๒. นาลนฺทสุตฺตวณฺณนา
๓๗๘. ทุติยวคฺเค ปฐมสุตฺตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยนฺติ ตํ ลงฺฆิตฺวา ‘‘ทุติเย’’ติ วุตฺตํ.
ภิยฺยตโร อภิญฺญาโตติ สมฺโพธิยา เสฏฺฐตโรติ อภิลกฺขิโต. ภิยฺยตราภิญฺโญติ สพฺพสตฺเตสุ อธิกตรปญฺโญ. เตนาห ‘‘อุตฺตริตรญาโณ’’ติ. สมฺมา อนวเสสโต พุชฺฌติ เอเตนาติ สมฺโพธีติ อาห – ‘‘สมฺโพธิยนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณ’’ติ. นิปฺปเทสา คหิตาติ อนวเสสา พุทฺธคุณา คหิตา อคฺคมคฺคสิทฺธิยาว ภควโต สพฺพคุณานํ สิทฺธตฺตา. น เกวลญฺจ พุทฺธานํ, อถ โข อคฺคสาวกปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ ตํตํคุณสมิชฺฌนํ อคฺคมคฺคาธิคเมเนวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เทฺวปิ อคฺคสาวกา’’ติอาทิมาห.
อปโร นโย – ปสนฺโนติ อิมินา ปสาทสฺส วตฺตมานตา ทีปิตาติ อุปฺปนฺนสทฺโธติ อิมินาปิ สทฺธาย ปจฺจุปฺปนฺนตา ปกาสิตาติ อาห – ‘‘เอวํ สทฺทหามีติ อตฺโถ’’ติ. อภิชานาติ อภิมุขภาเวน สพฺพญฺเญยฺยํ ชานาตีติ อภิญฺโญ, ภิยฺโย อธิโก อภิญฺโญติ ภิยฺโยภิญฺโญ. โส เอว อติสยวจนิจฺฉาวเสน ภิยฺโยภิญฺญตโรติ วุตฺโตติ อาห – ‘‘ภิยฺยตโร อภิญฺญาโต’’ติ. ทุติยวิกปฺเป ปน อภิชานาตีติ อภิญฺญา, อภิวิสิฏฺฐา ปญฺญา. ภิยฺโย อภิญฺญา เอตสฺสาติ ภิยฺโยภิญฺโญ, โส เอว อติสยวจนิจฺฉาวเสน ภิยฺโยภิญฺญตโร. สฺวายํ อสฺส อติสโย อภิญฺญาย ภิยฺโยภาวกโตติ อาห – ‘‘ภิยฺยตราภิญฺโญ วา’’ติ. สมฺพุชฺฌติ เอตายาติ สมฺโพธิ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อคฺคมคฺคญาณญฺจ. สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานญฺหิ อคฺคมคฺคญาณํ, อคฺคมคฺคญาณปทฏฺฐานญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ สมฺโพธิ นาม. ตตฺถ ปธานวเสน ตทตฺถทสฺสเน ปฐมวิกปฺโป, ปทฏฺฐานวเสน ทุติยวิกปฺโป. กสฺมา ปเนตฺถ อรหตฺตมคฺคญาณสฺเสว คหณํ, นนุ เหฏฺฐิมานิปิ ภควโต มคฺคญาณานิ สวาสนเมว ยถาสกํ ปฏิปกฺขวิธมนวเสน ปวตฺตานิ. สวาสนปฺปหานญฺหิ เญยฺยาวรณปฺปหานนฺติ? สจฺจเมตํ, ตํ ปน อปริปุณฺณํ ปฏิปกฺขวิธมนสฺส วิปฺปกตภาวโตติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺคญาเณ วา’’ติ. สพฺพนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน อธิคนฺตพฺพํ สพฺพํ.
ขาทนียานํ อุฬารตา สาตรสานุภาเวนาติ อาห ‘‘มธุเร อาคจฺฉตี’’ติ. ปสํสาย อุฬารตา วิสิฏฺฐภาเวนาติ อาห – ‘‘เสฏฺเฐ’’ติ. โอภาสสฺส อุฬารตา มหนฺตภาเวนาติ วุตฺตํ – ‘‘วิปุเล’’ติ. อุสภสฺส อยนฺติ อาสภี, อิธ ปน อาสภี วิยาติ อาสภี. เตนาห – ‘‘อุสภสฺส วาจาสทิสี’’ติ. เยน คุเณน สา ตํสทิสา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อจลา อสมฺปเวธี’’ติ วุตฺตํ. ยโต กุโตจิ อนุสฺสวนํ อนุสฺสโว. วิชฺชาฏฺฐานาทีสุ กตปริจยานํ อาจริยานํ ตํ ตํ อตฺถํ ญาเปนฺตี ปเวณี อาจริยปรมฺปรา. เกวลํ อตฺตโน มติยา ‘‘อิติ กิร เอวํ กิรา’’ติ ปริกปฺปนา อิติกิรา. ปิฏกสฺส คนฺถสฺส สมฺปทานโต ภูตโต ตสฺส คหณํ ปิฏกสมฺปทานํ. ยถาสุตานํ อตฺตานํ อาการสฺส ปริวิตกฺกนํ อาการปริวิตกฺโก. ตเถวสฺส ‘‘เอวเมต’’นฺติ ทิฏฺฐิยา นิชฺฌานกฺขมนํ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติ. อาคมาธิคเมหิ วินา เกวลํ อนุสฺสุตโต ตกฺกมคฺคํ นิสฺสาย ตกฺกนํ ตกฺโก. อนุมานวิธึ นิสฺสาย คหณํ นยคฺคาโห. ยสฺมา พุทฺธวิสเย ฐตฺวา ภควโต อยํ เถรสฺส โจทนา เถรสฺส จ โส อวิสโย, ตสฺมา ‘‘ปจฺจกฺขโต ญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา วิยา’’ติ วุตฺตํ. สีหนาโท วิยาติ สีหนาโท. ตํสทิสตา จสฺส เสฏฺฐภาเวน, โส เจตฺถ เอวํ เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สีหนาโท’’ติอาทิมาห. อุนฺนาทยนฺเตนาติ อสนิสทิสํ กโรนฺเตน.
อนุโยคทาปนตฺถนฺติ อนุโยคํ โสธาเปตุํ. วิมทฺทกฺขมญฺหิ สีหนาทํ นทนฺโต อตฺถโต อนุโยคํ โสเธติ นาม, อนุยุชฺฌนฺโต จ นํ โสธาเปติ นาม. ทาตุนฺติ โสเธตุํ. เกจิ ‘‘ทานตฺถ’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ. น หิ โย สีหทานํ นทติ, โส เอว ตตฺถ อนุโยคํ เทตีติ ยุชฺชติ. นิฆํสนนฺติ วิมทฺทนํ. ธมมานนฺติ ตาปยมานํ. ตาปนญฺเจตฺถ คคฺคริยา ธมฺมาปนสีเสน วทติ.
สพฺเพ เตติ สพฺเพ เต อตีเต นิรุทฺเธ สมฺมาสมฺพุทฺเธ. เตเนตํ ทสฺเสติ – เย เต อเหสุํ อตีตมทฺธานํ ตว อภินีหารโต โอรํ สมฺมาสมฺพุทฺธา, เตสํ ตาว สาวกญาณโคจเร ธมฺเม ปริจฺฉินฺทนฺโต มาราทโย วิย จ พุทฺธานํ โลกิยจิตฺตาจารํ ตฺวํ ชาเนยฺยาสิ. เย ปน เต อพฺภตีตา, ตโต ปรโต ฉินฺนวฏุมา ฉินฺนปปญฺจา ปริยาทินฺนวฏฺฏา สพฺพทุกฺขวีติวตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺธา, เตสํ สพฺเพสมฺปิ ตว สาวกญาณสฺส อวิสยภูเต ธมฺเม กถํ ชานิสฺสสีติ. เตนาติ สมฺโพธิสงฺขาเตน สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐาเนน อรหตฺตมคฺคญาเณน. เอวํสีลาติ ตาทิสสีลา. สมาธิปกฺขาติ สมาธิ จ สมาธิปกฺขา จ สมาธิปกฺขา เอกเทสสรูเปกเสสนเยน. ตตฺถ สมาธิปกฺขาติ วีริยสติโย ตทนุคุณา จ ธมฺมา เวทิตพฺพา. ฌานสมาปตฺตีสุ เยภุยฺเยน วิหารโวหาโร, ฌานสมาปตฺติโย สมาธิปฺปธานาติ วุตฺตํ ‘‘สมาธิปกฺขานํ ธมฺมานํ คหิตตฺตา วิหาโร คหิโต’’ติ.
ยถา ปน เหฏฺฐา คหิตาปิ สมาธิปญฺญา ปฏิปกฺขโต วิมุตฺตตฺตา วิมุจฺจน-สงฺขาต-กิจฺจวิเสส-ทสฺสนวเสน วิมุตฺติปริยาเยน ปุน คหิตา ‘‘เอวํวิมุตฺตา’’ติ, เอวํ ทิพฺพวิหาโร ทิพฺพวิหารวิเสสทสฺสนวเสน ปุน คหิโต ‘‘เอวํวิหารี’’ติ, ตสฺมา สพฺเพสํ สมาปตฺติวิหารานํ วเสเนตฺถ อตฺโถ ยุชฺชตีติ ทฏฺฐพฺพํ. วิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ วิมุจฺจิตฺถาติ กตฺวา. เอส นโย เสเสสุปิ. ปฏิปฺปสฺสทฺธนฺเตติ ปฏิปฺปสฺสมฺภโนสาปเนน. สพฺพกิเลเสหิ นิสฺสฏตฺตา อสํสฏฺฐตฺตา วิมุตฺตตฺตา จ นิสฺสรณวิมุตฺติ นิพฺพานํ.
อนาคตพุทฺธานํ ปนาติ ปน-สทฺโท วิเสสตฺถโชตโน. เตน อตีเตสุ ตาว ขนฺธานํ ภูตปุพฺพตฺตา ตตฺถ สิยา ญาณสฺส สวิสเย คติ, อนาคเตสุ ปน สพฺพโส อสญฺชาเตสุ กถนฺติ อิมมตฺถํ โชเตติ. เตนาห ‘‘อนาคตาปี’’ติอาทิ. ‘‘อตฺตโน เจตสา ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ อตีตานาคเต สตฺตาเห เอว ปวตฺตํ จิตฺตํ เจโตปริยญาณสฺส วิสโย, น ตโต ปรนฺติ? นยิทํ เจโตปริยญาณกิจฺจวเสน วุตฺตํ, อถ โข ปุพฺเพนิวาสอนาคตํสญาณานํ วเสน วุตฺตํ, ตสฺมา นายํ โทโส. วิทิตฏฺฐาเน น กโรติ สิกฺขาปเทเนว ตาทิสสฺส ปฏิกฺเขปสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา เสตุฆาตโต จ. กถํ ปน เถโร ทฺวยสมฺภเว ปฏิกฺเขปเมว อกาสิ, น วิภชฺช พฺยากาสีติ อาห ‘‘เถโร กิรา’’ติอาทิ. ปารํ ปริยนฺตํ มิโนตีติ ปารมี, สา เอว ญาณนฺติ ปารมิญาณํ, สาวกานํ ปารมิญาณํ สาวกปารมิญาณํ. ตสฺมึ สาวกานํ อุกฺกํสปริยนฺตคเต ชานเน นายมนุโยโค, อถ โข สพฺพญฺญุตญฺญาเณ สพฺพญฺญุตาย ชานเน. เกจิ ปน ‘‘สาวกปารมิญาเณติ สาวกปารมิญาณวิสเย’’ติ อตฺถํ วทนฺติ, ตถา เสสปเทสุปิ. สีล…เป… สมตฺถนฺติ สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติญาณสงฺขาตานํ การณานํ ชานนสมตฺถํ. พุทฺธสีลาทโย หิ พุทฺธานํ พุทฺธกิจฺจสฺส ปเรหิ เอเต พุทฺธาติ ชานนสฺส จ การณํ.
อนุมานญาณํ วิย สํสยฏฺฐิตํ อหุตฺวา อิทมิทนฺติ ยถาสภาวโต เญยฺยํ ธาเรติ นิจฺฉิโนตีติ ธมฺโม, ปจฺจกฺขญาณนฺติ อาห ‘‘ธมฺมสฺส ปจฺจกฺขโต ญาณสฺสา’’ติ. อนุเอตีติ อนฺวโยติ อาห ‘‘อนุโยคํ อนุคนฺตฺวา’’ติ. ปจฺจกฺขสิทฺธญฺหิ อตฺถํ อนุคนฺตฺวา อนุมานญาณสฺส ปวตฺติ ‘‘ทิฏฺเฐน อทิฏฺฐสฺส อนุมาน’’นฺติ เวทิตพฺพา. วิทิเต เวทกมฺปิ ญาณํ อตฺถโต วิทิตเมว โหตีติ ‘‘อนุมานญาณํ นยคฺคาโห วิทิโต’’ติ วุตฺตํ. วิทิโตติ วิทฺโธ ปฏิลทฺโธ, อธิคโตติ อตฺโถ. อปฺปมาโณติ อปริมาโณ มหาวิสยตฺตา. เตนาห ‘‘อปริยนฺโต’’ติ. เตนาติ อปริยนฺตตฺตา. เตน วา อปริยนฺเตน ญาเณน. เอเตน เถโร ยํ ยํ อนุเมยฺยมตฺถํ ญาตุกาโม โหติ, ตตฺถ ตตฺถ ตสฺส อสงฺคมปฺปฏิหตํ อนุมานญาณํ ปวตฺเตตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘โส อิมินา’’ติอาทิ. ตตฺถ อิมินาติ อิมินา การเณน.
ปาการสฺส ถิรภาวํ อุทฺธมุทฺธํ อาเปตีติ อุทฺธาปํ, ปาการมูลํ. อาทิ-สทฺเทน ปาการทฺวารพนฺธปริขาทีนํ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ปจฺจนฺเต ภวํ ปจฺจนฺติมํ. ปณฺฑิตโทวาริกฏฺฐานิยํ กตฺวา เถโร อตฺตานํ ทสฺเสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกทฺวารนฺติ กสฺมา อาหา’’ติ โจทนํ สมุฏฺฐาเปสิ.
ยสฺสา ปญฺญาย วเสน ปุริโส ปณฺฑิโตติ วุจฺจติ, ตํ ปณฺฑิจฺจนฺติ อาห – ‘‘ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต’’ติ. ตํตํอิติกตฺตพฺพตาสุ เฉกภาโว พฺยตฺตภาโว เวยฺยตฺติยํ. เมธติ อญฺญาณํ หึสติ วิธมตีติ เมธา, สา เอตสฺส อตฺถีติ เมธาวี. ฐาเน ฐาเน อุปฺปตฺติ เอติสฺสา อตฺถีติ ฐานุปฺปตฺติกา, ฐานโส อุปฺปชฺชนปญฺญา. อนุปริยายนฺติ เอเตนาติ อนุปริยาโย, โส เอว ปโถติ อนุปริยายปโถ, ปริโต ปาการสฺส อนุยายนมคฺโค. ปาการภาคา สมฺพนฺธิตพฺพา เอตฺถาติ ปาการสนฺธิ, ปาการสฺส ผุลฺลิตปเทโส. โส ปน เหฏฺฐิมนฺเตน ทฺวินฺนมฺปิ อิฏฺฐกานํ วิคเมน เอวํ วุจฺจตีติ อาห – ‘‘ทฺวินฺนํ อิฏฺฐกานํ อปคตฏฺฐาน’’นฺติ. ฉินฺนฏฺฐานนฺติ ฉินฺนภินฺนปเทสํ, ฉินฺนฏฺฐานํ วา. ตญฺหิ ‘‘วิวร’’นฺติ วุจฺจติ. กีลิฏฺฐนฺติ มลีนํ. อุปตาเปนฺตีติ กิเลสปริฬาเหน สนฺตาเปนฺติ. วิพาเธนฺตีติ ปีเฬนฺติ. อุปฺปนฺนาย ปญฺญาย นีวรเณหิ น กิญฺจิ กาตุํ สกฺกาติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนาย ปญฺญาย อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺตี’’ติ. ตสฺมาติ ปจฺจยูปฆาเตน อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานโต. จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุฏฺฐุ ฐปิตจิตฺตาติ จตุพฺพิธายปิ สติปฏฺฐานภาวนาย สมฺมเทว ฐปิตจิตฺตา อปฺปิตจิตฺตา. ยถาสภาเวน ภาเวตฺวาติ ยาถาวโต สมฺมเทว ยถา ปฏิปกฺขา สมุจฺฉิชฺชนฺติ, เอวํ ภาเวตฺวา.
ปุริมนเย สติปฏฺฐานานิ โพชฺฌงฺคา จ มิสฺสกา อธิปฺเปตาติ ตโต อญฺญถา วตฺตุํ ‘‘อปิเจตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มิสฺสกาติ สมถวิปสฺสนามคฺควเสน มิสฺสกา. ‘‘จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตาติ ปฐมํ วุตฺตตฺตา สติปฏฺฐาเนสุ วิปสฺสนํ คเหตฺวา สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตํ ภาเวตฺวาติ วุตฺตตฺตา มคฺคปริยาปนฺนานํเยว จ เนสํ นิปฺปริยายโพชฺฌงฺคภาวโต เตสุ จ อธิคตเมว โหตีติ โพชฺฌงฺเค มคฺโค จ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจาติ คหิเต สุนฺทโร ปโญฺห ภเวยฺยา’’ติ มหาสิวตฺเถโร อาห. น ปเนวํ คหิตํ โปราเณหีติ อธิปฺปาโย. อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. เถโรติ สาริปุตฺตตฺเถโร.
ตตฺถาติ เตสุ ปจฺจนฺตนคราทีสุ. นครํ วิย นิพฺพานํ ตทตฺถิเกหิ อุปคนฺตพฺพโต อุปคตานญฺจ ปริสฺสยรหิตสุขาธิคมฏฺฐานโต. ปากาโร วิย สีลํ ตทุปคตานํ ปริโต อารกฺขภาวโต. อนุปริยายปโถ วิย หิรี สีลปาการสฺส อธิฏฺฐานภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปริยายปโถติ โข ภิกฺขุ หิริยา เอตํ อธิวจน’’นฺติ. ทฺวารํ วิย อริยมคฺโค นิพฺพานนครปฺปเวสเน อญฺชสภาวโต. ปณฺฑิตโทวาริโก วิย ธมฺมเสนาปติ นิพฺพานนครํ ปวิฏฺฐปวิสนกานํ สตฺตานํ สลฺลกฺขณโต. ทินฺโนติ ทาปิโต, โสธิโตติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.