๑. จาปาลวคฺโค
๑. อปารสุตฺตวณฺณนา
๘๑๓. ฉนฺทํ นิสฺสาย ปวตฺโต สมาธีติ กตฺตุกมฺยตาฉนฺทํ อธิปตึ กตฺวา ปฏิลทฺธสมาธิ ฉนฺธสมาธิ. ปธานสงฺขาราติ จตุกิจฺจสาธกสฺส สมฺมปฺปธานวีริยสฺเสตํ อธิวจนํ. เตหีติ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขาเรหิ. อิทฺธิยา ปาทนฺติ นิปฺผตฺติปริยาเยน อิชฺฌนฏฺเฐน, อิชฺฌนฺติ เอตาย สทฺธา อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺตีติ อิมินา วา ปริยาเยน ‘‘อิทฺธี’’ติ สงฺขาตานํ อุปจารชฺฌานาทิกุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตานํ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารานํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน ปาทภูตํ, เสสจิตฺตเจตสิกราสินฺติ อตฺโถ. สา เอว จ ยถาวุตฺตอิทฺธิ ยสฺมา เหฏฺฐิมา เหฏฺฐิมา อุปริมาย อุปริมาย ปาทภูตา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อิทฺธิภูตํ วา ปาทนฺติ อิทฺธิปาท’’นฺติ. เสเสสูติ วีริยสมาธิอาทีสุ. ตตฺถ หิ วีริยํ จิตฺตํ วีมํสํ อธิปตึ กตฺวา ปฏิลทฺธสมาธิ วีมํสาสมาธีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิธาติ อิมสฺมึ อิทฺธิปาทสํยุตฺเต. เอกปริจฺเฉโทว อตฺถนิทฺเทโส.
๕. อิทฺธิปเทสสุตฺตวณฺณนา
๘๑๗. อิทฺธิปเทสนฺติ อิทฺธิยา เอกเทสํ. โก ปน โสติ อาห – ‘‘ตโย จ มคฺเค ตีณิ จ ผลานี’’ติ.
๖. สมตฺตสุตฺตวณฺณนา
๘๑๘. สมตฺตนฺติ สามญฺญสฺส สมํ อตฺตนํ อิชฺฌนํ สมตฺตํ ปริปุณฺณํ. วิวฏฺฏปาทกา เอว อิทฺธิปาทา กถิตา ‘‘อปารา ปารํ คมนาย สํวตฺตนฺตี’’ติอาทิวจนโต.
๑๐. เจติยสุตฺตวณฺณนา
๘๒๒. อุเทนยกฺขสฺส เจติยฏฺฐาเนติ อุเทนสฺส นาม ยกฺขสฺส เทวายตนสงฺเขเปน อิฏฺฐกาหิ กเต มหาชนสฺส จิตฺตีกตฏฺฐาเน. กตวิหาโรติ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ตตฺถ กตวิหาโร. วุจฺจตีติ ปุริมโวหาเรน ‘‘อุเทนเจติย’’นฺติ วุจฺจติ. โคตมกาทีสุปีติ โคตมกเจติยนฺติ เอวมาทีสุปิ. เอเสว นโยติ เจติยฏฺฐาเน กตวิหารภาวํ อติทิสติ. วฑฺฒิตาติ ภาวนาปาริปูริวเสน ปริพฺรูหิตา. ปุนปฺปุนํ กตาติ ภาวนาย พหุลีกรณวเสน อปราปรํ ปวตฺติตา อานีตา. ยุตฺตยานํ วิย กตาติ ยถา ยุตฺตมาชญฺญยานํ เฉเกน สารถินา อธิฏฺฐิตํ ยถารุจิ ปวตฺติมรหติ, เอวํ ยถารุจิ ปวตฺตนารหตํ คมิตา. ปติฏฺฐานฏฺเฐนาติ อธิฏฺฐานฏฺเฐน. วตฺถุ วิย กตาติ สพฺพโส อุปกฺกิเลสวิโสธเนน อิทฺธิวิเสสานํ ปวตฺติฏฺฐานภาวโต สุวิโสธิตปริสฺสยวตฺถุ วิย กตา. อธิฏฺฐิตาติ ปฏิปกฺขทูรีภาวโต สุภาวิตภาเวน ตํตํอธิฏฺฐานโยคฺยตาย ฐปิตา. สมนฺตโต จิตาติ สพฺพภาเคน ภาวนุปจยํ คมิตา. เตนาห ‘‘สุวฑฺฒิตา’’ติ. สุฏฺฐุ สมารทฺธาติ อิทฺธิภาวนาย สิขปฺปตฺติยา สมฺมเทว สํเสวิตา.
อนิยเมนาติ ‘‘ยสฺส กสฺสจี’’ติ อนิยตวจเนน. นิยเมตฺวาติ ‘‘ตถาคตสฺสา’’ติ สรูปคฺคหเณน นิยเมตฺวา. อายุปฺปมาณนฺติ ปรมายุปฺปมาณํ วทติ. ตสฺเสว คหเณ การณํ พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. มหาสีวตฺเถโร ปน มหาโพธิสตฺตานํ จริมภเว ปฏิสนฺธิทายิโน กมฺมสฺส อสงฺเขยฺยายุกตาสํวตฺตนสมตฺถตํ หทเย ฐเปตฺวา พุทฺธานํ อายุสงฺขารสฺส ปริสฺสยวิกฺขมฺภนสมตฺถตา ปาฬิยํ อาคตา เอวาติ อิมํ ภทฺทกปฺปเมว ติฏฺเฐยฺยาติ อโวจ.
ขณฺฑิจฺจาทีหิ อภิสุยฺยตีติ เอเตน ยถา อิทฺธิพเลน ชราย น ปฏิฆาโต, เอวํ เตน มรณสฺสปิ น ปฏิฆาโตติ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติ. ‘‘กฺว สโร ขิตฺโต, กฺวจนิ ปติโต’’ติ อญฺญถา วุฏฺฐิเตนปิ เถรวาเทน อฏฺฐกถาวจนเมว สมตฺถิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘โส ปน น รุจฺจติ…เป… นิยมิต’’นฺติ.
ปริยุฏฺฐิตจิตฺโตติ ยถา กิญฺจิ อตฺถานตฺถํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺกา, เอวํ อภิภูตจิตฺโต. โส ปน อภิภโว มหตา อุทโกเฆน อปฺปกสฺส อุทกสฺส อชฺโฌตฺถรณํ วิย อโหสีติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌตฺถฏจิตฺโต’’ติ. อญฺโญติ เถรโต, อริเยหิ วา อญฺโญ โย โกจิ ปโร ปุถุชฺชโน. ปุถุชฺชนคฺคหณญฺเจตฺถ ยถา สพฺเพน สพฺพํ อปฺปหีนวิปลฺลาโส มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺโต กิญฺจิ อตฺถานตฺถํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺโกติ, เอวํ เถโร ภควตา กตํ นิมิตฺโตภาสํ สพฺพโส น สลฺลกฺเขสีติ ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘มาโร หี’’ติอาทิ. จตฺตาโร วิปลฺลาสาติ อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ สญฺญาวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาโส, ทุกฺเข ‘‘สุข’’นฺติ สญฺญาวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาโสติ อิเม จตฺตาโร วิปลฺลาสา. เตนาติ ยทิปิ อิตเร อฏฺฐ วิปลฺลาสา ปหีนา, ยถาวุตฺตานํ จตุนฺนํ วิปลฺลาสานํ อปฺปหีนภาเวน. อสฺสาติ เถรสฺส.
มทฺทตีติ ผุสนมตฺเตน มทฺทนฺโต วิย โหติ, อญฺญถา เตน มทฺทิเต สตฺตานํ มรณเมว สิยา, กึ สกฺขิสฺสติ น สกฺขิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. กสฺมา น สกฺขิสฺสติ? นนุ เอส อคฺคสาวกสฺส มหิทฺธิกสฺส มหานุภาวสฺส กุจฺฉึ ปวิฏฺโฐติ? สจฺจํ ปวิฏฺโฐ, ตญฺจ โข อตฺตโน มหานุภาวสฺส ทสฺสนตฺถํ, น วิพาธนาธิปฺปาเยน. วิพาธนาธิปฺปาเยน ปน อิธ ‘‘กึ สกฺขิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ หทยมทฺทนสฺส อธิกตตฺตา. นิมิตฺโตภาสนฺติ เอตฺถ ‘‘ติฏฺฐตุ ภควา กปฺป’’นฺติ สกลกปฺปํ อวฏฺฐานยาจนาย ‘‘ยสฺส กสฺสจิ, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา’’ติอาทินา อญฺญาปเทเสน อตฺตโน จตุริทฺธิปาทภาวนานุภาเวน กปฺปํ อวฏฺฐานสมตฺถตาวเสน สญฺญุปฺปาทนํ นิมิตฺตํ. ตถา ปน ปริยายคฺคหณํ มุญฺจิตฺวา อุชุกํเยว อตฺตโน อธิปฺปายวิภาวนํ โอภาโส. ชานนฺโตเยวาติ มาเรน ปริยุฏฺฐิตภาวํ ชานนฺโต เอว. อตฺตโน อปราธเหตุโก สตฺตานํ โสโก ตนุโก โหติ, น พลวาติ อาห – ‘‘โทสาโรปเนน โสกตนุกรณตฺถ’’นฺติ. กึ ปน เถโร มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺตกาเล ปวตฺตึ ปจฺฉา ชานาตีติ? น ชานาติ สภาเวน, พุทฺธานุภาเวน ปน ชานาติ.
อนตฺเถ นิโยเชนฺโต คุณมารเณน มาเรติ, วิราควิพนฺธเนน วา ชาตินิมิตฺตตาย ตตฺถ ตตฺถ ชาตํ มาเรนฺโต วิย โหตีติ ‘‘มาเรตีติ มาโร’’ติ วุตฺตํ. อติปาปตฺตา ปาปิมา. กณฺหธมฺมสมนฺนาคโต กโณฺห. วิราคาทิคุณานํ อนฺตกรณโต อนฺตโก. สตฺตานํ อนตฺถาวหํ ปฏิปตฺตึ น มุญฺจตีติ นมุจิ. อตฺตโน มารปาเสน ปมตฺเต พนฺธติ, ปมตฺตา วา พนฺธู เอตสฺสาติ ปมตฺตพนฺธุ. สตฺตมสตฺตาหโต ปรํ สตฺต อหานิ สนฺธายาห ‘‘อฏฺฐเม สตฺตาเห’’ติ, น ปน ปลฺลงฺกสตฺตาหาทิ วิย นิยตกิจฺจสฺส อฏฺฐมสตฺตาหสฺส นาม ลพฺภนโต. สตฺตมสตฺตาหสฺส หิ ปรโต อชปาลนิโคฺรธมูเล พฺรหฺมุโน สกฺกสฺส จ ปฏิญฺญาตธมฺมเทสนํ ภควนฺตํ ญตฺวา ‘‘อิทานิ สตฺเต ธมฺมเทสนาย มม วิสยํ อติกฺกาเมสฺสตี’’ติ สญฺชาตโทมนสฺโส หุตฺวา ฐิโต จินฺเตสิ, ‘‘หนฺทาหํ ทานิ นํ อุปาเยน ปรินิพฺพาเปสฺสามิ, เอวมสฺส มโนรโถ อญฺญถตฺตํ คมิสฺสติ, มม มโนรโถ อิชฺฌิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต – ‘‘ปรินิพฺพาตุ ทานิ, ภนฺเต, ภควา’’ติอาทินา ปรินิพฺพานํ ยาจิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐเม สตฺตาเห’’ติอาทิ. ตตฺถ อชฺชาติ อายุสงฺขารโวสฺสชฺชนทิวสํ สนฺธายาห. ภควา จสฺส อติพนฺธนาธิปฺปายํ ชานนฺโตปิ ตํ อนาวิกตฺวา ปรินิพฺพานสฺส อกาลภาวเมว ปกาเสนฺโต ยาจนํ ปฏิกฺขิปิ. เตนาห ‘‘น ตาวาห’’นฺติอาทิ.
มคฺควเสน พฺยตฺตาติ สจฺจปฏิเวธเวยฺยตฺติเยน พฺยตฺตา. ตเถว วินีตาติ มคฺควเสน กิเลสานํ สมุจฺเฉทวินเยน วินีตา. ตถา วิสารทาติ อริยมคฺคาธิคเมเนว สตฺถุสาสเน เวสารชฺชปฺปตฺติยา วิสารทา, สารชฺชกรานํ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทิปาปธมฺมานํ วิคเมน วิสารทภาวํ ปตฺตาติ อตฺโถ. ยสฺส สุตสฺส วเสน วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณํ สมฺภวติ, ตํ อิธ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ‘‘สุต’’นฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘เตปิฏกวเสนา’’ติ. ติณฺณํ ปิฏกานํ สมูโห เตปิฏกํ, ตีณิ วา ปิฏกานิ ติปิฏกํ, ติปิฏกเมว เตปิฏกํ, ตสฺส วเสน. ตเทวาติ ยํ ตํ เตปิฏกํ โสตพฺพภาเวน สุตนฺติ วุตฺตํ, ตเมว. ธมฺมนฺติ ปริยตฺติธมฺมํ. ธาเรนฺตีติ สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสํ วิย อวินสฺสนฺตํ กตฺวา สุปฺปคุณสุปฺปวตฺติภาเวน ธาเรนฺติ หทเย ฐเปนฺติ. อิติ ปริยตฺติธมฺมวเสน พหุสฺสุตธมฺมธรภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปฏิเวธวเสนปิ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อริยธมฺมสฺสาติ มคฺคผลธมฺมสฺส, นววิธสฺส วา โลกุตฺตรธมฺมสฺส. อนุธมฺมภูตนฺติ อธิคมายานุรูปํ ธมฺมภูตํ. อนุจฺฉวิกปฏิปทนฺติ ตเมว วิปสฺสนาธมฺมมาห, ฉพฺพิธา วิสุทฺธิโย วา. อนุธมฺมนฺติ นิพฺพานธมฺมสฺส อนุธมฺโม, ยถาวุตฺตปฏิปทา, ตสฺสานุรูปํ อภิสลฺเลขิตํ อปฺปิจฺฉตาทิธมฺมํ. จรณสีลาติ สมาทาย วตฺตนสีลา. อนุมคฺคผลธมฺโม เอติสฺสาติ วา อนุธมฺมา, วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา, ตสฺส จรณสีลา. อตฺตโน อาจริยวาทนฺติ อตฺตโน อาจริยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วาทํ. สเทวกสฺส โลกสฺส อาจารสิกฺขาปเนน อาจริโย, ภควา, ตสฺส วาโท, จตุสจฺจเทสนา.
อาจิกฺขิสฺสนฺตีติ อาทิโต กเถสฺสนฺติ, อตฺตนา อุคฺคหิตนิยาเมน ปเร อุคฺคณฺหาเปสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เทเสสฺสนฺตีติ วาเจสฺสนฺติ, ปาฬึ สมฺมา ปโพเธสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ปญฺญเปสฺสนฺตีติ ปชานาเปสฺสนฺติ, สงฺกาเสสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ปฏฺฐเปสฺสนฺตีติ ปกาเรหิ ฐเปสฺสนฺติ, ปกาเสสฺสนฺตีติ อตฺโถ. วิวริสฺสนฺตีติ วิวฏํ กริสฺสนฺติ. วิภชิสฺสนฺตีติ วิภตฺตํ กริสฺสนฺติ. อุตฺตานีกริสฺสนฺตีติ อนุตฺตานํ คมฺภีรํ อุตฺตานํ ปากฏํ กริสฺสนฺติ. สหธมฺเมนาติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท การณปริยาโย ‘‘เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๒๐) วิยาติ อาห ‘‘สเหตุเกน สการเณน วจเนนา’’ติ.
สปฺปาฏิหาริยนฺติ สนิสฺสรณํ. ยถา ปรวาทํ ภญฺชิตฺวา สกวาโท ปติฏฺฐหติ, เอวํ เหตุทาหรเณหิ ยถาธิคตมตฺถํ สมฺปาเทตฺวา ธมฺมํ กเถสฺสนฺติ. เตนาห ‘‘นิยฺยานิกํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสนฺตี’’ติ, นววิธํ โลกุตฺตรํ ธมฺมํ ปโพเธสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘ปญฺญเปสฺสนฺตี’’ติอาทีหิ ฉหิ ปเทหิ ฉ อตฺถปทานิ ทสฺสิตานิ, อาทิโต ปน ทฺวีหิ ปเทหิ ฉ พฺยญฺชนปทานิ. เอตฺตาวตา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สํวณฺณนานเยน สงฺคเหตฺวา ทสฺสิตํ โหติ. วุตฺตเญฺหตํ เนตฺติยํ (เนตฺติ. สงฺคหวาร) ‘‘ทฺวาทส ปทานิ สุตฺตํ, ตํ สพฺพํ พฺยญฺชนญฺจ อตฺโถ จา’’ติ.
สิกฺขตฺตยสงฺคหิตนฺติ อธิสีลสิกฺขาทิสิกฺขตฺตยสงฺคหํ. สกลํ สาสนพฺรหฺมจริยนฺติ อนวเสสํ สตฺถุสาสนภูตํ เสฏฺฐจริยํ. สมิทฺธนฺติ สมฺมเทว วฑฺฒิตํ. ฌานสฺสาทวเสนาติ เตหิ เตหิ ภิกฺขูหิ สมธิคตฌานสุขวเสน. วุฑฺฒิปฺปตฺตนฺติ อุฬารปณีตภาวูปคมเนน สพฺพโส ปริวุฑฺฒิมุปคตํ. สพฺพปาลิผุลฺลํ วิย อภิญฺญาสมฺปทาหิ สาสนาภิวุฑฺฒิยา มตฺถกปฺปตฺติโต. ปติฏฺฐิตวเสนาติ ปติฏฺฐานวเสน, ปติฏฺฐปฺปตฺติยาติ อตฺโถ. ปฏิเวธวเสน พหุโน ชนสฺส หิตํ พาหุชญฺญํ. เตนาห ‘‘มหาชนาภิสมยวเสนา’’ติ. ปุถุ ปุถุลํ ภูตํ ชาตํ, ปุถุตฺตํ ภูตํ ปตฺตนฺติ วา ปุถุภูตํ. เตนาห ‘‘สพฺพากาเรน ปุถุลภาวปฺปตฺต’’นฺติ. สุฏฺฐุ ปกาสิตนฺติ สมฺมเทว อาทิกลฺยาณาทิภาเวน ปเวทิตํ.
สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวาติ อยํ กายาทิวิภาโค อตฺตภาวสญฺญิโต ทุกฺขภาโร มยา เอตฺตกํ กาลํ วหิโต, อิทานิ ปน น วหิตพฺโพ, เอตสฺส อวหนตฺถํ จิรตรํ กาลํ อริยมคฺคสมฺภาโร สมฺภโต, สฺวายํ อริยมคฺโค ปฏิวิทฺโธ, ยโต อิเม กายาทโย อสุภาทิโต สภาวาทิโต สมฺมเทว ปริญฺญาตาติ จตุพฺพิธมฺปิ สตึ ยถาตถํ วิสเย สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตํ กตฺวา. ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ ยสฺมา อิมสฺส อตฺตภาวสญฺญิตสฺส ทุกฺขภารสฺส วหเน ปโยชนภูตํ อตฺตหิตํ โพธิมูเล เอว ปริสมาปิตํ, ปรหิตํ ปน พุทฺธเวเนยฺยวินยนํ ปริสมาปิตํ มตฺถกปฺปตฺตํ, ตํ ทานิ มาสตฺตเยเนว ปริสมาปนํ ปาปุณิสฺสติ, ตสฺมา อาห ‘‘วิสาขปุณฺณมายํ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ, เอวํ พุทฺธญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา สจฺจภาเคน วินิจฺฉยํ กตฺวา. อายุสงฺขารํ วิสฺสชีติ อายุโน ชีวิตสฺส อภิสงฺขรณํ ผลสมาปตฺติธมฺมํ น สมาปชฺชิสฺสามีติ วิสฺสชิ, ตํ วิสฺสชฺชเนเนว เตน อภิสงฺขรียมานํ ชีวิตสงฺขารํ น ปวตฺตยิสฺสามีติ วิสฺสชิ. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.
ฐานมหนฺตตายปิ ปวตฺติอาการมหนฺตตายปิ มหนฺโต ปถวีกมฺโป. ตตฺถ ฐานมหนฺตตาย ภูมิจาลสฺส มหนฺตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตทา…เป… อกมฺปิตฺถา’’ติ วุตฺตํ, สา ปน ชาติเขตฺตภูตา ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอว, น ยา กาจิ. ยา มหาภินีหารมหาชาติอาทีสุปิ อกมฺปิตฺถ, ตทาปิ ตตฺตกาย เอว กมฺปเน กึ การณํ? ชาติเขตฺตภาเวน ตสฺเสว อาทิโต ปริคฺคหสฺส กตตฺตา, ปริคฺคหณญฺจสฺส ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺพํ. ตถา หิ ปุริมพุทฺธานมฺปิ ตตฺตกเมว ชาติเขตฺตํ อโหสิ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ทสสหสฺสี โลกธาตุ นิสฺสทฺทา โหติ นิรากุลา…เป… มหาสมุทฺโท อาภุชติ, ทสสหสฺสี ปกมฺปตี’’ติ จ อาทิ. อุทกปริยนฺตํ กตฺวา ฉปฺปการปฺปเวธเนน. อวีตราเค ภึเสตีติ ภึสโน, โส เอว ภึสนโกติ อาห ‘‘ภยชนโก’’ติ. เทวเภริโยติ เทวทุนฺทุภิสทฺทสฺส ปริยายวจนมตฺตํ, น เจตฺถ กาจิ เภรี เทวทุนฺทุภีติ อธิปฺเปตา, อถ โข อุปฺปาตภาเวน ลพฺภมาโน อากาสโต นิคฺโฆสสทฺโท. เตนาห ‘‘เทโว’’ติอาทิ. เทโวติ เมโฆ. ตสฺส หิ ตทา อจฺฉภาเวน อากาสสฺส วสฺสาภาเวน สุกฺขคชฺชิตสญฺญิเต สทฺเท นิจฺฉรนฺเต เทวทุนฺทุภิสมญฺญา. เตนาห ‘‘เทโว สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชี’’ติ.
ปีติเวควิสฺสฏฺฐนฺติ ‘‘เอวํ จิรตรกาลํ วหิโต อยํ อตฺตภาวสญฺญิโต ทุกฺขภาโร, ทานิ น จิรสฺเสว นิกฺขิปิสฺสามี’’ติ สญฺชาตโสมนสฺโส ภควา สภาเวเนว ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนติ, เอวํ อุทาเนนฺเตน อยมฺปิ อตฺโถ สาธิโต โหตีติ ทสฺสนตฺถํ อฏฺฐกถายํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตุลียตีติ ตุลนฺติ ตุล-สทฺโท กมฺมสาธโนติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุลิต’’นฺติ วุตฺตํ. อปฺปานุภาวตาย ปริจฺฉินฺนํ. ตถา หิ ตํ ปฏิปกฺเขน ปริโต ขณฺฑิตภาเวน ปริตฺตนฺติ วุจฺจติ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนโต ทีฆสนฺตานตาย วิปุลผลตาย จ น ตุลํ น ปริจฺฉินฺนํ. เยหิ การเณหิ ปุพฺเพ อวิเสสโต ‘‘มหคฺคตํ อตุล’’นฺติ วุตฺตํ, ตานิ การณานิ รูปาวจรโต อารุปฺปสฺส สาติสยํ วิชฺชนฺตีติ อรูปาวจรํ อตุลนฺติ วุตฺตํ, อิตรญฺจ ตุลนฺติ. อปฺปวิปากนฺติ ตีสุปิ กมฺเมสุ ยํ อปฺปวิปากํ หีนํ, ตํ ตุลํ. พหุวิปากนฺติ ยํ มหาวิปากํ ปณีตํ, ตํ อตุลํ. ยํ ปเนตฺถ มชฺฌิมํ, ตํ หีนํ อุกฺกฏฺฐนฺติ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา ทฺวีสุ ภาเคสุ ปกฺขิปิตพฺพํ. หีนตฺติกวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว อปฺปพหุวิปากตํ นิทฺธาเรตฺวา ตสฺส วเสน ตุลาตุลภาโว เวทิตพฺโพ. สมฺภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโวติ อาห ‘‘สมฺภว^ เหตุภูต’’นฺติ. นิยกชฺฌตฺตรโตติ สสนฺตานธมฺเมสุ วิปสฺสนาวเสน โคจราเสวนาย จ รโต. สวิปากํ สมานํ ปวตฺติวิปากมตฺตทายิกมฺมํ สวิปากฏฺเฐน สมฺภวํ, น จ ตํ กามาทิ^ ภวาภิสงฺขารกนฺติ ตโต วิเสสนตฺถํ สมฺภวนฺติ วตฺวา ‘‘ภวสงฺขาร’’นฺติ วุตฺตํ. โอสฺสชีติ อริยมคฺเคน อวสฺสชิ. กวจํ วิย อตฺตภาวํ ปริโยนนฺธิตฺวา ฐิตํ อตฺตนิ สมฺภูตตฺตา อตฺตสมฺภวํ กิเลสญฺจ อภินฺทีติ กิเลสเภทสหภาวิกมฺโมสฺสชฺชนํ ทสฺเสนฺโต ตทุภยสฺส การณมาห ‘‘อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต’’ติ.
ปฐมวิกปฺเป อวสชฺชนเมว วุตฺตํ. เอตฺถ อวสชฺชนากาโรติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตีเรนฺโตติ ‘‘อุปฺปาโท ภยํ, อนุปฺปาโท เขม’’นฺติอาทินา วีมํสนฺโต. ตุเลนฺโต ตีเรนฺโตติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา’’ติอาทึ วตฺวา ภวสงฺขารสฺส อวสชฺชนาการํ สรูปโต ทสฺเสติ. เอวนฺติอาทินา ปน อุทานคาถาวณฺณนายํ อาทิโต วุตฺตมตฺถํ นิคมนวเสน ทสฺเสติ. อภีตภาวญาปนตฺถญฺจาติ อยมฺปิ อตฺโถ สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
จาปาลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.