๕. จมฺมกฺขนฺธโก
โสณโกฬิวิสกถาทิวณฺณนา
๒๔๒. จมฺมกฺขนฺธเก อุณฺณปาวารณนฺติ อุภโต โลมานิ อุฏฺฐาเปตฺวา กตํ อุณฺณมยํ ปาวารณํ, อุภโต กปฺปาสปิจุํ อุฏฺฐาเปตฺวา วีตปาวาโรปิ อตฺถิ, ตโต นิวตฺตนตฺถํ ‘‘อุณฺณปาวารณ’’นฺติ วุตฺตํ.
อฑฺฒจนฺทปาสาเณติ โสปานมูเล อุปฑฺฒํ อนฺโต ปเวเสตฺวา ฐปิเต อฑฺฒปาสาเณ. ปาฬิยํ วิหารปจฺฉายายนฺติ วิหารปจฺจนฺเต ฉายาย, วิหารสฺส วฑฺฒมานจฺฉายายนฺติปิ วทนฺติ.
๒๔๓. โภคาติ อุปโยคตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ. อจฺจายตาติ อติอายตา ขรมุจฺฉนา. สรวตีติ มธุรสรสํยุตฺตา. อติสิถิลา มนฺทมุจฺฉนา. วีริยสมถนฺติ วีริยสมฺปยุตฺตสมถํ. ตตฺถ จ นิมิตฺตํ คณฺหาหีติ ตสฺมิญฺจ สมภาเว สติ ยํ อาทาเส มุขนิมิตฺตํ วิย นิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตํ สมถนิมิตฺตํ, วิปสฺสนานิมิตฺตํ, มคฺคนิมิตฺตํ, ผลนิมิตฺตญฺจ คณฺหาหิ นิพฺพตฺเตหีติ, เอวมสฺส อรหตฺตปริโยสานํ กมฺมฏฺฐานํ กถิตํ.
๒๔๔. ฉฐานานีติ ฉ การณานิ. อธิมุตฺโตติ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต. เนกฺขมฺมาธิมุตฺโตติอาทิ สพฺพํ อรหตฺตวเสน วุตฺตํ. อรหตฺตญฺหิ สพฺพกิเลเสหิ นิกฺขนฺตตฺตา เนกฺขมฺมํ, เตเหว จ ปวิวิตฺตตฺตา ปวิเวโก, พฺยาปชฺชาภาวโต อพฺยาปชฺชํ, อุปาทานสฺส ขยนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา อุปาทานกฺขโย, ตณฺหกฺขยนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา ตณฺหกฺขโย, สมฺโมหาภาวโต อสมฺโมโหติ จ วุจฺจติ.
เกวลํ สทฺธามตฺตกนฺติ เกวลํ ปฏิเวธปญฺญาย อสมฺมิสฺสํ สทฺธามตฺตกํ. ปฏิจยนฺติ ปุนปฺปุนํ กรเณน วฑฺฒึ. วีตราคตฺตาติ มคฺคปฏิเวเธน ราคสฺส วิคตตฺตา เอว เนกฺขมฺมสงฺขาตํ อรหตฺตํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา สจฺฉิกตฺวา ฐิโต โหติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ปวิเวกาธิมุตฺโตติ ‘‘ปวิเวเก อธิมุตฺโต อห’’นฺติ เอวํ อรหตฺตํ พฺยากโรตีติ อตฺโถ.
สีลพฺพตปรามาสนฺติ สีลญฺจ วตญฺจ ปรามสิตฺวา คหิตคฺคหณมตฺตํ. สารโต ปจฺจาคจฺฉนฺโตติ สารภาเวน ชานนฺโต. อพฺยาปชฺชาธิมุตฺโตติ อพฺยาปชฺชํ อรหตฺตํ พฺยากโรติ.
อมิสฺสีกตนฺติ อมิสฺสกตํ. กิเลสา หิ อารมฺมเณน สทฺธึ จิตฺตํ มิสฺสํ กโรนฺติ, เตสํ อภาวา อมิสฺสีกตํ. ภุสา วาตวุฏฺฐีติ พลววาตกฺขนฺโธ.
อุปาทานกฺขยสฺส จาติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. ทิสฺวา อายตนุปฺปาทนฺติ จกฺขาทิอายตนานํ อุปฺปาทญฺจ วยญฺจ ทิสฺวา. จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ อิมาย วิปสฺสนาปฏิปตฺติยา ผลสมาปตฺติวเสน จิตฺตํ วิมุจฺจติ.
โสณโกฬิวิสกถาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทิคุณาทิอุปาหนปฏิกฺเขปกถาวณฺณนา
๒๔๕. สกฏวาเหติ ทฺวีหิ สกเฏหิ ปริจฺฉินฺเน วาเห. ‘‘วาเห’’ติ พหุวจนสฺส หิรญฺญวิเสสนตฺเตปิ สามญฺญาเปกฺขาย ‘‘หิรญฺญ’’นฺติ เอกวจนํ กตํ.
๒๔๖. อทฺทาริฏฺฐกวณฺณาติ อลฺลาริฏฺฐผลวณฺณา, ตินฺตกากปกฺขวณฺณาติปิ วทนฺติ. รชนนฺติ อุปลิตฺตํ นีลาทิวณฺณํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘โจฬเกน ปุญฺฉิตฺวา’’ติ. ตญฺหิ ตถา ปุญฺฉิเต วิคจฺฉติ. ยํ ปน จมฺมสฺส ทุคฺคนฺธาปนยนตฺถํ กาฬรตฺตาทิรชเนหิ รญฺชิตตฺตา กาฬรตฺตาทิวณฺณํ โหติ, ตํ โจฬาทีหิ อปเนตุํ น สกฺกา จมฺมคติกเมว, ตสฺมา ตํ วฏฺฏตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
ขลฺลกนฺติ สพฺพปณฺหิปิธานจมฺมํ, อปริคฬนตฺถํ ปณฺหิอุปริภาเค อปิธาย อาโรปนพนฺธนมตฺตํ วฏฺฏติ. วิจิตฺราติ สณฺฐานโต วิจิตฺรปฏา อธิปฺเปตา, น วณฺณโต สพฺพโส อปเนตพฺเพสุ ขลฺลกาทีสุ ปวิฏฺฐตฺตา. พิฬาลสทิสมุขตฺตา มหาอุลูกา ‘‘ปกฺขิพิฬาลา’’ติ วุจฺจติ, เตสํ จมฺมํ นาม ปกฺขโลมเมว.
ทิคุณาทิอุปาหนปฏิกฺเขปกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อชฺฌาราเมอุปาหนปฏิกฺเขปกถาทิวณฺณนา
๒๕๑. อุณฺณาหิ กตปาทุกาติ เอตฺถ อุณฺณามยกมฺพเลหิ กตา ปาทุกา สงฺคยฺหนฺติ.
๒๕๓. คงฺคามหกีฬิกายาติ คงฺคามเห กีฬิกาย. ตตฺถ หิ อิตฺถิปุริสา ยาเนหิ อุทกกีฬํ คจฺฉนฺติ. ปีฐกสิวิกนฺติ ผลกาทินา กตํ ปีฐกยานํ. ปฏโปตลิกํ อนฺโทลิกา. สพฺพมฺปิ ยานํ อุปาหเนนปิ คนฺตุํ อสมตฺถสฺส คิลานสฺส อนุญฺญาตํ.
๒๕๔. วาฬรูปานีติ อาหริมานิ วาฬรูปานิ. จตุรงฺคุลาธิกานีติ อุทฺทโลมีเอกนฺตโลมีหิ วิเสสทสฺสนํ. จตุรงฺคุลโต หิ อูนานิ กิร อุทฺทโลมีอาทีสุ ปวิสนฺติ. วานจิโตฺร อุณฺณามยตฺถรโณติ นานาวณฺเณหิ อุณฺณามยสุตฺเตหิ ภิตฺติจฺเฉทาทิวเสน วายิตฺวา กตจิตฺตตฺถรโณ. ฆนปุปฺผโกติ พหลราโค. ปกติตูลิกาติ ตูลปุณฺณา ภิสิ. วิกติกาติ สีหรูปาทิวเสน วานจิตฺราว คยฺหติ. อุทฺทโลมีติ ‘‘อุภโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณ’’นฺติ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยนฺติ โกสิยสุตฺตานํ อนฺตรา สุวณฺณมยสุตฺตานิ ปเวเสตฺวา วีตํ. สุวณฺณสุตฺตํ กิร ‘‘กฏฺฏิสฺสํ, กสฏ’’นฺติ จ วุจฺจติ. เตเนว ‘‘โกเสยฺยกสฏมย’’นฺติ อาจริย-ธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตนฺติ วทนฺติ. รตนปริสิพฺพิตนฺติ สุวณฺณลิตฺตํ. สุทฺธโกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพนรหิตํ.
อชินมิคจมฺมานํ อติสุขุมตฺตา ทุปฏฺฏติปฏฺฏานิ กตฺวา สิพฺพนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อชินปฺปเวณี’’ติ. รตฺตวิตาเนนาติ สพฺพรตฺเตน วิตาเนน. ยํ ปน นานาวณฺณํ วานจิตฺตํ วา เลปจิตฺตํ วา, ตํ วฏฺฏติ. อุภโตโลหิตกูปธาเนปิ เอเสว นโย. ‘‘จิตฺรํ วา’’ติ อิทํ ปน สพฺพถา กปฺปิยตฺตา วุตฺตํ, น ปน อุภโตอุปธาเนสุ อกปฺปิยตฺตา. น หิ โลหิตก-สทฺโท จิตฺเต วตฺตติ, ปฏลิคฺคหเณเนว จิตฺตกสฺสปิ อตฺถรณสฺส สงฺคเหตพฺพปฺปสงฺคโต, กาสาวํ ปน โลหิตกโวหารํ น คจฺฉติ. ตสฺมา วิตาเนปิ อุภโตอุปธาเนปิ วฏฺฏติ. สเจ ปมาณยุตฺตนฺติอาทิ อญฺญปฺปมาณาติกฺกนฺตสฺส พิพฺโพหนสฺส ปฏิกฺขิตฺตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน อุจฺจาสยนมหาสยนภาวทสฺสนตฺถํ ตถา อวุตฺตตฺตา. ตํ ปน อุปธานํ อุโปสถิกานํ คหฏฺฐานํ วฏฺฏติ. อุจฺจาสยนมหาสยนเมว หิ ตทา เตสํ น วฏฺฏติ. ทีฆนิกายฏฺฐกถาทีสุ กิญฺจาปิ ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ สพฺพาเนว โคนกาทีนิ รตนปริสิพฺพิตานิ วฏฺฏนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ, วินยฏฺฐกถาเยว กปฺปิยากปฺปิยภาเว ปมาณนฺติ คเหตพฺพํ.
อชฺฌาราเมอุปาหนปฏิกฺเขปกถาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
คิหิวิกตานุญฺญาตาทิกถาวณฺณนา
๒๕๖. อภินิสฺสายาติ อปสฺสาย. วิสุกายิกวิปฺผนฺทิตานนฺติ ปฏิปกฺขภูตานํ ทิฏฺฐิจิตฺตวิปฺผนฺทิตานนฺติ อตฺโถ.
๒๕๗. ยตินฺทฺริยนฺติ มนินฺทฺริยวเสน สญฺญตินฺทฺริยํ.
๒๕๘. ปาฬิยํ อฏฺฐกวคฺคิกานีติ สุตฺตนิปาเต (สุ. นิ. ๗๗๒ อาทโย) อฏฺฐกวคฺคภูตานิ โสฬส สุตฺตานิ. เอวํ จิรํ อกาสีติ เอวํ จิรกาลํ ปพฺพชฺชํ อนุปคนฺตฺวา อคารมชฺเฌ เกน การเณน วาสมกาสีติ อตฺโถ. โส กิร มชฺฌิมวเย ปพฺพชิโต, เตน ภควา เอวมาห. เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ กาเมสุ ทิฏฺฐาทีนวา จิรายิตฺวาปิ ฆราวาเสน ปกฺขนฺทนฺตีติ เอตมตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา.
อาทีนวํ โลเกติ สงฺขารโลเก อนิจฺจตาทิอาทีนวํ. นิรุปธินฺติ นิพฺพานํ. ‘‘อริโย น รมตี ปาเป’’ติ อิมสฺส เหตุมาห ‘‘ปาเป น รมตี สุจี’’ติ. ตตฺถ สุจีติ วิสุทฺธปุคฺคโล.
๒๕๙. กาฬสีโหติ กาฬมุขวานรชาติ. จมฺมํ น วฏฺฏตีติ นิสีทนตฺถรณํ กาตุํ น วฏฺฏติ, ภูมตฺถรณาทิวเสน เสนาสนปริโภโค วฏฺฏเตว.
คิหิวิกตานุญฺญาตาทิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จมฺมกฺขนฺธกวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.