๑. มหาขนฺธโก

โพธิกถาวณฺณนา

มหาวคฺเค อุภินฺนํ ปาติโมกฺขานนฺติ อุภินฺนํ ปาติโมกฺขวิภงฺคานํ. ยํ ขนฺธกํ สงฺคายึสูติ สมฺพนฺโธ. ขนฺธานํ สมูโห, ขนฺธานํ วา ปกาสนโต ขนฺธโก. ขนฺธาติ เจตฺถ ปพฺพชฺชาทิจาริตฺตวาริตฺตสิกฺขาปทปญฺญตฺติสมูโห อธิปฺเปโต. ปทภาชนีเย เยสํ ปทานํ อตฺถา เยหิ อฏฺฐกถานเยหิ ปกาสิตาติ โยชนา. อถ วา เย อตฺถาติ โยเชตพฺพํ. หิ-สทฺโท เจตฺถ ปทปูรเณ ทฏฺฐพฺโพ.

๑. วิเสสการณนฺติ ‘‘เยน สมเยน อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนเหตุภูโต ปริวิตกฺโก อุทปาทิ, เตน สมเยนา’’ติอาทินา วุตฺตการณํ วิย วิเสสการณํ ภุมฺมวจนนิวตฺตนกการณนฺติ อตฺโถ. เอตสฺสาติ อภิสมฺโพธิโต ปฏฺฐาย สตฺถุ จริยาวิภาวนสฺส วินยปญฺญตฺติยํ กึ ปโยชนํ? ยทิ วิเสสการณํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. นิทานทสฺสนํ ปโยชนนฺติ โยชนา. นิทานนฺติเจตฺถ สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุภูตํ วตฺถุปุคฺคลาทิการณํ อธิปฺเปตํ, น ปญฺญตฺติฏฺฐานเมว. เตนาห ‘‘ยา หี’’ติอาทิ.

อุรุเวลายนฺติ เอตฺถ อุรุ-สทฺโท มหนฺตวาจี. เวลา-สทฺโท ตีรปริยาโย. อุนฺนตตฺตาทินา เวลา วิย เวลา. อุรุ มหนฺตี เวลา อุรุเวลา, ตสฺสํ. เตนาห ‘‘มหาเวลาย’’นฺติอาทิ. มริยาทาติ สีลาทิคุณสีมา. ปตฺตปุเฏนาติ ตาลาทีนํ ปณฺณปุเฏน.

‘‘ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ’’ติ อนุนาสิกโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ปฐมํ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ. ปฐมนฺติ จ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส. ตสฺมา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา สพฺพปฐมํ โพธิรุกฺขมูเล วิหรตีติ โยชนา ทฏฺฐพฺพา.

ปาฬิยํ อถ โขติ เอตฺถ อถาติ เอตสฺมึ สมเยติ อตฺโถ อเนกตฺถตฺตา นิปาตานํ. สตฺตาหนฺติ อจฺจนฺตสํโยเค เอตํ อุปโยควจนํ. อถ โขติ อธิการนฺตรทสฺสเน นิปาโต. เตน วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทนํ ปหาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทมนสิกาเร อธิกตภาวํ ทสฺเสติ. ปฏิจฺจาติ ปฏิมุขํ คนฺตฺวา, อญฺญมญฺญํ อเปกฺขิตฺวาติ อตฺโถ. เอเตน การณพหุตา ทสฺสิตา. สหิเตติ การิยพหุตา. อนุโลมนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส. เสฺววาติ โส เอว ปจฺจยากาโร. ปุริมนเยน วา วุตฺโตติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต ปจฺจยากาโร. ปวตฺติยาติ สํสารปฺปวตฺติยา.

ปาฬิยํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา’’ติอาทีสุ ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณํ อวิชฺชา. โลกิยกุสลากุสลเจตนา สงฺขารา. โลกิยวิปากเมว วิญฺญาณํ. โลกิยเวทนาทิกฺขนฺธตฺตยํ นามํ, ภูตุปาทายเภทํ รูปํ. ปสาทวิญฺญาณเภทํ สฬายตนํ. วิปากภูโต สพฺโพ ผสฺโส, เวทนา จ. ราโค ตณฺหา. พลวราโค, ติวิธา จ ทิฏฺฐิ อุปาทานํ. ภโว ปน ทุวิโธ กมฺมภโว, อุปปตฺติภโว จ. ตตฺถ กมฺมภโว สาสวกุสลากุสลเจตนาว, อุปปตฺติภโว อุปาทินฺนกกฺขนฺธา. เตสํ อุปปตฺติ ชาติ. ปาโก ชรา. เภโท มรณํ. เต เอว นิสฺสาย โสจนํ โสโก. กนฺทนํ ปริเทโว. ทุกฺขํ กายิกํ. โทมนสฺสํ เจตสิกํ. อติวิย โสโก อุปายาโส.

ปจฺเจกญฺจ สมฺภวติ-สทฺโท โยเชตพฺโพ. เตนาห ‘‘อิมินา นเยนา’’ติอาทิ. ‘‘ทุกฺขราสิสฺสา’’ติ อิมินา น สตฺตสฺส. นาปิ สุภสุขาทีนนฺติ ทสฺเสติ.

หเวติ พฺยตฺตนฺติ อิมสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. ‘‘อนุโลมปจฺจยาการปฏิเวธสาธกา โพธิปกฺขิยธมฺมา’’ติ อิทํ ปฐมวาเร กิญฺจาปิ ‘‘อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติอาทินา ปฏิโลมปจฺจยากาโรปิ อาคโต, ตถาปิ ‘‘ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม’’นฺติ อนุโลมปจฺจยาการปฏิเวธสฺเสว การณตฺเตน วุตฺตนฺติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ ทุติยวาเรปิ ‘‘ยโต ขยํ ปจฺจยานํ อเวที’’ติ คาถาย วุตฺตตฺตา ‘‘ปจฺจยานํ ขยสงฺขาต’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. โน กลฺโล ปโญฺหติ อยุตฺโต น พฺยากาตพฺโพ, อวิชฺชมานํ อตฺตานํ สิทฺธํ กตฺวา ‘‘โก ผุสตี’’ติ ตสฺส กิริยาย ปุฏฺฐตฺตา ‘‘โก วญฺฌาปุตฺโต ผุสตี’’ติอาทิ วิยาติ อธิปฺปาโย. โสฬส กงฺขาติ ‘‘อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธานํ, นนุ โข อโหสึ, กึ นุ โข อโหสึ, กถํ นุ โข อโหสึ, กึ หุตฺวา กึ อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธานํ, ภวิสฺสามิ นุ โข อหํ อนาคตมทฺธานํ, นนุ โข ภวิสฺสามิ, กึ นุ โข ภวิสฺสามิ, กถํ นุ โข ภวิสฺสามิ, กึ หุตฺวา กึ ภวิสฺสามิ นุ โข อหํ อนาคตมทฺธานํ, อหํ นุ โขสฺมิ, โน นุ โขสฺมิ, กึ นุ โขสฺมิ, กถํ นุ โขสฺมิ, อยํ นุ โข สตฺโต กุโต อาคโต, โส กุหึ คามี ภวิสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) เอวํ อาคตา อตีเต ปญฺจ, อนาคเต ปญฺจ, ปจฺจุปฺปนฺเน ฉาติ โสฬสวิธา กงฺขา.

ตตฺถ กึ นุ โขติ มนุสฺสเทวาทีสุ, ขตฺติยาทีสุ วา อญฺญตรํ นิสฺสาย กงฺขติ. กถํ นุ โขติ ปน สณฺฐานาการาทีสุ อิสฺสราทิชนกํ, การณํ วา นิสฺสาย. กึ หุตฺวา กึ อโหสินฺติ จ มนุสฺสาทีสุ ปฐมํ กึ หุตฺวา ปจฺฉา กึ อโหสินฺติ กงฺขติ. อหํ นุ โขสฺมีติอาทิ อิทานิ อตฺตโน วิชฺชมานาวิชฺชมานตํ, สรูปปการาทิกญฺจ กงฺขติ. วปยนฺตีติ วิอปยนฺติ พฺยปคจฺฉนฺติ. เตนาห ‘‘อปคจฺฉนฺติ นิรุชฺฌนฺตี’’ติ.

๓. ตสฺส วเสนาติ ตสฺส ปจฺจยาการปชานนสฺส, ปจฺจยกฺขยาธิคมสฺส จ วเสน. เอเกกเมว โกฏฺฐาสนฺติ อนุโลมปฏิโลมโต เอเกกเมว โกฏฺฐาสํ. ปาฏิปทรตฺติยา เอวํ มนสากาสีติ รตฺติยา ตีสุปิ ยาเมสุ เอวํ อิธ ขนฺธกปาฬิยา อาคตนเยน อนุโลมปฏิโลมํเยว มนสากาสิ.

อชปาลกถาวณฺณนา

๔. ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยนาติ ปลฺลงฺกสตฺตาหสฺส อปคมเนน. ตมฺหา สมาธิมฺหาติ อรหตฺตผลสมาปตฺติสมาธิมฺหา. อนฺตรนฺตรา เอว หิ ปจฺจยาการมนสิกาโร. อวเสสกาลํ ปน สพฺพํ ภควา ผลสมาปตฺติยาปิ วีตินาเมสิ. ตํ สนฺธาย ‘‘ตมฺหา สมาธิมฺหา’’ติ วุตฺตํ. รตนจงฺกเมติ ภควโต จิรํ ฐิตสฺส จงฺกมนาธิปฺปายํ ญตฺวา เทวตาหิ มาปิเต รตนจงฺกเม. รตนฆรนฺติ ภควโต นิสีทนาธิปฺปายํ ญตฺวา เทวตาหิ มาปิตํ รตนมยํ เคหํ.

ตตฺราปีติ น เกวลํ รตนฆเรเยว. ตตฺราปิ อชปาลนิโคฺรธมูเลปิ อภิธมฺมํ วิจินนฺโต เอว อนฺตรนฺตรา วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโตติ อตฺโถ. ตตฺถาปิ หิ อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐานํ สมฺมสโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปีติสมุฏฺฐิตา ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย รตนฆเร วิย นิจฺฉรึสุ เอว. ‘‘หุํหุ’’นฺติ กโรนฺโตติ ‘‘สพฺเพ หีนชาติกา มํ มา อุปคจฺฉนฺตู’’ติ มานวเสน, สมีปํ อุปคเตสุ โกธวเสน จ ‘‘อเปถา’’ติ อธิปฺปายนิจฺฉาริตํ หุํหุํการํ กโรนฺโต.

พฺรหฺมญฺญนฺติ พฺราหฺมณตฺตํ. อนฺตนฺติ นิพฺพานํ. เทวานํ วา อนฺตนฺติ มคฺคญาณานํ วา อนฺตภูตํ อรหตฺตผลํ.

มุจลินฺทกถาวณฺณนา

๕. มุจลินฺทมูเลติ เอตฺถ จ มุจลินฺโท วุจฺจติ นีปรุกฺโข, โย ‘‘นิจุโล’’ติปิ วุจฺจติ. อุปฺปนฺนเมโฆติ สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรตฺวา อุปฺปนฺโน มหาเมโฆ. วทฺทลิกาติ วุฏฺฐิยา เอว อิตฺถิลิงฺควเสน นามํ. ยา จ สตฺตาหํ ปวตฺตตฺตา สตฺตาหวทฺทลิกาติ วุตฺตาติ อาห ‘‘สตฺตาหํ อวิจฺฉินฺนวุฏฺฐิกา อโหสี’’ติ. สีตวาเตน ทูสิตํ ทินเมติสฺสา วทฺทลิกายาติ สีตวาตทุทฺทินีติ อาห ‘‘อุทกผุสิตสมฺมิสฺเสนา’’ติอาทิ. อุพฺพิทฺธตา นาม ทูรภาเวน อุปฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘เมฆวิคเมน ทูรีภูต’’นฺติ. อินฺทนีลมณิ วิย ทิพฺพติ โชเตตีติ เทโว, อากาโส.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ วิเวกสฺส สุขภาวํ วิทิตฺวา. สพฺพโส อสนฺตุฏฺฐิสมุจฺเฉทกตฺตา มคฺคญาณานํ ‘‘จตุมคฺคญาณสนฺโตเสนา’’ติ วุตฺตํ. อกุปฺปนภาโวติ อกุชฺฌนสภาโว.

ราชายตนกถาวณฺณนา

๖. ปจฺจคฺเฆติ อภินเว. อยเมว อตฺโถ ปสตฺโถ, น ปุริโม. น หิ พุทฺธา มหคฺฆํ ปตฺตํ ปริภุญฺชนฺติ.

พฺรหฺมยาจนกถาวณฺณนา

๗. อาลียนฺติ เสวียนฺตีติ อาลยา. ปญฺจ กามคุณาติ อาห ‘‘สตฺตา…เป… วุจฺจนฺตี’’ติ. สุฏฺฐุ มุทิตาติ อติวิย ปมุทิตา. ฐานํ สนฺธายาติ ฐาน-สทฺทํ อเปกฺขิตฺวา. อิเมสนฺติ สงฺขาราทีนํ ผลานํ. ปาฬิยํ สพฺพสงฺขารสมโถติอาทีนิ นิพฺพานเววจนานิ. อปิสฺสูติ สมฺปิณฺฑนตฺเถ นิปาโต. น เกวลํ เอตทโหสิ, อิมาปิ คาถา ปฏิภํสูติ อตฺโถ.

กิจฺเฉน เม อธิคตนฺติ ปารมิปูรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ทุกฺขาปฏิปทํ. พุทฺธานญฺหิ จตฺตาโร มคฺคา สุขาปฏิปทาว โหนฺติ. ห-อิติ พฺยตฺตํ, เอกํสนฺติ ทฺวีสุ อตฺเถสุ นิปาโต, พฺยตฺตํ, เอกํเสน วา อลนฺติ วิโยเชนฺติ. หลนฺติ วา เอโก นิปาโต.

๘. ปาฬิยํ สหมฺปติสฺสาติ โส กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สหโก นาม เถโร ปฐมชฺฌานภูมิยํ พฺรหฺมปติ หุตฺวา นิพฺพตฺโต, เตน นํ ‘‘สหมฺปตี’’ติ สญฺชานึสุ. อสฺสวนตาติ อสฺสวนตาย, อสฺสวเนนาติ อตฺโถ. สวนเมว หิ สวนตา ยถา เทวตาติ.

ธมฺโม อสุทฺโธติ มิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺโม. สมเลหีติ ปูรณกสฺสปาทีหิ ฉหิ สตฺถาเรหิ. อปาปุราติ เทสนาหตฺเถน วิวร. ทฺวารนฺติ อริยมคฺคํ สนฺธาย วทติ.

เสเลติ ฆนสิลามเย. ตถูปมนฺติ เอตฺถ ตถา-สทฺโท ตํ-สทฺทตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน โส เสลปพฺพโต อุปมา ยสฺส. ตํ ตถูปมนฺติ อตฺโถ. เตน วา ปพฺพตาทินา ปกาเรน อุปมา อสฺสาติปิ อตฺโถ. ธมฺมมยนฺติ โลกุตฺตรธมฺมภูตํ. อุฏฺฐาหีติ ธมฺมเทสนตฺถาย จาริกจรณตฺถํ อิมมฺหา อาสนา กาเยน, อปฺโปสฺสุกฺกภาวโต วา จิตฺเตน อุฏฺเฐหิ, อยเมว วา ปาโฐ. เตเนว ‘‘วิจร, เทสสฺสู’’ติ ทุวิเธปิ กายจิตฺตปโยเค นิโยเชสิ. วีราติอาทิ จตฺตาริ ถุติวเสน สมฺโพธนานิ.

๙. พุทฺธจกฺขุนาติ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน, อาสยานุสยญาเณน จ. อิเมสญฺหิ ทฺวินฺนํ ‘‘พุทฺธจกฺขู’’ติ นามํ. สฺวาการาติ สทฺธินฺทฺริยาทโยว อาการา สุนฺทรา เยสํ, เต สฺวาการา, สุวิญฺญาปยา, ปรโลกญฺจ วชฺชญฺจ ภยโต ทสฺสนสีลา จาติ ทฏฺฐพฺพํ. อุปฺปลานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินีติ คจฺฉลตาปิ โปกฺขรณีปิ วุจฺจติ. อิธ ปน โปกฺขรณี. เอวมิตเรสุปิ. อุทกานุคฺคตานีติ อุทกโต อนุคฺคตานิ. อนฺโต นิมุคฺคาเนว หุตฺวา ปุสนฺติ วฑฺฒนฺติ, ตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิ. อจฺจุคฺคมฺมาติ อุทกํ อติกฺกมนวเสน อุคฺคนฺตฺวา.

อปารุตาติ วิวฏา. เตสนฺติ สอุปนิสฺสยานํ สตฺตานํ. ทฺวาราติ อริยมคฺคทฺวารานิ. อิทญฺจ อตฺตโน สยมฺภุญาเณน สอุปนิสฺสยานํ เตสํ มคฺคุปฺปตฺติทิฏฺฐตํ สนฺธาย วทติ. วิหึสสญฺญีติอาทีสุ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – ‘‘อหญฺหิ อตฺตโน ปคุณํ สุปฺปวตฺติตมฺปิ อิมํ ปณีตํ ธมฺมํ อชานนฺเตสุ มนุเชสุ เทสนาย วิหึสา กายวาจากิลมโถ โหตี’’ติ เอวํ วิหึสสญฺญี หุตฺวา น ภาสึ ภาสิตุํ น อิจฺฉึ. อิทานิ ปน เหตุสมฺปนฺนา อตฺตโน สทฺธาภาชนํ วิวรนฺตุ, ปูเรสฺสามิ เนสํ สงฺกปฺปนฺติ.

ปญฺจวคฺคิยกถาวณฺณนา

๑๐. อาฬาโรติ นามํ. กาลาโมติ โคตฺตํ. ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาทีติ กึ อิทาเนว อุทปาทิ, นนุ โพธิมูเล เตกาลิกา, กาลวินิมุตฺตา จ สพฺเพ ธมฺมา สพฺพาการโต ทิฏฺฐาติ? สจฺจํ ทิฏฺฐา, ตถาปิ นามาทิวเสน อวิกปฺปิตา เอกจิตฺตกฺขณิกตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส. น หิ เอเกน จิตฺเตน สพฺพธมฺมานํ นามชาติอาทิกํ ปจฺเจกํ อนนฺตํ วิภาคํ วิกปฺเปตุํ สกฺกา วิกปฺปานํ วิรุทฺธานํ สหานุปฺปตฺติโต, สพฺพวิกปฺปารหธมฺมทสฺสนเมว ปนาเนน สกฺกา กาตุํ. ยถา ทิฏฺเฐสุ ปน ยถิจฺฉิตาการํ อารพฺภ วิกปฺโป อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺเฐ จิตฺตปเฏ วิย. อิธาปิ อาฬารํ นิสฺสาย อาวชฺชนานนฺตรเมว สพฺพาการญาณํ อุทปาทิ. น เกวลญฺจ ตํ, อถ โข ปญฺจวคฺคิยา เอว ปฐมํ ธมฺมํ ชานิสฺสนฺติ, ตปฺปมุขา จ เทวตา, อาฬาโร กาลํ กตฺวา อากิญฺจญฺญายตเน, อุทโก จ เนวสญฺญานาสญฺญายตเน นิพฺพตฺโตติ เอวมาทิกํ สพฺพมฺปิ นิสฺสาย ญาณํ อุปฺปชฺชติ เอว. ตํ ปน ขณสมฺปตฺติยา ทุลฺลภภาวํ ทสฺเสตุํ กเมน โอโลเกตฺวา เทวตาย วุตฺเต ญาณํ วิย กตฺวา วุตฺตํ. สทฺทคติยา หิ พนฺธตฺตา เอเกน ญาเณน ญาตมฺปิ วุจฺจมานํ กเมน ญาตํ วิย ปฏิภาติ, เทวตาปิ จ ภควตา ญาตเมวตฺถํ อาโรเจสิ. เตเนว ‘‘ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาที’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวมญฺญตฺถาปิ อีทิเสสุ ‘‘โลกํ โวโลเกนฺโต อสุกํ อทฺทส, ตตฺถ มยิ คเต กึ ภวิสฺสตี’’ติ เอวมาทินา สตฺถุ หิเตสิตาสนฺทสฺสนวสปฺปวตฺเตสุ. สพฺพตฺถ วจนคติยํ กมวุตฺติเต ปญฺญายมาเนปิ เอเกเนว ญาเณน สกลาวโพโธ เวทิตพฺโพ. พหุการา โข เม ปญฺจวคฺคิยาติ อุปการสฺสาปิ วิชฺชมานตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปน ธมฺมเทสนาย การณตฺเตน อนุปการานมฺปิ เทสนโต.

๑๑. อนฺตรา จ คยํ อนฺตรา จ โพธินฺติ คยาย, โพธิสฺส จ อนฺตเร ติคาวุเต ฐาเน.

สพฺพาภิภูติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ อภิภวิตฺวา ฐิโต. อนูปลิตฺโตติ กิเลสเลเปน อลิตฺโต. ตโต เอว สพฺพญฺชโห. ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโตติ ตณฺหกฺขเย นิพฺพาเน อารมฺมณกรณวสเอน วิมุตฺโต. เอวํ สยํ สพฺพธมฺเม อตฺตนาว ชานิตฺวา. กมุทฺทิเสยฺยนฺติ กํ อญฺญํ ‘‘อยํ เม อาจริโย’’ติ อุทฺทิเสยฺยํ.

กาสินํ ปุรนฺติ พาราณสึ. อาหญฺฉนฺติ อาหนิสฺสามิ. อมตาธิคมาย อุคฺโฆสนโต อมตทุนฺทุภินฺติ สตฺถุ ธมฺมเทสนา วุตฺตา, ‘‘อมตเภรึ ปหริสฺสามี’’ติ คจฺฉามีติ อตฺโถ.

อรหสิ อนนฺตชิโนติ อนนฺตชิโนปิ ภวิตุํ ยุตฺโตติ อตฺโถ. อนนฺตญาณตาย อนนฺโต ชิโน จ, อนนฺเตน วา ญาเณน, อนนฺตํ วา โทสํ ชิตวา, อุปฺปาทวยนฺตรหิตตาย วา อนนฺตํ นิพฺพานํ อชินิ กิเลสารโย มทฺทิตฺวา คณฺหีติปิ อนนฺตชิโน.

หุเปยฺยาปีติ เอวมฺปิ ภเวยฺย, เอวํวิเธ รูปกายรตเน อีทิเสน ญาเณน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ นาม กถนญฺหิสฺส อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส อปรกาเล ทุกฺขปฺปตฺตสฺส ภควนฺตํ อุปคมฺม ปพฺพชิตฺวา มคฺคผลปฏิเวธาย ปจฺจโย ชาโต. ตถาเหส ภควา เตน สมาคมตฺถํ ปทสาว มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.

๑๒. พาหุลฺลิโกติ ปจฺจยพาหุลฺลิโก. ปธานวิพฺภนฺโตติ ปธานโต ทุกฺกรจรณโต ปริหีโน. นตฺถิ เอตฺถ อคาริยํ, อคารสฺส หิตํ กสิโครกฺขาทิกมฺมนฺติ อนคาริยา, ปพฺพชฺชา, ตํ อนคาริยํ. ปพฺพชนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ. ตทนุตฺตรนฺติ ตํ อนุตฺตรํ. พฺรหฺมจริยปริโยสานนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปริโยสานํ, อรหตฺตผลนฺติ อตฺโถ. ตสฺส หิ อตฺถาย กุลปุตฺตา ปพฺพชนฺติ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึ ปจฺจกฺเข อตฺตภาเว. สยนฺติ อปรปฺปจฺจยา. อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตโนว ญาเณน ปจฺจกฺขํ กตฺวา. อุปสมฺปชฺชาติ ปาปุณิตฺวา.

อิริยายาติ ทุกฺกรอิริยาย. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาติอาทีสุ มนุสฺสธมฺมโต โลกิยญาณโต อุปริ อริยํ กาตุํ อลํ สมตฺโถ อลมริโย. ญาณทสฺสนวิเสโสติ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปุพฺพภาคํ อธิปฺเปตํ. โนติ นุ. ภาสิตเมตนฺติ เอวรูปเมตํ วากฺยเภทนฺติ อตฺโถ. เต จ ‘‘ยทิ เอส ปธานกาเล ‘อหํ อรหา’ติ วเทยฺย, มยญฺจ สทฺทหาม, น จาเนน ตทา วุตฺตํ. อิทานิ ปน วิชฺชมานเมว คุณํ วทตี’’ติ เอกปเทน สตึ ลภิตฺวา ‘‘พุทฺโธ ชาโต’’ติ อุปฺปนฺนคารวา อาวุโสวาทํ ปหาย ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’ติ อาหํสุ. อญฺญา จิตฺตนฺติ อญฺญาย อรหตฺตปฺปตฺติยา จิตฺตํ.

๑๓. อนฺตาติ โกฏฺฐาสา เทฺว ภาคา. กาเมสุ กามสุขลฺลิกานุโยโคติ วตฺถุกาเมสุ กิเลสกามสุขสฺส อนุภโว. กิเลสกามา เอว วา อามิสสุเขน อลฺลียนโต กามสุขลฺลิกาติ วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา. คมฺโมติ คามวาสีนํ สนฺตโก. อตฺตกิลมถานุโยโคติ อตฺตโน กิลมถสฺส กณฺฏกเสยฺยาทิทุกฺขสฺส อนุโยโค. อุโภ อนฺเตติ ยถาวุตฺเต โลโภ วา สสฺสโต วา เอโก อนฺโต, โทโส วา อุจฺเฉโท วา เอโกติ เวทิตพฺโพ.

จกฺขุกรณีติอาทีสุ อตฺตนา สมฺปยุตฺตญาณจกฺขุํ กโรตีติ จกฺขุกรณี. ทุติยํ ตสฺเสว เววจนํ. อุปสโมติ กิเลสุปสโม. อภิญฺญา, สมฺโพโธ จ จตุสจฺจปฏิเวโธว. นิพฺพานํ อสงฺขตธาตุ. เอเตสมฺปิ อตฺถาย สํวตฺตตีติ ปฏิปทํ โถเมติ. สมฺมาทิฏฺฐีติ ญาณํ. สมฺมาสงฺกปฺโปติ วิตกฺโก. เสสํ ธมฺมโต สุวิญฺเญยฺยเมว.

๑๔. เอวํ จตฺตาโรปิ มคฺเค เอกโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตหิ มคฺเคหิ ปฏิวิชฺฌิตพฺพานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ชาติปิ ทุกฺขาติอาทีสุ ตตฺถ ตตฺถ ภเว นิพฺพตฺตมานานํ สตฺตานํ สพฺพปฐมํ รูปารูปธมฺมปฺปวตฺติ อิธ ชาติ นาม, สา จ ตตฺถ ตตฺถ ภเวสุ อุปลพฺภมานานํ ทุกฺขาทีนํ วตฺถุภาวโต ทุกฺขา, เอวํ ชราทีสุ ทุกฺขวตฺถุกตาย ทุกฺขตา เวทิตพฺพา. ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ปน ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขสงฺขารทุกฺขวเสน ทุกฺขา เอว. โปโนภวิกาติ ปุนพฺภวกรณํ ปุนพฺภโว อุตฺตรปทโลเปน, ปุนพฺภโว สีลเมติสฺสาติ โปโนภวิกา. นนฺทิราคสหคตาติ เอตฺถ รูปาทีสุ นนฺทติ ปิยายตีติ นนฺที, สา เอว ราโคติ นนฺทิราโคติ ภาวปฺปธาโนยํ นิทฺเทโส, นนฺทิราคตฺตนฺติ อตฺโถ. เตน สหคตานิ นนฺทิราคสหคตา. ตตฺร ตตฺราติ ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว. รูปาทีสุ ฉสุ อารมฺมเณสุ กามสฺสาทนวเสน ปวตฺตา กามตณฺหา นาม. สสฺสตทิฏฺฐิยา สห ปวตฺตา ภวตณฺหา. อุจฺเฉททิฏฺฐิยา สห ปวตฺตา วิภวตณฺหา. อเสสวิราคนิโรโธติอาทินา นิพฺพานเมว วุจฺจติ. ตตฺถ วิรชฺชนํ วิคมนํ วิราโค. นิรุชฺฌนํ นิโรโธ. อุภเยนาปิ สุฏฺฐุ วิคโมว วุจฺจติ. อเสสายปิ ตณฺหาย วิราโค, นิโรโธ จ เยน โหติ, โส อเสสวิราคนิโรโธ, นิพฺพานเมว. ยสฺมา จ ตํ อาคมฺม ตณฺหํ, วฏฺฏญฺจ จชนฺติ ปฏินิสฺสชฺชนฺติ วิมุจฺจนฺติ น อลฺลียนฺติ, ตสฺมา จาโค ปฏินิสฺสคฺโค มุตฺติ อนาลโยติ วุจฺจติ.

๑๕. จกฺขุนฺติอาทีนิ ญาณเววจนาเนว.

๑๖. ยาวกีวญฺจาติ ยตฺตกํ กาลํ. ติปริวฏฺฏนฺติ สจฺจญาณ, กิจฺจญาณ, กตญาณสงฺขาตานํ ติณฺณํ ปริวฏฺฏานํ วเสน ติปริวฏฺฏํ ญาณทสฺสนํ. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ, อิทํ ทุกฺขสมุทย’’นฺติ เอวํ จตูสุ สจฺเจสุ ยถาภูตญาณํ สจฺจญาณํ นาม. เตสุ เอว ‘‘ปริญฺเญยฺยํ ปหาตพฺพํ สจฺฉิกาตพฺพํ ภาเวตพฺพ’’นฺติ เอวํ กตฺตพฺพกิจฺจชานนญาณํ กิจฺจญาณํ นาม. ‘‘ปริญฺญาตํ ปหีนํ สจฺฉิกตํ ภาวิต’’นฺติ ตสฺส กิจฺจสฺส กตภาวชานนญาณํ กตญาณํ นาม. ทฺวาทสาการนฺติ เตสเมว เอเกกสฺมึ สจฺเจ ติณฺณํ ติณฺณํ อาการานํ วเสน ทฺวาทสาการํ.

อภิสมฺพุทฺโธติ ปจฺจญฺญาสินฺติ อภิสมฺพุทฺโธ อรหตฺตํ ปตฺโตติ เอวํ น ปฏิชานึ. ยโต จ โขติ ยโต โพธิมูเล นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย. อถาหนฺติ ตโต ปรํ อหํ. ญาณญฺจ ปน เมติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ สนฺธาย วทติ. อกุปฺปา เมติอาทิ ตสฺส ปวตฺติอาการทสฺสนํ. ตตฺถ อกุปฺปา เม วิมุตฺตีติ อรหตฺตผลํ ตสฺส มคฺคสงฺขาตการณโต จ อารมฺมณโต จ อกุปฺปตา เวทิตพฺพา.

อิมสฺมึ ปน เวยฺยากรณสฺมินฺติ นิคฺคาถสุตฺเต. ภญฺญมาเนติ ภณิยมาเน. ธมฺมจกฺขุนฺติ อิธ จตุสจฺจธมฺเมสุ จกฺขุกิจฺจกรณโต โสตาปตฺติมคฺโค อธิปฺเปโต. ยํ กิญฺจีติอาทิ นิพฺพานารมฺมณตฺเตปิ กิจฺจวเสน อสมฺโมหโต ปวตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.

๑๗. ธมฺมจกฺกนฺติ ปฏิเวธญาณธมฺมญฺเจว เทสนาญาณธมฺมญฺจ ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ. โอภาโสติ สพฺพญฺญุตญฺญาณานุภาเวน ปวตฺโต จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาโน ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ผริตฺวา ฐิโต โอภาโส.

๑๘. ทิฏฺโฐ อริยสจฺจธมฺโม เอเตนาติ ทิฏฺฐธมฺโม. เอส นโย เสเสสุปิ. อตฺตโน ปจฺจกฺขโต อธิคตตฺตา น ปรํ ปจฺเจติ, ปรสฺส สทฺธาย เอตฺถ น ปวตฺตตีติ อปรปฺปจฺจโย. เอหิ ภิกฺขูติ เอตฺตเก วุตฺตมตฺเต ปพฺพชฺชา, อุปสมฺปทา จ สิชฺฌติ, เตเนว ตตฺถ อิติ-สทฺเทน ปริจฺเฉโท ทสฺสิโตติ วทนฺติ. เกจิ ปน ‘‘สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ วจนปริโยสาเน เอว อุปสมฺปทา สิชฺฌติ, อฏฺฐกถายํ ปน ‘เอหิ ภิกฺขูติ ภควโต วจเนนา’ติ อิทํ เอหิภิกฺขุสทฺโทปลกฺขิตวจนํ เอหิภิกฺขุวจนนฺติอาทิปทวเสน วุตฺตํ มุสาวาทวคฺโคติอาทีสุ วิยา’’ติ วทนฺติ, ตเทตํ ปฐมปาราชิกฏฺฐกถายํ ‘‘ภควา หิ…เป… เอหิ ภิกฺขุ, จร พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕ ภิกฺขูปทภาชนียวณฺณนา) อิมินา วจเนน สเมติ. ยตฺตกญฺหิ ภควตา นิยเมน วุจฺจติ, ตตฺตกํ สพฺพมฺปิ องฺคเมว. เสกฺขปุถุชฺชนานญฺหิ เอตํ ปริปุณฺณํ วุจฺจติ, อเสกฺขานํ ปน ‘‘จร พฺรหฺมจริย’’นฺติ ปริโยสานนฺติ ทฏฺฐพฺพํ สิกฺขตฺตยสมิทฺธิโต. โลกิยสมฺปทาหิ อุปริภูตา เสฏฺฐภูตา สมฺปทาติ อุปสมฺปทา.

๑๙-๒๑. นีหารภตฺโตติ ภิกฺขูหิ คามโต นีหริตฺวา ทินฺนภตฺโต. กลฺลํ นูติ ยุตฺตํ นุ. เอตํ มมาติอาทิ ยถากฺกมํ ตณฺหามานทิฏฺฐิคาหานํ ทสฺสนํ.

๒๒-๒๓. ตสฺมา ติหาติ เอตฺถ ติหาติ นิปาตมตฺตํ, ตสฺมาติ อตฺโถ. นิพฺพินฺทตีติ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาวเสน อุกฺกณฺฐติ. วิรชฺชตีติ จตุนฺนํ มคฺคานํ วเสน น รชฺชติ. วิมุจฺจตีติ ผลวเสน วิมุจฺจติ. วิมุตฺตสฺมินฺติอาทิ ปจฺจเวกฺขณญาณทสฺสนํ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. กรณียํ จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปจฺเจกํ กตฺตพฺพํ ปริญฺญาทิวเสน โสฬสวิธํ กิจฺจํ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถภาวาย โสฬสกิจฺจภาวาย, กิเลสกฺขยาย วา อปรํ ปุน มคฺคภาวนากิจฺจํ เม นตฺถีติ ปชานาติ. อถ วา อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถภาวโต วตฺตมานกฺขนฺธสนฺตานโต อปรํ ขนฺธสนฺตานํ มยฺหํ น ภวิสฺสตีติ อตฺโถ.

ปพฺพชฺชากถาวณฺณนา

๑๕. อาฬมฺพรนฺติ ปณวํ. วิเกสิกนฺติ วิปฺปกิณฺณเกสํ. วิกฺเขฬิกนฺติ วิสฺสนฺทมานลาลํ. สุสานํ มญฺเญติ สุสานํ วิย อทฺทส สกํ ปริชนนฺติ สมฺพนฺโธ. อุทานํ อุทาเนสีติ สํเวควสปฺปวตฺตํ วจนํ นิจฺฉาเรสิ. อุปสฺสฏฺฐนฺติ ทุกฺเขน สมฺมิสฺสํ, ทุกฺโขติณฺณํ สพฺพสตฺตกายชาตนฺติ อตฺโถ.

๒๖. อิทํ โข ยสาติ ภควา นิพฺพานํ สนฺธายาห. อนุปุพฺพึ กถนฺติ อนุปฏิปาฏิกถํ. อาทีนวนฺติ โทสํ. โอการนฺติ นิหีนตา นิหีนชนเสวิตตฺตา. สํกิเลสนฺติ เตหิ สตฺตานํ สํกิเลสนํ, สํกิเลสวิสยนฺติ วา อตฺโถ. กลฺลจิตฺตนฺติ อโรคจิตฺตํ. สามํ อตฺตนาว อุกฺกํโส อุกฺขิปนํ เอติสฺสนฺติ สามุกฺกํสิกา, สจฺจเทสนา. ตสฺสา สรูปทสฺสนํ ‘‘ทุกฺข’’นฺติอาทิ.

๒๗. อสฺสทูเตติ อสฺสอารุเฬฺห ทูเต. อิทฺธาภิสงฺขารนฺติ อิทฺธิกิริยํ. อภิสงฺขเรสิ อกาสิ.

๒๘. ยถาทิฏฺฐนฺติ ปฐมมคฺเคน ทิฏฺฐํ จตุสฺสจฺจภูมึ เสสมคฺคตฺตเยน ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส, ปสฺสนฺตสฺสาติ อตฺโถ. มาตุ โน ชีวิตนฺติ เอตฺถ โนติ นิปาตมตฺตํ, มาตุ ชีวิตนฺติ อตฺโถ. ยสสฺส ขีณาสวตฺตา ‘‘เอหิ ภิกฺขุ, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, จร พฺรหฺมจริย’’นฺติ เอตฺตเกเนว ภควา อุปสมฺปทํ อทาสิ. ขีณาสวานญฺหิ เอตฺตเกเนว อุปสมฺปทา อนุญฺญาตา ปุพฺเพว ทุกฺขสฺส ปริกฺขีณตฺตา. จร พฺรหฺมจริยนฺติ สาสนพฺรหฺมจริยสงฺขาตํ สิกฺขาปทปูรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, น มคฺคพฺรหฺมจริยํ.

๓๐. เสฏฺฐานุเสฏฺฐีนนฺติ เสฏฺฐิโน จ อนุเสฏฺฐิโน จ ปเวณีวเสน อาคตา เยสํ กุลานํ สนฺติ, เตสํ เสฏฺฐานุเสฏฺฐีนํ กุลานํ. โอรโกติ ลามโก.

๓๒-๓๓. มา เอเกน เทฺวติ เอเกน มคฺเคน เทฺว ภิกฺขู มา อคมิตฺถ. วิสุทฺเธ สตฺเต, คุเณ วา มาเรตีติ มาโร. ปาเป นิยุตฺโต ปาปิมา.

สพฺพปาเสหีติ สพฺพกิเลสปาเสหิ. เย ทิพฺพา เย จ มานุสาติ เย ทิพฺพกามคุณนิสฺสิตา, มานุสกกามคุณนิสฺสิตา จ กิเลสปาสา นาม อตฺถิ, สพฺเพหิ เตหิ. ‘‘ตฺวํ พุทฺโธ’’ติ เทวมนุสฺเสหิ กริยมานสกฺการสมฺปฏิจฺฉนํ สนฺธาย วทติ.

อนฺตลิกฺเข จรนฺเต ปญฺจาภิญฺเญปิ พนฺธตีติ อนฺตลิกฺขจโร, ราคปาโส. มาโร ปน ปาสมฺปิ อนฺตลิกฺขจรํ มญฺญติ. มานโสติ มโนสมฺปยุตฺโต.

ชานาติ มนฺติ โส กิร ‘‘มหานุภาโว อญฺโญ เทวปุตฺโต นิวาเรตีติ ภีโต นิวตฺติสฺสติ นุ โข’’ติสญฺญาย วตฺวา ‘‘นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ วุตฺเต ‘‘ชานาติ ม’’นฺติ ทุมฺมโน ปลายิ.

๓๔. ปริวิตกฺโก อุทปาทีติ ยสฺมา เอหิภิกฺขุภาวาย อุปนิสฺสยรหิตานมฺปิ ปพฺพชิตุกามตา อุปฺปชฺชิสฺสติ, พุทฺธา จ เต น ปพฺพาเชนฺติ, ตสฺมา เตสมฺปิ ปพฺพชฺชาวิธึ ทสฺเสนฺโต เอวํ ปริวิตกฺเกสีติ ทฏฺฐพฺพํ. อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา ปน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวเนว ปพฺพชนฺติ. เย ปฏิกฺขิตฺตปุคฺคลาติ สมฺพนฺโธ. สยํ ปพฺพาเชตพฺโพติ เอตฺถ ‘‘เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา’’ติอาทิวจนโต เกสจฺเฉทนกาสายจฺฉาทนสรณทานานิ ปพฺพชฺชา นาม, เตสุ ปจฺฉิมทฺวยํ ภิกฺขูหิ เอว กาตพฺพํ, กาเรตพฺพํ วา. ‘‘ปพฺพาเชหี’’ติ อิทํ ติวิธมฺปิ สนฺธาย วุตฺตํ. ขณฺฑสีมํ เนตฺวาติ ภณฺฑุกมฺมาโรจนปริหรณตฺถํ. ภิกฺขูนญฺหิ อนาโรเจตฺวา เอกสีมาย ‘‘เอตสฺส เกเส ฉินฺทา’’ติ อญฺญํ อาณาเปตุมฺปิ น วฏฺฏติ. ปพฺพาเชตฺวาติ เกสาทิจฺเฉทนเมว สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘กาสายานิ อจฺฉาเทตฺวา’’ติ วิสุํ วุตฺตตฺตา. ปพฺพาเชตุํ น ลภตีติ สรณทานํ สนฺธาย วุตฺตํ, อนุปสมฺปนฺเนน ภิกฺขุอาณตฺติยา ทินฺนมฺปิ สรณํ น รุหติ.

ยสสฺสีติ ปริวารสมฺปนฺโน. นิชฺชีวนิสฺสตฺตภาวนฺติ ‘‘เกสา นาม อิมสฺมึ สรีเร ปาฏิเยกฺโก โกฏฺฐาโส อเจตโน อพฺยากโต สุญฺโญ นิสฺสตฺโต ถทฺโธ ปถวีธาตู’’ติอาทินยํ สงฺคณฺหาติ, สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๑๑) อาคตนเยน คเหตพฺพํ. ปุพฺเพติ ปุพฺพพุทฺธุปฺปาเทสุ. มทฺทิตสงฺขาโรติ วิปสฺสนาวเสน วุตฺตํ. ภาวิตภาวโนติ สมถวเสนาปิ.

กาสายานิ ติกฺขตฺตุํ วา…เป… ปฏิคฺคาหาเปตพฺโพติ เอตฺถ ‘‘สพฺพทุกฺขนิสฺสรณตฺถาย อิมํ กาสาวํ คเหตฺวา’’ติ วา ‘‘ตํ กาสาวํ ทตฺวา’’ติ วา วตฺวา ‘‘ปพฺพาเชถ มํ, ภนฺเต, อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ เอวํ ยาจนปุพฺพกํ จีวรํ ปฏิจฺฉาเปติ. อถาปีติอาทิ ติกฺขตฺตุํ ปฏิคฺคาหาปนโต ปรํ กตฺตพฺพวิธิทสฺสนํ. อถาปีติ ตโต ปรมฺปีติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘จีวรํ อปฺปฏิคฺคาหาเปตฺวา ปพฺพชนปฺปการเภททสฺสนตฺถํ ‘‘อถาปี’’ติ วุตฺตํ, อถาปีติ จ อถ วาติ อตฺโถ’’ติ วทนฺติ. ‘‘อทินฺนํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมินา ปพฺพชฺชา น รุหตีติ ทสฺเสติ.

ปาเท วนฺทาเปตฺวาติ ปาทาภิมุขํ นมาเปตฺวา. ทูเร วนฺทนฺโตปิ หิ ปาเท วนฺทตีติ วุจฺจติ. อุปชฺฌาเยน วาติ เอตฺถ ยสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คณฺหาติ, อยํ อุปชฺฌาโย. อาภิสมาจาริเกสุ วินยนตฺถํ ยํ อาจริยํ กตฺวา นิยฺยาเตนฺติ, อยํ อาจริโย. สเจ ปน อุปชฺฌาโย สยเมว สพฺพํ สิกฺขาเปติ, อญฺญสฺมึ น นิยฺยาเตติ, อุปชฺฌาโยวสฺส อาจริโยปิ โหติ, ยถา อุปสมฺปทากาเล สยเมว กมฺมวาจํ วาเจนฺโต อุปชฺฌาโยว กมฺมวาจาจริโยปิ โหติ.

อนุนาสิกนฺตํ กตฺวา ทานกาเล อนฺตรา วิจฺเฉโท น กาตพฺโพติ อาห ‘‘เอกสมฺพนฺธานี’’ติ.

‘‘อาภิสมาจาริเกสุ วิเนตพฺโพ’’ติ อิมินา เสขิยวตฺตขนฺธกวตฺเตสุ, อญฺเญสุ

จ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทิโลกวชฺชสิกฺขาปเทสุ สามเณเรหิ วตฺติตพฺพํ, ตตฺถ อวตฺตมาโน อลชฺชี, ทณฺฑกมฺมารโห จ โหตีติ ทสฺเสติ.

ปพฺพชฺชากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยมารกถาวณฺณนา

๓๕. ปาฬิยํ อนุตฺตรํ วิมุตฺตึ อนุปาปุณาถาติ ‘‘ขีณาสวา มยํ, กึ อมฺหากํ ปธาเนนา’’ติ วาสนาโทเสน โวสานํ อนาปชฺชิตฺวา ปนฺเตสุ เสนาสเนสุ ผลสมาปตฺติยาว วีตินามนตฺถํ, ตํ ทิสฺวา อญฺเญสมฺปิ ทิฏฺฐานุคติสมาปชฺชนตฺถญฺจ โอวทตีติ เวทิตพฺพํ.

ทุติยมารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภทฺทวคฺคิยกถาวณฺณนา

๓๖. อิทํ เนสํ ปุพฺพกมฺมนฺติ เตสํ ตึสชนานํ เอกโต อภิสมยสฺส ปุพฺพกมฺมํ. อญฺญมฺปิ เตสํ ปจฺเจกํ ปุพฺพพุทฺธุปฺปาเทสุ สทฺธมฺมสฺสวนสรณคมนทานสีลสมาธิวิปสฺสนาสมาโยควเสน พหุํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อตฺเถวาติ คเหตพฺพํ. อิตรถา หิ ตทเหว ปฏิเวโธ, เอหิภิกฺขุภาวาทิวิเสโส จ น สมฺปชฺเชยฺย.

ภทฺทวคฺคิยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุรุเวลปาฏิหาริยกถาวณฺณนา

๓๗-๓๘. ปาฬิยํ อครูติ ภาริยํ น สิยาติ อตฺโถ. อุภินฺนํ สโชติภูตานนฺติ อุโภสุ สโชติภูเตสุ. ปตฺเต ปกฺขิปีติ ตํ นาคํ นิหตเตชํ ธมฺมเทสนาย สนฺตปฺเปตฺวา สรณสีลานิ ทตฺวา สกลรตฺตึ ภควนฺตํ ปยิรุปาสิตฺวา ฐิตํ ชฏิลานํ ทสฺสนตฺถํ ปตฺเต ปกฺขิปิ, น อหิตุณฺฑิโก วิย พลกฺกาเรนาติ เวทิตพฺพํ. ยตฺร หิ นามาติ โย นาม.

๓๙. อชฺชโณฺหติ อชฺช เอกทิวสํ. อคฺคิสาลมฺหีติ อคฺยาคาเร. สุมนานํ พุทฺธานํ มนสา สทิโส มโน อสฺสาติ สุมนมนโส. อธิจิตฺโตติ มหากรุณาทีหิ อธิจิตฺโต. อุทิจฺฉเรติ อุลฺโลเกสุํ, ปริวาเรสุนฺติ อตฺโถ. อเนกวณฺณา อจฺจิโยติ ฉพฺพณฺณรํสิโย วุตฺตา. อหํ เต ธุวภตฺเตน ปฏิมานนํ กริสฺสามีติ เสโส.

๔๐. อภิกฺกนฺตาย รตฺติยาติ ปริกฺขีณาย รตฺติยา, มชฺฌรตฺติสมเยติ อตฺโถ. อภิกฺกนฺตวณฺณาติ อภิรูปจฺฉวิวณฺณา. เกวลกปฺปนฺติ เอตฺถ เกวล-สทฺทสฺส อนวเสสตฺโถ, กปฺป-สทฺทสฺส สมนฺตภาโว, ตสฺมา อนวเสสํ สมนฺตโต วนสณฺฑนฺติ อตฺโถ. จตุทฺทิสาติ จตูสุ ทิสาสุ. ยตฺร หิ นามาติ ยํ นาม.

๔๓. องฺคมคธาติ องฺคมคธรฏฺฐวาสิโน. อิทฺธิปาฏิหาริยนฺติ อภิญฺญิทฺธิเยว ปฏิปกฺขานํ ติตฺถิยานํ, เวเนยฺยสตฺตคตโทสานญฺจ หรณโต อปนยนโต ปาฏิหาริยํ, ตํ ตํ วา สตฺตหิตํ ปฏิจฺจ หริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ, ตเทว ปาฏิหาริยํ. อิทฺธิ เอว ปาฏิหาริยํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ.

๔๔. ปํสุกูลํ อุปฺปนฺนํ โหตีติ ปุณฺณาย ทาสิยา สรีรํ ปริกฺขิปิตฺวา ฉฑฺฑิตํ สาณมยํ กิมิกุลากุลํ ปริเยสนวเสน อุปฺปนฺนํ โหติ, ยํ ภควา ภูมึ กมฺเปนฺโต ปารุปิตฺวา ปจฺฉา มหากสฺสปตฺเถรสฺส อทาสิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. กตฺถ นุ โขติอาทิปริวิตกฺโก ชฏิลานํ วิวิธปาฏิหาริยทสฺสนตฺถํ กโต. ปาณินา ขณนฺโต วิย อิทฺธิยา มตฺติกํ อปเนตฺวา ทินฺนตฺตา วุตฺตํ ‘‘ปาณินา โปกฺขรณึ ขณิตฺวา’’ติ.

๔๖. ผาลิยนฺตุ, กสฺสป, กฏฺฐานีติ อุรุเวลกสฺสเปน นิเวทิเต เอวมโวจาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ เสเสสุปิ.

๔๙. อนฺตรฏฺฐกาสุ หิมปาตสมเยติ เอตฺถ มาฆมาสสฺส อวสาเน จตสฺโส, ผคฺคุณมาสสฺส อาทิมฺหิ จตสฺโสติ เอวํ อุภินฺนํ มาสานํ อนฺตเร อฏฺฐรตฺติโย อนฺตรฏฺฐกา นาม. ตาสุ อนฺตรฏฺฐกาสุ รตฺตีสุ หิมปาตกาเล. อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนมฺปิ สหสา ตทุภยกรณวเสน วุตฺตํ.

๕๐. อุทกวาหโกติ อุทโกโฆ. เรณุหตายาติ รโชกิณฺณาย, อตินฺตายาติ อตฺโถ. นาวายาติ กุลฺเลน. อิทํ นุ ตฺวํ มหาสมณาติ อิธ นุ ตฺวํ. ธ-การสฺส ท-การํ, อนุสารญฺจ กตฺวา ‘‘อิทํ นู’’ติ วุตฺตํ ‘‘เอกมิทาห’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๖๕, ๒๖๕) วิย. ‘‘อิมสฺมึ ปเทเส ตฺวํ นุ โข ฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. อยมหมสฺมีติ อยมหํ อิธ ฐิโตสฺมีติ อตฺโถ.

๕๑. จิรปฏิกาติ จิรกาลโต ปฏฺฐาย. เกสมิสฺสํ สพฺพํ ปริกฺขารํ อุทเก ปวาเหตฺวาติปิ โยเชตพฺพํ. อรณิกมณฺฑลุอาทิกา ตาปสปริกฺขารา ขารี นาม, ตํหรณกกาชํ ขาริกาชํ นาม. อคฺคิหุตมิสฺสนฺติ อคฺคิปูโชปกรณสหิตํ.

๕๒-๓. อุปสคฺโคติ อุปทฺทโว. ‘‘อฑฺฒุฑฺฒานิ ปาฏิหาริยสหสฺสานี’’ติ อิทํ นาคทมนาทีนิ ปนฺนรส ปาฏิหาริยานิ วชฺเชตฺวา วุตฺตํ อปฺปกมธิกํ คณนูปคํ น โหตีติ.

๕๔. คยายนฺติ คยานามิกาย นทิยา อทูรภวตฺตา คาโม อิตฺถิลิงฺควเสน คยา นาม ชาโต, ตสฺสํ. คยาสีเสติ เอวํนามเก ปิฏฺฐิปาสาเณ.

‘‘ยมิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา…เป… สุขํ วา’’ติอาทินา จกฺขุวิญฺญาณวีถิจิตฺเตสุ โสมนสฺสโทมนสฺสอุเปกฺขาเวทนามุเขน เสสารูปกฺขนฺธานมฺปิ อาทิตฺตตํ ทสฺเสติ. เอส นโย เสเสสุปิ. มโนติ ภวงฺคจิตฺตํ มโนทฺวารสฺส อธิปฺเปตตฺตา. มโนวิญฺญาณนฺติ มโนทฺวารวีถิปอยาปนฺนเมว คหิตํ.

อุรุเวลปาฏิหาริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

พิมฺพิสารสมาคมกถาวณฺณนา

๕๕. ยญฺญา อภิวทนฺตีติ ยาคเหตุ อิชฺฌนฺตีติ วทนฺติ. อุปธีสูติ เอตฺถ ทุกฺขสุขาทีนํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน จตฺตาโร อุปธี กามขนฺธกิเลสอภิสงฺขารูปธีนํ วเสน. เตสุ ขนฺธูปธิ อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ขนฺธูปธีสุ มลนฺติ ญตฺวา’’ติ. ยญฺญาติ ยญฺญเหตุ. ยิฏฺเฐติ มหายาเค. หุเตติ ทิวเส ทิวเส กตฺตพฺเพ อคฺคิปริจรเณ. กึ วกฺขามีติ กถํ วกฺขามิ.

๕๗-๘. อาสีสนาติ มโนรถา. สิงฺคีสุวณฺณนิกฺเขนาติ สิงฺคีสุวณฺณสฺส ราสินา. สุวณฺเณสุ หิ ยุตฺติกตํ หีนํ. ตโต รสวิทฺธํ เสฏฺฐํ, ตโต อากรุปฺปนฺนํ เสฏฺฐํ, ตโต ยํกิญฺจิ ทิพฺพสุวณฺณํ เสฏฺฐํ, ตตฺราปิ จามีกรํ, ตโต สาตกุมฺภํ, ตโต ชมฺพุนทํ, ตโตปิ สิงฺคีสุวณฺณํ เสฏฺฐํ. ตสฺส นิกฺขํ นาม ปญฺจสุวณฺณปริมาณํ. อฏฺฐสุวณฺณาทิเภทํ อเนกวิธมฺปิ วทนฺติ. ทสสุ อริยวาเสสูติ –

‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปญฺจงฺควิปฺปหีโน โหติ ฉฬงฺคสมนฺนาคโต เอการกฺโข จตุราปสฺเสโน ปณุนฺนปจฺเจกสจฺโจ สมวยสฏฺเฐสโน อนาวิลสงฺกปฺโป ปสฺสทฺธกายสงฺขาโร สุวิมุตฺตจิตฺโต สุวิมุตฺตปญฺโญ’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๔๘, ๓๖๐; อ. นิ. ๑๐.๑๙) –

เอวมาคเตสุ ทสสุ อริยวาเสสุ. ตตฺถ ปญฺจงฺควิปฺปหีโนติ ปญฺจนีวรเณหิ วิปฺปยุตฺตตา วุตฺตา. ฉฬงฺคสมนฺนาคโตติ อิฏฺฐาทีสุ ฉสุ อารมฺมเณสุ โสมนสฺสิตาทิปฏิปกฺขา ฉฬงฺคุเปกฺขา วุตฺตา. เอการกฺโขติ อุปฏฺฐิตสติตา. สงฺขายเสวนา อธิวาสนา ปริวชฺชนา วิโนทนาสงฺขาตานิ จตฺตาริ อปสฺเสนา นิสฺสยา เอตสฺสาติ จตุราปสฺเสโน, เอเตน จ เต นิสฺสยา ทสฺสิตา. ปณุนฺนานิ อปนีตานิ ทิฏฺฐิคติเกหิ ปจฺเจกํ คหิตานิ ทิฏฺฐิสจฺจานิ ยสฺส, โส ปณุนฺนปจฺเจกสจฺโจ, เตน โลกิยญาเณน ทิฏฺฐิปฺปหานํ วุตฺตํ. กาเมสนา ภเวสนาพฺรหฺมจริเยสนาสงฺขาตา เอสนา สมฺมเทว อวยา อนูนา สฏฺฐา นิสฏฺฐา อเนนาติ สมวยสฏฺเฐสโน. เอเตน ติณฺณํ เอสนานํ อภาโว วุตฺโต. ‘‘อนาวิลสงฺกปฺโป’’ติ อิมินา กามวิตกฺกาทีหิ อนาวิลจิตฺตตา. ‘‘ปสฺสทฺธกายสงฺขาโร’’ติ อิมินา จตุตฺถชฺฌานสมาโยเคน วิคตทรถตา วุตฺตา. ‘‘สุวิมุตฺตจิตฺโต’’ติ อิมินา มคฺโค. ‘‘สุวิมุตฺตปญฺโญ’’ติ อิมินา ปจฺจเวกฺขณญาณมุเขน ผลญาณํ วุตฺตํ. เอเต หิ อริยา วสนฺติ เอตฺถาติ อริยวาสาติ วุจฺจนฺติ. เต ปน วาสา วุตฺถา วสิตา สมฺปาทิตา เยน, โส วุตฺถวาโส, ภควา. ทสพโลติ ทสหิ กายพเลหิ, ญาณพเลหิ จ อุเปโต. ยานิ เหตานิ –

‘‘กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;

คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสา’’ติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๘; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๒๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๐.๒๑; วิภ. อฏฺฐ. ๗๖๐; อุทา. อฏฺฐ. ๗๕; พุ. ว. อฏฺฐ. ๑.๓๙; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๘๑; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๒.๔๔) –

เอวํ วุตฺตานิ ทสหตฺถิกุลานิ ปุริมปุริมโต ทสพลคุโณเปตานิ, เตสุ สพฺพเชฏฺฐานํ ทสนฺนํ ฉทฺทนฺตานํ พลานิ ภควโต กายสฺส ทสพลานิ นาม. ตญฺจ กาฬาวกสงฺขาตานํ ปกติหตฺถีนํ โกฏิสหสฺสสฺส, มชฺฌิมปุริสานํ ปน ทสนฺนํ โกฏิสหสฺสานญฺจ พลํ โหติ, ตํ ‘‘นารายนสงฺฆาตพล’’นฺติปิ วุจฺจติ.

ยานิ ปเนตานิ ปาฬิยํ ‘‘อิธ, สาริปุตฺต, ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๔๘; อ. นิ. ๑๐.๒๑; วิภ. ๗๖๐; ปฏิ. ม. ๒.๔๔) วุตฺตานิ ฐานาฐานญาณพลํ, กมฺมวิปากญาณพลํ, สพฺพตฺถคามินิปฏิปทาญาณพลํ, อเนกธาตุนานาธาตุโลกญาณพลํ, สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตาญาณพลํ, อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณพลํ, ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สํกิเลสโวทานวุฏฺฐานญาณพลํ, ปุพฺเพนิวาสญาณพลํ, ทิพฺพจกฺขุญาณพลํ, อาสวกฺขยญาณพลนฺติ ทสพลญาณานิ, อิมานิ ภควโต ทสพลานิ นาม. ทสหิ อเสกฺเขหิ องฺเคหีติ อรหตฺตผลสมฺปยุตฺเตหิ ปาฬิยํ ‘‘อเสกฺขา สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… อเสกฺโข สมฺมาสมาธิ, อเสกฺขํ สมฺมาญาณํ, อเสกฺขา สมฺมาวิมุตฺตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๔๘, ๓๖๐) เอวํ วุตฺเตหิ ทสหิ อเสกฺขธมฺเมหิ สมนฺนาคโต. เอตฺถ จ ทสฺสนฏฺเฐน วุตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิ เอว ชานนฏฺเฐน สมฺมาญาณนฺติปิ วุตฺตา, วุตฺตาวเสสา ปน ผลจิตฺตสมฺปยุตฺตา สพฺเพ ผสฺสาทิธมฺมา สมฺมาวิมุตฺตีติ วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

พิมฺพิสารสมาคมกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปพฺพชฺชากถาวณฺณนา

๖๐. สารีพฺราหฺมณิยา ปุตฺโต สาริปุตฺโต. โมคฺคลีพฺราหฺมณิยา ปุตฺโต โมคฺคลฺลาโน. ฉนฺนปริพฺพาชกสฺสาติ เสตวตฺเถน หิริโกปีนํ ฉาเทตฺวา วิจรณกปริพฺพาชกสฺส, เตน ‘‘นายํ นคฺคปริพฺพาชโก’’ติ ทสฺเสติ. ‘‘อุปญฺญาต’’นฺติ อิมสฺส วิวรณํ ญาโต เจวาติ. ‘‘มคฺค’’นฺติ อิมสฺส วิวรณํ อุปคโต จ มคฺโคติ. เตน จ อุปญฺญาตนฺติ เอตฺถ ญาต-สทฺโท ญาณปริยาโย. มคฺคนฺติ ลิงฺควิปลฺลาเสน มคฺโคว วุตฺโต. อุปสทฺโท จ อุปคมนตฺโถ มคฺคสทฺเทนปิ สมฺพนฺธิตพฺโพติ ทสฺเสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนํ นาม อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ อุปคตญาณญฺเจว โหติ, เตหิ อุปคโต ปฏิปนฺโน มคฺโค จ, ตสฺมา ยํนูนาหํ อนุพนฺเธยฺยนฺติ. อุปญฺญาตํ นิพฺพานนฺติ อุปปตฺติยา อนุมาเนน ญาตํ นิพฺพานํ. ‘‘มคฺค’’นฺติ อิมสฺส วิวรณํ มคฺคนฺโตติ, อนุมาเนน ญาตํ ปจฺจกฺขโต ทสฺสนตฺถาย คเวสนฺโตติ อตฺโถ.

นิโรโธ จ นิโรธูปาโย จ เอกเสเสน นิโรโธติ วุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ปฏิปาเทนฺโตติ นิคเมนฺโต.

อิโต อุตฺตรีติ อิโต มยา ลทฺธโสตาปตฺติโต อุตฺตริ อิตรมคฺคตฺตยํ ยทิปิ นตฺถิ, ตถาปิ เอโส เอว มยา คเวสิโต นิพฺพานธมฺโมติ อตฺโถ.

๖๒-๓. ตทารมฺมณายาติ นิพฺพานารมฺมณาย โสตาปตฺติผลวิมุตฺติยา. เตสํ อายสฺมนฺตานนฺติ สปริสานํ เตสํ ทฺวินฺนํ ปริสานํ ตสฺมึเยว ขเณ ภควโต ธมฺมํ สุตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ, อคฺคสาวกา ปน อตฺตโน ญาณกิจฺจสฺส มหนฺตตาย กติปาหจฺจเยน. เตนาห ‘‘เอว’’นฺติอาทิ. อุสูยนกิริยาย กมฺมภาวํ สนฺธาย ‘‘อุปโยคตฺเถวา’’ติ วุตฺตํ.

สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปพฺพชฺชากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุปชฺฌายวตฺตกถาวณฺณนา

๖๔. วชฺชาวชฺชนฺติ ขุทฺทกํ, มหนฺตญฺจ วชฺชํ. อุตฺติฏฺฐปตฺตนฺติ เอตฺถ อุตฺติฏฺฐํ นาม ปิณฺฑาย จรณํ วุจฺจติ ‘‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺยา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๖๘) วิย. อุตฺติฏฺฐตฺถาย คหิตํ ปตฺตํ อุตฺติฏฺฐปตฺตํ, เตนาห ‘‘ปิณฺฑาย จรณกปตฺต’’นฺติ. ตสฺส อุปนาเม โก โทโสติ อาห ‘‘ตสฺมึ หี’’ติอาทิ. ตสฺมาติ ยสฺมา มนุสฺสา เอตสฺมึเยว เอเต ภุญฺชนฺตีติ อุตฺติฏฺฐปตฺเต อุจฺฉิฏฺฐสญฺญิโน, ตสฺมา อุตฺติฏฺฐปตฺตนฺติ วุตฺตํ อุตฺติฏฺฐ-สทฺเทเนว มนุสฺสานํ สญฺญาย อุจฺฉิฏฺฐตาปิ คมฺมตีติ. เกจิ ปน ‘‘อุจฺฉิฏฺฐสทฺเทน สมานตฺโถ อุตฺติฏฺฐสทฺโท’’ติ วทนฺติ. ‘‘อุตฺติฏฺฐา’’ติ ตฺวาปจฺจยนฺโตปิ โหตีติ อาห ‘‘อุฏฺฐหิตฺวา’’ติ. อุปชฺฌายํ คเหตุนฺติ อุปชฺฌายตฺตํ มนสา คเหตุํ, ยาจนวจเนน ตสฺส อนุมตึ คเหตุนฺติ วา อตฺโถ.

๖๕. ปติสฺสยนํ ปติสฺโส, ครุํ นิสฺสาย วตฺตนภาโว, ยํกิญฺจิ คารวนฺติ อตฺโถ. สห ปติสฺเสน สปฺปติสฺโส, ปรํ เชฏฺฐํ กตฺวา ตสฺโสวาเท วตฺตนตาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เชฏฺฐกภาวญฺจ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ. สาหูติ สาธุ สุนฺทรํ. ลหูติ อครุ, สุภรตาติ อตฺโถ. โอปายิกนฺติ อุปายปฏิสํยุตฺตํ, เอวํ ปฏิปชฺชนํ นิตฺถรณูปาโยติ อตฺโถ. ปติรูปนฺติ สามีจิกมฺมมิทนฺติ อตฺโถ. ปาสาทิเกนาติ ปสาทาวเหน กายวจีปโยเคน สมฺปาเทหีติ อตฺโถ. กาเยนาติ เอตทตฺถวิญฺญาปกํ หตฺถมุทฺทาทึ ทสฺเสนฺโต กาเยน วิญฺญาเปติ. สาธูติ สมฺปฏิจฺฉนํ สนฺธายาติ อุปชฺฌาเยน ‘‘สาหู’’ติอาทีสุ วุตฺเตสุ สทฺธิวิหาริกสฺส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉนํ วจนํ สนฺธาย ‘‘กาเยน วิญฺญาเปตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. อายาจนทานมตฺเตนาติ สทฺธิวิหาริกสฺส ปฐมํ อายาจนมตฺเตน, ตโต อุปชฺฌายสฺส จ ‘‘สาหู’’ติอาทินา วจนมตฺเตนาติ อตฺโถ.

๖๖. อสฺสาติ สทฺธิวิหาริกสฺส. เทฺว จีวรานีติ อุตฺตราสงฺคํ, สงฺฆาฏิญฺจ สนฺธาย วทติ. อิโต ปฏฺฐายาติ ‘‘น อุปชฺฌายสฺส ภณมานสฺสา’’ติ เอตฺถ น-การโต ปฏฺฐาย, เตน ‘‘นาติทูเร’’ติอาทีสุ น-การปฏิสิทฺเธสุ อาปตฺติ นตฺถีติ ทสฺเสติ. สพฺพตฺถ ทุกฺกฏาปตฺตีติ อาปทาอุมฺมตฺตขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺฏตาทีหิ วินา ปณฺณตฺตึ อชานิตฺวาปิ วทนฺตสฺส คิลานสฺสปิ ทุกฺกฏเมว. อาปทาสุ หิ อนฺตรนฺตรา กถา วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอวมญฺเญสุปิ น-การปฏิสิทฺเธสุ อีทิเสสุ, อิตเรสุ ปน คิลาโนปิ น มุจฺจติ. ปาฬิยํ ‘‘เหฏฺฐาปีฐํ วา ปรามสิตฺวา’’ติ อิทํ ปุพฺเพ ตตฺถ ฐปิตปตฺตาทินา อสงฺฆฏฺฏนตฺถาย วุตฺตํ, จกฺขุนา โอโลเกตฺวาปิ อญฺเญสํ อภาวํ ญตฺวาปิ ฐเปตุํ วฏฺฏติ เอว. อาปตฺติยา อาสนฺนนฺติ อาปตฺติกรณเมว.

คาเมติ อนฺโตคาเม ตาทิเส มณฺฑปาทิมฺหิ. อนฺตรฆเรติ อนฺโตเคเห. ปฏิกฺกมเนติ อาสนสาลายํ. โธตวาลิกายาติ อุทเกน คตฏฺฐาเน นิรชาย ปริสุทฺธวาลิกาย. นิทฺธูเมติ ชนฺตาฆเร ชลิยมานอคฺคิธูมรหิเต. ชนฺตาฆรญฺหิ นาม หิมปาตพหุเลสุ เทเสสุ ตปฺปจฺจยโรคปีฬาทินิวารณตฺถํ สรีรเสทาปนฏฺฐานํ. ตตฺถ กิร อนฺธการปฏิจฺฉนฺนตาย พหูปิ เอกโต ปวิสิตฺวา จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อคฺคิตาปปริหาราย มตฺติกาย มุขํ ลิมฺปิตฺวา สรีรํ ยาวทตฺถํ เสเทตฺวา จุณฺณาทีหิ อุพฺพฏฺเฏตฺวา นหายนฺติ. เตเนว ปาฬิยํ ‘‘จุณฺณํ สนฺเนตพฺพ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อุลฺโลกนฺติ อุทฺธํ โอโลกนฏฺฐานํ. อุปริภาคนฺติ อตฺโถ.

อญฺญตฺถ เนตพฺโพติ ยตฺถ วิหรโต สาสเน อนภิรติ อุปฺปนฺนา, ตโต อญฺญตฺถ กลฺยาณมิตฺตาทิสมฺปตฺติยุตฺตฏฺฐาเน เนตพฺโพ. วิสภาคปุคฺคลานนฺติ ลชฺชิโน วา อลชฺชิโน วา อุปชฺฌายสฺส อวฑฺฒิกาเม สนฺธาย วุตฺตํ. สเจ ปน อุปชฺฌาโย อลชฺชี โอวาทมฺปิ น คณฺหาติ, ลชฺชิโน จ เอตสฺส วิสภาคา โหนฺติ, ตตฺถ อุปชฺฌายํ วิหาย ลชฺชีเหว สทฺธึ อามิสาทิปริโภโค กาตพฺโพ. อุปชฺฌายาทิภาโว เหตฺถ น ปมาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปริเวณํ คนฺตฺวาติ อุปชฺฌายสฺส ปริเวณํ คนฺตฺวา. ‘‘น สุสาน’’นฺติ อิทํ อุปลกฺขณํ, อุปจารสีมโต พหิ คนฺตุกาเมน อนาปุจฺฉา คนฺตุํ น วฏฺฏติ.

อุปชฺฌายวตฺตกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สทฺธิวิหาริกวตฺตกถาวณฺณนา

๖๗. สทฺธิวิหาริกวตฺตกถายํ สงฺคเหตพฺโพ อนุคฺคเหตพฺโพติอาทีสุ อนาทริยํ ปฏิจฺจ ธมฺมามิเสหิ อสงฺคณฺหนฺตานํ อาจริยุปชฺฌายานํ ทุกฺกฏํ วตฺตเภทตฺตา. เตเนว ปริวาเรปิ ‘‘นเทนฺโต อาปชฺชตี’’ติ (ปริ. ๓๒๒) วุตฺตํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

สทฺธิวิหาริกวตฺตกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นสมฺมาวตฺตนาทิกถาวณฺณนา

๖๘. นสมฺมาวตฺตนาทิกถายํ วตฺตํ น ปูเรยฺยาติ ‘‘วตฺตกรณกาโล’’ติ วตฺถุวิชานนวเสน ญตฺวา มานโกสชฺชาทิวเสน วา อุปชฺฌายาทีสุ อนาทเรน วา ‘‘อกาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อชานนตาย วา น กเรยฺย, ทุกฺกฏเมว. อสญฺจิจฺจ อสติยาติอาทีหิ จ อกโรนฺตสฺส ปน อนาปตฺติ. สพฺพานิ หิ วตฺตานิ เสขิยาเนว, ตสฺมา เสขิเยสุ วุตฺตนเยเนเวตฺถ สพฺโพปิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. เคหสฺสิตเปมนฺติ เมตฺตาเปมํ.

สาทิยนํ วา อสาทิยนํ วา น ชานาตีติ ‘‘มยิ สาทิยนฺเต อกโรนฺตานํ อาปตฺติ โหติ, ปฏิกฺขิปิตฺวา อสาทิยนฺเต อาปตฺติ น โหตี’’ติ เอวํ น ชานาตีติ อตฺโถ. ‘‘เตสุ เอโก วตฺตสมฺปนฺโน ภิกฺขุ…เป… เตสํ อนาปตฺตี’’ติ วจนโต สเจ โกจิ ‘‘ตุมฺหากํ สทฺธิวิหาริเก, อนฺเตวาสิเก วา คิลาเน อุปฏฺฐหิสฺสามิ, โอวาทานุสาสนิอาทิกํ สพฺพํ กตฺตพฺพํ กริสฺสามี’’ติ วทติ, เต วา สทฺธิวิหาริกาทโย ‘‘อปฺโปสฺสุกฺกา โหถา’’ติ วทนฺติ, วตฺตํ วา น สาทิยนฺติ, อาจริยุปชฺฌายานมฺปิ อนาปตฺติ.

นสมฺมาวตฺตนาทิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ราธพฺราหฺมณวตฺถุกถาวณฺณนา

๖๙. ราธพฺราหฺมณวตฺถุสฺมึ ปาฬิยํ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโตติ สกลสรีเร สญฺชาตปณฺฑุวณฺโณ. ปณฺฑุวณฺณสฺส สกลสรีเร พฺยาปิตภาวทสฺสนตฺถญฺหิ วิจฺฉาวจนํ กตํ. อธิการนฺติ อุปการํ. กตเวทิโนติ อตฺตโน กตํ อุปการํ ปฏิกิริยาย ญาปกา. อุปสมฺปทากมฺมวาจาย ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปริโยสาเน วกฺขาม. ปริมณฺฑเลหีติ ปริปุณฺเณหิ.

๗๑-๗๓. ปณฺณตฺติวีติกฺกมนฺติ สิกฺขาปทวีติกฺกมํ. ปาฬิยํ ปิณฺฑิยาโลปโภชนนฺติ ชงฺฆปิณฺฑิมํสพเลน จริตฺวา อาโลปาโลปวเสน ปริยิฏฺฐโภชนํ. อติเรกลาโภติ ภิกฺขาหารโต อธิกลาโภ. สงฺฆภตฺตาทีนํ วิภาโค เสนาสนกฺขนฺธเก อาวิ ภวิสฺสติ. วิหาโรติ ติณกุฏิกาทิสหิโต ปาการปริจฺฉินฺโน สกโล สงฺฆาราโม. อฑฺฒโยโคติ เอกสาโล ทีฆปาสาโท. หตฺถิปิฏฺฐิครุฬสณฺฐาโน ทีฆปาสาโทติปิ วทนฺติ. ปาสาโทติ จตุรสฺโส อุจฺโจ อเนกภูมกปาสาโท. หมฺมิยนฺติ มุณฺฑจฺฉทโน จนฺทิกงฺคณยุตฺโต นาติอุจฺโจ ปาสาโท. คุหาติ ปพฺพตคุหา. ปูติมุตฺตนฺติ โคมุตฺตํ.

ราธพฺราหฺมณวตฺถุกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อาจริยวตฺตกถาวณฺณนา

๗๖. สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโนติ ‘‘เอวํ นิวาเสตพฺพ’’นฺติอาทินา สิกฺขาปเทน โอวทิยมาโน. วาทํ อาโรเปตฺวาติ ‘‘โอลมฺพิตฺวา นิวาสนาทีสุ โก โทโส? ยทิ โทโส ภเวยฺย, ปริมณฺฑลนิวาสนาทีสุปิ โทโส สิยา’’ติอาทินา นิคฺคหํ อาโรเปตฺวา. ตํเยว ติตฺถายตนนฺติ ทิฏฺฐิสงฺขาตติตฺถเมว อายตนํ ทุกฺขุปฺปตฺติฏฺฐานนฺติ ติตฺถายตนํ. อายสฺมโต นิสฺสาย วจฺฉามีติ อายสฺมนฺตํ นิสฺสาย วสิสฺสามีติ อตฺโถ.

อาจริยวตฺตกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปณามนาขมาปนากถาวณฺณนา

๘๐. ยํ ปุพฺเพ ลกฺขณํ วุตฺตํ, เตเนว ลกฺขเณน นิสฺสยนฺเตวาสิกสฺส อาปตฺติ น เวทิตพฺพาติ สมฺพนฺธโยชนา ทฏฺฐพฺพา. โปตฺถเกสุ ปน ‘‘น เตเนว ลกฺขเณนา’’ติ เอตฺถ น-การํ ฉฑฺเฑตฺวา ‘‘เตเนว ลกฺขเณน นิสฺสยนฺเตวาสิกสฺส อาปตฺติ เวทิตพฺพา’’ติ ลิขนฺติ, ตํ ปมาทลิขิตํ. ตถา หิ เตเนว ลกฺขเณน อาปตฺติภาเว คยฺหมาเน นิสฺสยมุตฺตกสฺสาปิ อมุตฺตกสฺสาปิ อาปตฺติ เอวาติ วุตฺตลกฺขเณน อาปตฺตึ อาปชฺเชยฺย. ตถา จ ‘‘นิสฺสยนฺเตวาสิเกน หิ ยาว อาจริยํ นิสฺสาย วสติ, ตาว สพฺพํ อาจริยวตฺตํ กาตพฺพ’’นฺติ อิมินา อนนฺตรวจเนน วิโรโธ สิยา. วิสุทฺธิมคฺเคปิ จ –

‘‘นิสฺสยาจริย, อุทฺเทสาจริย, นิสฺสยนฺเตวาสิก, อุทฺเทสนฺเตวาสิก, สมานาจริยกา ปน ยาว นิสฺสยอุทฺเทสา อนุปจฺฉินฺนา. ตาว ปฏิชคฺคิตพฺพา’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๔๑) –

วุตฺตํ. ตสฺมา วุตฺตนเยน อิธ ปริคฬิตํ น-การํ อาเนตฺวา เตเนว สทฺธิวิหาริกสฺส วุตฺเตเนว ลกฺขเณน นิสฺสยนฺเตวาสิกสฺส อาปตฺติ น เวทิตพฺพาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ.

ปณามนาขมาปนากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิกถาวณฺณนา

๘๓. นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิกถายํ ‘‘โย วา เอกสมฺโภคปริโภโค, ตสฺส สนฺติเก นิสฺสโย คเหตพฺโพ’’ติ อิมินา ลชฺชีสุ เอว นิสฺสยคฺคหณํ นิโยเชติ อลชฺชีสุ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา. เอตฺถ จ ปริโภคสทฺเทน เอกกมฺมาทิโก สํวาโส คหิโต ปจฺจยปริโภคสฺส สมฺโภค-สทฺเทน คหิตตฺตา, เอเตน จ สมฺโภคสํวาสานํ อลชฺชีหิ สทฺธึ น กตฺตพฺพตํ ทสฺเสติ. ปริหาโร นตฺถีติ อาปตฺติปริหาโร นตฺถิ. ตาทิโสติ ยตฺถ นิสฺสโย คหิตปุพฺโพ, โย จ เอกสมฺโภคปริโภโค, ตาทิโส. ตถา วุตฺตนฺติ ‘‘ลหุํ อาคมิสฺสามี’’ติ วุตฺตญฺเจติ อตฺโถ. ‘‘จตฺตาริ ปญฺจ ทิวสานี’’ติ อิทํ อุปลกฺขณมตฺตํ. ยทิ เอกาหทฺวีเหน สภาคตา ปญฺญายติ, ญาตทิวเสน คเหตพฺโพว. อถาปิ จตุปญฺจาเหนาปิ น ปญฺญายติ, ยตฺตเกหิ ทิวเสหิ ปญฺญายติ, ตตฺตกานิ อติกฺกเมตพฺพานิ. สภาคตํ โอโลเกมีติ ปน เลโส น กาตพฺโพ.

ทหรา สุณนฺตีติ เอตฺถ อสุตฺวาปิ อาคมิสฺสติ, เกนจิ อนฺตราเยน จิรายตีติ สญฺญาย สติ ลพฺภเตว ปริหาโร. เตนาห ‘‘อิเธวาหํ วสิสฺสามีติ ปหิณติ, ปริหาโร นตฺถี’’ติ.

เอกทิวสมฺปิ ปริหาโร นตฺถีติ คมเน นิรุสฺสาหํ สนฺธาย วุตฺตํ. สอุสฺสาหสฺส ปน เสนาสนปฏิสามนาทิวเสน กติปาเห คเตปิ น โทโส.

ตเตฺรว วสิตพฺพนฺติ ตตฺร สภาคฏฺฐาเน เอว นิสฺสยํ คเหตฺวา วสิตพฺพํ. ‘‘ตํเยว วิหารํ…เป… วสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิมินา อุปชฺฌาเย สงฺคณฺหนฺเตเยว ตํสโมธาเน นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิ วุตฺตา, ตสฺมึ ปน โกเธน วา คณนิรเปกฺขตาย วา อสงฺคณฺหนฺเต อญฺเญสุ คหิโต นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ ทสฺเสติ.

อาจริยมฺหา นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิยํ วุตฺโต ‘‘โกจิ อาจริโย’’ติอาทิโก นโย อุปชฺฌายปกฺกมนาทีสุปิ เนตฺวา ตตฺถ จ วุตฺโต อิธาปิ เนตฺวา ยถารหํ โยเชตพฺโพ.

เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมฺม อญฺญสฺมึ วิหาเร วสนฺตีติ อุปจารสีมโต พหิ อญฺญสฺมึ วิหาเร อนฺเตวาสิกานํ วสนฏฺฐานโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมฺม วสนฺติ. เตน พหิอุปจาเรปิ อนฺเตวาสิกาทีนํ วสนฏฺฐานโต ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ อนฺตเร อาสนฺนปเทเส วสติ, นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ ทสฺเสติ. อนฺโตอุปจารสีมายํ ปน เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา วสโต นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภเตว.

นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุปสมฺปาเทตพฺพปญฺจกกถาวณฺณนา

๘๔. อุปชฺฌาจริยลกฺขณกถายํ น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพติ อุปชฺฌาเยน หุตฺวา น ปพฺพาเชตพฺโพ. อเสกฺขสฺส อยนฺติ อเสกฺโข, โลกิยโลกุตฺตโร สีลกฺขนฺโธ.

อนฺตคฺคาหิกายาติ สสฺสตุจฺเฉทโกฏฺฐาสคฺคาหิกาย. ปจฺฉิมานิ เทฺวติ อปฺปสฺสุโต โหติ, ทุปฺปญฺโญ โหตีติ อิมานิ เทฺว องฺคานิ. ปจฺฉิมานิ ตีณีติ น ปฏิพโล อุปฺปนฺนํ กุกฺกุจฺจํ ธมฺมโต วิโนเทตุํ, อาปตฺตึ น ชานาติ, อาปตฺติยา วุฏฺฐานํ น ชานาตีติ อิมานิ ตีณิ. กุกฺกุจฺจสฺส หิ ปาฬิอฏฺฐกถานยสงฺขาตธมฺมโต วิโนเทตุํ อปฏิพลตา นาม อพฺยตฺตตา เอว โหตีติ สาปิ อาปตฺติองฺคเมว วุตฺตา.

อภิวิสิฏฺโฐ อุตฺตโม สมาจาโร อาภิสมาจาโร, วตฺตปฏิวตฺตสีลํ. ตํ อารพฺภ ปญฺญตฺตา ขนฺธกสิกฺขาปทสงฺขาตา สิกฺขา อาภิสมาจาริกา. สิกฺขาปทมฺปิ หิ ตํ ตตฺถ ปฏิปูรณตฺถิเกหิ อุคฺคหณาทิวเสน สิกฺขิตพฺพโต ‘‘สิกฺขา’’ติ วุจฺจติ. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตา การณภูตาติ อาทิพฺรหฺมจริยกา สิกฺขา, อุภโตวิภงฺคปริยาปนฺนสิกฺขาปทํ. เตเนว วิสุทฺธิมคฺเคปิ ‘‘อุภโตวิภงฺคปริยาปนฺนสิกฺขาปทํ อาทิพฺรหฺมจริยกํ, ขนฺธกวตฺตปอยาปนฺนํ อาภิสมาจาริก’’นฺติ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๑) วุตฺตํ. ตสฺมา เสกฺขปณฺณตฺติย’’นฺติ เอตฺถ สิกฺขิตพฺพโต เสกฺขา, ภควตา ปญฺญตฺตตฺตา ปณฺณตฺติ. สพฺพาปิ อุภโตวิภงฺคปริยาปนฺนา สิกฺขาปทปณฺณตฺติ ‘‘เสกฺขปณฺณตฺตี’’ติ วุตฺตาติ คเหตพฺพา. นามรูปปริจฺเฉเทติ เอตฺถ กุสลตฺติกาทีหิ วุตฺตํ ชาติภูมิปุคฺคลสมฺปโยควตฺถารมฺมณกมฺมทฺวารลกฺขณรสาทิเภเทหิ เวทนากฺขนฺธาทิจตุพฺพิธํ สนิพฺพานํ นามํ, ภูตุปาทายเภทํ รูปญฺจ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชานนปญฺญา, ตปฺปกาสโก จ คนฺโถ นามรูปปริจฺเฉโท นาม. อิมินา อภิธมฺมตฺถกุสเลน ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. สิกฺขาเปตุนฺติ อุคฺคณฺหาเปตุํ.

อุปสมฺปาเทตพฺพปญฺจกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อญฺญติตฺถิยปุพฺพวตฺถุกถาวณฺณนา

๘๖. ติตฺถิยปริวาสกถายํ อาชีวกสฺส วาติอาทีสุ อกิริยวาที อาชีวโก นาม, กิริยวาทิโน ปน นิคณฺฐาปิ อญฺเญปิ นคฺคติตฺถิกา อเจลกปเท สงฺคหิตา. สพฺพถา นคฺคสฺเสว ติตฺถิยปริวาโส วิหิโต. โส จ เตเนว นคฺคเวเสน ภิกฺขูนํ สนฺติกํ อาคตสฺส, น ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาคตสฺสาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ โสปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โสปีติ อาชีวโก.

อามิสกิญฺจิกฺขสมฺปทานํ นาม อปฺปมตฺตกสฺส เทยฺยธมฺมสฺส อนุปฺปทานํ. รูปูปชีวิกาติ อตฺตโน รูปเมว นิสฺสาย ชีวนฺติโย. เวสิยา โคจโร พหุลํ ปวตฺติฏฺฐานํ อสฺสาติ เวสิยาโคจโร. เอส นโย สพฺพตฺถ. โยพฺพนฺนาตีตาติ อนิวิทฺธา เอว มหลฺลิกภาวํ ปตฺตา ถุลฺลกุมารี เอวาติ วุตฺตํ. อาทายสฺสาติ อาทานสฺส คหณสฺส.

อญฺญติตฺถิยปุพฺพวตฺถุกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺจาพาธวตฺถุกถาวณฺณนา

๘๘-๙. ปญฺจาพาธาทิวตฺถูสุ ปาฬิยํ โสมฺหิ อโรโค, วิพฺภมิสฺสามีติ โส อหํ อโรโค, วิพฺภมิสฺสามีติ อตฺโถ. นขปิฏฺฐิปฺปมาณนฺติ กนิฏฺฐงฺคุลินขปิฏฺฐิ อธิปฺเปตา. ‘‘ปฏิจฺฉนฺเน ฐาเน นขปิฏฺฐิปฺปมาณํ อวฑฺฒนกปกฺเข ฐิตํ โหติ, วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา อปฺปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน ตาทิสมฺปิ น วฏฺฏติ, ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเนปิ จ วฑฺฒนกปกฺเข ฐิโตปิ น วฏฺฏตีติ สิทฺธเมว โหติ. ปากฏฏฺฐาเนปิ ปน นขปิฏฺฐิปฺปมาณโต อูนตรํ อวฑฺฒนกํ วฏฺฏตีติ เย คเณฺหยฺยุํ, เตสํ ตํ คหณํ ปฏิเสเธตุํ ‘‘มุเข ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

โกลฏฺฐิมตฺตโกปีติ พทรฏฺฐิปฺปมาโณปิ. อวฑฺฒนกปกฺเข ฐิโตปิ น วฏฺฏตีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน โกลฏฺฐิมตฺตโต ขุทฺทกตโรปิ คณฺโฑ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘สจฺฉวึ กาเรตฺวา’’ติ, วิชฺชมานจฺฉวึ กตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘สญฺฉวิ’’นฺติ วา ปาโฐ, สญฺชาตจฺฉวินฺติ อตฺโถ. คณฺฑาทีสุ วูปสนฺเตสุปิ คณฺฑานํ วิวณฺณมฺปิ โหติ, ตํ วฏฺฏติ.

ปทุมปุณฺฑรีกปตฺตวณฺณนฺติ รตฺตปทุมเสตปทุมปุปฺผทลวณฺณํ. กุฏฺเฐ วุตฺตนเยเนวาติ ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน อวฑฺฒนกํ วฏฺฏติ, อญฺญตฺถ น กิญฺจิปิ วฏฺฏตีติ วุตฺตนยํ ทสฺเสติ. โสสพฺยาธีติ ขยโรโค. ยกฺขุมฺมาโรติ กทาจิ กทาจิ อาคนฺตฺวา ภูมิยํ ปาเตตฺวา หตฺถมุขาทิกํ อวยวํ ภูมิยํ ฆํสนโก ยกฺโขว โรโค.