๒. ทุติยนิสฺสคฺคิยาทิปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๓๓. นิสฺสคฺคิเยสุปิ ปฐมํ อุตฺตานเมว.

๗๔๐. ทุติเย อยฺยาย ทมฺมีติ เอวํ ปฏิลทฺธนฺติ นิสฺสฏฺฐปฏิลทฺธํ, นิสฺสฏฺฐํ ปฏิลภิตฺวาปิ ยํ อุทฺทิสฺส ทายเกหิ ทินฺนํ, ตตฺเถว ทาตพฺพํ. เตนาห ‘‘ยถาทาเนเยว อุปเนตพฺพ’’นฺติ. อกาลจีวรตา, ตํ ญตฺวา กาลจีวรนฺติ เลเสน ภาชาปนํ, ปฏิลาโภติ ตีณิ องฺคานิ.

๗๔๓. ตติเย เมตนฺติ มเมเวตํ จีวรํ. อุปสมฺปนฺนตา, ปริวตฺติตวิกปฺปนุปคจีวรสฺส สกสญฺญาย อจฺฉินฺทนาทีติ เทฺว องฺคานิ.

๗๔๘-๗๕๒. จตุตฺเถ อาหฏสปฺปึ ทตฺวาติ อตฺตโน ทตฺวา. ยมกํ ปจิตพฺพนฺติ สปฺปิญฺจ เตลญฺจ เอกโต ปจิตพฺพํ. เลเสน คเหตุกามตา, อญฺญสฺส วิญฺญตฺติ, ปฏิลาโภติ ตีณิ องฺคานิ.

๗๕๓. ปญฺจเม สาติ ถุลฺลนนฺทา. อยนฺติ สิกฺขมานา. เจตาเปตฺวาติ ชานาเปตฺวาติ อิธ วุตฺตํ, มาติกาฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อตฺตโน กปฺปิยภณฺเฑน ‘อิทํ นาม อาหรา’ติ อญฺญํ ปริวตฺตาเปตฺวา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. อญฺญเจตาปนสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ.

๗๕๘. ฉฏฺเฐ ปาวาริกสฺสาติ ทุสฺสวาณิชกสฺส.

๗๖๔. สตฺตเม สญฺญาจิตเกนาติ สยํ ยาจิตเกนปีติ อตฺโถ.

๗๖๙-๗๘๙. อฏฺฐมโต ยาวทฺวาทสมา อุตฺตานเมว.

นิสฺสคฺคิยวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.