ปญฺญตฺติวารวณฺณนา
๑. วิสุทฺธปริวารสฺส สีลกฺขนฺธาทิธมฺมกฺขนฺธสรีรสฺส ภควโต วินยปริยตฺติสาสเน ขนฺธกานํ อนนฺตรํ ปริวาโรติ โย วินโย สงฺคหํ สมารุโฬฺห, ตสฺส ทานิ อนุตฺตานตฺถวณฺณนํ กริสฺสามีติ โยชนา.
สมนฺตจกฺขุนาติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน. อติวิสุทฺเธน มํสจกฺขุนาติ รตฺตินฺทิวํ สมนฺตา โยชนปฺปมาเณ อติสุขุมานิปิ รูปานิ ปสฺสนโต อติวิย ปริสุทฺเธน ปสาทจกฺขุนา. ‘‘อตฺถิ ตตฺถ ปญฺญตฺตี’’ติอาทีสุ อตฺถิ นุ โข ตตฺถ ปญฺญตฺตีติอาทินา อตฺโถ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘ตตฺถ ปญฺญตฺติ…เป… เกนาภตนฺติ ปุจฺฉา’’ติ.
๒. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนติ ปุจฺฉาย วิสฺสชฺชเน. วินีตกถาติ วินีตวตฺถุกถา, อยเมว วา ปาโฐ.
ทฺวงฺคิเกน เอเกน สมุฏฺฐาเนนาติ องฺคทฺวยสมุทายภูเตน เอเกน. องฺคทฺวยวิมุตฺตสฺส สมุฏฺฐานสฺส อภาเวปิ เตสุ เอเกนงฺเคน วินา อยํ อาปตฺติ น โหตีติ ทสฺสนตฺถเมว ‘‘เอเกน สมุฏฺฐาเนนา’’ติ วุตฺตํ. อิทานิ เตสุ ทฺวีสุ องฺเคสุ ปธานงฺคํ ทสฺเสตุมาห ‘‘เอตฺถ หิ จิตฺตํ องฺคํ โหตี’’ติอาทิ. ยสฺมา ปน มคฺเคนมคฺคปฺปฏิปตฺติสงฺขาตาย กายวิญฺญตฺติยา เสวนจิตฺเตเนว สมฺภเว สติ อยํ ตํ องฺคทฺวยํ อุปาทาย ภควตา ปญฺญตฺตา อาปตฺติสมฺมุติ โหติ, นาสติ. ตสฺมา ตํ จิตฺตํ กายวิญฺญตฺติสงฺขาตสฺส กายสฺส องฺคํ การณํ โหติ, น อาปตฺติยา. ตสฺส ปน ตํสมุฏฺฐิตกาโย เอว องฺคํ อพฺยวหิตการณํ, จิตฺตํ ปน การณการณนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ อุปริปิ สพฺพตฺถ จิตฺตงฺคยุตฺตสมุฏฺฐาเนสุ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. ‘‘เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาตี’’ติอาทิปริวารวจเนเนว อาปตฺติยา อกุสลาทิปรมตฺถสภาวตา ปาฬิอฏฺฐกถาสุ ปริยายโตว วุตฺตา, สมฺมุติสภาวา เอว อาปตฺตีติ สิชฺฌติ สมุฏฺฐานสมุฏฺฐิตานํ เภทสิทฺธิโตติ คเหตพฺพํ. อิมมตฺถํ สนฺธายาติ อาปนฺนาย ปาราชิกาปตฺติยา เกหิจิปิ สมเถหิ อนาปตฺติภาวาปาทนสฺส อสกฺกุเณยฺยตฺตสงฺขาตมตฺถํ สนฺธาย.
๓. โปราณเกหิ มหาเถเรหีติ สงฺคีติตฺตยโต ปจฺฉา โปตฺถกสงฺคีติการเกหิ ฉฬภิญฺญาปอสมฺภิทาทิคุณสมุชฺชเลหิ มหาเถเรหิ. จตุตฺถสงฺคีติสทิสา หิ โปตฺถกาโรหสงฺคีติ.
๑๘๘. มหาวิภงฺเคติ ภิกฺขุวิภงฺเค. โสฬส วารา ทสฺสิตาติ เยหิ วาเรหิ อาทิภูเตหิ อุปลกฺขิตตฺตา อยํ สกโลปิ ปริวาโร โสฬสปริวาโรติ โวหรียติ, เต สนฺธาย วทติ.
ปญฺญตฺติวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.