๑. ปฐมอนิยตสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๔๓. ปุตฺตสทฺเทน สามญฺญนิทฺเทสโต, เอกเสสนเยน วา ปุตฺตีปิ คหิตาติ อาห ‘‘พหู ธีตโร จา’’ติ. ตทนนฺตรนฺติ ภิกฺขูนํ โภชนานนฺตรํ.
๔๔๔-๕. ตํ กมฺมนฺติ ตํ เมถุนาทิอชฺฌาจารกมฺมํ. ปาฬิยํ ‘‘โสตสฺส รโห’’ติ อิทํ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ, อุปริ สิกฺขาปเท ‘‘น เหว โข ปน ปฏิจฺฉนฺน’’นฺติอาทินา (ปารา. ๔๕๔) เอตสฺส สิกฺขาปทสฺส วิสยํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘อลญฺจ โข โหติ มาตุคามํ ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหิ โอภาสิตุ’’นฺติ วิสยนฺตรภูตโสตรหสฺส วิสุํ วกฺขมานตฺตา, อิธ ปน จกฺขุรโหว อธิปฺเปโต ‘‘ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน’’ติอาทิวจนโต, ‘‘สกฺกา โหติ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตุ’’นฺติ วุตฺตตฺตา จ. เตนาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. ปริจฺเฉโทติ รโหนิสชฺชาปตฺติยา ววตฺถานํ.
อิทานิ จกฺขุรเหเนว อาปตฺตึ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘สเจปิ หี’’ติอาทิมาห. ‘‘ปิหิตกวาฏสฺสา’’ติ อิมินา ปฏิจฺฉนฺนภาวโต จกฺขุสฺส รโหว อธิปฺเปโต, น โสตสฺส รโหติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อปิหิตกวาฏสฺส…เป… อนาปตฺติ’’นฺติ. น หิ กวาฏปิทหเนน โสตสฺส รโห วิคจฺฉติ, จกฺขุสฺส รโห เอว ปน วิคจฺฉติ. ‘‘อนฺโตทฺวาทสหตฺเถปี’’ติ อิทํ ทุติยสิกฺขาปเท อาคตโสตสฺส รเหน อาปชฺชิตพฺพทุฏฺฐุลฺลวาจาปตฺติยา สพฺพถา อนาปตฺติภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ทฺวาทสหตฺถโต พหิ นิสินฺโน หิ ตตฺถ โสตสฺส รหสพฺภาวโต ทุฏฺฐุลฺลวาจาปตฺติยา อนาปตฺตึ น กโรติ, ตถา จ ‘‘อนาปตฺตึ น กโรตี’’ติ สามญฺญโต น วตฺตพฺพํ สิยา, ‘‘เมถุนกายสํสคฺคาปตฺตีหิ อนาปตฺตึ กโรตี’’ติ วิเสเสตฺวา วตฺตพฺพํ ภเวยฺย. ตสฺมา ตถา ตํ อวตฺวา สพฺพถา อนาปตฺตึ ทสฺเสตุเมว ‘‘ทฺวาทสหตฺเถ’’ติ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. ยทิ หิ จกฺขุสฺเสว รหภาวํ สนฺธาย วเทยฺย, ‘‘อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ’’ติ น วเทยฺย อปฺปฏิจฺฉนฺเน ตโต ทูเร นิสินฺเนปิ จกฺขุสฺส รหาสมฺภวโต. ยสฺมา นิสีทิตฺวา นิทฺทายนฺโต กปิมิทฺธปเรโต กิญฺจิ กาลํ จกฺขูนิ อุมฺมีเลติ, กิญฺจิ กาลํ นิมฺมีเลติ. ตสฺมา ‘‘นิทฺทายนฺโตปิ อนาปตฺตึ กโรตี’’ติ วุตฺตํ.
ปฏิลทฺธโสตาปตฺติผลาติ อนฺติมปริจฺเฉทโต วุตฺตํ. นิสชฺชํ ปฏิชานมาโนติ เมถุนกายสํสคฺคาทิวเสน รโห นิสชฺชํ ปฏิชานมาโนติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปาราชิเกน วา’’ติอาทิ. น อปฺปฏิชานมาโนติ อลชฺชีปิ อปฺปฏิชานมาโน อาปตฺติยา น กาเรตพฺโพว. โส หิ ยาว โทสํ น ปฏิชานาติ, ตาว ‘‘เนว สุทฺโธ, นาสุทฺโธ’’ติ วา วตฺตพฺโพ, วตฺตานุสนฺธินา ปน กาเรตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปฏิญฺญา ลชฺชีสุ กตา, อลชฺชีสุ เอวํ น วิชฺชติ;
พหุมฺปิ อลชฺชี ภาเสยฺย, วตฺตานุสนฺธิเตน การเย’’ติ. (ปริ. ๓๕๙);
นิสชฺชาทีสุ…เป… ปฏิชานมาโนว เตน โส ภิกฺขุ กาเรตพฺโพติ เอตฺถ ปฏิชานมาโนติ ปาฬิยํ อนาคตมฺปิ อธิการโต อาคตเมวาติ กตฺวา วุตฺตํ.
วทาเปถาติ ตสฺส อิทฺธิยา วิคตาสงฺโกปิ ตํ โอวทนฺโต อาห, อนุปปริกฺขิตฺวา อเทเส นิสินฺนา ‘‘มาตุคาเมน สทฺธึ เอกาสเน เถโร รโห นิสินฺโน’’ติ เอวํ มาทิเสหิปิ ตุเมฺห ตุมฺหากํ อวณฺณํ วทาเปถ กถาปยิตฺถ, มา ปุน เอวํ กริตฺถาติ อธิปฺปาโย. เอวมกาสินฺติ นิคูหิตพฺพมฺปิ อิมํ วิเสสาธิคมํ ปกาเสนฺโต ตํ สทฺธาเปตุเมว เอวมกาสินฺติ อตฺโถ. รกฺเขยฺยาสิมนฺติ อิมํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อญฺเญสํ มา ปกาสยิ.
๔๕๑. นิสชฺชาย ปาจิตฺติยนฺติ รโหนิสชฺชสฺสาเท วตฺตมาเน ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน โส รโหนิสชฺชสฺสาทํ ปฏิวิโนเทตฺวา กมฺมฏฺฐานมนสิการาทินา อญฺญวิหิโต, นิทฺทูปคโต วา อนาปตฺติ เอว. เตนาห ‘‘อสฺสาเท อุปฺปนฺเน’’ติ. ‘‘นิสินฺนาย อิตฺถิยา’’ติ อิมินา นิสีทนกฺขเณ อสฺสาทาภาวํ ทสฺเสติ. ยทิ หิ นิสีทนกฺขเณ อสฺสาโท อุปฺปชฺเชยฺย, เตน อุฏฺฐาตพฺพํ. อิตรถา อาปตฺติ เอว อิตฺถิยา อุฏฺฐายุฏฺฐาย ปุนปฺปุนํ นิสีทเน วิย, ตตฺถาปิ ภิกฺขุสฺส อุฏฺฐหโต อนาปตฺติ, เตน รโหนิสชฺชาปตฺติ อกิริยสมุฏฺฐานาปิ โหตีติ วทนฺติ. อิทํ ปน อนิยตสิกฺขาปทํ, อนนฺตรญฺจาติ เทฺวปิ วิสุํ อาปตฺติปญฺญาปนวเสน ปญฺญตฺตานิ น โหนฺติ รโหนิสชฺชาทีสุ อาปตฺติยา สิกฺขาปทนฺตเรสุ ปญฺญตฺตตฺตา. ปาราชิกาทิอาปตฺตีหิ ปน เกนจิ โจทิตสฺส อนุวิชฺชเกหิ วินิจฺฉยการณนยทสฺสนตฺถํ เอวํ วตฺถุวเสน ทฺวิธา วิภชิตฺวา ปญฺญตฺตานิ, อิมาเนว จ ยสฺมา ภิกฺขุนีนมฺปิ วินิจฺฉยนยคฺคหณาย อลํ, ตสฺมา ตาสํ วิสุํ น วุตฺตานีติ เวทิตพฺพํ. ยํ ปน อาปตฺตึ ปฏิชานาติ, ตสฺส วเสเนตฺถ องฺคเภโท เวทิตพฺโพ. เตเนว ‘‘อยํ ธมฺโม อนิยโต’’ติ วุตฺตํ.
อิธ อนิยตวเสน วุตฺตานํ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสปาจิตฺติยานํ ติณฺณมฺปิ อญฺญมญฺญํ สทิสสมุฏฺฐานาทิตาย วุตฺตํ ‘‘สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมปาราชิกสทิสาเนวา’’ติ.
ปฐมอนิยตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.