๒. อโยคุฬสุตฺตวณฺณนา
๘๓๔. อิมินา จตุมหาภูตมเยนาติ อิมินา สพฺพโลกปจฺจกฺเขน จตูหิ มหาภูเตหิ นิพฺพตฺเตน จตุมหาภูตมเยน. มโนมโย ปน นิมฺมิตกาโย ภควโต รุจิวเสน ปเรสํ ปจฺจกฺโข โหติ. โอมาตีติ อวมาติ. อว-ปุพฺโพ หิ มา-สทฺโท สตฺติอตฺโถปิ โหตีติ ‘‘ปโหติ สกฺโกตี’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. อสมฺภินฺนปทนฺติ อสาธารณปทํ อญฺญตฺถ อนาคตตฺตา. กายสฺส จิตฺเต สโมทหนํ อาโรปนํ ตนฺนิสฺสิตตากรณญฺจ อตฺถโต จิตฺตคติยา ปวตฺตนเมวาติ อาห ‘‘จิตฺตคติยา เปเสตี’’ติ.
ตตฺถ จิตฺตคติคมนํ นาม จิตฺตวเสน กายสฺส ปริณามเนน ‘‘อยํ กาโย อิมํ จิตฺตํ วิย โหตู’’ติ กายสฺส จิตฺเตน สมานคติกตาฐปนํ. กถํ ปน กาโย ทนฺธปวตฺติโก ลหุปวตฺตินา จิตฺเตน สมานคติโก โหตีติ? น สพฺพถา สมานคติโก. ยเถว หิ กายวเสน จิตฺตปริณามเน จิตฺตํ สพฺพถา กาเยน สมานคติกํ น โหติ. น หิ กทาจิ ตํ สภาวสิทฺเธน อตฺตโน ขเณน อวตฺติตฺวา ทนฺธวุตฺติกสฺส รูปธมฺมสฺส วเสน ปวตฺติตุํ สกฺโกติ, ‘‘อิทํ จิตฺตํ อยํ กาโย วิย โหตู’’ติ ปน อธิฏฺฐาเนน ทนฺธคติกสฺส กายสฺส อนุวตฺตนโต ยาว อิจฺฉิตฏฺฐานปฺปตฺติ, ตาว กายคติอนุโลเมเนว หุตฺวา สนฺตานวเสน ปวตฺตมานํ จิตฺตํ กายคติยา ปริณามิตํ นาม โหติ. เอวํ ‘‘อยํ กาโย อิทํ จิตฺตํ วิย โหตู’’ติ อธิฏฺฐาเนน ปเคว สุขลหุสญฺญาย สมฺปาทิตตฺตา อภาวิติทฺธิปาทานํ วิย ทนฺธํ อวตฺติตฺวา ยถา ลหุกํ กติปยจิตฺตวาเรเนว อิจฺฉิตฏฺฐานปฺปตฺติ โหติ, เอวํ ปวตฺตมาโน กาโย จิตฺตคติยา ปริณามิโต นาม โหติ, น เอกจิตฺตกฺขเณเนว อิจฺฉิตฏฺฐานปฺปตฺติยา, เอวญฺจ กตฺวา พาหาสมิญฺชนปสารณูปมาปิ อุปจาเรน วินา สุฏฺฐุตรํ ยุตฺตา โหตีติ. อญฺญถา ธมฺมตาวิโลมตา สิยา, นาปิ ธมฺมานํ ลกฺขณญฺญถตฺตํ อิทฺธิพเลน กาตุํ สกฺกา, ภาวญฺญถตฺตเมว ปน กาตุํ สกฺกาติ.