. ๔๐๘) กถินสฺส มูลํ กถินสฺส การณํ ทสฺเสติ. ยถา หิ มูเล วิชฺชมาเน รุกฺโข ติฏฺฐติ, อวิชฺชมาเน น ติฏฺฐติ, ตสฺมา มูลํ รุกฺขสฺส การณํ โหติ, ปติฏฺฐํ โหติ, เอวํ สงฺเฆ วิชฺชมาเน กถินํ โหติ, โน อวิชฺชมาเน, ตสฺมา สงฺโฆ กถินสฺส มูลํ กถินสฺส การณํ นาม โหติ. กถํ สงฺเฆ วิชฺชมาเน กถินํ โหติ? สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน จตุวคฺคภูเตน สงฺเฆน อตฺถารารหสฺส ภิกฺขุโน ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย กถินจีวเร ทินฺเนเยว เตน จีวเรน อตฺถตํ กถินํ นาม โหติ, โน อทินฺเน, ตสฺมา จตุวคฺคสงฺเฆ อลพฺภมาเน สหสฺสกฺขตฺตุํ ‘‘กถินํ ทมฺมี’’ติ วุตฺเตปิ กถินํ นาม น โหติ, ตสฺมา อุปจารสีมาย ปริจฺฉินฺเน วิหาเร เอโก วา เทฺว วา ตโย วา จตฺตาโร วา ภิกฺขู วิหรนฺติ, ตตฺถ กถินจีวเร อุปฺปนฺเน อญฺญโต ปริเยสิตฺวา จตุวคฺคสงฺโฆ เอโก ปฏิคฺคาหโกติ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขูนํ ปูรเณ สติ กถินํ อตฺถริตุํ ลภติ, นาสติ, เอวํ สงฺเฆ วิชฺชมาเนเยว กถินํ นาม โหติ, โน อวิชฺชมาเน, ตสฺมา สงฺฆสฺส กถินสฺส มูลภูตตํ การณภูตตํ สนฺธาย ‘‘กถินสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆ’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กถิน’’นฺติ วุตฺเต สงฺฆิกํเยว โหติ, โน ปุคฺคลิกนฺติ อธิปฺปาโย เอตสฺมึ ปาเฐ น ลพฺภติ. ยถา กึ ‘‘กิจฺจาธิกรณสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆ’’ติ (จูฬว. ๒๑๙) เอตฺถ อปโลกนกมฺมญตฺติกมฺมญตฺติทุติยกมฺมญตฺติจตุตฺถกมฺมสงฺขาตํ กิจฺจาธิกรณํ จตุวคฺคาทิเก สงฺเฆ วิชฺชมาเนเยว โหติ, โน อวิชฺชมาเน, ตสฺมา สงฺฆสฺส กิจฺจาธิกรณสฺส มูลภูตตํ การณภูตตํ สนฺธาย ‘‘กิจฺจาธิกรณสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆ’’ติ วุจฺจติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
ยทิปิ วุตฺตํ ‘‘ยถา ‘สีมาย ทมฺมิ, เสนาสนสฺส ทมฺมี’ติอาทีสุ ตํ ทานํ สงฺฆายตฺตเมว โหติ, ตถา ‘กถิน ทมฺมี’ติ วุตฺเต ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส ทินฺเนปิ สงฺฆายตฺตเมว สงฺฆิกเมว โหตี’’ติ, ตถาปิ เอวํ วิจารณา กาตพฺพา – ‘‘สีมาย ทมฺมิ, เสนาสนสฺส ทมฺมี’’ติอาทีสุ สีมา จ เสนาสนญฺจ ทานปฏิคฺคาหกา น โหนฺติ, ตสฺมา สีมฏฺฐสฺส จ เสนาสนฏฺฐสฺส จ สงฺฆสฺส อายตฺตํ โหติ, ปุคฺคโล ปน ทานปฏิคฺคาหโกว, ตสฺมา ‘‘อิมํ กถินจีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทมฺมี’’ติ ปรมฺมุขา วา ตสฺส ภิกฺขุโน ปาทมูเล ฐเปตฺวา สมฺมุขา วา ทินฺนํ กถํ สงฺฆายตฺตํ สงฺฆสนฺตกํ ภเวยฺย, เอวํ สงฺฆสฺส อปริณตํ ปุคฺคลิกจีวรํ สงฺฆสฺส ปริณาเมยฺย, นวสุ อธมฺมิกทาเนสุ เอกํ ภเวยฺย, ตสฺส จีวรสฺส ปฏิคฺคโหปิ นวสุ อธมฺมิกปฏิคฺคเหสุ เอโก ภเวยฺย, ตสฺส จีวรสฺส ปริโภโคปิ นวสุ อธมฺมิกปริโภเคสุ เอโก ภเวยฺย. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? นว อธมฺมิกานิ ทานานีติ สงฺฆสฺส ปริณตํ อญฺญสงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ปริณาเมติ, เจติยสฺส ปริณตํ อญฺญเจติยสฺส วา สงฺฆสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ปริณาเมติ, ปุคฺคลสฺส ปริณตํ อญฺญปุคฺคลสฺส วา สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา ปริณาเมติ, ‘‘นว อธมฺมิกา ปริโภคา’’ติ อาคตํ ปริวารปาฬิญฺจ (ปริ. ๓๒๙) ‘‘นว ปฏิคฺคหปริโภคาติ เอเตสํเยว ทานานํ ปฏิคฺคหา จ ปริโภคา จา’’ติ อาคตํ อฏฺฐกถญฺจ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๒๙) โอโลเกตฺวา วิญฺญายตีติ.
อถาปิ เอวํ วทนฺติ – ทายโก สงฺฆตฺเถรสฺส วา คนฺถธุตงฺควเสน อภิญฺญาตสฺส วา ภตฺตุทฺเทสกสฺส วา ปหิณติ ‘‘อมฺหากํ ภตฺตคฺคหณตฺถาย อฏฺฐ ภิกฺขู คเหตฺวา อาคจฺฉถา’’ติ, สเจปิ ญาติอุปฏฺฐาเกหิ เปสิตํ โหติ, อิเม ตโย ชนา ปุจฺฉิตุํ น ลภนฺติ. อารุฬฺหาเยว มาติกํ, สงฺฆโต อฏฺฐ ภิกฺขู อุทฺทิสาเปตฺวา อตฺตนวเมหิ คนฺตพฺพํ. กสฺมา? ภิกฺขุสงฺฆสฺส หิ เอเต ภิกฺขู นิสฺสาย ลาโภ อุปฺปชฺชตีติ. คนฺถธุตงฺคาทีหิ ปน อนภิญฺญาโต อาวาสิกภิกฺขุ ปุจฺฉิตุํ ลภติ, ตสฺมา เตน ‘‘กึ สงฺฆโต คณฺหามิ, อุทาหุ เย ชานามิ, เตหิ สทฺธึ อาคจฺฉามี’’ติ มาติกํ อาโรเปตฺวา ยถา ทายกา วทนฺติ, ตถา ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๕), อีทิเสสุ ฐาเนสุ ‘‘สงฺฆสฺส ลาโภ ปุคฺคลํ อุปนิสฺสาย อุปฺปชฺชตี’’ติ วจนํ อุปนิธาย ‘‘สงฺฆสฺส ลาโภ ปุคฺคลํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชติ, ปุคฺคลสฺส ปตฺตลาโภ สงฺฆํ อามสิตฺวา เทนฺโต สงฺฆายตฺโต โหตี’’ติ วิญฺญายตีติ.
อิมสฺมิมฺปิ วจเน เอวํ วิจารณา กาตพฺพา – ตสฺมึ ตุ นิมนฺตเน น ปุคฺคลํเยว นิมนฺเตติ, อถ โข สสงฺฆํ ปุคฺคลํ นิมนฺเตติ. ตตฺถ ตุ ‘‘สงฺฆ’’นฺติ อวตฺวา ‘‘อฏฺฐ ภิกฺขู’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘กึ สงฺฆโต คณฺหามิ, อุทาหุ เย ชานามิ, เตหิ สทฺธึ อาคจฺฉามี’’ติ อนภิญฺญาโต ปุคฺคโล ปุจฺฉิตุํ ลภติ. สงฺฆตฺเถรสฺส ปน สงฺฆํ ปริหริตฺวา วสิตตฺตา ‘‘อฏฺฐ ภิกฺขู’’ติ วุตฺเต สงฺฆํ ฐเปตฺวา อญฺเญสํ คหณการณํ นตฺถิ, คนฺถธุตงฺควเสน อภิญฺญาตปุคฺคโลปิ สงฺฆสฺส ปุญฺญนิสฺสิตตฺตา ‘‘อฏฺฐ ภิกฺขู’’ติ วุตฺเต สงฺฆโตเยว คณฺหาติ, ภตฺตุทฺเทสกสฺสปิ เทวสิกํ สงฺฆสฺเสว ภตฺตวิจารณตฺตา ‘‘อฏฺฐ ภิกฺขู’’ติ วุตฺเต สงฺฆํ ฐเปตฺวา อญฺเญสํ คหณการณํ นตฺถิ. เอวํ ‘‘อฏฺฐ ภิกฺขู คเหตฺวา อาคจฺฉถา’’ติ สห สงฺเฆน นิมนฺติตตฺตา ‘‘อิเม ตโย ชนา ปุจฺฉิตุํ น ลภนฺตี’’ติ วุตฺตํ, น ‘‘ตฺวํ อาคจฺฉาหี’’ติ ปุคฺคลสฺเสว นิมนฺตเน สติปิ สงฺฆํ คเหตฺวา อาคนฺตพฺพโตติ. เอวํ ‘‘อฏฺฐ ภิกฺขู คเหตฺวา อาคจฺฉถา’’ติ สสงฺฆสฺเสว ปุคฺคลสฺส นิมนฺติตตฺตา สงฺโฆ คเหตพฺโพ โหติ, น ‘‘ตุเมฺห อาคจฺฉถา’’ติ ปุคฺคลสฺเสว นิมนฺติตตฺตา, ตสฺมา ‘‘ปุคฺคลสฺส ลาโภ สงฺฆายตฺโต’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ, อฏฺฐกถาทีสุ ปกรเณสุปิ ‘‘ปุคฺคลํ นิสฺสาย สงฺฆสฺส ลาโภ อุปฺปชฺชติ’’ อิจฺเจว วุตฺโต, น ‘‘ปุคฺคลสฺส ลาโภ สงฺฆายตฺโต’’ติ. จีวรลาภเขตฺตภูตาสุ อฏฺฐสุ มาติกาสุ จ ‘‘สงฺฆสฺส เทตี’’ติ จ วิสุํ, ‘‘ปุคฺคลสฺส เทตี’’ติ จ วิสุํ อาคตํ. ปุคฺคลสฺส เทตีติ ‘‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’’ติ เอวํ ปรมฺมุขา วา, ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘‘อิมํ ภนฺเต ตุมฺหากํ ทมฺมี’’ติ เอวํ สมฺมุขา วา เทตีติ.
อิทานิ ปน จีวรํ ทาตุกามา อุปาสกา วา อุปาสิกาโย วา สยํ อนาคนฺตฺวา ปุตฺตทาสาทโย อาณาเปนฺตาปิ ‘‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส เถรสฺส เทถา’’ติ วตฺวา ปุคฺคลสฺเสว ทาเปนฺติ, สามํ คนฺตฺวา ททนฺตาปิ ปาทมูเล ฐเปตฺวา วา หตฺเถ ฐเปตฺวา วา หตฺเถน ผุสาเปตฺวา วา ททนฺติ ‘‘อิมํ, ภนฺเต, จีวรํ ตุเมฺห อุทฺทิสฺส เอตฺตกํ ธนํ ปริจฺจชิตฺวา กตํ, เอวญฺจ เอวญฺจ หตฺถกมฺมํ กตฺวา สมฺปาทิตํ, ตสฺมา ตุเมฺห นิวาสถ ปารุปถ ปริภุญฺชถา’’ติอาทีนิ วทนฺติ, ตสฺส ปุคฺคลสฺส ปริโภคกรณเมว อิจฺฉนฺติ, น สงฺฆสฺส ทานํ. เกจิ อตุฏฺฐกถมฺปิ กเถนฺติ. เอวํ ปุคฺคลเมว อุทฺทิสฺส ทินฺนจีวรสฺส สงฺเฆน อายตฺตการณํ นตฺถิ. ‘‘สเจ ปน ‘อิทํ ตุมฺหากญฺจ ตุมฺหากํ อนฺเตวาสิกานญฺจ ทมฺมี’ติ เอวํ วทติ, เถรสฺส จ อนฺเตวาสิกานญฺจ ปาปุณาตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) อาคมนโต เอวํ วตฺวา เทนฺเต ปน อาจริยนฺเตวาสิกานํ ปาปุณาติ, อนนฺเตวาสิกสฺส ปน น ปาปุณาติ. ‘‘อุทฺเทสํ คเหตุํ อาคโต คเหตฺวา คจฺฉนฺโต จ อตฺถิ, ตสฺสปิ ปาปุณาตี’’ติ อาคมนโต พหิสีมฏฺฐสฺส ธมฺมนฺเตวาสิกสฺสปิ ปาปุณาติ. ‘‘ตุเมฺหหิ สทฺธึ นิพทฺธจาริกภิกฺขูนํ ทมฺมีติ วุตฺเต อุทฺเทสนฺเตวาสิกานํ วตฺตํ กตฺวา อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนิ คเหตฺวา วิจรนฺตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) อาคมนโต เอวํ วตฺวา เทนฺเต ธมฺมนฺเตวาสิกานํ วตฺตปฏิปตฺติการกานญฺจ อนฺเตวาสิกานํ ปาปุณาติ. เอวํ ทายกานํ วจนานุรูปเมว ทานสฺส ปวตฺตนโต ‘‘ยถา ทายกา วทนฺติ, ตถา ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๕) อฏฺฐกถาจริยา วทนฺติ.
เอวํ อิทานิ ทายกา เยภุยฺเยน ปุคฺคลสฺเสว เทนฺติ, สเตสุ สหสฺเสสุ เอโกเยว ปณฺฑิโต พหุสฺสุโต ทายโก สงฺฆสฺส ทเทยฺย, ปุคฺคลิกจีวรญฺจ สงฺฆิกภวนตฺถาย อกริยมานํ น ญตฺติยา กมฺมวาจาย จ อรหํ โหติ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ญตฺติกมฺมวาจาวิโรธโต. กถํ วิโรโธติ เจ? ญตฺติยา กมฺมวาจาย จ ‘‘อิทํ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺน’’นฺติ กถินจีวรสฺส สงฺฆิกภาโว วุตฺโต, อิทานิ ปน ตํ จีวรํ ‘‘ปุคฺคลสฺส ทินฺนํ ปุคฺคลิก’’นฺติ วจนตฺถานุรูปโต ปุคฺคลิกํ โหติ, เอวมฺปิ วิโรโธ. ‘‘สงฺโฆ อิมํ กถินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺย กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติ เอตฺถ จ สงฺโฆติ ธาตุยา กตฺตา โหติ, ภิกฺขุโนติ สมฺปทานํ, อิธ ปน สงฺฆสฺส ตสฺมึ กถินจีวเร อนิสฺสรภาวโต สงฺโฆ กตฺตา น โหติ, ภิกฺขุ ปฏิคฺคาหลกฺขณาภาวโต สมฺปทานํ น โหติ, เอวมฺปิ วิโรโธ. ทายเกน ปน สงฺฆสฺส ปริจฺจตฺตตฺตา สงฺฆิกภูตํ กถินจีวรํ ยสฺมึ กาเล สงฺโฆ กถินํ อตฺถริตุํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน เทติ, ตสฺมึ กาเล ญตฺติทุติยกมฺมวาจํ อิทานิ มนุสฺสา ‘‘ญตฺตี’’ติ โวหรนฺติ, ตญฺจ จีวรํ ‘‘ญตฺติลทฺธจีวร’’นฺติ, ตํ จีวรทายกญฺจ ‘‘ญตฺติลทฺธทายโก’’ติ, ตสฺมา สงฺฆิกจีวรเมว ญตฺติลทฺธํ โหติ, โน ปุคฺคลิกจีวรํ. ญตฺติลทฺธกาลโต ปน ปฏฺฐาย ตํ จีวรํ ปุคฺคลิกํ โหติ. กสฺมา? อตฺถารกปุคฺคลสฺส จีวรภาวโตติ.
อถาปิ วทนฺติ ‘‘ทินฺนนฺติ ปาฐญฺจ ‘สาเธนฺตี’ติ ปาฐญฺจ ‘อานิสํสํ ลภนฺตี’ติ ปาฐญฺจ อุปนิธาย อยมตฺโถ วิญฺญายตี’’ติ, ตตฺถายมาจริยานมธิปฺปาโย – ‘‘ทินฺนํ อิทํ สงฺเฆนา’’ติ เอตฺถ ทา-ธาตุยา สงฺเฆนาติ กตฺตา, อิทนฺติ กมฺมํ, อิมสฺส กถินจีวรสฺส สงฺฆิกตฺตา สงฺเฆน ทินฺนํ โหติ, เตน วิญฺญายติ ‘‘กถิน’’นฺติ วุตฺเต สงฺฆิกํ โหตีติ. ‘‘กถินตฺถารํ เก ลภนฺตีติ เอตฺถ เก ลภนฺตีติ เก สาเธนฺตีติ อตฺโถ. ปญฺจ ชนา สาเธนฺตี’’ติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖) วุตฺตํ. ตตฺถ ปญฺจ ชนาติ สงฺโฆ วุตฺโต, อิมินาปิ วิญฺญายติ ‘‘กถินนฺติ วุตฺเต สงฺฆิกํ โหตี’’ติ. อานิสํสํ ลภนฺตีติ เอตฺถ จ สงฺฆิกตฺตา สพฺเพ สีมฏฺฐกภิกฺขู อานิสํสํ ลภนฺติ, อิมินาปิ วิญฺญายติ ‘‘กถินนฺติ วุตฺเต สงฺฆิกํ โหตี’’ติ.
ตตฺราเปฺยวํ วิจารณา กาตพฺพา – ปุพฺเพทายกา จตฺตาโรปิ ปจฺจเย เยภุยฺเยน สงฺฆสฺเสว เทนฺติ, ตสฺมา สงฺฆสฺส จตุปจฺจยภาชนกถา อติวิตฺถารา โหติ. อปฺปกโต ปน ปุคฺคลสฺส เทนฺติ, ตสฺมา สงฺฆสฺส ทินฺนํ กถินจีวรํ สงฺเฆน อตฺถารกสฺส ปุคฺคลสฺส ทินฺนํ สนฺธาย วุตฺตํ. สาเธนฺตีติ จ กถินทุสฺสสฺส ทายกา จตฺตาโร, ปฏิคฺคาหโก เอโกติ ปญฺจ ชนา กถินทานกมฺมํ สาเธนฺตีติ วุตฺตํ. อานิสํสํ ลภนฺตีติ อิทญฺจ อตฺถารกสฺส จ อนุโมทนานญฺจ ภิกฺขูนํ อานิสํสลาภเมว วุตฺตํ, น เอเตหิ ปาเฐหิ ‘‘กถิน’’นฺติ วุตฺเต สงฺฆิกํ โหตีติ อตฺโถ วิญฺญาตพฺโพ โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ. สงฺฆสฺส อุปฺปนฺนจีวรํ สงฺเฆน อตฺถารกสฺส ทินฺนภาโว กถํ วิญฺญายตีติ? ‘‘อิทํ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ, สงฺโฆ อิมํ กถินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทติ กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติ วุตฺตํ ปาฬิปาฐญฺจ (มหาว. ๓๐๗) ‘‘สงฺโฆ อชฺช กถินทุสฺสํ ลภิตฺวา ปุนทิวเส เทติ, อยํ นิจยสนฺนิธี’’ติ วุตฺตํ อฏฺฐกถาปาฐญฺจ ทิสฺวา วิญฺญายตีติ. สงฺฆสนฺตกภูตํ จีวรเมว ทานกิริยาย กมฺมํ, สงฺโฆ กตฺตา, ปุคฺคโล สมฺปทานํ ภวิตุํ อรหภาโว จ ยถาวุตฺตปาฬิปาฐเมว อุปนิธาย วิญฺญายตีติ.
เอวํ สนฺเต ปุคฺคลสฺส ทินฺนํ ปุคฺคลิกจีวรํ สงฺฆิกํ กาตุํ กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ? สเจ โส ปฏิคฺคาหกปุคฺคโล ทายกานํ เอวํ วทติ ‘‘อุปาสก ทานํ นาม ปุคฺคลสฺส ทินฺนโต สงฺฆสฺส ทินฺนํ มหปฺผลตรํ โหติ, ตสฺมา สงฺฆสฺส เทหิ, สงฺฆสฺส ทตฺวา ปุน สงฺเฆน อตฺถารารหสฺส ภิกฺขุโน กมฺมวาจาย ทตฺวา เตน ปุคฺคเลน ยถาวินยํ อตฺถเตเยว กถินํ นาม โหติ, น ปุคฺคลสฺส ทตฺวา ปุคฺคเลน สามํเยว อตฺถเต, ตสฺมา สงฺฆสฺส เทหี’’ติ อุยฺโยเชตฺวา สงฺฆสฺส ทาปิเตปิ ตํ จีวรํ สงฺฆิกํ โหติ กถินตฺถารารหํ. ยทิ ปน ทายโก อปฺปสฺสุตตาย ‘‘นาหํ, ภนฺเต, กิญฺจิ ชานามิ, อิมํ จีวรํ ตุมฺหากเมว ทมฺมี’’ติ วกฺขติ, เอวํ สติ ปุคฺคลิกวเสเนว สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เตน ปุคฺคเลน ตํ จีวรํ สงฺฆสฺส ทินฺนมฺปิ สงฺฆิกํ โหติ.
ยทิ เอวํ สมเณเนว สมณสฺส ทินฺนํ จีวรํ กถํ กถินตฺถารารหํ ภเวยฺยาติ? โน น ภเวยฺย. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) ‘‘กถินํ เกน ทินฺนํ วฏฺฏติ? เยน เกนจิ เทเวน วา มนุสฺเสน วา ปญฺจนฺนํ วา สหธมฺมิกานํ อญฺญตเรน ทินฺนํ วฏฺฏตี’’ติ. อถ กสฺมา ปรมฺปรภูเตหิ อาจริเยหิ ญตฺติลทฺธจีวรโต อวเสสานิ จีวรานิ สงฺฆสฺส ภาเชตฺวา เอว ปริภุญฺชิตานีติ? วุจฺจเต – เอกจฺเจ ภิกฺขู อาจริยปรมฺปราคตอนอุสาเรเนว ปฏิปชฺชนฺติ, เกจิ พหูนํ กิริยํ ทิสฺวา ทิฏฺฐานุคติวเสน ปฏิปชฺชนฺติ, พหุสฺสุตาปิ เกจิ เถรา อรุจฺจนฺตาปิ ปเวณิเภทภเยน ปฏิปชฺชนฺติ, อปเร รุจิวเสน อตฺถญฺจ อธิปฺปายญฺจ ปริณาเมตฺวา คณฺหนฺติ, ปกรณเมวานุคตภิกฺขู ปน ยถาปกรณาคตเมว อตฺถํ คเหตฺวา สงฺฆิกญฺจ ปุคฺคลิกญฺจ อมิสฺสํ กตฺวา, กาลจีวรญฺจ อกาลจีวรญฺจ อมิสฺสํ กตฺวา คณฺหนฺติ. ภิกฺขุนิวิภงฺเค (ปาจิ. ๗๓๘) ‘‘ถูลนนฺทา ภิกฺขุนี อกาลจีวรํ ‘กาลจีวร’นฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภาชาเปสฺสติ, อถ ภควา นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยาปตฺตึ ปญฺญเปสี’’ติ อาคตํ, ตสฺมา ลชฺชีเปสลพหุสฺสุตสิกฺขากามภูเตน ภิกฺขุนา อเนก-ปาฬิอฏฺฐกถาทโย ปกรเณ โอโลเกตฺวา สํสนฺทิตฺวา ปกรณเมวานุคนฺตพฺพํ, น อญฺเญสํ กิริยํ สทฺทหิตพฺพํ, น จ อนุคนฺตพฺพํ. ภควโต หิ ธรมานกาเล วา ตโต ปจฺฉา วา ปุพฺเพ ทายกา เยภุยฺเยน จตฺตาโร ปจฺจเย สงฺฆสฺเสว เทนฺติ, ตสฺมา สงฺฆิกเสนาสนสฺส สงฺฆิกจีวรสฺส จ พาหุลฺลโต ปุพฺพาจริยา สงฺฆสฺส ภาเชตฺวา เอว ปริภุญฺชึสุ.
อิทานิ ปน ทายกา เยภุยฺเยน จตฺตาโร ปจฺจเย ปุคฺคลสฺเสว เทนฺติ, ตสฺมา เสนาสนมฺปิ อภินวภูตํ ปุคฺคลิกเมว พหุลํ โหติ, จีวรมฺปิ ปุคฺคลิกเมว พหุลํ. ทลิทฺทาปิ สุตฺตกนฺตนกาลโต ปฏฺฐาย ‘‘อิมํ จีวรํ กถินกาเล อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา จ ตเถว วตฺวา จ สพฺพกิจฺจานิ กโรนฺติ, มหทฺธนา จ สาฏกสฺส กีณิตกาลโต ปฏฺฐาย ตเถว จินฺเตตฺวา กเถตฺวา กโรนฺติ, ทานกาเล จ ‘‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส เทหี’’ติ ปุตฺตทาสาทโย วา เปเสนฺติ, สามํ วา คนฺตฺวา จีวรํ ตสฺส ภิกฺขุสฺส ปาทมูเล วา หตฺเถ วา ฐเปตฺวา ‘‘อิมํ จีวรํ ตุยฺหํ ทมฺมี’’ติ วตฺวา วา จินฺเตตฺวา วา เทนฺติ, สเตสุ วา สหสฺเสสุ วา เอโก ปณฺฑิตปุริโส ‘‘ปุคฺคลสฺส ทินฺนทานโต สงฺฆสฺส ทินฺนํ มหปฺผล’’นฺติ ญตฺวา ‘‘อิมํ กถินจีวรํ สงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ วตฺวา วา จินฺเตตฺวา วา เทติ, ตสฺส สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา โหติ. สเจ ปน ทายโก ปุคฺคลสฺส ทาตุกาโม โหติ, ปุคฺคโล ปน ตสฺส มหปฺผลภาวมิจฺฉนฺโต ทกฺขิณา-วิภงฺคสุตฺตาทิธมฺมเทสนาย (ม. นิ. ๓.๓๗๖ อาทโย) ปุคฺคลิกทานโต สงฺฆิกทานสฺส มหปฺผลภาวํ ชานาเปตฺวา ‘‘อิมํ ตว จีวรํ สงฺฆสฺส เทหี’’ติ อุยฺโยเชติ, ทายโกปิ ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘อิมํ กถินจีวรํ สงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ วตฺวา วา จินฺเตตฺวา วา เทติ, เอวมฺปิ สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา โหติ.
ยทิ ปน ภิกฺขุนา อุยฺโยชิโตปิ ทุปฺปญฺโญ ทายโก ตสฺส วจนํ อนาทิยิตฺวา ปุคฺคลสฺเสว เทติ, ตสฺส สา ทกฺขิณา ปุคฺคลคตา โหติ. อถ ปน โส ปุคฺคโล สยํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปุน สงฺฆสฺส ปริจฺจชติ, เอวมฺปิ ตํ จีวรํ สงฺฆิกํ โหติ, ตํ สงฺฆิกวเสน ภาเชตพฺพํ. ยทิ ปน ทายโกปิ ปุคฺคลสฺเสว เทติ, ปุคฺคโลปิ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา น ปริจฺจชติ, เอวํ สนฺเต ตํ จีวรํ ปุคฺคลิกํ โหติ, น กถินกาลมตฺเตน วา กถินวจนมตฺเตน วา สงฺฆิกํ โหติ. อิทานิ ปน อิมินา นเยน ปุคฺคลิกจีวรํเยว พหุลํ โหติ. เอวํ สนฺเตปิ อาจริยปรมฺปรา ปเวณึ อภินฺทิตุกามา สงฺฆิกํ วิย กตฺวา ภาเชตฺวา ปริภุญฺชึสุ. ยทิ มุขฺยโต สงฺฆิกํ สิยา, สงฺเฆน ทินฺนโต ปรํ เอกสูจิมตฺตมฺปิ ปุคฺคโล อธิกํ คณฺหิตุํ น ลเภยฺย.
เอกจฺเจ เถรา สงฺฆิกนฺติ ปน วทนฺติ, ภาชนกาเล ปน อิสฺสรวตาย ยถารุจิ วิจาเรนฺติ, เอกจฺเจ ภิกฺขู มุขฺยสงฺฆิกนฺติ มญฺญมานา อภาเชตุกามมฺปิ ปุคฺคลํ อภิภวิตฺวา ภาชาเปนฺติ, ตสฺส ปุคฺคลสฺส มาตา ปิตา ญาตกา อุปาสกาทโย ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตสฺส เทม, อมฺหากํ ญาตกภิกฺขุสฺส เทม, อมฺหากํ กุลูปกสฺส เทมา’’ติ, อญฺเญปิ สทฺธา ปสนฺนา ทายกา ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส ปุคฺคลสฺส เทมา’’ติ วิจาเรตฺวา ปรมฺมุขาปิ ‘‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’’ติ วตฺวา สมฺมุขาปิ ปาทมูเล วา หตฺเถ วา ฐเปตฺวา เทนฺติ, เอวรูปํ จีวรํ ปุคฺคลิกํ โหติ, สงฺฆํ อามสิตฺวา อวุตฺตตฺตา สงฺฆายตฺตํ น โหติ, ‘‘กถินํ ทสฺสามี’’ติ วา ‘‘กถินํ ทาตุํ คโต’’ติ วา ‘‘กถินจีวร’’นฺติ วา ปุพฺพาปรกาเลสุ วจนํ ปน มุขฺยกถินภูตสฺส สงฺฆิกจีวรสฺส กาเล ทินฺนตฺตา ตทุปจารโต โวหารมตฺตํ โหติ. ยถา กึ? ‘‘อุโปสถิก’’นฺติ วุตฺตํ ภตฺตํ จุทฺทสสุ สงฺฆิกภตฺเตสุ อนฺโตคธํ มุขฺยสงฺฆิกํ โหติ, สมาทินฺนอุโปสถา ทายกา สายํ ภุญฺชิตพฺพภตฺตภาคํ สงฺฆสฺส เทนฺติ, ตํ สงฺโฆ สลากภตฺตํ วิย ฐิติกํ กตฺวา ภุญฺชติ, อิติ สงฺฆสฺส ทินฺนตฺตา สงฺฆิกํ โหติ. อิทานิ ปน ทายกา อตฺตโน อตฺตโน กุลูปกสฺส วา ญาติภิกฺขุสฺส วา อุโปสถทิวเสสุ ภตฺตํ เทนฺติ, ตํ สงฺฆสฺส อทินฺนตฺตา สงฺฆิกํ น โหติ. เอวํ สนฺเตปิ อุโปสถทิวเส ทินฺนตฺตา มุขฺยวเสน ปวตฺตอุโปสถภตฺตํ วิย ตทุปจาเรน ‘‘อุโปสถภตฺต’’นฺติ โวหรียติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ อิมสฺมึ กาเล เยภุยฺเยน ปุคฺคลสฺเสว ทินฺนตฺตา ปุคฺคลิกภูตํ จีวรํ ญตฺติกมฺมวาจารหํ น โหติ, สงฺฆิกเมว ญตฺติกมฺมวาจารหํ โหติ, ตเทว จ ปญฺจานิสํสการณํ โหติ, ตสฺมา ปณฺฑิเตน ปุคฺคเลน ‘‘อุปาสกา สงฺเฆ เทถ, สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหตี’’ติอาทินา นิโยเชตฺวา ทาเปตพฺพํ, สยํ วา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สงฺฆสฺส ปริจฺจชิตพฺพํ. เอวํ ปริจฺจชิตตฺตา สงฺฆิกภูตํ จีวรํ ญตฺติกมฺมวาจารหญฺจ โหติ ปญฺจานิสํสนิปฺผาทกญฺจ. เอวํ นิโยชนญฺจ ‘‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๗๖) ภควตา วุตฺตวจนํ อนุคตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปริกมฺมํ กโรนฺตานํ ภิกฺขูนํ ยาคุภตฺตญฺจ ทาตุํ วฏฺฏตีติ อิทํ ปุจฺฉิตตฺตา โทโส นตฺถีติ กตฺวา วุตฺตํ, อปุจฺฉิเต ปน เอวํ กเถตุํ น วฏฺฏติ. ขลิมกฺขิตสาฏโกติ อหตวตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. สุฏฺฐุ โธวิตฺวาติอาทินา สปุพฺพกรณํ อตฺถารํ ทสฺเสติ. โธวนสิพฺพนรชนกปฺปกรเณน หิ วิจารณเฉทนพนฺธนานิปิ ทสฺสิตานิเยว โหนฺติ, อตฺถารทสฺสเนน ปจฺจุทฺธารอธิฏฺฐานานิปิ ทสฺเสติ. สูจิอาทีนิ จีวรกมฺมุปกรณานิ สชฺเชตฺวา พหูหิ ภิกฺขูหิ สทฺธินฺติ อิทํ ปน สิพฺพนสฺส อุปกรณนิทสฺสนํ. ตทเหวาติ อิทํ ปน กรณสนฺนิธิโมจนตฺถํ วุตฺตํ. ทายกสฺส หตฺถโต สาฏกํ ลทฺธทิวเสเยว สงฺเฆน อตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน ทาตพฺพํ, เอวํ อเทนฺเต นิจยสนฺนิธิ โหติ. อตฺถารเกนปิ สงฺฆโต ลทฺธทิวเสเยว กถินํ อตฺถริตพฺพํ, เอวํ อกโรนฺเต กรณสนฺนิธิ โหติ.
อญฺญานิ จ พหูนิ อานิสํสวตฺถานิ เทตีติ อิมินา อตฺถริตพฺพสาฏโกเยว กถินสาฏโก นาม, ตโต อญฺเญ สาฏกา พหโวปิ กถินานิสํสาเยว นามาติ ทสฺเสติ. เอเตน จ ‘‘กถินานิสํโส’’ติ วตฺถานิเยว วุตฺตานิ น อคฺโฆติ ทีเปติ. ยทิ อคฺโฆ วุตฺโต สิยา, เอวํ สติ ‘‘พหฺวานิสํสานิ กถินวตฺถานิ เทตี’’ติ วตฺตพฺพํ, เอวํ ปน อวตฺวา ‘‘พหูนิ กถินานิสํสวตฺถานิ เทตี’’ติ วุตฺตํ, เตน ญายติ ‘‘น อคฺโฆ วุตฺโต’’ติ, ตสฺมา พหฺวานิสํสภาโว อคฺฆวเสน น คเหตพฺโพ, อถ โข วตฺถวเสเนว คเหตพฺโพติ. อิตโรติ อญฺโญ ทายโก. ตถา ตถา โอวทิตฺวา สญฺญาเปตพฺโพติ ‘‘อุปาสก ทานํ นาม สงฺฆสฺส ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ, อตฺถาโร ปน ภิกฺขูนํ อุปการตฺถาย ภควตา อนุญฺญาโต, ตสฺมา ญตฺติลทฺธมฺปิ อลทฺธมฺปิ มหปฺผลเมวา’’ติ วา ‘‘อุปาสก อยมฺปิ ทายโก สงฺฆสฺเสว เทติ, ตฺวมฺปิ สงฺฆสฺเสว เทสิ, ภควตา จ –
‘โย สีลวา สีลวนฺเตสุ ททาติ ทานํ;
ธมฺเมน ลทฺธํ สุปสนฺนจิตฺโต;
อภิสทฺทหํ กมฺมผลํ อุฬารํ;
ตํ เว ทานํ วิปุลผลนฺติ พฺรูมี’ติ. (ม. นิ. ๓.๓๘๒) –
วุตฺตํ, ตสฺมา สงฺฆสฺส ทินฺนกาลโต ปฏฺฐาย มหปฺผลเมวา’’ติ วา อิติอาทีนิ วตฺวา สญฺญาเปตพฺโพ.
ยสฺส สงฺโฆ กถินจีวรํ เทติ, เตน ภิกฺขุนา กถินํ อตฺถริตพฺพนฺติ โยชนา. โย ชิณฺณจีวโร โหติ ภิกฺขุ, ตสฺส ทาตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมสฺมึ ฐาเน อิทานิ ภิกฺขู –
‘‘ปฏิคฺคหณญฺจ สปฺปายํ, ญตฺติ จ อนุสาวนํ;
กปฺปพินฺทุ ปจฺจุทฺธาโร, อธิฏฺฐานตฺถรานิ จ;
นิโยชนานุโมทา จ, อิจฺจยํ กถิเน วิธี’’ติ. –
อิมํ คาถํ อาหริตฺวา กถินทานกมฺมวาจาย ปฐมํ กถินจีวรสฺส ปฏิคฺคหณญฺจ สปฺปายปุจฺฉนญฺจ กโรนฺติ, ตทยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ. กสฺมาติ เจ? ‘‘อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กถินํ อตฺถริตุํ…เป… ปุพฺพกรณํ ชานาติ, ปจฺจุทฺธารํ ชานาติ, อธิฏฺฐานํ ชานาติ, อตฺถารํ ชานาติ, มาติกํ ชานาติ, ปลิโพธํ ชานาติ, อุทฺธารํ ชานาติ, อานิสํสํ ชานาตี’’ติ ปริวารปาฬิยญฺจ (ปริ. ๔๐๙),
‘‘อฏฺฐธมฺมวิโท ภิกฺขุ, กถินตฺถารมรหติ;
ปุพฺพปจฺจุทฺธาราธิฏฺฐา-นตฺถาโร มาติกาติ จ;
ปลิโพโธ จ อุทฺธาโร, อานิสํสา ปนฏฺฐิเม’’ติ. (วิ. วิ. ๒๗๐๔, ๒๗๐๖) –
วินยวินิจฺฉยปฺปกรเณ จ อาคเตสุ อฏฺฐสุ องฺเคสุ อนาคตตฺตา จ ‘‘ปุพฺพกรณํ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ โธวเนน วิจารเณน เฉทเนน พนฺธเนน สิพฺพเนน รชเนน กปฺปกรเณนา’’ติ ปริวารปาฬิยญฺจ (ปริ. ๔๐๘),
‘‘โธวนญฺจ วิจาโร จ, เฉทนํ พนฺธนมฺปิ จ;
สิพฺพนํ รชนํ กปฺปํ, ปุพฺพกิจฺจนฺติ วุจฺจตี’’ติ. (วิ. วิ. ๒๗๐๗) –
วินยวินิจฺฉยปฺปกรเณ จ วุตฺเตสุ สตฺตสุ ปุพฺพกรเณสุ อนาคตตฺตา จ.
น เกวลญฺจ ปกรเณสุ อนาคตเมว, อถ โข ยุตฺติปิ น ทิสฺสติ. กถํ? ปฏิคฺคหณํ นาม ‘‘โย ปน ภิกฺขุ อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหาเรยฺย อญฺญตฺร อุทกทนฺตโปนา, ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๖๕) ยาวกาลิกาทีสุ อชฺโฌหริตพฺเพสุ จตูสุ กาลิกวตฺถูสุ ภควตา วุตฺตํ, น จีวเร, ตํ ปน ปาทมูเล ฐเปตฺวา ทินฺนมฺปิ ปรมฺมุขา ทินฺนมฺปิ ลพฺภเตว. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ‘‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมีติ เอวํ ปรมฺมุขา วา ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘อิมํ ตุมฺหาก’นฺติ เอวํ สมฺมุขา วา เทตี’’ติ, ตสฺมา ปฏิคฺคหณกิจฺจํ นตฺถิ, ทายเกน จีวเร ทินฺเน สงฺฆสฺส จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉนมตฺตเมว ปมาณํ โหติ.
สปฺปายปุจฺฉนญฺจ เอวํ กโรนฺติ – เอเกน ภิกฺขุนา ‘‘โภนฺโต สงฺฆา สงฺฆสฺส กถิเน สมฺปตฺเต กสฺส ปุคฺคลสฺส สปฺปายารหํ โหตี’’ติ ปุจฺฉิเต เอโก ภิกฺขุ นามํ วตฺวา ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส เถรสฺส สปฺปายารหํ โหตี’’ติ วทติ, สปฺปายอิติ จ นิวาสนปารุปนตฺถํ คเหตฺวา วทนฺติ. เอตสฺมึ วจเน สทฺทโต จ อตฺถโต จ อธิปฺปายโต จ ยุตฺติ คเวสิตพฺพา โหติ. กถํ? สทฺทโต วคฺคเภเท สติเยว พหุวจนํ กตฺตพฺพํ, น อเภเท, เอวํ สทฺทโต. สปฺปายอิติวจนญฺจ อนุรูปตฺเถเยว วตฺตพฺพํ, น นิวาสนปารุปนตฺเถ, เอวํ อตฺถโต. อิทญฺจ จีวรํ สงฺโฆ กถินํ อตฺถริตุํ ปุคฺคลสฺส เทติ, น นิวาสนปารุปนตฺถํ. วุตฺตญฺหิ ปาฬิยํ (มหาว. ๓๐๗) ‘‘สงฺโฆ อิมํ กถินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทติ กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติ, ตสฺมา ยุตฺติ คเวสิตพฺพา โหติ. ‘‘ปฏิคฺคหณญฺจ สปฺปาย’’นฺติอาทิคาถาปิ กตฺถจิ ปาฬิยํ อฏฺฐกถาฏีกาทีสุ จ น ทิสฺสติ, ตสฺมา อิธ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ.
สเจ พหู ชิณฺณจีวรา, วุฑฺฒสฺส ทาตพฺพนฺติ อิทํ กถินจีวรสฺส สงฺฆิกตฺตา ‘‘น จ, ภิกฺขเว, สงฺฆิกํ ยถาวุฑฺฒํ ปฏิพาหิตพฺพํ, โย ปฏิพาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ อิมินา ปาฬินเยน (จูฬว. ๓๑๑) วุตฺตํ. เอเตเนว นเยน สพฺเพสุ พลวจีวเรสุ สนฺเตสุปิ วุฑฺฒสฺเสว ทาตพฺพนฺติ สิทฺธํ. วุฑฺเฒสุ…เป… ทาตพฺพนฺติ กรณสนฺนิธิโมจนตฺถํ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘สเจ วุฑฺโฒ’’ตฺยาทิ. นวกตเรนปิ หิ กรณสนฺนิธึ โมเจตฺวา กถิเน อตฺถเต อนุโมทนํ กโรนฺตสฺส สงฺฆสฺส ปญฺจานิสํสลาโภ โหตีติ. อปิจาติอาทินา สงฺเฆน กตฺตพฺพวตฺตํ ทสฺเสติ. วจนกฺกโม ปน เอวํ กาตพฺโพ – กถินทุสฺสํ ลภิตฺวา สงฺเฆ สีมาย สนฺนิปติเต เอเกน ภิกฺขุนา ‘‘ภนฺเต, สงฺฆสฺส อิทํ กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ, สงฺโฆ อิมํ กถินทุสฺสํ กถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺย กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติ วุตฺเต อญฺเญน ‘‘โย ชิณฺณจีวโร, ตสฺสา’’ติ วตฺตพฺพํ, ตโต ปุริเมน ‘‘พหู ชิณฺณจีวรา’’ติ วา ‘‘นตฺถิ อิธ ชิณฺณจีวรา’’ติ วา วุตฺเต อปเรน ‘‘เตน หิ วุฑฺฒสฺสา’’ติ วตฺตพฺพํ, ปุน ปุริเมน ‘‘โก เอตฺถ วุฑฺโฒ’’ติ วุตฺเต อิตเรน ‘‘อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขู’’ติ วตฺตพฺพํ, ปุน ปุริเมน ‘‘โส ภิกฺขุ ตทเหว จีวรํ กตฺวา อตฺถริตุํ สกฺโกตี’’ติ วุตฺเต อิตเรน ‘‘โส สกฺโกตี’’ติ วา ‘‘สงฺโฆ มหาเถรสฺส สงฺคหํ กริสฺสตี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, ปุน ปุริเมน ‘‘โส มหาเถโร อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต’’ติ วุตฺเต อิตเรน ‘‘อาม สมนฺนาคโต’’ติ วตฺตพฺพํ, ตโต ‘‘สาธุ สุฏฺฐุ ตสฺส ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาตพฺโพ.
เอตฺถ จ ‘‘ภนฺเต, สงฺฆสฺสา’’ติอาทิวจนํ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิทํ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิมํ กถินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺย กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติ อิมาย ญตฺติปาฬิยา สเมติ. ‘‘โย ชิณฺณจีวโร, ตสฺสา’’ติอาทิ ‘‘สงฺเฆน กสฺสา’’ติอาทิ ‘‘สงฺเฆน กสฺส ทาตพฺพํ, โย ชิณฺณจีวโร โหตี’’ติอาทินา อฏฺฐกถาวจเนน (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) สเมติ. ‘‘โส มหาเถโร อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต’’ติอาทิ ‘‘อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติอาทิกาย ปริวารปาฬิยา (ปริ. ๔๐๙) สเมตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ยสฺส ปน ทียติ, ตสฺส ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย ทาตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมินา อิมสฺส กถินทานกมฺมสฺส ครุกตฺตา น อปโลกนมตฺเตน ทาตพฺพนฺติ อิมมตฺถํ ปกาเสติ. ครุกลหุกานํ เภโท กมฺมากมฺมวินิจฺฉยกถายํ อาวิ ภวิสฺสติ.
เอวํ ทินฺเน ปน กถิเน ปจฺจุทฺธริตพฺพา อธิฏฺฐาตพฺพา วาจา ภินฺทิตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. สเจ ตํ กถินทุสฺสํ นิฏฺฐิตปริกมฺมเมว โหตีติ อิมินา กถินทุสฺสํ นาม น เกวลํ ปกติสาฏกเมว โหติ, อถ โข ปรินิฏฺฐิตสตฺตวิธปุพฺพกิจฺจจีวรมฺปิ โหตีติ ทสฺเสติ, ตสฺมา นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ทินฺเน สตฺตวิธปุพฺพกิจฺจกรเณน อตฺโถ นตฺถิ, เกวลํ ปจฺจุทฺธรณาทีนิเยว กาตพฺพานิ. สเจ ปน กิญฺจิ อปรินิฏฺฐิตํ โหติ, อนฺตมโส กปฺปพินฺทุมตฺตมฺปิ, ตํ นิฏฺฐาเปตฺวาเยว ปจฺจุทฺธรณาทีนิ กาตพฺพานิ. คณฺฐิกปฏฺฏปาสกปฏฺฏานิ ปน สิพฺพนนฺโตคธานิ, ตานิปิ นิฏฺฐาเปตฺวาเยว กาตพฺพานิ. อนิฏฺฐาเปนฺโต อนิฏฺฐิตสิพฺพนกิจฺจเมว โหติ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๒-๔๖๓) ‘‘ตตฺถ กตนฺติ สูจิกมฺมปริโยสาเนน กตํ, สูจิกมฺมปริโยสานํ นาม ยํ กิญฺจิ สูจิยา กตฺตพฺพํ. ปาสกปฏฺฏคณฺฐิกปฏฺฏปริโยสานํ กตฺวา สูจิยา ปฏิสามน’’นฺติ. อิทญฺหิ กถินวตฺตํ นาม พุทฺธปฺปสตฺถนฺติ ‘‘อตฺถตกถินานํ โว ภิกฺขเว ปญฺจ กปฺปิสฺสนฺตี’’ติอาทินา ปสตฺถํ.
กตปริโยสิตํ ปน กถินํ คเหตฺวาติ –
‘‘โธวนญฺจ วิจาโร จ, เฉทนํ พนฺธนมฺปิ จ;
สิพฺพนํ รชนํ กปฺปํ, ปุพฺพกิจฺจนฺติ วุจฺจตี’’ติ. (วิ. วิ. ๒๗๐๗) –
วุตฺตานิ สตฺตวิธปุพฺพกรณานิ กตฺวา ปริโยสาปิตํ กถินจีวรํ คเหตฺวา. อตฺถารเกน ภิกฺขุนา ปจฺจุทฺธริตพฺพา อธิฏฺฐาตพฺพา วาจา ภินฺทิตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถริตุกาโม ภิกฺขุ ปุพฺเพ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตํ โปราณิกํ สงฺฆาฏึ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วตฺวา ปจฺจุทฺธริตพฺพา, ตโต อนธิฏฺฐิตํ นวํ สงฺฆาฏึ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพา, ตโต อตฺถรณกาเล ตเมว อธิฏฺฐิตสงฺฆาฏึ ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพาติ อตฺโถ. เอส นโย อิตเรสุ. เอเตน กถินตฺถารณํ นาม วจีเภทกรณเมว โหติ, น กิญฺจิ กายวิการกรณนฺติ อิมมตฺถํ ทีเปติ. ตถา หิ วุตฺตํ วินยตฺถมญฺชูสายํ (กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘อตฺถริตพฺพนฺติ อตฺถรณํ กาตพฺพํ, ตญฺจ โข ตถาวจีเภทกรณเมวาติ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ.
ตตฺถ ปจฺจุทฺธาโร ติวิโธ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ สงฺฆาฏิยา ปจฺจุทฺธาโร, ‘‘อิมํ อุตฺตราสงฺคํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ อุตฺตราสงฺคสฺส ปจฺจุทฺธาโร, ‘‘อิมํ อนฺตรวาสกํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ อนฺตรวาสกสฺส ปจฺจุทฺธาโรติ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๔๐๘) ‘‘ปจฺจุทฺธาโร ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกนา’’ติ. อธิฏฺฐานํ ติวิธํ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ สงฺฆาฏิยา อธิฏฺฐานํ, ‘‘อิมํ อุตฺตราสงฺคํ อธิฏฺฐามี’’ติ อุตฺตราสงฺคสฺส อธิฏฺฐานํ, ‘‘อิมํ อนฺตรวาสกํ อธิฏฺฐามี’’ติ อนฺตรวาสกสฺส อธิฏฺฐานนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๔๐๘) ‘‘อธิฏฺฐานํ ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกนา’’ติ.
อถ วา อธิฏฺฐานํ ทุวิธํ กาเยน อธิฏฺฐานํ, วาจาย อธิฏฺฐานนฺติ. ตตฺถ โปราณิกํ สงฺฆาฏึ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจุทฺธริตฺวา นวํ สงฺฆาฏึ หตฺเถน คเหตฺวา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการกรเณน กาเยน วา อธิฏฺฐาตพฺพํ, วจีเภทํ กตฺวา วาจาย วา อธิฏฺฐาตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ตตฺถ ยสฺมา เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานานิ กาเยน วา อธิฏฺเฐติ, วาจาย วา อธิฏฺเฐตีติ วุตฺตํ, ตสฺมา…เป… อธิฏฺฐาตพฺพา’’ติ. อถ วา อธิฏฺฐานํ ทุวิธํ สมฺมุขาธิฏฺฐานปรมฺมุขาธิฏฺฐานวเสน. ตตฺถ ยทิ จีวรํ หตฺถปาเส ฐิตํ โหติ, ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วจีเภทํ กตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ, อถ อนฺโตคพฺเภ วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ, ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วจีเภทํ กตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙; กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ตตฺร ทุวิธํ อธิฏฺฐานํ สเจ หตฺถปาเส โหตี’’ติอาทิ, วินยตฺถมญฺชูสายญฺจ (กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ทุวิธนฺติ สมฺมุขาปรมฺมุขาเภเทน ทุวิธ’’นฺติ.
อตฺถาโร กติวิโธ? อตฺถาโร เอกวิโธ. วจีเภทกรเณเนว หิ อตฺถาโร สมฺปชฺชติ, น กายวิการกรเณน. อยมตฺโถ ยถาวุตฺต-ปริวารปาฬิยา จ ‘‘อตฺถริตพฺพนฺติ อตฺถรณํ กาตพฺพํ, ตญฺจ โข ตถาวจีเภทกรณเมวาติ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ วินยตฺถมญฺชูสาวจเนน จ วิญฺญายติ. อถ วา อตฺถาโร ติวิโธ วตฺถุปฺปเภเทน. ตตฺถ ยทิ สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถริตุกาโม โหติ, โปราณิกา สงฺฆาฏิ ปจฺจุทฺธริตพฺพา, นวา สงฺฆาฏิ อธิฏฺฐาตพฺพา, ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. อถ อุตฺตราสงฺเคน กถินํ อตฺถริตุกาโม โหติ, โปราณโก อุตฺตราสงฺโค ปจฺจุทฺธริตพฺโพ, นโว อุตฺตราสงฺโค อธิฏฺฐาตพฺโพ, ‘‘อิมินา อุตฺตราสงฺเคน กถินํ อตฺถรามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. อถ อนฺตรวาสเกน กถินํ อตฺถริตุกาโม โหติ, โปราณโก อนฺตรวาสโก ปจฺจุทฺธริตพฺโพ, นโว อนฺตรวาสโก อธิฏฺฐาตพฺโพ, ‘‘อิมินา อนฺตรวาสเกน กถินํ อตฺถรามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๔๑๓) ‘‘สเจ สงฺฆาฏิยา’’ติอาทิ.
เอตฺถ สิยา – กึ ปน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วิเสสํ กตฺวาว ปจฺจุทฺธริตพฺพา, อุทาหุ ‘‘อิมํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ สามญฺญโตปิ ปจฺจุทฺธริตพฺพาติ? ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตํ จีวรํ ‘‘อิมํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ สามญฺญโต ปจฺจุทฺธริตพฺพํ, น ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วิเสสโต ปจฺจุทฺธริตพฺพํ. กสฺมา? ปุพฺเพ อลทฺธนามตฺตา. ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตํ ปน จีวรํ วิเสสโตเยว ปจฺจุทฺธริตพฺพํ, น สามญฺญโต. กสฺมา? ปฏิลทฺธวิเสสนามตฺตา. อิธ ปน กถินาธิกาเร ปุพฺเพว ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตตฺตา วิเสสโตเยว ปจฺจุทฺธริตพฺพนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๔๐๘) กถินาธิกาเร ‘‘ปจฺจุทฺธาโร ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกนา’’ติ. กึ ปน นิจฺจเตจีวริโกเยว กถินํ อตฺถริตุํ ลภติ, อุทาหุ อวตฺถาเตจีวริโกปีติ? เตจีวริโก ทุวิโธ ธุตงฺคเตจีวริกวินยเตจีวริกวเสน. ตตฺถ ธุตงฺคเตจีวริโก ‘‘อติเรกจีวรํ ปฏิกฺขิปามิ, เตจีวริกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ธารณโต สพฺพกาลเมว ธาเรติ. วินยเตจีวริโก ปน ยทา ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐหิตฺวา ธาเรตุกาโม โหติ, ตทา ตถา อธิฏฺฐหิตฺวา ธาเรติ. ยทา ปน ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐหิตฺวา ธาเรตุกาโม โหติ, ตทา ตถา อธิฏฺฐหิตฺวา ธาเรติ, ตสฺมา ติจีวราธิฏฺฐานสฺส ทุปฺปริหารตฺตา สพฺพทา ธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต หุตฺวา ปริกฺขารโจฬวเสน ธาเรนฺโตปิ ตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา อาสนฺเน กาเล ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐหนฺโตปิ กถินํ อตฺถริตุํ ลภติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
กจฺจิ นุ โภ กถินทานกมฺมวาจาภณนสีมายเมว กถินํ อตฺถริตพฺพํ, อุทาหุ อญฺญสีมายาติ? ยทิ กถินทานกมฺมวาจาภณนพทฺธสีมา วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตอุปจารสีมาย อนฺโต ฐิตา, เอวํ สติ ตสฺมึเยว สีมมณฺฑเล อตฺถรณํ กาตพฺพํ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘ปรินิฏฺฐิตปุพฺพกรณเมว เจ ทายโก สงฺฆสฺส เทติ, สมฺปฏิจฺฉิตฺวา กมฺมวาจาย ทาตพฺพํ. เตน จ ตสฺมึเยว สีมมณฺฑเล อธิฏฺฐหิตฺวา อตฺถริตฺวา สงฺโฆ อนุโมทาเปตพฺโพ’’ติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๘) อาคตตฺตา วิญฺญายตีติ. ยทิ เอวํ ‘‘ตสฺมึเยว สีมมณฺฑเล’’อิจฺเจว ฏีกายํ วุตฺตตฺตา ‘‘ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ สีมมณฺฑเล กมฺมวาจํ ภณิตฺวา ตสฺมึเยว สีมมณฺฑเล อตฺถริตพฺพ’’นฺติ วตฺตพฺพํ, น ‘‘กถินทานกมฺมวาจาภณนพทฺธสีมา วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตอุปจารสีมาย อนฺโต ฐิตา’’ติ วิเสสํ กตฺวา วตฺตพฺพนฺติ? น น วตฺตพฺพํ. กมฺมวาจาภณนสีมา หิ พทฺธสีมาภูตา, กถินตฺถารสีมา ปน อุปจารสีมาภูตา, อุปจารสีมา จ นาม พทฺธสีมํ อวตฺถริตฺวาปิ คจฺฉติ, ตสฺมา สา สีมา พทฺธสีมา จ โหติ อุปจารสีมา จาติ ตสฺมึเยว สีมมณฺฑเล กถินทานกมฺมวาจํ ภณิตฺวา ตตฺเถว อตฺถรณํ กาตพฺพํ, น ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ สีมมณฺฑเล กมฺมวาจํ ภณิตฺวา ตตฺเถว อตฺถรณํ กตฺตพฺพนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวมฺปิ ‘‘อุปจารสีมาย’’อิจฺเจว วตฺตพฺพํ, น ‘‘วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตอุปจารสีมายา’’ติ, ตมฺปิ วตฺตพฺพเมว. เตสํ ภิกฺขูนํ วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตาย เอว อุปจารสีมาย กถินตฺถารํ กาตุํ ลภติ, น อญฺญอุปจารสีมาย. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) ‘‘อญฺญสฺมึ วิหาเร วุตฺถวสฺสาปิ น ลภนฺตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺต’’นฺติ.
ยถิจฺฉสิ, ตถา ภวตุ, อปิ ตุ ขลุ ‘‘กมฺมวาจาภณนสีมา พทฺธสีมาภูตา, กถินตฺถารสีมา อุปจารสีมาภูตา’’ติ ตุเมฺหหิ วุตฺตํ, ตถาภูตภาโว กถํ ชานิตพฺโพติ? วุจฺจเต – กถินตฺถารสีมายํ ตาว อุปจารสีมาภูตภาโว ‘‘สเจ ปน เอกสีมาย พหู วิหารา โหนฺติ, สพฺเพ ภิกฺขู สนฺนิปาเตตฺวา เอกตฺถ กถินํ อตฺถริตพฺพ’’นฺติ อิมิสฺสา อฏฺฐกถาย (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) อตฺถํ สํวณฺเณตุํ ‘‘เอกสีมายาติ เอกอุปจารสีมายาติ อตฺโถ ยุชฺชตี’’ติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖) อาคตตฺตา วิญฺญายติ. กมฺมวาจาภณนสีมาย พทฺธสีมาภูตภาโว ปน ‘‘เต จ โข หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา เอกสีมายํ ฐิตา. สีมา จ นาเมสา พทฺธสีมา อพทฺธสีมาติ ทุวิธา โหตี’’ติ กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) อาคตตฺตา จ ‘‘สีมา จ นาเมสา กตมา, ยตฺถ หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา ฐิตา กมฺมปฺปตฺตา นาม โหนฺตีติ อนุโยคํ สนฺธาย สีมํ ทสฺเสนฺโต วิภาควนฺตานํ สภาววิภาวนํ วิภาคทสฺสนมุเขเนว โหตีติ ‘สีมา จ นาเมสา’ติอาทิมาหา’’ติ วินยตฺถมญฺชูสายํ (กงฺขา. อภิ. ฏี. นิทานวณฺณนา) อาคตตฺตา จ วิญฺญายติ.
ตตฺถ กติวิธา พทฺธสีมา, กติวิธา อพทฺธสีมาติ? ติวิธา พทฺธสีมา ขณฺฑสีมาสมานสํวาสสีมาอวิปฺปวาสสีมาวเสน. ติวิธา อพทฺธสีมา คามสีมาอุทกุกฺเขปสีมาสตฺตพฺภนฺตรสีมาวเสนาติ ทฏฺฐพฺพา. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘เอวํ เอกาทส วิปตฺติสีมาโย อติกฺกมิตฺวา ติวิธสมฺปตฺติยุตฺตา นิมิตฺเตน นิมิตฺตํ สมฺพนฺธิตฺวา สมฺมตา สีมา พทฺธสีมาติ เวทิตพฺพา. ขณฺฑสีมา สมานสํวาสสีมา อวิปฺปวาสสีมาติ ตสฺสาเยว เภโท. อพทฺธสีมา ปน คามสีมา สตฺตพฺภนฺตรสีมา อุทกุกฺเขปสีมาติ ติวิธา’’ติ กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) อาคตตฺตา วิญฺญายติ. เอวํ ตีสุ พทฺธสีมาสุ, ตีสุ อพทฺธสีมาสูติ ฉสุเยว สีมาสุ กมฺมปฺปตฺตสงฺฆสฺส จตุวคฺคกรณียาทิกมฺมสฺส กตฺตพฺพภาววจนโต สุทฺธาย อุปจารสีมาย กมฺมวาจาย อภณิตพฺพภาโว วิญฺญายติ. อนฺโตอุปจารสีมาย พทฺธสีมาย สติ ตํ พทฺธสีมํ อวตฺถริตฺวาปิ อุปจารสีมาย คมนโต สา พทฺธสีมา กมฺมวาจาภณนารหา จ โหติ กถินตฺถารารหา จาติ เวทิตพฺพํ.
นนุ จ ปนฺนรสวิธา สีมา อฏฺฐกถาสุ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙; กงฺขา. อฏฺฐ. อกาลจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา) อาคตา, อถ กสฺมา ฉเฬว วุตฺตาติ? สจฺจํ, ตาสุ ปน ปนฺนรสสุ สีมาสุ อุปจารสีมา สงฺฆลาภวิภชนาทิฏฺฐานเมว โหติ, ลาภสีมา ตตฺรุปฺปาทคหณฏฺฐานเมว โหตีติ อิมา เทฺว สีมาโย สงฺฆกมฺมกรณฏฺฐานํ น โหนฺติ, นิคมสีมา นครสีมา ชนปทสีมา รฏฺฐสีมา รชฺชสีมา ทีปสีมา จกฺกวาฬสีมาติ อิมา ปน สีมาโย คามสีมาย สมานคติกา คามสีมายเมว อนฺโตคธาติ น วิสุํ วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ อุปจารสีมาย พทฺธสีมํ อวตฺถริตฺวา คตภาโว กถํ ชานิตพฺโพติ? ‘‘อุปจารสีมา ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขเปน, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐาเนน ปริจฺฉินฺนา’’ติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) วุตฺตตฺตา ปริกฺเขปปริกฺเขปารหฏฺฐานานํ อนฺโต พทฺธสีมาย วิชฺชมานาย ตํ อวตฺถริตฺวา อุปจารสีมา คตา. ตถา หิ ‘‘อิมิสฺสา อุปจารสีมาย ‘สงฺฆสฺส ทมฺมี’ติ ทินฺนํ ปน ขณฺฑสีมสีมนฺตริกาสุ ฐิตานมฺปิ ปาปุณาตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) วุตฺตํ. เตน ญายติ ‘‘อุปจารสีมาย อนฺโต ฐิตา พทฺธสีมา อุปจารสีมาปิ นาม โหตี’’ติ. โหตุ, เอวํ สติ อนฺโตอุปจารสีมายํ พทฺธสีมาย สติ ตตฺเถว กถินทานกมฺมวาจํ วาจาเปตฺวา ตตฺเถว กถินํ อตฺถริตพฺพํ ภเวยฺย, อนฺโตอุปจารสีมายํ พทฺธสีมาย อวิชฺชมานาย กถํ กริสฺสนฺตีติ? อนฺโตอุปจารสีมายํ พทฺธสีมาย อวิชฺชมานาย พหิอุปจารสีมายํ วิชฺชมานพทฺธสีมํ วา อุทกุกฺเขปลภนฏฺฐานํ วา คนฺตฺวา กมฺมวาจํ วาจาเปตฺวา ปุน วิหารํ อาคนฺตฺวา วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตาย อุปจารสีมายํ ฐตฺวา กถินํ อตฺถริตพฺพนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
นนุ จ โภ เอวํ สนฺเต อญฺญิสฺสา สีมาย ญตฺติ, อญฺญิสฺสา อตฺถาโร โหติ, เอวํ สนฺเต ‘‘ปรินิฏฺฐิตปุพฺพกรณเมว เจ ทายโก สงฺฆสฺส เทติ, สมฺปฏิจฺฉิตฺวา กมฺมวาจาย ทาตพฺพํ. เตน จ ตสฺมึเยว สีมมณฺฑเล อธิฏฺฐหิตฺวา อตฺถริตฺวา สงฺโฆ อนุโมทาเปตพฺโพ’’ติ วุตฺเตน วชิรพุทฺธิฏีกาวจเนน (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๘) วิรุชฺฌตีติ? นนุ อโวจุมฺห ‘‘กมฺมวาจาภณนสีมา พทฺธสีมาภูตา, กถินตฺถารสีมา อุปจารสีมาภูตา’’ติ. ตสฺมา วชิรพุทฺธิฏีกาวจเนน น วิรุชฺฌติ. ตตฺถ ปุพฺเพ เยภุยฺเยน พทฺธสีมวิหารตฺตา สมคฺคํ สงฺฆํ สนฺนิปาเตตฺวา กมฺมวาจํ วาจาเปตฺวา อุปจารสีมพทฺธสีมภูเต ตสฺมึเยว วิหาเร อตฺถรณํ สนฺธาย วุตฺตํ. พทฺธสีมวิหาเร อโหนฺเตปิ อนฺโตอุปจารสีมายํ พทฺธสีมาย วิชฺชมานาย ตตฺเถว สีมมณฺฑเล กมฺมวาจํ วาจาเปตฺวา ตตฺเถว อตฺถริตพฺพภาโว อเมฺหหิปิ วุตฺโตเยว. ยทิ ปน น เจว พทฺธสีมวิหาโร โหติ, น จ อนฺโตอุปจารสีมายํ พทฺธสีมา อตฺถิ, เอวรูเป วิหาเร กมฺมวาจํ วาจาเปตุํ น ลภติ, อญฺญํ พทฺธสีมํ วา อุทกุกฺเขปํ วา คนฺตฺวา กมฺมวาจํ วาจาเปตฺวา อตฺตโน วิหารํ อาคนฺตฺวา วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตาย อุปจารสีมาย ฐตฺวา กถินํ อตฺถริตพฺพํ. เอวเมว ปรมฺปรภูตา พหโว อาจริยวรา กโรนฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
อปเร ปน อาจริยา ‘‘พทฺธสีมวิรหาย สุทฺธอุปจารสีมาย สติ ตสฺสํเยว อุปจารสีมายํ ญตฺติกมฺมวาจาปิ วาเจตพฺพา, กถินํ อตฺถริตพฺพํ, น อญฺญิสฺสา สีมาย ญตฺติ, อญฺญิสฺสา อตฺถรณํ กาตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. อยํ ปน เนสมธิปฺปาโย – ‘‘กถินตฺถตสีมายนฺติ อุปจารสีมํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖) กถินตฺถารฏฺฐานภูตาย สีมาย อุปจารสีมาภาโว วุตฺโต, ตสฺสํเยว ฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๘) ปุพฺเพ นิทฺทิฏฺฐปาเฐ ‘‘ตสฺมึเยว สีมมณฺฑเล อธิฏฺฐหิตฺวา อตฺถริตฺวา สงฺโฆ อนุโมทาเปตพฺโพ’’ติ กมฺมวาจาภณนสีมายเมว อตฺถริตพฺพภาโว จ วุตฺโต, ตสฺมา อญฺญิสฺสา สีมาย ญตฺติ, อญฺญิสฺสา อตฺถรณํ น กาตพฺพํ, ตสฺสํเยว อุปจารสีมายํ กมฺมวาจํ สาเวตฺวา ตสฺมึเยว อตฺถาโร กาตพฺโพ, อุปจารสีมโต พหิ ฐิตํ พทฺธสีมํ คนฺตฺวา อตฺถรณกิจฺจํ นตฺถีติ.
ตเตฺรวํ วิจารณา กาตพฺพา – อิทํ ภาสนฺตเรสุ ‘‘ญตฺตี’’ติ กถิตํ กถินทานกมฺมํ จตูสุ สงฺฆกมฺเมสุ ญตฺติทุติยกมฺมํ โหติ, ญตฺติทุติยกมฺมสฺส นวสุ ฐาเนสุ กถินทานํ, ครุกลหุเกสุ ครุกํ, ยทิ ‘‘อุปจารสีมายํ จตฺตาริ สงฺฆกมฺมานิ กาตพฺพานี’’ติ ปกรเณสุ อาคตํ อภวิสฺสา, เอวํ สนฺเต เตสํ อาจริยานํ วจนานุรูปโต อุปจารสีมายํ กถินทานญตฺติกมฺมวาจํ วาเจตพฺพํ อภวิสฺสา, น ปน ปกรเณสุ ‘‘อุปจารสีมายํ จตฺตาริ สงฺฆกมฺมานิ กาตพฺพานี’’ติ อาคตํ, อถ โข ‘‘สงฺฆลาภวิภชนํ, อาคนฺตุกวตฺตํ กตฺวา อารามปฺปวิสนํ, คมิกสฺส ภิกฺขุโน เสนาสนอาปุจฺฉนํ, นิสฺสยปอปฺปสฺสมฺภนํ, ปาริวาสิกมานตฺตจาริกภิกฺขูนํ อรุณุฏฺฐาปนํ, ภิกฺขุนีนํ อารามปฺปวิสนอาปุจฺฉนํ อิจฺเจวมาทีนิ เอว อุปจารสีมาย กตฺตพฺพานี’’ติ อาคตํ, ตสฺมา กถินทานญตฺติทุติยกมฺมวาจา เกวลายํ อุปจารสีมายํ น วาเจตพฺพาติ สิทฺธา. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘อวิปฺปวาสสีมา นาม ติโยชนาปิ โหติ, เอวํ สนฺเต ติโยชเน ฐิตา ลาภํ คณฺหิสฺสนฺติ, ติโยชเน ฐตฺวา อาคนฺตุกวตฺตํ ปูเรตฺวา อารามํ ปวิสิตพฺพํ ภวิสฺสติ, คมิโก ติโยชนํ คนฺตฺวา เสนาสนํ อาปุจฺฉิสฺสติ, นิสฺสยปฏิปนฺนสฺส ภิกฺขุโน ติโยชนาติกฺกเม นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภิสฺสติ, ปาริวาสิเกน ติโยชนํ อติกฺกมิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐเปตพฺพํ ภวิสฺสติ, ภิกฺขุนิยา ติโยชเน ฐตฺวา อารามปฺปวิสนํ อาปุจฺฉิตพฺพํ ภวิสฺสติ, สพฺพมฺเปตํ อุปจารสีมาย ปริจฺเฉทวเสเนว กาตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา อุปจารสีมายเมว ภาเชตพฺพ’’นฺติ เอวมาทิอฏฺฐกถาปาฐโต (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) วิญฺญายตีติ.
อเถวํ วเทยฺยุํ – ‘‘อุปจารสีมา ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย ฐานํ น โหตี’’ติ ตุเมฺหหิ วุตฺตํ, อถ จ ปน กตปุพฺพํ อตฺถิ. ตถา หิ จีวรปฏิคฺคาหกสมฺมุติจีวรนิทหกสมฺมุติจีวรภาชกสมฺมุตีนํ ‘‘สุณาตุ เม…เป… ธารยามีติ อิมาย กมฺมวาจาย วา อปโลกเนน วา อนฺโตวิหาเร สพฺพสงฺฆมชฺเฌปิ ขณฺฑสีมายปิ สมฺมนฺนิตุํ วฏฺฏติเยวา’’ติ อุปจารสีมายํ ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย นิปฺผาเทตพฺพภาโว อฏฺฐกถายํ (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๑๙๔) อาคโต. ภณฺฑาคารสฺส ปน ‘‘อิมํ ปน ภณฺฑาคารํ ขณฺฑสีมํ คนฺตฺวา ขณฺฑสีมาย นิสินฺเนหิ สมฺมนฺนิตุํ น วฏฺฏติ, วิหารมชฺเฌเยว ‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ วิหารํ ภณฺฑาคารํ สมฺมนฺเนยฺยา’ติอาทินา นเยน กมฺมวาจาย วา อปโลกเนน วา สมฺมนฺนิตพฺพ’’นฺติ อฏฺฐกถายํ (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๑๙๗) อุปจารสีมายเมว ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สมฺมนฺนิตพฺพภาโว อาคโตติ.
เต เอวํ วตฺตพฺพา – สเจปิ อฏฺฐกถายํ อาคตํ ‘‘อนฺโตวิหาเร’’ติ ปาโฐ ‘‘วิหารมชฺเฌ’’ติ ปาโฐ จ อุปจารสีมํ สนฺธาย วุตฺโตติ มญฺญมานา ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํ อวจุตฺถ, เต ปน ปาฐา อุปจารสีมํ สนฺธาย อฏฺฐกถาจริเยหิ น วุตฺตา, อถ โข อวิปฺปวาสสีมาสงฺขาตํ มหาสีมํ สนฺธาย วุตฺตา. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ขณฺฑสีมาย วกฺขมานตฺตา. ขณฺฑสีมาย หิ มหาสีมา เอว ปฏิโยคี โหติ. อุปจารสีมาติ อยมตฺโถ กถํ ชานิตพฺโพติ เจ? ‘‘อิมํ ปน สมานสํวาสกสีมํ สมฺมนฺนนฺเตหิ ปพฺพชฺชูปสมฺปทาทีนํ สงฺฆกมฺมานํ สุขกรณตฺถํ ปฐมํ ขณฺฑสีมา สมฺมนฺนิตพฺพา…เป… เอวํ พทฺธาสุ ปน สีมาสุ ขณฺฑสีมาย ฐิตา ภิกฺขู มหาสีมาย กมฺมํ กโรนฺตานํ น โกเปนฺติ, มหาสีมาย วา ฐิตา ขณฺฑสีมาย กมฺมํ กโรนฺตานํ. สีมนฺตริกาย ปน ฐิตา อุภินฺนมฺปิ น โกเปนฺตี’’ติ วุตฺตอฏฺฐกถาปาฐวเสน (มหาว. อฏฺฐ. ๑๓๘) ชานิตพฺโพติ. อถ วา เตหิ อายสฺมนฺเตหิ อาภตภณฺฑาคารสมฺมุติปาฐวเสนปิ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. กถํ? จีวรปฏิคฺคาหกาทิปุคฺคลสมฺมุติโย ปน อนฺโตวิหาเร สพฺพสงฺฆมชฺเฌปิ ขณฺฑสีมายมฺปิ สมฺมนฺนิตุํ วฏฺฏติ, ภณฺฑาคารสงฺขาตวิหารสมฺมุติ ปน วิหารมชฺเฌเยวาติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, ตตฺถ วิเสสการณํ ปริเยสิตพฺพํ.
ตเตฺรวํ วิเสสการณํ ปญฺญายติ – ‘‘อญฺญิสฺสา สีมาย วตฺถุ อญฺญิสฺสา กมฺมวาจา’’ติ วตฺตพฺพโทสปริหารตฺถํ วุตฺตํ. ปุคฺคลสมฺมุติโย หิ ปุคฺคลสฺส วตฺถุตฺตา ยทิ มหาสีมภูเต อนฺโตวิหาเร กตฺตุกามา โหนฺติ, สพฺพสงฺฆมชฺเฌ ตํ วตฺถุภูตํ ปุคฺคลํ หตฺถปาเส กตฺวา กเรยฺยุํ. ยทิ ขณฺฑสีมาย กตฺตุกามา, ตํ วตฺถุภูตํ ปุคฺคลํ ขณฺฑสีมํ อาเนตฺวา ตตฺถ สนฺนิปติตกมฺมปฺปตฺตสงฺฆสฺส หตฺถปาเส กตฺวา กเรยฺยุํ. อุภยถาปิ ยถาวุตฺตโทโส นตฺถิ, ภณฺฑาคารสมฺมุติ ปน ภณฺฑาคารสฺส วิหารตฺตา ขณฺฑสีมํ อาเนตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ยทิ ตํ สมฺมุตึ ขณฺฑสีมายํ ฐตฺวา กเรยฺยุํ, วตฺถุ มหาสีมายํ โหติ, กมฺมวาจา ขณฺฑสีมายนฺติ ยถาวุตฺตโทโส โหติ, ตสฺมิญฺจ โทเส สติ วตฺถุวิปนฺนตฺตา กมฺมํ วิปชฺชติ, ตสฺมา มหาสีมภูตวิหารมชฺเฌเยว สา สมฺมุติ กาตพฺพาติ อฏฺฐกถาจริยานํ มติ, น อุปจารสีมาย ญตฺติทุติยกมฺมํ กาตพฺพนฺติ.
อถาปิ เอวํ วเทยฺยุํ ‘‘วิหารสทฺเทน อวิปฺปวาสสีมภูตา มหาสีมาว วุตฺตา, น อุปจารสีมา’’ติ อิทํ วจนํ กถํ ปจฺเจตพฺพนฺติ? อิมินาเยว อฏฺฐกถาวจเนน. ยทิ หิ อุปจารสีมา วุตฺตา ภเวยฺย, อุปจารสีมา นาม พทฺธสีมํ อวตฺถริตฺวาปิ ปวตฺตา อาวาเสสุ วา ภิกฺขูสุ วา วฑฺฒนฺเตสุ อนิยมวเสน วฑฺฒติ, ตสฺมา ขณฺฑสีมํ อวตฺถริตฺวา ปวตฺตนโต วิหาเรน สห ขณฺฑสีมา เอกสีมาเยว โหติ, เอวํ สติ วิหาเร ฐิตํ ภณฺฑาคารํ ขณฺฑสีมาย ฐตฺวา สมฺมนฺนิตุํ สกฺกา ภเวยฺย, น ปน สกฺกา ‘‘ขณฺฑสีมาย นิสินฺเนหิ สมฺมนฺนิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๓) ปฏิสิทฺธตฺตา. เตน ญายติ ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน วิหารสทฺเทน อวิปฺปวาสสีมภูตา มหาสีมา วุตฺตา, น อุปจารสีมา’’ติ. อุปจารสีมาย อนิยมวเสน วฑฺฒนภาโว กถํ ชานิตพฺโพติ? ‘‘อุปจารสีมา ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขเปน, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐาเนน ปริจฺฉินฺนา โหติ. อปิจ ภิกฺขูนํ ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานโต วา ปริยนฺเต ฐิตโภชนสาลโต วา นิพทฺธวสนกอาวาสโต วา ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ อนฺโต อุปจารสีมา เวทิตพฺพา, สา ปน อาวาเสสุ วฑฺฒนฺเตสุ วฑฺฒติ, ปริหายนฺเตสุ ปริหายติ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘ภิกฺขูสุปิ วฑฺฒนฺเตสุ วฑฺฒตี’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา สเจ วิหาเร สนฺนิปติตภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกาพทฺธา หุตฺวา โยชนสตมฺปิ ปูเรตฺวา นิสีทนฺติ, โยชนสตมฺปิ อุปจารสีมาว โหติ, สพฺเพสํ ลาโภ ปาปุณาตี’’ติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) วจนโตติ.
ยทิ เอวํ อุปจารสีมาย กถินตฺถตภาโว กสฺมา วุตฺโตติ? กถินตฺถรณํ นาม น สงฺฆกมฺมํ, ปุคฺคลกมฺมเมว โหติ, ตสฺมา วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตาย อุปจารสีมาย กาตพฺพา โหติ. ญตฺติกมฺมวาจา ปน สงฺฆกมฺมภูตา, ตสฺมา อุปจารสีมาย กาตุํ น วฏฺฏติ, สุวิโสธิตปริสาย พทฺธาพทฺธสีมายเมว วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ. นนุ จ โภ ‘‘กถินํ อตฺถริตุํ เก ลภนฺติ, เก น ลภนฺติ? คณนวเสน ตาว ปจฺฉิมโกฏิยา ปญฺจ ชนา ลภนฺติ, อุทฺธํ สตสหสฺสมฺปิ, ปญฺจนฺนํ เหฏฺฐา น ลภนฺตี’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, อถ กสฺมา ‘‘กถินตฺถรณํ นาม น สงฺฆกมฺมํ, ปุคฺคลกมฺมเมว โหตี’’ติ วุตฺตนฺติ? ‘‘น สงฺโฆ กถินํ อตฺถรติ, น คโณ กถินํ อตฺถรติ, ปุคฺคโล กถินํ อตฺถรตี’’ติ ปริวาเร (ปริ. ๔๑๔) วุตฺตตฺตา จ อปโลกนกมฺมาทีนํ จตุนฺนํ สงฺฆกมฺมานํ ฐาเนสุ อปวิฏฺฐตฺตา จ. อฏฺฐกถายํ ปน กถินตฺถารสฺส อุปจารภูตํ กถินทานกมฺมวาจาภณนกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ กาเล กถินทายกา จตฺตาโร, ปฏิคฺคาหโก เอโกติ ปจฺฉิมโกฏิยา ปญฺจ โหนฺติ, ตโต เหฏฺฐา น ลภตีติ. ญตฺติกมฺมวาจาย สงฺฆกมฺมภาโว กถํ ชานิตพฺโพติ? ‘‘จตุนฺนํ สงฺฆกมฺมานํ ญตฺติทุติยกมฺมสฺส นวสุ ฐาเนสุ กถินทาน’’นฺติ อาคตตฺตา, ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิทํ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา วุตฺตตฺตา จาติ.
อปเร ปน อาจริยา ‘‘ภาสนฺตเรสุ ญตฺตีติ วุตฺตา กถินทานกมฺมวาจา อตฺถารกิริยาย ปวิสติ, อตฺถารกิริยา จ อุปจารสีมายํ กาตพฺพา, ตสฺมา กถินทานกมฺมวาจาปิ อุปจารสีมายํ กาตพฺพาเยวา’’ติ วทนฺติ, เตสํ อยมธิปฺปาโย – มหาวคฺคปาฬิยํ (มหาว. ๓๐๖) ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กถินํ อตฺถริตพฺพ’’นฺติ อารภิตฺวา ‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ…เป… เอวํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถตํ โหติ กถิน’’นฺติ กถินทานญตฺติกมฺมวาจาโต ปฏฺฐาย ยาว อนุโมทนา ปาโฐ อาคโต, ปริวารปาฬิยญฺจ (ปริ. ๔๑๒) ‘‘กถินตฺถาโร ชานิตพฺโพ’’ติ อุทฺเทสสฺส นิทฺเทเส ‘‘สเจ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ โหติ, สงฺเฆน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ, อตฺถารเกน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ, อนุโมทเกน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ ปุจฺฉํ นีหริตฺวา ‘‘สงฺเฆน ญตฺติทุติเยน กมฺเมน กถินตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน ทาตพฺพํ…เป… อนุโมทามา’’ติ ญตฺติโต ปฏฺฐาย ยาว อนุโมทนา ปาโฐ อาคโต, ตสฺมา ญตฺติโต ปฏฺฐาย ยาว อนุโมทนา สพฺโพ วิธิ กถินตฺถารกิริยายํ ปวิสติ, ตโต กถินตฺถารกิริยาย อุปจารสีมายํ กตฺตพฺพาย สติ ญตฺติสงฺขาตกถินทานกมฺมวาจาปิ อุปจารสีมายํ กตฺตพฺพาเยวาติ.
ตเตฺรวํ วิจารณา กาตพฺพา – อตฺถารกิริยาย วิสุํ อนาคตาย สติ ‘‘สพฺโพ วิธิ อตฺถารกิริยายํ ปวิสตี’’ติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, อถ จ ปน มหาวคฺคปาฬิยญฺจ ปริวารปาฬิยญฺจ อตฺถารกิริยา วิสุํ อาคตาเยว, ตสฺมา ญตฺติสงฺขาตา กถินทานกมฺมวาจา อตฺถารกิริยายํ น ปวิสติ, เกวลํ อตฺถารกิริยาย อุปจารภูตตฺตา ปน ตโต ปฏฺฐาย อนุกฺกเมน วุตฺตํ. ยถา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สีมํ สมฺมนฺนิตุ’’นฺติ สีมาสมฺมุตึ อนุชานิตฺวา ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺพา’’ติ สีมาสมฺมุติวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐมํ นิมิตฺตา กิตฺเตตพฺพา…เป… เอวเมตํ ธารยามี’’ติ นิมิตฺตกิตฺตเนน สห สีมาสมฺมุติกมฺมวาจา เทสิตา, ตตฺถ นิมิตฺตกิตฺตนํ สีมาสมฺมุติกมฺมํ น โหติ, กมฺมวาจาเยว สีมาสมฺมุติกมฺมํ โหติ, ตถาปิ สีมาสมฺมุติกมฺมวาจาย อุปจารภาวโต สห นิมิตฺตกิตฺตเนน สีมาสมฺมุติกมฺมวาจา เทสิตา. ยถา จ อุปสมฺปทากมฺมวิธึ เทเสนฺโต ‘‘ปฐมํ อุปชฺฌํ คาหาเปตพฺโพ…เป… เอวเมตํ ธารยามี’’ติ อุปชฺฌายคาหาปนาทินา สห อุปสมฺปทากมฺมํ เทสิตํ, ตตฺถ อุปชฺฌายคาหาปนาทิ อุปสมฺปทากมฺมํ น โหติ, ญตฺติจตุตฺถกมฺมวาจาเยว อุปสมฺปทากมฺมํ โหติ, ตถาปิ อุปสมฺปทากมฺมสฺส สมีเป ภูตตฺตา อุปชฺฌายคาหาปนาทินา สห ญตฺติจตุตฺถกมฺมวาจา เทสิตา, เอวเมตฺถ กถินทานกมฺมวาจา อตฺถารกิริยา น โหติ, ตถาปิ อตฺถารกิริยาย อุปจารภูตตฺตา กถินทานญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สห กถินตฺถารกิริยา เทสิตา, ตสฺมา กถินทานกมฺมวาจา อตฺถารกิริยายํ น ปวิสตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
อถ วา ญตฺติทุติยกมฺมวาจา จ อตฺถาโร จาติ อิเม เทฺว ธมฺมา อตุลฺยกิริยา อตุลฺยกตฺตาโร อตุลฺยกมฺมา อตุลฺยกาลา จ โหนฺติ, เตน วิญฺญายติ ‘‘ภาสนฺตเรสุ ญตฺตีติ วุตฺตา ญตฺติทุติยกมฺมวาจา อตฺถารกิริยายํ น ปวิสตี’’ติ. ตตฺถ กถํ อตุลฺยกิริยา โหนฺติ? กมฺมวาจา ทานกิริยา โหติ, อตฺถาโร ปนฺนรสธมฺมานํ การณภูตา อตฺถารกิริยา, เอวํ อตุลฺยกิริยา. กถํ อตุลฺยกตฺตาโรติ? กมฺมวาจาย กตฺตา สงฺโฆ โหติ, อตฺถารสฺส กตฺตา ปุคฺคโล, เอวํ อตุลฺยกตฺตาโร โหนฺติ. กถํ อตุลฺยกมฺมา โหนฺติ? กมฺมวาจาย กมฺมํ กถินทุสฺสํ โหติ, อตฺถารสฺส กมฺมํ กถินสงฺขาตา สมูหปญฺญตฺติ, เอวํ อตุลฺยกมฺมา โหนฺติ. กถํ อตุลฺยกาลา โหนฺติ? กถินทานกมฺมวาจา ปุพฺพกรณปจฺจุทฺธารอธิฏฺฐานานํ ปุพฺเพ โหติ, อตฺถาโร เตสํ ปจฺฉา, เอวํ อตุลฺยกาลา โหนฺตีติ. อถ วา อตฺถาโร ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติอาทินา วจีเภทสงฺขาเตน เอเกน ธมฺเมน สงฺคหิโต, น ญตฺติอนุสฺสาวนาทินา อเนเกหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๔๐๘) ‘‘อตฺถาโร เอเกน ธมฺเมน สงฺคหิโต วจีเภเทนา’’ติ. อิมินาปิ การเณน ชานิตพฺพํ ‘‘น ญตฺติ อตฺถาเร ปวิฏฺฐา’’ติ.
อญฺเญ ปน อาจริยา เอวํ วทนฺติ – ‘‘กถินตฺถารํ เก ลภนฺติ, เก น ลภนฺตีติ? คณนวเสน ตาว ปจฺฉิมโกฏิยา ปญฺจ ชนา ลภนฺติ, อุทฺธํ สตสหสฺสมฺปิ, ปญฺจนฺนํ เหฏฺฐา น ลภนฺตี’’ติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) อาคตตฺตา ‘‘เหฏฺฐิมนฺตโต ปญฺจ ภิกฺขู กถินตฺถารํ ลภนฺติ, ตโต อปฺปกตรา น ลภนฺตี’’ติ วิญฺญายติ. ‘‘ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตีติ ปจฺฉิมโกฏิยา จตฺตาโร กถินทุสฺสสฺส ทายกา, เอโก ปฏิคฺคาหโกติ ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ กงฺขาวิตรณีฏีกายํ (กงฺขา. อภิ. ฏี. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) อาคตตฺตา ตสฺมึ วาเกฺย ‘‘วฏฺฏตี’’ติ กิริยาย กตฺตา ‘‘โส กถินตฺถาโร’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา อตฺถาโรติ อิมินา ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติ วุตฺตอตฺถรณกิริยา น อธิปฺเปตา, จตูหิ ภิกฺขูหิ อตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน ญตฺติยา ทานํ อธิปฺเปตนฺติ วิญฺญายติ. ‘‘กถินตฺถารํ เก ลภนฺติ…เป… อุทฺธํ สตสหสฺสนฺติ อิทํ อตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆสฺส กถินทุสฺสทานกมฺมํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วินยวินิจฺฉยฏีกายํ วุตฺตํ. ตสฺมิมฺปิ ปาเฐ ญตฺติยา ทินฺนํเยว สนฺธาย ‘‘ปญฺจ ชนา อตฺถารํ ลภนฺตี’’ติ อิทํ วจนํ อฏฺฐกถาจริเยหิ วุตฺตํ, ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติอาทิ ปุคฺคลสฺส อตฺถรณํ สนฺธาย น วุตฺตนฺติ ฏีกาจริยสฺส อธิปฺปาโย. เอวํ กงฺขาวิตรณีฏีกา-วินยวินิจฺฉยฏีกาการเกหิ อาจริเยหิ ‘‘ญตฺติทุติยกมฺมํ อตฺถาโร นามา’’ติ วินิจฺฉิตตฺตา อุปจารสีมายํ กถินทานญตฺติกมฺมวาจากรณํ ยุตฺตนฺติ วิญฺญายตีติ วทนฺติ.
ตเตฺรวํ วิจารณา กาตพฺพา – ‘‘ญตฺติทุติยกมฺมํเยว อตฺถาโร นามา’’ติ ฏีกาจริยา น วเทยฺยุํ. วเทยฺยุํ เจ, อฏฺฐกถาย วิรุทฺโธ สิยา. กถํ วิรุทฺโธติ เจ? ‘‘ฉินฺนวสฺสา วา ปจฺฉิมิกาย อุปคตา วา น ลภนฺติ, อญฺญสฺมึ วิหาเร วุตฺถวสฺสาปิ น ลภนฺตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺต’’นฺติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) อาคตตฺตา ‘‘เต ฉินฺนวสฺสาทโย กถินตฺถารํ น ลภนฺตี’’ติ วิญฺญายติ. ยทิ ญตฺติทุติยกมฺมํ อตฺถาโร นาม สิยา, เอวํ สติ เต ภิกฺขู ญตฺติทุติยกมฺเมปิ คณปูรกภาเวน อปฺปวิฏฺฐา สิยุํ. อถ จ ปน ‘‘ปุริมิกาย อุปคตานํ ปน สพฺเพ คณปูรกา โหนฺตี’’ติ อฏฺฐกถาย (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) วุตฺตตฺตา เต ญตฺติทุติยกมฺเม ปวิฏฺฐาว โหนฺติ, ตสฺมา อฏฺฐกถาจริโย ปญฺจานิสํสเหตุภูตํ ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติอาทิกํ วจีเภทํเยว ‘‘อตฺถาโร’’ติ วทติ, น ญตฺติทุติยกมฺมํ, ตสฺมา เต ฉินฺนวสฺสาทโย ปญฺจานิสํสเหตุภูตํ กถินตฺถารํ น ลภนฺติ, ญตฺติทุติยกมฺเม ปน จตุวคฺคสงฺฆปูรกภาวํ ลภนฺตีติ วิญฺญายติ. ปุนปิ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘สเจ ปุริมิกาย อุปคตา จตฺตาโร วา โหนฺติ ตโย วา เทฺว วา เอโก วา, อิตเร คณปูรเก กตฺวา กถินํ อตฺถริตพฺพ’’นฺติ. เอวํ อลพฺภมานกถินตฺถาเรเยว ฉินฺนวสฺสาทโย คณปูรเก กตฺวา ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย กถินทุสฺสํ ทาเปตฺวา ปุริมิกาย อุปคเตหิ กถินสฺส อตฺถริตพฺพภาวโต ‘‘ญตฺติทุติยกมฺมํเยว อตฺถาโร นามาติ ฏีกาจริยา น วเทยฺยุ’’นฺติ อวจิมฺหาติ.
นนุ จ โภ อิมสฺมิมฺปิ อฏฺฐกถาวจเน ‘‘อิตเร คณปูรเก กตฺวา กถินํ อตฺถริตพฺพ’’นฺติ วจเนน จตุวคฺคสงฺเฆน กตฺตพฺพํ ญตฺติทุติยกมฺมํเยว ‘‘อตฺถาโร’’ติ วุตฺตนฺติ? น, ปุพฺพาปรวิโรธโต. ปุพฺเพ หิ ฉินฺนวสฺสาทีนํ กถินํ อตฺถริตุํ อลพฺภมานภาโว วุตฺโต, อิธ ‘‘ญตฺติทุติยกมฺมํ อตฺถาโร’’ติ วุตฺเต เตสมฺปิ ลพฺภมานภาโว วุตฺโต ภเวยฺย, น อฏฺฐกถาจริยา ปุพฺพาปรวิรุทฺธํ กเถยฺยุํ, ตสฺมา ‘‘กตฺวา’’ติ ปทํ ‘‘อตฺถริตพฺพ’’นฺติ ปเทน สมฺพชฺฌนฺเตน สมานกาลวิเสสนํ อกตฺวา ปุพฺพกาลวิเสสนเมว กตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ, เอวํ สติ ปุพฺพวจเนนาปรวจนํ คงฺโคทเกน ยมุโนทกํ วิย สํสนฺทติ, ปจฺฉาปิ จ ‘‘กมฺมวาจํ สาเวตฺวา กถินํ อตฺถราเปตฺวา ทานญฺจ ภุญฺชิตฺวา คมิสฺสนฺตี’’ติ วิสุํ กมฺมวาจาสาวนํ วิสุํ กถินตฺถรณํ ปุพฺพาปรานุกฺกมโต วุตฺตํ, ตสฺมา ญตฺติทุติยกมฺมํ อตฺถาโร นาม น โหติ, เกวลํ อตฺถารสฺส การณเมว อุปจารเมว โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. กิญฺจ ภิยฺโย – ‘‘น สงฺโฆ กถินํ อตฺถรติ, น คโณ กถินํ อตฺถรติ, ปุคฺคโล กถินํ อตฺถรตี’’ติ ปริวารวจเนน (ปริ. ๔๑๔) อยมตฺโถ ชานิตพฺโพติ.
ยทิ เอวํ กงฺขาวิตรณีฏีกา-วินยวินิจฺฉยฏีกาสุ อาคตปาฐานํ อธิปฺปาโย กถํ ภาสิตพฺโพ ภเวยฺย. นนุ กงฺขาวิตรณีฏีกายํ ‘‘วฏฺฏตี’’ติ อิมิสฺสา กิริยาย กตฺตา ‘‘โส กถินตฺถาโร’’ติ วุตฺโต, วินยวินิจฺฉยฏีกายญฺจ ‘‘กถินทุสฺสทานกมฺม’’นฺติ ปทํ ‘‘สนฺธายา’’ติ กิริยาย กมฺมํ, กถินตฺถาโร…เป… อิทํ ‘‘วุตฺต’’นฺติ กิริยาย กมฺมํ โหติ. เอวํ ฏีกาสุ นีตตฺถโต อาคตปาเฐสุ สนฺเตสุ ‘‘ญตฺติทุติยกมฺมํเยว อตฺถาโร นามาติ ฏีกาจริยา น วเทยฺยุ’’นฺติ น วตฺตพฺพนฺติ? เยนากาเรน อฏฺฐกถาวจเนน ฏีกาวจนญฺจ ปุพฺพาปรอฏฺฐกถาวจนญฺจ อวิรุทฺธํ ภเวยฺย, เตนากาเรน ฏีกาปาฐานํ อธิปฺปาโย คเหตพฺโพ. กถํ? กงฺขาวิตรณีอฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘โส สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ อาคโต, ตสฺมึ อฏฺฐกถาวจเน โจทเกน โจเทตพฺพสฺส อตฺถิตาย ตํ ปริหริตุํ ‘‘ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตีติ ปจฺฉิมโกฏิยา จตฺตาโร กถินทุสฺสสฺส ทายกา, เอโก ปฏิคฺคาหโกติ ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ ปาโฐ ฏีกาจริเยน วุตฺโต, กถํ โจเทตพฺพํ อตฺถีติ? โภ อฏฺฐกถาจริย ‘‘โส สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺโต, เอวํ สติ ปญฺจนฺนํ กถินตฺถารกานํ เอว โส กถินตฺถาโร วฏฺฏติ, น เอกทฺวิติจตุปุคฺคลานนฺติ อตฺโถ อาปชฺชติ, เอวํ สติ ‘‘น สงฺโฆ กถินํ อตฺถรติ, น คโณ กถินํ อตฺถรติ, ปุคฺคโล กถินํ อตฺถรตี’’ติ อาคตปาฬิยา วิรุชฺฌนโต อาคมวิโรโธ อาปชฺชติ, ตํ โจทนํ ปริหรนฺโต ‘‘ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตีติ ปจฺฉิมโกฏิยา จตฺตาโร กถินทุสฺสสฺส ทายกา, เอโก ปฏิคฺคาหโกติ ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ ปาโฐ ฏีกาจริเยน วุตฺโต. ตตฺถายมธิปฺปาโย – โภ โจทกาจริย อฏฺฐกถาจริเยน กถินตฺถารกาเล ปญฺจนฺนํ อตฺถารกานํ ภิกฺขูนํ วเสน ‘‘โส สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ ปาโฐ น วุตฺโต, อถ โข สงฺเฆน อตฺถารกสฺส กถินทุสฺสทานกาเล ปจฺฉิมโกฏิยา จตฺตาโร กถินทุสฺสสฺส ทายกา, เอโก ปฏิคฺคาหโกติ ปญฺจนฺนํ ทายกปฏิคฺคาหกปุคฺคลานํ อตฺถิตาย โส ปจฺฉา กตฺตพฺโพ อตฺถาโร วฏฺฏติ, การณสมฺปตฺติยา ผลสมฺปตฺติ โหติ, ตสฺมา ตสฺมึ อฏฺฐกถาวจเน อาคมวิโรโธ นาปชฺชตีติ.
วินยวินิจฺฉยฏีกายมฺปิ ‘‘กถินตฺถารํ เก ลภนฺติ, เก น ลภนฺตีติ? คณนวเสน ตาว ปจฺฉิมโกฏิยา ปญฺจ ชนา ลภนฺติ, อุทฺธํ สตสหสฺสมฺปิ, ปญฺจนฺนํ เหฏฺฐา น ลภนฺตี’’ติ อฏฺฐกถาวจเน ปเรหิ ปุจฺฉิตพฺพสฺส อตฺถิตาย ตํ ปุจฺฉํ วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘อิทํ อตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆสฺส กถินทุสฺสทานกมฺมํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ ปาโฐ ฏีกาจริเยน วุตฺโต. กถํ ปุจฺฉิตพฺพนฺติ เจ? โภ อฏฺฐกถาจริย ‘‘เหฏฺฐิมโกฏิยา ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ อิทํ วจนํ กึ ปญฺจานิสํสสฺส การณภูตํ ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติอาทิอตฺถารกิริยํ สนฺธาย วุตฺตํ, อุทาหุ อตฺถารสฺส การณภูตํ กถินทุสฺสทานกมฺมนฺติ. กถํ วิสฺสชฺชนาติ? โภ ภทฺรมุข ‘‘เหฏฺฐิมโกฏิยา ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’’ติ อิทํ ปญฺจานิสํสสฺส การณภูตํ ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติอาทิกํ อตฺถารกิริยํ สนฺธาย อฏฺฐกถาจริเยน น วุตฺตํ, อถ โข อตฺถารสฺส การณภูตํ กถินทานกมฺมํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ. ตตฺรายมธิปฺปาโย – สงฺเฆน อตฺถารกสฺส ทินฺนทุสฺเสน เอว กถินตฺถาโร สมฺภวติ, น ฐิติกาย ลทฺธจีวเรน วา ปุคฺคลิกจีวเรน วา สมฺภวติ, ตญฺจ กถินทุสฺสทานกมฺมํ จตฺตาโร กถินทุสฺสทายกา, เอโก ปฏิคฺคาหโกติ ปญฺจสุ ภิกฺขูสุ วิชฺชมาเนสุเยว สมฺปชฺชติ, น ตโต อูเนสูติ ปจฺฉิมโกฏิยา ปญฺจนฺนํ วฏฺฏติ, การณสิทฺธิยา ผลสิทฺธิ โหติ, เตเนว จ การเณน ‘‘กถินทุสฺสทานกมฺมํ วุตฺต’’นฺติ มุขฺยวเสน อวตฺวา ‘‘สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ อุปจารวเสนาห. เอวํ วุตฺเตเยว อฏฺฐกถาวจนสฺส ปุพฺพาปรวิโรโธ นตฺถิ, อฏฺฐกถาวจเนน จ ฏีกาวจนํ วิรุทฺธํ น โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ, ‘‘อปโลกนาทิสงฺฆกมฺมกรณตฺถํ พทฺธสีมา ภควตา อนุญฺญาตา’’ติ อิมินา วินยลกฺขเณน จ สเมติ.
‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติอาทิกา ปน อตฺถารกิริยา อปโลกนาทีสุ จตูสุ สงฺฆกมฺเมสุ อปฺปวิฏฺฐา, อธิฏฺฐานาทโย วิย ปญฺจานิสํสลาภการณภูตา ปุคฺคลกิริยาว โหตีติ วสฺสูปนายิกเขตฺตภูตาย อนฺโตอุปจารสีมาย กาตพฺพา, ตสฺมา อนฺโตอุปจารสีมายํ พทฺธสีมาย อวิชฺชมานาย พหิอุปจารสีมายํ พทฺธสีมํ วา อุทกุกฺเขปสตฺตพฺภนฺตรลภมานฏฺฐานํ วา คนฺตฺวา ญตฺติทุติยกมฺเมน กถินทุสฺสํ ทาเปตฺวา ปุน วิหารํ อาคนฺตฺวา อนฺโตอุปจารสีมายเมว กถินตฺถรณํ ปุพฺพาจริเยหิ กตํ, ตํ สุกตเมว โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ อคฺคเหตฺวา สุทฺธอุปจารสีมายเมว ญตฺติทุติยกมฺมํ กาตพฺพนฺติ คยฺหมาเน สติ เตสํ อายสฺมนฺตานํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชมานา สิสฺสานุสิสฺสา ธุววาสตฺถาย วิหารทานาทิอปโลกนกมฺมํ วา อุโปสถปวารณาทิญตฺติกมฺมํ วา สีมาสมฺมนฺนนาทิญตฺติทุติยกมฺมํ วา อุปสมฺปทาทิญตฺติจตุตฺถกมฺมํ วา อุปจารสีมายเมว กเรยฺยุํ, เอวํ กโรนฺตา ภควโต สาสเน มหนฺตํ ชฏํ มหนฺตํ คุมฺพํ มหนฺตํ วิสมํ กเรยฺยุํ, ตสฺมา ตมกรณตฺถํ ยุตฺติโต จ อาคมโต จ อเนกานิ การณานิ อาหริตฺวา กถยิมฺหาติ.
สาสเน คารวํ กตฺวา, สทฺธมฺมสฺสานุโลมโต;
มยา กตํ วินิจฺฉยํ, สมฺมา จินฺเตนฺตุ สาธโว.
ปุนปฺปุนํ วิจินฺเตตฺวา, ยุตฺตํ เจ โหติ คณฺหนฺตุ;
โน เจ ยุตฺตํ มา คณฺหนฺตุ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกาติ.
อิโต ปรานิปิ การณสาธกานิ อาหรนฺติ อาจริยา, เตสํ ปฏิวจเนน อติวิตฺถาโร ภวิสฺสติ, อุปจารสีมาย จตุนฺนํ สงฺฆกมฺมานํ กตฏฺฐานภาโว ปุพฺเพ วุตฺโตว, ตสฺมา ตํ วจนํ มนสิ กตฺวา สํสยํ อกตฺวา ธาเรตพฺโพติ.
‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพาติ กึ เอตฺตเกน วจีเภเทน กถินํ อตฺถตํ โหติ, อุทาหุ อญฺโญ โกจิ กายวิกาโร กาตพฺโพ? น กาตพฺโพ. เอตฺตเกเนว หิ วจีเภเทน อตฺถตํ โหติ, กถินํ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๔๐๘) ‘‘อตฺถาโร เอเกน ธมฺเมน สงฺคหิโต วจีเภเทนา’’ติ.
เอวํ กถินตฺถารํ ทสฺเสตฺวา อนุโมทาปนอนุโมทเน ทสฺเสนฺโต ‘‘เตน กถินตฺถารเกนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เยน ภิกฺขุนา ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติอาทินา วจีเภเทน กถินํ อตฺถตํ, เตน ‘‘กถินสฺส อตฺถารา ปนฺนรส ธมฺมา ชายนฺตี’’ติ ปริวาเร (ปริ. ๔๐๓) อาคตตฺตา กถินตฺถาเรน สเหว ปญฺจ อานิสํสา อาคตา, อถ กสฺมา สงฺฆํ อนุโมทาเปตีติ? กิญฺจาปิ อตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน ปญฺจ อานิสํสา อาคตา, สงฺฆสฺส ปน อนาคตา, ตสฺมา สงฺฆสฺส จ อาคมนตฺถํ สงฺฆํ อนุโมทาเปติ, สงฺโฆ จ อนุโมทนํ กโรติ, เอวํ กเต อุภินฺนมฺปิ อานิสํสา อาคตา โหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๔๐๓) ‘‘ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กถินํ อตฺถารกสฺส จ อนุโมทกสฺส จา’’ติ. เอตฺถ จ กถินตฺถารกภิกฺขุโต วุฑฺฒตโร ภิกฺขุ ตสฺมึ สงฺเฆ อตฺถิ, อิธ วุตฺตนเยน อตฺถารเกน ‘‘ภนฺเต’’ติ วตฺตพฺพํ, อนุโมทเกน ‘‘อาวุโส’’ติ. ยทิ ปน กถินตฺถารโก ภิกฺขุ สพฺเพสํ วุฑฺฒตโร โหติ, เตน ‘‘อาวุโส’’ติ วตฺตพฺพํ, อิตเรหิ ‘‘ภนฺเต’’ติ, เอวํ เสสนยทฺวเยปิ. เอวํ สพฺเพสํ อตฺถตํ โหติ กถินนฺติ. อิเมสุ ปน สงฺฆปุคฺคเลสุ เย ตสฺมึ วิหาเร ปุริมิกาย วสฺสํ อุปคนฺตฺวา ปฐมปวารณาย ปวาริตา, เตเยว อนุโมทิตุํ ลภนฺติ, ฉินฺนวสฺสา วา ปจฺฉิมิกาย อุปคตา วา อญฺญสฺมึ วิหาเร วุตฺถวสฺสา วา น ลภนฺติ, อนนุโมทนฺตาปิ อานิสํสํ น ลภนฺติ.
เอวํ กถินตฺถารํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ จีวรวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ อตฺถเต ปน กถิเน’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สเจ กถินจีวเรน สทฺธึ อาภตํ อานิสํสนฺติ อิมินา เอกํ อตฺถตจีวรเมว กถินจีวรํ นาม, ตโต อญฺญํ เตน สทฺธึ อาภตํ สพฺพํ จีวรํ กถินานิสํสจีวรํ นามาติ ทสฺเสติ. วกฺขติ หิ ‘‘อวเสสกถินานิสํเส พลววตฺถานี’’ติอาทิ. เตน ญายติ ‘‘วตฺถเมว อิธ อานิสํโส นาม, น อคฺโฆ, กถินสาฏเกน สทฺธึ อาภตานํ อญฺญสาฏกานํ พหุลวเสน อตฺถริตพฺพํ, น กถินสาฏกสฺส มหคฺฆวเสนา’’ติ. ภิกฺขุสงฺโฆ อนิสฺสโร, อตฺถตกถิโน ภิกฺขุเยว อิสฺสโร. กสฺมา? ทายเกหิ วิจาริตตฺตา. ภิกฺขุสงฺโฆ อิสฺสโร, กสฺมา? ทายเกหิ อวิจาริตตฺตา, มูลกถินสฺส จ สงฺเฆ ทินฺนตฺตา. อวเสสกถินานิสํเสติ ตสฺส ทินฺนวตฺเถหิ อวเสสกถินานิสํสวตฺเถ. พลววตฺถานีติ อตฺถริตพฺพกถินสาฏกํเยว อหตํ วา อหตกปฺปํ วา ทาตุํ วฏฺฏติ, อานิสํสจีวรํ ปน ยถาสตฺติ ยถาพลํ ปุราณํ วา อภินวํ วา ทุพฺพลํ วา พลวํ วา ทาตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา เตสุ ทุพฺพลวตฺเถ ฐิติกาย ทินฺเน ลทฺธภิกฺขุสฺส อุปการกํ น โหติ, ตสฺมา อุปการณโยคฺคานิ พลววตฺถานิ ทาตพฺพานีติ อธิปฺปาโย. วสฺสาวาสิกฐิติกาย ทาตพฺพานีติ ยตฺตกา ภิกฺขู วสฺสาวาสิกจีวรํ ลภึสุ, เต ฐเปตฺวา เตสํ เหฏฺฐโต ปฏฺฐาย ยถากฺกมํ ทาตพฺพานิ. เถราสนโต ปฏฺฐายาติ ยตฺตกา ภิกฺขู ติสฺสํ กถินตฺถตสีมายํ สนฺติ, เตสุ เชฏฺฐกภิกฺขุโต ปฏฺฐาย ทาตพฺพานิ. อาสนคฺคหณํ ปน ยถาวุฑฺฒํ นิสินฺเน สนฺธาย กตํ. เอเตน วสฺสาวาสิกกถินานิสํสานํ สมานคติกตํ ทีเปติ. ครุภณฺฑํ น ภาเชตพฺพนฺติ กถินสาฏเกน สทฺธึ อาภเตสุ มญฺจปีฐาทิกํ ครุภณฺฑํ น ภาเชตพฺพํ, สงฺฆิกวเสเนว ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ ครุภณฺฑวินิจฺฉโย อนนฺตรกถายํ อาวิ ภวิสฺสติ.
อิมสฺมึ ปน ฐาเน วตฺตพฺพํ อตฺถิ. กถํ? อิทานิ ภิกฺขู กถินานิสํสจีวรํ กุสปาตํ กตฺวา วิภชนฺติ, ตํ ยุตฺตํ วิย น ทิสฺสตีติ. กสฺมาติ เจ? ‘‘อวเสสกถินานิสํเส พลววตฺถานิ วสฺสาวาสิกฐิติกาย ทาตพฺพานิ, ฐิติกาย อภาเว เถราสนโต ปฏฺฐาย ทาตพฺพานี’’ติ วจนโตติ. เอวํ สนฺเต กตฺถ กุสปาโต กาตพฺโพติ? ภณฺฑาคาเร ฐปิตจีวเรติ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘อุสฺสนฺนํ โหตีติ พหุ ราสิกตํ โหติ, ภณฺฑาคารํ น คณฺหาติ. สมฺมุขีภูเตนาติ อนฺโตอุปจารสีมายํ ฐิเตน. ภาเชตุนฺติ กาลํ โฆสาเปตฺวา ปฏิปาฏิยา ภาเชตุํ…เป… เอวํ ฐปิเตสุ จีวรปฏิวีเสสุ กุโส ปาเตตพฺโพ’’ติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๓) วุตฺตตฺตา, ตสฺมา อิมิสฺสํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว ภาเชตพฺพนฺติ อมฺหากํ ขนฺติ.
เอกจฺเจ ปน ภิกฺขู เอเกกสฺส เอเกกสฺมึ จีวเร อปฺปโหนฺเต จีวรํ ปริวตฺเตตฺวา อกปฺปิยวตฺถุํ คเหตฺวา ภาเชนฺติ, ตํ อติโอฬาริกเมว. อญฺเญปิ เอกจฺจานํ จีวรานํ มหคฺฆตาย เอกจฺจานํ อปฺปคฺฆตาย สมคฺฆํ กาตุํ น สกฺกาติ ตเถว กโรนฺติ, ตมฺปิ โอฬาริกเมว. ตตฺถ หิ อกปฺปิยวตฺถุนา ปริวตฺตเนปิ ตสฺส วิจารเณปิ ภาคคฺคหเณปิ อาปตฺติเยว โหติ. เอเก ‘‘กถินํ นาม ทุพฺพิจารณีย’’นฺติ วตฺวา อตฺถรณํ น กโรนฺติ, ปุคฺคลิกวเสเนว ยถาชฺฌาสยํ วิจาเรนฺติ, ตํ ปน ยทิ ทายเกหิ ปุคฺคลสฺเสว ทินฺนํ, ปุคฺคเลน จ สงฺฆสฺส อปริจฺจชิตํ, เอวํ สติ อตฺตโน สนฺตกตฺตา ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ. ยทิ ปน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ทินฺนํ, ปุคฺคลสฺส ทินฺเนปิ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปริจฺจชิตํ, เอวํ สนฺเต สงฺฆคณานํ สนฺตกตฺตา อยุตฺตํ ภเวยฺย. อปเร ปน กถินวเสน ปฏิคฺคหิเต วิจาเรตุํ ทุกฺกรนฺติ มญฺญมานา ‘‘น มยํ กถินวเสน ปฏิคฺคณฺหาม, วสฺสาวาสิกภาเวเนว ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ วตฺวา ยถารุจิ วิจาเรนฺติ, ตมฺปิ อยุตฺตํ. วสฺสาวาสิกมฺปิ หิ สงฺฆสฺส ทินฺนํ สงฺฆิกํ โหติเยว, ปุคฺคลสฺส ทินฺนํ ปุคฺคลิกํ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘สเจ ปน เตสํ เสนาสเน ปํสุกูลิโก วสติ, อาคตญฺจ ตํ ทิสฺวา ‘ตุมฺหากํ วสฺสาวาสิกํ เทมา’ติ วทนฺติ, เตน สงฺฆสฺส อาจิกฺขิตพฺพํ. สเจ ตานิ กุลานิ สงฺฆสฺส ทาตุํ น อิจฺฉนฺติ, ‘ตุมฺหากํเยว เทมา’ติ วทนฺติ, สภาโค ภิกฺขุ ‘วตฺตํ กตฺวา คณฺหาหี’ติ วตฺตพฺโพ, ปํสุกูลิกสฺส ปเนตํ น วฏฺฏตี’’ติ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๑๘; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๑๙) วุตฺตตฺตา.
วสฺสาวาสิกํ ทุวิธํ สทฺธาเทยฺยตตฺรุปฺปาทวเสน. วุตฺตญฺหิ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๑๘) ‘‘อิติ สทฺธาเทยฺเย ทายกมนุสฺสา ปุจฺฉิตพฺพา, ตตฺรุปฺปาเท ปน กปฺปิยการกา ปุจฺฉิตพฺพา’’ติ. สทฺธาเทยฺยวสฺสาวาสิกมฺปิ สวิหาราวิหารวเสน ทุวิธํ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๑๘) ‘‘มหาปทุมตฺเถโร ปนาห น เอวํ กาตพฺพํ. มนุสฺสา หิ อตฺตโน อาวาสปฏิชคฺคนตฺถาย ปจฺจยํ เทนฺติ, ตสฺมา อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ตตฺถ ปวิสิตพฺพ’’นฺติ, ‘‘เยสํ ปน เสนาสนํ นตฺถิ, เกวลํ ปจฺจยเมว เทนฺติ, เตสํ ปจฺจยํ อวสฺสาวาสิเก เสนาสเน คาเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ จ. ตตฺรุปฺปาทวสฺสาวาสิกํ นาม กปฺปิยการกานํ หตฺเถ กปฺปิยวตฺถุปอภุญฺชนตฺถาย ทินฺนวตฺถุโต นิพฺพตฺตํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ อฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๑๘) ‘‘กปฺปิยการกานญฺหิ หตฺเถ ‘กปฺปิยภณฺฑํ ปริภุญฺชถา’ติ ทินฺนวตฺถุโต ยํ ยํ กปฺปิยํ, ตํ สพฺพํ ปริภุญฺชิตุํ อนุญฺญาต’’นฺติ. เอวํ วสฺสาวาสิกจีวรมฺปิ ปุพฺเพ เยภุยฺเยน สงฺฆสฺเสว เทนฺติ, ตสฺมา ‘‘กถินจีวรํ เทมา’’ติ วุตฺเต กถินจีวรภาเวน ปฏิคฺคเหตพฺพํ, ‘‘วสฺสาวาสิกํ เทมา’’ติ วุตฺเต วสฺสาวาสิกจีวรภาเวเนว ปฏิคฺคเหตพฺพํ. กสฺมา? ‘‘ยถา ทายกา วทนฺติ, ตถา ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๕) วจนโต.
กิญฺจิ อวตฺวา หตฺเถ วา ปาทมูเล วา ฐเปตฺวา คเต กึ กาตพฺพนฺติ? ตตฺถ สเจ ‘‘อิทํ วตฺถุ เจติยสฺส วา สงฺฆสฺส วา ปรปุคฺคลสฺส วา อตฺถาย ปริณต’’นฺติ ชาเนยฺย, เตสํ อตฺถาย ปฏิคฺคเหตพฺพํ. อถ ‘‘มมตฺถาย ปริณต’’นฺติ ชาเนยฺย, อตฺตโน อตฺถาย ปฏิคฺคเหตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร (ปริ. ๓๒๙) ‘‘นว อธมฺมิกทานานี’’ติอาทิ. อถ น กิญฺจิ ชาเนยฺย, อตฺตโน หตฺเถ วา ปาทมูเล วา กิญฺจิ อวตฺวา ฐปิตํ ตสฺเสว ปุคฺคลิกํ โหติ. น หิ เจติยาทีนํ อตฺถาย ปริณตํ กิญฺจิ อวตฺวา ภิกฺขุสฺส หตฺเถ วา ปาทมูเล วา ฐเปตีติ. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ‘‘ปุคฺคลสฺส เทตีติ ‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’ติ เอวํ ปรมฺมุขา วา ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘อิมํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ทมฺมี’ติ เอวํ สมฺมุขา วา เทตี’’ติอาทิ.
‘‘อิมิสฺสํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว ภาเชตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, กถํ ภาเชตพฺพนฺติ? ‘‘อวเสสกถินานิสํเส พลววตฺถานิ วสฺสาวาสิกฐิติกาย ทาตพฺพานี’’ติ วุตฺตตฺตา เย ภิกฺขู อิมสฺมึ วสฺเส วสฺสาวาสิกํ น ลภึสุ, เตสํ เหฏฺฐโต ปฏฺฐาย เอเกกํ จีวรํ วา สาฏกํ วา ทาตพฺพํ. อถ จีวรานํ วา สาฏกานํ วา อวสิฏฺเฐสุ สนฺเตสุ ปุน เถราสนโต ปฏฺฐาย ทุติยภาโค ทาตพฺโพ. ตโต จีวเรสุ วา สาฏเกสุ วา ขีเณสุ เย ลภนฺติ, เตสุ ปจฺฉิมสฺส วสฺสาทีนิ สลฺลกฺเขตพฺพานิ. น เกวลํ ตสฺมึ กถินตฺถตทิวเส ทินฺนทุสฺสานิ เอว กถินานิสํสานิ นาม โหนฺติ, อถ โข ยาว กถินสฺส อุพฺภารา สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทินฺนจีวรานิปิ สงฺฆิเกน ตตฺรุปฺปาเทน อารามิเกหิ อาภตจีวรานิปิ กถินานิสํสานิเยว โหนฺติ. ตสฺมา ตาทิเสสุ จีวเรสุ อุปฺปชฺชมาเนสุ ยถาวุตฺตสลฺลกฺขิตวสฺสสฺส ภิกฺขุโน เหฏฺฐโต ปฏฺฐาย ปุนปฺปุนํ คาเหตพฺพํ. ‘‘ฐิติกาย อภาเว เถราสนโต ปฏฺฐาย ทาตพฺพานี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) วจนโต ตสฺมึ วสฺเส วสฺสาวาสิกจีวรานํ อนุปฺปชฺชนโต วา อุปฺปชฺชมาเนสุปิ ฐิติกาย อคาหาปนโต วา วสฺสาวาสิกฐิติกาย อภาเว สติ ลทฺธพฺพกถินานิสํเส ตสฺสํ อุปจารสีมายํ สพฺเพ ภิกฺขู ปฏิปาฏิยา นิสีทาเปตฺวา เถราสนโต ปฏฺฐาย ฐิติกํ กตฺวา เอเกกสฺส ภิกฺขุโน เอเกกํ จีวรํ วา สาฏกํ วา ทาตพฺพํ. สงฺฆนวกสฺส ทานกาเลปิ มหาเถรา อาคจฺฉนฺติ, ‘‘ภนฺเต, วีสติวสฺสานํ ทียติ, ตุมฺหากํ ฐิติกา อติกฺกนฺตา’’ติ น วตฺตพฺพา, ฐิติกํ ฐเปตฺวา เตสํ ทตฺวา ปจฺฉา ฐิติกาย ทาตพฺพํ. ทุติยภาเค ปน เถราสนํ อารุเฬฺห ปจฺฉา อาคตานํ ปฐมภาโค น ปาปุณาติ, ทุติยภาคโต วสฺสคฺเคน ทาตพฺโพ. อยํ ฐิติกาวิจาโร จตุปจฺจยภาชนกถาโต (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๐๒) คเหตพฺโพติ.
นนุ จ โภ เอกจฺจานิ กถินานิสํสจีวรานิ มหคฺฆานิ, เอกจฺจานิ อปฺปคฺฆานิ โหนฺติ, กถํ เอเกกสฺส เอเกกสฺมึ ทินฺเน อคฺฆสมตฺตํ ภเวยฺยาติ? วุจฺจเต – ภณฺฑาคารจีวรภาชเน อคฺฆสมตฺตํ อิจฺฉิตพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ จีวรกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๔๓) ‘‘เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส ภณฺฑาคาเร จีวรํ อุสฺสนฺนํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ – อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สมฺมุขีภูเตน สงฺเฆน ภาเชตุํ…เป… อถ โข จีวรภาชกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ‘กถํ นุ โข จีวรํ ภาเชตพฺพ’นฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ – อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปฐมํ อุจฺจินิตฺวา ตุลยิตฺวา วณฺณาวณฺณํ กตฺวา ภิกฺขู คเณตฺวา วคฺคํ พนฺธิตฺวา จีวรปฏิวีสํ ฐเปตุ’’นฺติ. อฏฺฐกถายญฺจ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๓) ‘‘อุจฺจินิตฺวาติ ‘อิทํ ถูลํ, อิทํ สณฺหํ, อิทํ ฆนํ, อิทํ ตนุกํ, อิทํ ปริภุตฺตํ, อิทํ อปริภุตฺตํ, อิทํ ทีฆโต เอตฺตกํ, ปุถุลโต เอตฺตก’นฺติ เอวํ วตฺถานิ วิจินิตฺวา. ตุลยิตฺวาติ ‘อิทํ เอตฺตกํ อคฺฆติ, อิทํ เอตฺตก’นฺติ เอวํ อคฺฆปริจฺเฉทํ กตฺวา. วณฺณาวณฺณํ กตฺวาติ สเจ สพฺเพสํ เอเกกเมว ทสทสอคฺฆนกํ ปาปุณาติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ปาปุณาติ, ยํ นว วา อฏฺฐ วา อคฺฆติ, ตํ อญฺเญน เอกอคฺฆนเกน จ ทฺวิอคฺฆนเกน จ สทฺธึ พนฺธิตฺวา เอเตน อุปาเยน สเม ปฏิวีเส ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. ภิกฺขู คเณตฺวา วคฺคํ พนฺธิตฺวาติ สเจ เอเกกสฺส ทียมาเน ทิวโส น ปโหติ, ทส ทส ภิกฺขู คเณตฺวา ทส ทส จีวรปฏิวีเส เอกวคฺคํ พนฺธิตฺวา เอกํ ภณฺฑิกํ กตฺวา เอวํ จีวรปฏิวีสํ ฐเปตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. เอวํ ฐปิเตสุ จีวรปฏิวีเสสุ กุโส ปาเตตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. เตน ญายติ ‘‘ภณฺฑาคารจีวรภาชเน อคฺฆสมตฺตํ อิจฺฉิตพฺพํ, กุสปาโต จ กาตพฺโพ’’ติ.
อิมสฺมึ ปน กถินานิสํสจีวรภาชเน อคฺฆสมตฺตํ น อิจฺฉิตพฺพํ, กุสปาโต จ น กาตพฺโพ. ตถา หิ วุตฺตํ กถินกฺขนฺธกฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) ‘‘เอวํ อตฺถเต ปน กถิเน สเจ กถินจีวเรน สทฺธึ อาภตํ อานิสํสํ ทายกา ‘เยน อมฺหากํ กถินํ คหิตํ, ตสฺเสว เทมา’ติ เทนฺติ, ภิกฺขุสงฺโฆ อนิสฺสโร. อถ อวิจาเรตฺวาว ทตฺวา คจฺฉนฺติ, ภิกฺขุสงฺโฆ อิสฺสโร, ตสฺมา สเจ กถินตฺถารกสฺส เสสจีวรานิปิ ทุพฺพลานิ โหนฺติ, สงฺเฆน อปโลเกตฺวา เตสมฺปิ อตฺถาย วตฺถานิ ทาตพฺพานิ, กมฺมวาจา ปน เอกาเยว วฏฺฏติ. อวเสสกถินานิสํเส พลววตฺถานิ วสฺสาวาสิกฐิติกาย ทาตพฺพานิ. ฐิติกาย อภาเว เถราสนโต ปฏฺฐาย ทาตพฺพานิ’’อิจฺเจว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘อคฺฆปริจฺเฉทํ กตฺวา’’ติ วา ‘‘กุสปาโต กาตพฺโพ’’ติ วา. เตน ญายติ ‘‘กถินานิสํสจีวรานิ วสฺสาวาสิกฐิติกาย วา วุฑฺฒตรโต วา ปฏฺฐาเยว ทาตพฺพานิ, เนว อคฺฆสมตฺตํ กาตพฺพํ, น กุโส ปาเตตพฺโพ’’ติ.
อิทานิ ปน วสฺสาวาสิกภาเวน อทินฺนตฺตา วสฺสาวาสิกฐิติกาย อกตตฺตา จ กถินตฺถตจีวรโต จ กถินตฺถารกสฺส อวเสสจีวรตฺถาย ทินฺนวตฺถโต จ อวเสสกถินานิสํเส พลววตฺถานิ วุฑฺฒตรโต ปฏฺฐาย เอกสฺส ภิกฺขุสฺส เอกํ วตฺถํ ทาตพฺพํ, เตสุ ปน วรํ วรํ วุฑฺฒสฺส ทาตพฺพํ. กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ‘‘ปจฺฉิมวสฺสูปนายิกทิวเส ปน สเจ กาลํ โฆเสตฺวา สนฺนิปติเต สงฺเฆ โกจิ ทสหตฺถํ วตฺถํ อาหริตฺวา วสฺสาวาสิกํ เทติ, อาคนฺตุโก สเจ ภิกฺขุสงฺฆตฺเถโร โหติ, ตสฺส ทาตพฺพํ. นวโก เจ โหติ, สมฺมเตน ภิกฺขุนา สงฺฆตฺเถโร วตฺตพฺโพ ‘สเจ, ภนฺเต, อิจฺฉถ, ปฐมภาคํ มุญฺจิตฺวา อิทํ วตฺถํ คณฺหถา’ติ. อมุญฺจนฺตสฺส น ทาตพฺพํ. สเจ ปน ปุพฺเพ คาหิตํ มุญฺจิตฺวา คณฺหาติ, ทาตพฺพํ. เอเตเนว อุปาเยน ทุติยตฺเถรโต ปฏฺฐาย ปริวตฺเตตฺวา ปตฺตฏฺฐาเน อาคนฺตุกสฺส ทาตพฺพํ. สเจ ปฐมวสฺสูปคตา เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ วา วตฺถานิ อลตฺถุํ, ลทฺธํ ลทฺธํ เอเตเนว อุปาเยน วิสฺสชฺชาเปตฺวา ยาว อาคนฺตุกสฺส สมกํ โหติ, ตาว ทาตพฺพํ. เตน ปน สมเก ลทฺเธ อวสิฏฺโฐ อนุภาโค เถราสเน ทาตพฺโพ’’ติ เสนาสนกฺขนฺธกฏฺฐกถายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๑๘) วจนโต ตํสํวณฺณนาภูตายํ วิมติวิโนทนิยญฺจ (วิ. วิ. ฏี. จูฬวคฺค ๒.๓๑๘) ‘‘อาคนฺตุโก สเจ ภิกฺขูติ จีวเร คาหิเต ปจฺฉา อาคโต อาคนฺตุโก ภิกฺขุ. ปตฺตฏฺฐาเนติ วสฺสคฺเคน ปตฺตฏฺฐาเน. ปฐมวสฺสูปคตาติ อาคนฺตุกสฺส อาคมนโต ปุเรตรเมว ปจฺฉิมิกาย วสฺสูปนายิกาย วสฺสูปคตา. ลทฺธํ ลทฺธนฺติ ทายกานํ สนฺติกา อาคตาคตสาฏก’’นฺติ วจนโต, วชิรพุทฺธิฏีกายญฺจ (วชิร. ฏี. จูฬวคฺค ๓๑๘) ‘‘ปฐมภาคํ มุญฺจิตฺวาติ อิทํ เจ ปฐมคาหิตวตฺถุโต มหคฺฆํ โหตีติ ลิขิต’’นฺติ วจนโต จ วิญฺญายติ. เอวํ อฏฺฐกถายํ ฏีกาสุ จ วสฺสาวาสิกทาเน ปจฺฉา อาภตํ มหคฺฆวตฺถํ มหาเถรโต ปฏฺฐาย ปริวตฺเตตฺวา เตหิ อนิจฺฉิตํเยว วสฺสคฺเคน ปตฺตสฺส ปจฺฉา อาคตสฺส ภิกฺขุโน ทาตพฺพภาวสฺส วุตฺตตฺตา วรํ วรํ วุฑฺฒสฺส ทาตพฺพนฺติ วิญฺญายติ.
‘‘สเจ ปฐมวสฺสูปคตา เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ วา วตฺถานิ อลตฺถุ’’นฺติ วตฺถคณนาย เอว วุตฺตตฺตา, อคฺฆคณนาย อวุตฺตตฺตา จ กถินานิสํสวตฺถสฺส จ วสฺสาวาสิกคติกภาวสฺส วจนโต กถินานิสํสวตฺถานิ วตฺถคณนาวเสเนว ภาเชตพฺพานิ, น อคฺฆสมภาเวนาติ จ ทฏฺฐพฺพานิ, เตเนว จ การเณน ‘‘โย พหูนิ กถินานิสํสวตฺถานิ เทติ, ตสฺส สนฺตเกเนว อตฺถริตพฺพ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) วุตฺตํ. พหูนิ หิ กถินานิสํสวตฺถานิ วิภชนกาเล สงฺฆสฺส อุปการกานิ โหนฺตีติ.
ปาฬิอฏฺฐกถาทีหิ, เนตฺวา วุตฺตํ วินิจฺฉยํ;
กถิเน จีวเร มยฺหํ, จินฺตยนฺตุ วิจกฺขณา.
จินฺตยิตฺวา ปุนปฺปุนํ, ยุตฺตํ เจ ธารยนฺตุ ตํ;
อยุตฺตญฺเจ อิโต อญฺญํ, ปริเยสนฺตุ การณนฺติ.
‘‘โย จ ตตฺถ จีวรุปฺปาโท, โส เนสํ ภวิสฺสตี’’ติ จีวรสฺเสว อตฺถตกถินานํ ภิกฺขูนํ สนฺตกภาวสฺส ภควตา วุตฺตตฺตา จีวรโต อญฺญานิ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทินฺนานิ ปิณฺฑปาตาทีนิ วตฺถูนิ อุปจารสีมํ ปวิฏฺฐสฺส อาคตาคตสฺส สงฺฆสฺส สนฺตกํ โหนฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) ‘‘กถินํ อตฺถราเปตฺวา ทานญฺจ ภุญฺชิตฺวา คมิสฺสนฺติ, อานิสํโส ปน อิตเรสํเยว โหตี’’ติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สามเณรานํ อุปฑฺฒปฏิวีสํ ทาตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๓) ปาฐํ อุปนิสฺสาย กถินานิสํสจีวรมฺปิ สามเณรานํ อุปฑฺฒปฏิวีสํเยว เทนฺติ, น ปเนวํ กาตพฺพํ. ภณฺฑาคาเร ฐปิตญฺหิ อกาลจีวรเมว สามเณรานํ อุปฑฺฒปฏิวีสํ กตฺวา ทาตพฺพํ. วสฺสาวาสิกกถินานิสํสาทิกาลจีวรํ ปน สมกเมว ทาตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ จีวรกฺขนฺธกฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๓) ‘‘สามเณรานํ อุปฑฺฒปฏิวีสนฺติ เอตฺถ เย สามเณรา อตฺติสฺสรา ภิกฺขุสงฺฆสฺส กตฺตพฺพกมฺมํ น กโรนฺติ, อุทฺเทสปริปุจฺฉาสุ ยุตฺตา อาจริยุปชฺฌายานํเยว วตฺตปฏิปตฺตึ กโรนฺติ, อญฺเญสํ น กโรนฺติ, เอเตสํเยว อุปฑฺฒภาโค ทาตพฺโพ. เย ปน ปุเรภตฺตญฺจ ปจฺฉาภตฺตญฺจ ภิกฺขุสงฺฆสฺเสว กตฺตพฺพกิจฺจํ กโรนฺติ, เตสํ สมโก ทาตพฺโพ. อิทญฺจ ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺเนน ภณฺฑาคาเร ฐปิเตน อกาลจีวเรเนว กถิตํ, กาลจีวรํ ปน สมกเมว ทาตพฺพ’’นฺติ.
กจฺจิ นุ โข สามเณรา วสฺสํ อุปคตา, เยน อานิสํสํ ลเภยฺยุนฺติ? อาม อุปคตาติ. กถํ วิญฺญายตีติ? ‘‘อถ จตฺตาโร ภิกฺขู อุปคตา, เอโก ปริปุณฺณวสฺโส สามเณโร, โส เจ ปจฺฉิมิกาย อุปสมฺปชฺชติ, คณปูรโก เจว โหติ, อานิสํสญฺจ ลภตี’’ติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) วจนโต วชิรพุทฺธิฏีกายญฺจ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖) ‘‘ปจฺฉิมิกาย อุปสมฺปนฺโน ปฐมปวารณาย ปวาเรตุมฺปิ ลภติ, วสฺสิโก จ โหติ, อานิสํสญฺจ ลภตีติ สามเณรานํ วสฺสูปคมนํ อนุญฺญาตํ โหติ. สามเณรา กถินานิสํสํ ลภนฺตีติ วทนฺตี’’ติ วจนโตติ.
ตตฺรุปฺปาเทสุ กถินานิสํเสสุ ยทิ อารามิกา ตณฺฑุลาทีหิ วตฺถานิ เจตาเปนฺติ, วตฺเถหิปิ ตณฺฑุลาทีนิ เจตาเปนฺติ, ตตฺถ กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ? วิภชนกาเล วิชฺชมานวตฺถุวเสน กาตพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖) ‘‘ตตฺรุปฺปาเทน ตณฺฑุลาทินา วตฺถูสุ เจตาปิเตสุ อตฺถตกถินานเมว ตานิ วตฺถานิ ปาปุณนฺติ. วตฺเถหิ ปน ตณฺฑุลาทีสุ เจตาปิเตสุ สพฺเพสํ ตานิ ปาปุณนฺตีติ วุตฺต’’นฺติ. ‘‘สเจ ปน เอกสีมายํ พหู วิหารา โหนฺตี’’ติ เอตฺถ กตรสีมา อธิปฺเปตาติ? อุปจารสีมา. อุปจารสีมายํเยว หิ สงฺฆลาภวิภชนาทิกํ สิชฺฌติ. วุตฺตเญฺหตํ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๖) ‘‘กถินตฺถตสีมายนฺติ อุปจารสีมํ สนฺธาย วุตฺตํ, อุปจารสีมฏฺฐสฺส มตกจีวราทิภาคิยตาย พทฺธสีมาย ตตฺรุปฺปาทาภาวโต วิญฺเญยฺยเมตํ ‘อุปจารสีมาว อธิปฺเปตา’ติ’’.
เอวํ กถินตฺถารํ ทสฺเสตฺวา สงฺเฆ รุจิตาย มาติกาปลิโพธอุพฺภาเร อทสฺเสตฺวาว อนฺเต อานิสํสํ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺถตกถินานํ โว ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อฏฺฐวิธา มาติกา ปกฺกมนนฺติกา, นิฏฺฐานนฺติกา, สนฺนิฏฺฐานนฺติกา, นาสนนฺติกา, สวนนฺติกา, อาสาวจฺเฉทิกา, สีมาติกฺกนฺติกา, สหุพฺภาราติ. ตตฺถ อตฺถตกถิโน ภิกฺขุ กตปริโยสิตํ จีวรํ อาทาย ‘‘อิมํ วิหารํ น ปจฺเจสฺสามี’’ติ ปกฺกมติ, ตสฺส ภิกฺขุโน อุปจารสีมาติกฺกเมเนว กถินุพฺภาโร ภวติ, ปญฺจานิสํสานิ อลภเนยฺโย โหติ. อยํ กถินุพฺภาโร ปกฺกมนเมวสฺส อนฺตภูตตฺตา ปกฺกมนนฺติโก นาม โหติ.
อตฺถตกถิโน ภิกฺขุ อนิฏฺฐิตเมว อตฺตโน ภาคภูตํ จีวรํ อาทาย อญฺญํ วิหารํ คโต, ตสฺส พหิอุปจารสีมคตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อิมสฺมึเยว วิหาเร อิมํ จีวรํ กาเรสฺสามิ, น ปุราณวิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ, โส พหิสีมายเมว ตํ จีวรํ กาเรติ, ตสฺส ภิกฺขุโน ตสฺมึ จีวเร นิฏฺฐิเต กถินุพฺภาโร โหติ. อยํ กถินุพฺภาโร จีวรนิฏฺฐานเมวสฺส อนฺโตติ นิฏฺฐานนฺติโก นาม.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน อกตจีวรมาทาย ปกฺกมติ, ตสฺส พหิอุปจารสีมคตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อิมํ จีวรํ เนว กาเรสฺสามิ, โปราณวิหารญฺจ น ปจฺเจสฺสามี’’ติ, ตสฺส ภิกฺขุโน เตน สนฺนิฏฺฐาเนน กถินุพฺภาโร โหติ. อยํ กถินุพฺภาโร สนฺนิฏฺฐานเมวสฺส อนฺโตติ สนฺนิฏฺฐานนฺติโก นาม.
อตฺถตกถิโน ภิกฺขุ อกตเมว จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ, พหิสีมคตสฺส ตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสามิ, น จ โปราณวิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ, ตสฺส จีวรํ กุรุมานํ โจราทีหิ นสฺสติ, อคฺยาทีหิ วินสฺสติ, กถินุพฺภาโร โหติ. อยํ กถินุพฺภาโร นาสนเมวสฺส อนฺโตติ นาสนนฺติโก นาม.
อตฺถตกถิโน ภิกฺขุ อกตจีวรมาทาย ‘‘อิมํ วิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปกฺกมติ, ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสามี’’ติ, โส กตจีวโร สุณาติ ‘‘วิหาเร กิร สงฺเฆน กถินํ อุพฺภต’’นฺติ, เตน สวนมตฺเตนสฺส กถินํ อุพฺภตํ โหติ. อยํ กถินพฺภาโร สวนเมวสฺส อนฺโตติ สวนนฺติโก นาม.
อตฺถตกถิโน ภิกฺขุ อญฺญตฺถ ปจฺจาสาจีวรการณา ปกฺกมติ, ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อิธ พหิสีมายเมว จีวรปจฺจาสํ ปยิรุปาสามิ, น วิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ, โส ตตฺเถว ตํ จีวรปจฺจาสํ ปยิรุปาสติ, โส ตํ จีวรปจฺจาสํ อลภมาโน จีวราสา ปจฺฉิชฺชติ, เตเนว ตสฺส ภิกฺขุโน กถินุพฺภาโร ภวติ. อยํ กถินุพฺภาโร อาสาวจฺเฉทสหิตตฺตา อาสาวจฺเฉทิโก นาม.
อตฺถตกถิโน ภิกฺขุ อกตจีวรํ อาทาย ‘‘อิมํ วิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปกฺกมติ, โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ, โส กตจีวโร ‘‘วิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต พหิอุปจารสีมายเมว กถินุพฺภารกาลํ วีตินาเมติ, ตสฺส กถินุพฺภาโร ภวติ. อยํ กถินุพฺภาโร จีวรกาลสฺส อนฺติมทิวสสงฺขาตาย สีมาย อติกฺกนฺตตฺตา สีมาติกฺกนฺติโก นาม.
อตฺถตกถิโน ภิกฺขุ จีวรํ อาทาย ‘‘อิมํ วิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปกฺกมติ, โส กตจีวโร ‘‘วิหารํ ปจฺเจสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต ปจฺจาคนฺตฺวา วิหาเร กถินุพฺภารํ ปปฺโปติ, ตสฺส ภิกฺขุโน วิหาเร ภิกฺขูหิ สห กถินุพฺภาโร ภวติ. อยํ กถินุพฺภาโร วิหาเร ภิกฺขูหิ สห กตตฺตา สหุพฺภาโร นาม. อยํ อฏฺฐวิโธ กถินุพฺภาโร อฏฺฐ มาติกา นาม. วุตฺตเญฺหตํ กถินกฺขนฺธกปาฬิยํ (มหาว. ๓๑๐) ‘‘อฏฺฐิมา, ภิกฺขเว, มาติกา กถินสฺส อุพฺภาราย ปกฺกมนนฺติกา นิฏฺฐานนฺติกา สนฺนิฏฺฐานนฺติกา นาสนนฺติกา สวนนฺติกา อาสาวจฺเฉทิกา สีมาติกฺกนฺติกา สหุพฺภาราติ. ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน กตจีวรมาทาย ปกฺกมติ ‘น ปจฺเจสฺส’นฺติ, ตสฺส ภิกฺขุโน ปกฺกมนนฺติโก กถินุพฺภาโร’’ติอาทิ, วินยวินิจฺฉยปฺปกรเณ จ –
‘‘ปกฺกมนญฺจ นิฏฺฐานํ, สนฺนิฏฺฐานญฺจ นาสนํ;
สวนมาสา จ สีมา จ, สหุพฺภาโรติ อฏฺฐิมา’’ติ. (วิ. วิ. ๒๗๐๙);
ปลิโพโธ ทุวิโธ อาวาสปลิโพโธ, จีวรปลิโพโธติ. ตตฺถ ‘‘ยสฺมึ วิหาเร กถินํ อตฺถตํ โหติ, ตสฺมึ วสิสฺสามี’’ติ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺโตปิ ‘‘ปุน ตํ วิหารํ อาคจฺฉิสฺสามี’’ติ สาเปกฺโข โหติ. อยํ อาวาสปลิโพโธ นาม. ตสฺส ภิกฺขุโน จีวรํ อกตํ วา โหติ อปริโยสิตํ วา, ‘‘อญฺญโต จีวรํ ลจฺฉามี’’ติ อาสา วา อนุปจฺฉินฺนา โหติ. อยํ จีวรปลิโพโธ นาม. วุตฺตเญฺหตํ กถินกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๒๕) ‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, เทฺว กถินสฺส ปลิโพธา? อาวาสปลิโพโธ จ จีวรปลิโพโธ จ. กถญฺจ, ภิกฺขเว, อาวาสปลิโพโธ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วสติ วา ตสฺมึ อาวาเส, สาเปกฺโข วา ปกฺกมติ ‘ปจฺเจสฺส’นฺติ, เอวํ โข, ภิกฺขเว, อาวาสปลิโพโธ โหติ. กถญฺจ, ภิกฺขเว, จีวรปลิโพโธ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน จีวรํ อกตํ วา โหติ วิปฺปกตํ วา, จีวราสา วา อนุปจฺฉินฺนา, เอวํ โข, ภิกฺขเว, จีวรปลิโพโธ โหตี’’ติ.
อุพฺภาโร ทุวิโธ อฏฺฐมาติกาอุพฺภารอนฺตรุพฺภารวเสน. ตตฺถ พหิอุปจารสีมคตานํ ภิกฺขูนํ วเสน วุตฺตา สตฺต กถินุพฺภารา จ พหิอุปจารสีมํ คนฺตฺวา นิวตฺเตตฺวา กถินตฺถตวิหาเร อนฺตรุพฺภารํ ปตฺวา ภิกฺขูหิ สห อนฺตรุพฺภารสฺส กตตฺตา สหุพฺภารสงฺขาโต เอโก กถินุพฺภาโร จาติ อิเม อฏฺฐ กถินุพฺภารา อฏฺฐมาติกาย ปวิฏฺฐตฺตา อฏฺฐมาติกาอุพฺภาโร นาม. พหิสีมํ อคนฺตฺวา ตสฺมึเยว วิหาเร นิสีทิตฺวา กถินุพฺภารํ ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย กถินุพฺภาโร อฏฺฐมาติกาย อปฺปวิฏฺโฐ หุตฺวา กาลปริจฺเฉทํ อปฺปตฺวา อนฺตราเยว กตตฺตา อนฺตรุพฺภาโร นาม.
อนฺตรุพฺภารสหุพฺภารา ญตฺติทุติยกมฺมวาจาเยว กตา, เอวํ สนฺเต โก เตสํ วิเสโสติ? อนฺตรุพฺภาโร พหิสีมํ อคนฺตฺวา อนฺโตสีมายเมว ฐิเตหิ ภิกฺขูหิ กโต. สหุพฺภาโร พหิสีมํ คเตน ภิกฺขุนา ปจฺจาคนฺตฺวา ตํ อนฺตรุพฺภารํ ปตฺวา เตหิ อนฺโตสีมฏฺเฐหิ ภิกฺขูหิ สห กโตติ อยเมเตสํ วิเสโส. ปกฺกมนนฺติกาทโย สตฺต กถินุพฺภารา น กมฺมวาจาย กตา, เกวลํ ทฺวินฺนํ ปลิโพธานํ อุปจฺเฉเทน ปญฺจหิ อานิสํเสหิ วิคตตฺตา กถินุพฺภารา นาม โหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ อาจริยพุทฺธทตฺตตฺเถเรน วินยวินิจฺฉเย –
‘‘อฏฺฐนฺนํ มาติกานํ วา, อนฺตรุพฺภารโตปิ วา;
อุพฺภาราปิ ทุเว วุตฺตา, กถินสฺส มเหสินา’’ติ.
ตฏฺฏีกายมฺปิ ‘‘อฏฺฐนฺนํ มาติกานนฺติ พหิสีมคตานํ วเสน วุตฺตา. ปกฺกมนนฺติกาทโย สตฺต มาติกา พหิสีมํ คนฺตฺวา อนฺตรุพฺภารํ สมฺปตฺตสฺส วเสน วุตฺตา, สหุพฺภาโร อิมาสํ อฏฺฐนฺนํ มาติกานํ วเสน จ. อนฺตรุพฺภารโตปิ วาติ พหิสีมํ อคนฺตฺวา ตตฺเถว วสิตฺวา กถินุพฺภารกมฺเมน อุพฺภตกถินานํ วเสน ลพฺภนโต อนฺตรุพฺภาโรติ มเหสินา กถินสฺส อุพฺภารา ทุเว วุตฺตาติ โยชนา. พหิสีมํ คนฺตฺวา อาคตสฺส วเสน สอุพฺภาโร, พหิสีมํ อคตานํ วเสน อนฺตรุพฺภาโรติ เอโกเยว อุพฺภาโร ทฺวิธา วุตฺโต’’ติ วุตฺตํ.
กสฺมา ปน อนฺตรุพฺภารวเสน กมฺมวาจาย กถินํ อุพฺภตนฺติ? มหาทานํ ทาตุกาเมหิ อุปาสเกหิ อาคตสฺส สงฺฆสฺส อกาลจีวรํ ทาตุกาเมหิ ยาจิตตฺตา. วุตฺตญฺหิ ภิกฺขุนีวิภงฺคปาฬิยํ (ปาจิ. ๙๒๕) ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตเรน อุปาสเกน สงฺฆํ อุทฺทิสฺส วิหาโร การาปิโต โหติ, โส ตสฺส วิหารสฺส มเห อุภโตสงฺฆสฺส อกาลจีวรํ ทาตุกาโม โหติ. เตน โข ปน สมเยน อุภโตสงฺฆสฺส กถินํ อตฺถตํ โหติ. อถ โข โส อุปาสโก สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา กถินุทฺธารํ ยาจี’’ติอาทิ. กถํ ปน กมฺมวาจา กาตพฺพาติ? ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ กถินํ อุทฺธเรยฺย, เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, สงฺโฆ กถินํ อุทฺธรติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ กถินสฺส อุทฺธาโร, โส ตุณฺหสฺส. ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. อุพฺภตํ สงฺเฆน กถินํ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ เอวํ กาตพฺพาติ. วุตฺตญฺหิ ภิกฺขุนีวิภงฺเค ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กถินํ อุทฺธริตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กถินํ อุทฺธริตพฺพํ. พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ – สุณาตุ เม…เป… ธารยามี’’ติ.
เอเตน จ กถินุพฺภาเรน ปุพฺเพ กตํ กถินทุสฺสทานญตฺติทุติยกมฺมวาจํ อุพฺภตนฺติ วทนฺติ, น ปน กถินทุสฺสทานญตฺติทุติยกมฺมํ อุพฺภตํ, อถ โข อตฺถารกมฺมเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยทิ หิ กถินทุสฺสทานญตฺติทุติยกมฺมํ อุพฺภตํ ภเวยฺย, ตาย กมฺมวาจาย กถินทุสฺสทานสฺส สิชฺฌนโต อิมาย กถินุพฺภารกมฺมวาจาย ตํ ปุพฺเพ ทินฺนทุสฺสํ ปุน อาหราเปตพฺพํ สิยา, น ปญฺจานิสํสวิคมนํ. ยสฺมา ปน อิมาย กถินุพฺภารกมฺมวาจาย ปญฺจานิสํสวิคมนเมว โหติ, น ปุพฺเพ ทินฺนกถินทุสฺสสฺส ปุน อาหราปนํ. เตน วิญฺญายติ ‘‘ปญฺจานิสํสลาภการณํ อตฺถรณกมฺมเมว อิมาย กถินพฺภารกมฺมวาจาย อุทฺธรียติ, น กถินทุสฺสทานญตฺติทุติยกมฺมวาจาติ, ตสฺมา กถินุพฺภารกมฺมวาจากรณโต ปจฺฉา สงฺฆสฺส อุปฺปนฺนํ จีวรํ อกาลจีวรํ โหติ, สงฺโฆ ปญฺจานิสํเส น ลภติ, จีวรํ สพฺพสงฺฆิกํ หุตฺวา อาคตาคตสฺส สงฺฆสฺส ภาชนียํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อยมตฺโถ กถินทุสฺสทานญตฺติทุติยกมฺมวาจาย จ กถินุพฺภารกมฺมวาจาย จ อตฺถญฺจ อธิปฺปายญฺจ สุฏฺฐุ วินิจฺฉินิตฺวา ปุพฺพาปรํ สํสนฺทิตฺวา ปจฺเจตพฺโพติ.
เอตฺถ สิยา – กถินุพฺภารํ ยาจนฺตานํ สพฺเพสํ กถินุพฺภาโร ทาตพฺโพ, อุทาหุ เอกจฺจานนฺติ, กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว สพฺเพสํ ทาตพฺโพ, กถินุพฺภารกมฺเมน ปญฺจานิสํสวิคมนโต สงฺฆสฺส ลาภนฺตราโย ภเวยฺย, อถ เอกจฺจานํ มุโขโลกนํ วิย สิยาติ? ยทิ กถินตฺถารมูลกลาภโต กถินุพฺภารมูลกลาโภ มหนฺโต ภเวยฺย, เตสํ ยาจนฺตานํ กถินุพฺภาโร ทาตพฺโพ. ยทิ อปฺปโก, น ทาตพฺโพ. ยทิ สโม, กุลปฺปสาทตฺถาย ทาตพฺโพติ. ตถา หิ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๙๒๗) ‘‘กีทิโส กถินุทฺธาโร ทาตพฺโพ, กีทิโส น ทาตพฺโพติ? ยสฺส อตฺถารมูลโก อานิสํโส มหา, อุพฺภารมูลโก อปฺโป, เอวรูโป น ทาตพฺโพ. ยสฺส ปน อตฺถารมูลโก อานิสํโส อปฺโป, อุพฺภารมูลโก มหา, เอวรูโป ทาตพฺโพ. สมานิสํโสปิ สทฺธาปริปาลนตฺถํ ทาตพฺโพวา’’ติ. อิมินาปิ วิญฺญายติ ‘‘ปญฺจานิสํสานํ การณภูตํ อตฺถารกมฺมเมว อุทฺธรียติ, น กถินทุสฺสทานภูตํ ญตฺติทุติยกมฺม’’นฺติ.
อานิสํสกถายํ ปญฺจาติ อิทานิ วุจฺจมานา อนามนฺตจาราทโย ปญฺจ กิริยา. กปฺปิสฺสนฺตีติ กปฺปา ภวิสฺสนฺติ, อนาปตฺติการณา ภวิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อนามนฺตจาโรติ อนามนฺเตตฺวา จรณํ. โย หิ ทายเกหิ ภตฺเตน นิมนฺติโต หุตฺวา สภตฺโต สมาโน วิหาเร สนฺตํ ภิกฺขุํ อนามนฺเตตฺวา กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺชติ, ตสฺส ภิกฺขุโน จาริตฺตสิกฺขาปเทน ปาจิตฺติยาปตฺติ โหติ, สา อาปตฺติ อตฺถตกถินสฺส น โหตีติ อตฺโถ. ตตฺถ จาริตฺตสิกฺขาปทํ นาม ‘‘โย ปน ภิกฺขุ นิมนฺติโต สภตฺโต สมาโน สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺย อญฺญตฺร สมยา, ปาจิตฺติยํ. ตตฺถายํ สมโย จีวรทานสมโย จีวรการสมโย, อยํ ตตฺถ สมโย’’ติ อเจลกวคฺเค ปญฺจมสิกฺขาปทํ (ปาจิ. ๒๙๙-๓๐๐). จีวรวิปฺปวาโสติ ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตเรน วา สพฺเพน วา วินา หตฺถปาเส อกตฺวา อรุณุฏฺฐาปนํ, เอวํ กโรโตปิ ทุติยกถินสิกฺขาปเทน อาปตฺติ น โหตีติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ จ ทุติยกถินสิกฺขาปทํ นาม ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ปน ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺย อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยา, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ อาคตํ นิสฺสคฺคิเยสุ ทุติยสิกฺขาปทํ (ปารา. ๔๗๒).
คณโภชนนฺติ เอเตน คณโภชนสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ คณโภชนํ นาม ‘‘อมฺหากํ ภตฺตํ เทถา’’ติ ภิกฺขูนํ วิญฺญตฺติยา วา ‘‘อมฺหากํ ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ ทายกานํ นิมนฺตเนน วา อกปฺปิยโวหาเรน จตฺตาโร วา อติเรกา วา ภิกฺขู เอกโต ปฏิคฺคณฺหิตฺวา เอกโต ภุญฺชนํ. คณโภชนสิกฺขาปทํ นาม ‘‘คณโภชเน อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติยํ. ตตฺถายํ สมโย คิลานสมโย จีวรทานสมโย จีวรการสมโย อทฺธานคมนสมโย นาวาภิรุหนสมโย มหาสมโย สมณภตฺตสมโย, อยํ ตตฺถ สมโย’’ติ อาคตํ โภชนวคฺเค ทุติยสิกฺขาปทํ (ปาจิ. ๒๑๕). อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตํ วฏฺฏตีติ ปฐมกถินสิกฺขาปเทน อาปตฺติ น โหตีติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ ปฐมกถินสิกฺขาปทํ นาม ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ปน ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ, ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ อาคตํ นิสฺสคฺคิเยสุ ปฐมสิกฺขาปทํ (ปารา. ๔๗๒). กถินตฺถตสีมายาติ อุปจารสีมํ สนฺธาย วุตฺตํ. มตกจีวรนฺติ มตสฺส จีวรํ. ตตฺรุปฺปาเทนาติ สงฺฆสนฺตเกน อารามุยฺยานเขตฺตวตฺถุอาทินา. ยํ สงฺฆิกํ จีวรํ อุปฺปชฺชติ, ตํ เตสํ ภวิสฺสตีติ อิมินา จีวรเมว กถินตฺถารกานํ ภิกฺขูนํ สนฺตกํ โหติ, ตโต อญฺญํ ปิณฺฑปาตเภสชฺชาทิกํ อาคตาคตสฺส สงฺฆสฺส สนฺตกํ โหตีติ ทสฺเสติ.
เอวํ อฏฺฐงฺคสมฺปนฺโน, ลชฺชี ภิกฺขุ สุเปสโล;
กเรยฺย กถินตฺถารํ, อุพฺภารญฺจาปิ สาธุกนฺติ.
อิติ วินยสงฺคหสํวณฺณนาภูเต วินยาลงฺกาเร
กถินตฺถารวินิจฺฉยกถาลงฺกาโร นาม
เอกูนตึสติโม ปริจฺเฉโท.