๑. ปริมณฺฑลวคฺควณฺณนา

๕๗๖. เสขิเยสุ ยสฺมา วตฺตกฺขนฺธเก (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย) วุตฺตวตฺตานิปิ สิกฺขิตพฺพตฺตา เสขิยาเนว, ตสฺมา ปาราชิกาทีสุ วิเยตฺถ ปาฬิยํ ปริจฺเฉโท น กโต. จาริตฺตนยทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ โอลมฺเพนฺโต นิวาเสยฺย, ทุกฺกฏ’’นฺติ อวตฺวา ‘‘สิกฺขา กรณียา’’ติ สพฺพตฺถ ปาฬิ อาโรปิตา. ปทภาชเน ปน ‘‘อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา สพฺพตฺถ อนาทริยกรเณ ทุกฺกฏํ เวทิตพฺพํ.

อฏฺฐงฺคุลมตฺตนฺติ มตฺต-สทฺเทน ตโต กิญฺจิ อธิกํ, อูนมฺปิ สงฺคณฺหาติ. เตเนว นิสินฺนสฺส จตุรงฺคุลมตฺตมฺปิ วุตฺตํ. น หิ นิสินฺนสฺส จตุรงฺคุลปฺปมาณํ, ฐิตสฺส อฏฺฐงฺคุลเมวาติ สกฺกา นิยเมตุํ อูนาธิกตฺตสมฺภวโต. ตสฺมา ยถา สารุปฺปํ โหติ เอวํ อฏฺฐงฺคุลานุสาเรน นิวาสนญฺเญว อธิปฺเปตนฺติ คเหตพฺพํ. เตเนว วกฺขติ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ สุกฺขชงฺโฆ วา’’ติอาทิ. กุรุนฺทิยํ ‘‘อชานนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ อาทรํ กตฺวา อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ อชานนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาปิ นิรนฺตรํ นิวาสนปารุปนวตฺตํ สิกฺขิตพฺพํ, อสิกฺขิโต อนาทริยเมว. ปริมณฺฑลคฺคหเณน อุกฺขิปิตฺวา นิวาสนมฺปิ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ อาห ‘‘อุกฺขิปิตฺวา วา โอตาเรตฺวา วา’’ติ.

สจิตฺตกนฺติ วตฺถุวิชานนจิตฺเตน สจิตฺตกํ. สารตฺถทีปนิยํ ปน อุปติสฺสตฺเถรวาทนเยน โลกวชฺชตฺตํ คเหตฺวา ‘‘วตฺถุวิชานนจิตฺเตน, ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตน จ สจิตฺตก’’นฺติ (สารตฺถ. ฏี. เสขิยกณฺฑ ๓.๕๗๖) วุตฺตํ. ตตฺถ จ วตฺถุวิชานนํ วิสุํ น วตฺตพฺพํ. ปณฺณตฺติวิชานเนน ตสฺสาปิ อนฺโตคธภาวโต อิทํ วตฺถุํ เอวํ วีติกฺกมนฺตสฺส อาปตฺตีติ วิชานนฺโต หิ ปณฺณตฺตึ วิชานาตีติ วุจฺจติ. อุปติสฺสตฺเถรวาเท เจตฺถ ปณฺณตฺตึ อชานิตฺวา อปริมณฺฑลนิวาสนาทิวตฺถุเมว ชานนฺตสฺส ปณฺณตฺติวีติกฺกมานาทริยาภาวา สพฺพเสขิเยสุ อนาปตฺติ เอว อภิมตา, ตญฺจ น ยุตฺตํ โกสมฺพกฺขนฺธเก (มหาว. ๔๕๑ อาทโย) วจฺจกุฏิยํ อุทกาวเสสํ ฐเปนฺตสฺส ปณฺณตฺติวิชานนาภาเวปิ อาปตฺติยา วุตฺตตฺตา. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ …เป… โส อปเรน สมเยน ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ โหตี’’ติอาทิ (มหาว. ๔๕๑). อฏฺฐกถายญฺจสฺส ‘‘ตฺวํ เอตฺถ อาปตฺติภาวํ น ชานาสีติ, อาม น ชานามีติ. โหตุ อาวุโส, เอตฺถ อาปตฺตีติ, สเจ โหติ, เทเสสฺสามีติ. สเจ ปน เต, อาวุโส, อสญฺจิจฺจ อสติยา กตํ, นตฺถิ อาปตฺตีติ. โส ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ อโหสี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๔๕๑) วุตฺตํ, ตถา ‘‘อธมฺมวาทีติ อุกฺขิตฺตานุวตฺตเกสุ อญฺญตโร’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๔๕๗-๔๕๘) จ วุตฺตํ. ขนฺธกวตฺตานญฺหิ เสขิยตฺตา ตตฺถ วุตฺโต นโย อิเมสํ, อิธ วุตฺโต จ เตสํ สาธารโณว โหตีติ. เตเนว ‘‘อสญฺจิจฺจ อสติยา กตํ, นตฺถิ อาปตฺตี’’ติ เอวํ อิธ วุตฺโต อาปตฺตินโย ตตฺถาปิ ทสฺสิโต. ตสฺมา ผุสฺสเทวตฺเถรวาเท เอว ฐตฺวา วตฺถุวิชานนจิตฺเตเนว สพฺพเสขิยานิ สจิตฺตกานิ, น ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตน. ภิยฺโยกมฺยตายสูปพฺยญฺชนปฏิจฺฉาทนอุชฺฌานสญฺญีติ เทฺว สิกฺขาปทานิ โลกวชฺชานิ อกุสลจิตฺตานิ, เสสานิ ปณฺณตฺติวชฺชานิ, ติจิตฺตานิ, ติเวทนานิ จาติ คหณเมว ยุตฺตตรํ ทิสฺสติ. เตเนเวตฺถ ‘‘อสญฺจิจฺจาติ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพตฺวา นิวาเสสฺสามีติ เอวํ อสญฺจิจฺจา’’ติอาทินา วตฺถุอชานนวเสเนว อนาปตฺติวณฺณนา กตา, น ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺตวเสน.

อปิจ ‘‘ยสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺช’’นฺติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) อิมินา ลกฺขณวจเนนาปิ เจตํ สิชฺฌติ. วตฺถุวิชานนจิตฺตวเสเนว เหตฺถ ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ วุตฺตํ. อิตรถา ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺตวเสน สพฺพสิกฺขาปทานมฺปิ สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตสฺส อกุสลตฺตนิยเมน โลกวชฺชตฺตปฺปสงฺคโต ปณฺณตฺติวชฺชเมว น สิยา, อิทญฺจ วจนํ นิรตฺถกํ สิยา อิมินา วจเนน นิวตฺเตตพฺพสฺส สิกฺขาปทสฺส อภาวา. น จ เสขิเยสุ วตฺถุวิชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ ปาณาติปาตาทีสุ วิย อกุสลเมวาติ นิยโม อตฺถิ, เยเนตฺถ โลกวชฺชตา ปสชฺเชยฺย, ‘‘อนาทริยํ ปฏิจฺจา’’ติ เจตํ ปาฬิวจนํ วตฺถุํ ชานิตฺวา ตีหิ จิตฺเตหิ วีติกฺกมเมว อนาทริยํ กตฺวา วุตฺตํ, น ปณฺณตฺตึ ชานิตฺวา อกุสลจิตฺเตเนว วีติกฺกมนฺติ คเหตพฺพํ. อญฺญถา ขนฺธกปาฬิยา, อฏฺฐกถายญฺจ ปุพฺพาปรญฺจ วิรุชฺฌนโตติ อมฺหากํ ขนฺติ. ยถา วา น วิรุชฺฌติ, ตถา เอตฺถ อธิปฺปาโย คเวสิตพฺโพ. อนาทริยํ, อนาปตฺติการณาภาโว, อปริมณฺฑลนิวาสนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. ยถา เจตฺถ, เอวํ สพฺพตฺถ. เกวลํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตปฏิปกฺขกรณวเสน ตติยงฺคโยชนเมว วิเสโส.

๕๗๗. ทุติยาทีสุ คิหิปารุตนฺติ เสตปฏปารุตาทิ. วิหาเรปีติ สงฺฆสนฺนิปาตพุทฺธุปฏฺฐานาทิกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ.

๕๗๘. คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวาติอาทิ ปฏิจฺฉาทนวิธิทสฺสนํ. คีวํ ปฏิจฺฉาเทตฺวาติอาทินา วุตฺตตฺตา สญฺจิจฺจ คีวํ, มณิพนฺธนญฺจ อปฺปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส อาปตฺติ. เอตฺถาปิ ปริมณฺฑลสิกฺขาปทสฺส สาธารณตฺตา ชาณุมณฺฑลโต เหฏฺฐา จตุรงฺคุลมตฺตํ โอตาเรตฺวา อโนลมฺเพตฺวา ปริมณฺฑลเมว ปารุปิตพฺพํ.

๕๗๙. วิวริตฺวา นิสีทโตติ วิหาเร วิย เอกํสปารุปนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘วาสตฺถาย อุปคตสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา วาสาธิปฺปายํ วินา ธมฺมเทสนปริตฺตภณนาทิอตฺถาย สุจิรมฺปิ นิสีทนฺเตน สพฺพํ อนฺตรฆรวตฺตํ ปูเรนฺเตเนว นิสีทิตพฺพํ. นิสีทนปฏิสํยุตฺเตสุ เอว จ สิกฺขาปเทสุ ‘‘วาสูปคตสฺสา’’ติ อนาปตฺติยา วุตฺตตฺตา วาสตฺถาย อนฺตรฆรํ อุปคจฺฉนฺเตนาปิ สุปฺปฏิจฺฉนฺนตาทิสพฺพํ อโกเปนฺเตเนว คนฺตพฺพํ. ‘‘วาสูปคตสฺสา’’ติ หิ วุตฺตํ, น ปน อุปคจฺฉมานสฺสาติ. เกจิ ปน ‘‘เอเกกสฺมึ ปฐมํ คนฺตฺวา วาสปริคฺคเห กเต ตโต อญฺเญหิ ยถาสุขํ คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘เคหสฺสามิเกหิ ‘ยาว ตุเมฺห นิวสิสฺสถ, ตาว ตุมฺหากํ อิมํ เคหํ เทมี’ติ ทินฺเน อญฺเญหิ อวาสาธิปฺปาเยหิ อนฺตราราเม วิย ยถาสุขํ คนฺตุํ, นิสีทิตุญฺจ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ สพฺพํ น คเหตพฺพํ ตถาวจนาภาวา, ทานลกฺขณาภาวา, ตาวตฺตเกน วิหารสงฺขฺยานุปคมนโต จ. ‘‘ยาว นิสีทิสฺสถ, ตาว ตุมฺหากํ อิมํ เคหํ เทมี’’ติ เทนฺโตปิ หิ ตาวกาลิกเมว เทติ วตฺถุปริจฺจาคลกฺขณตฺตา ทานสฺส.

๕๘๒. จตุหตฺถปฺปมาณนฺติ วฑฺฒกีหตฺถํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ วทนฺติ.

๕๘๔. อุกฺขิตฺตจีวโร หุตฺวาติ กฏิโต อุทฺธํ กายพนฺธนาทิทสฺสนวเสเนวุกฺขิปนํ สนฺธาย วุตฺตํ ปิณฺฑาย จรโต ปตฺตคฺคหณาทิมตฺตสฺส อนุญฺญาตตฺตา. เตเนว ‘‘นิสินฺนกาเล ปน ธมกรณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. นิสินฺนกาเล หิ ขนฺเธ ลคฺคปตฺตตฺถวิกาทิโต ธมกรณํ นีหรนฺตสฺส กฏิโต อุทฺธมฺปิ ทิสฺสติ, ตถา อทสฺเสตฺวา นีหริตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. อาสเน นิสีทนฺตสฺสาปิ จ ปารุปิตจีวรํ กิญฺจิ อุกฺขิปิตฺวา สงฺฆาฏึ ชงฺฆปิณฺเฑหิ อนุกฺขิปิตฺวาว นิสีทิตพฺพํ. อิมสฺมิญฺเญว ปน สิกฺขาปเท ‘‘วาสูปคตสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา นิสีทนปฏิสํยุตฺเตสุ ฉฏฺฐอฏฺฐเมสุ อวุตฺตตฺตา วาสูปคเตนาปิ สุสํวุเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุนาว นิสีทิตพฺพํ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายมฺปิ เตสํ วิเสสํ อวตฺวา อิเธว ‘‘วาสูปคตสฺส ปน อนาปตฺตี’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. อุกฺขิตฺตกสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตา.

ปริมณฺฑลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.