๒. สติสุตฺตวณฺณนา
๓๖๘. สรตีติ สโต. อยํ ปน น ยาย กายจิ สติยา สโต, อถ โข เอทิสายาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กายาทิอนุปสฺสนาสติยา’’ติ อาห. จตุสมฺปชญฺญปญฺญายาติ จตุพฺพิธสมฺปชญฺญปญฺญาย, อภิกฺกมนํ อภิกฺกนฺตนฺติ อาห – ‘‘อภิกฺกนฺตํ วุจฺจติ คมน’’นฺติ. ตถา ปฏิกฺกมนํ ปฏิกฺกนฺตนฺติ วุตฺตํ – ‘‘ปฏิกฺกนฺตํ นิวตฺตน’’นฺติ. นิวตฺตนญฺจ นิวตฺติมตฺตํ, นิวตฺติตฺวา ปน คมนํ คมนเมว. กายํ อภิหรนฺโต อภิคมนวเสน กายํ นาเมนฺโต. ฐานนิสชฺชาสยเนสุ โย คมนาทิวิธินา กายสฺส ปุรโต อภิหาโร, โส อภิกฺกโม, ปจฺฉโต อปหรณํ ปฏิกฺกโมติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฐาเนปี’’ติอาทิมาห. อาสนสฺสาติ ปีฐกาทิอาสนสฺส. ปุริมองฺคาภิมุโขติ อฏนิกาทิปุริมาวยวาภิมุโข. สํสรนฺโตติ สํสปฺปนฺโต. ปจฺจาสํสรนฺโตติ ปฏิอาสปฺปนฺโต. เอเสว นโยติ อิมินา สรีรสฺเสว อภิมุขสํสปฺปนปฏิอาสปฺปนานิ นิทสฺเสติ.
สมฺมา ปชานนํ สมฺปชานํ. เตน อตฺตนา กาตพฺพกิจฺจสฺส กรณสีโล สมฺปชานการีติ อาห – ‘‘สมฺปชญฺเญน สพฺพกิจฺจการี’’ติ. สมฺปชานเมว หิ สมฺปชญฺญํ. สมฺปชญฺญสฺเสว วา การีติ สมฺปชญฺญสฺเสว กรณสีโล. สมฺปชญฺญํ กโรเตวาติ อภิกฺกนฺตาทีสุ อสมฺโมหํ อุปฺปาเทติ เอว, สมฺปชานสฺเสว วา กาโร เอตสฺส อตฺถีติ สมฺปชานการี.
ธมฺมโต วฑฺฒิตสงฺขาเตน สห อตฺเถน วตฺตตีติ สาตฺถกํ, อภิกฺกนฺตาทิ, สาตฺถกสฺส สมฺปชานนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. สปฺปายสฺส อตฺตโน อุปการาวหสฺส หิตสฺส สมฺปชานนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ. อภิกฺกมาทีสุ ภิกฺขาจารโคจเร, อญฺญตฺถาปิ จ ปวตฺเตสุ อวิชหิเต กมฺมฏฺฐานสงฺขาเต โคจเร สมฺปชญฺญํ โคจรสมฺปชญฺญํ. อภิกฺกมาทีสุ อสมฺมุยฺหนเมว สมฺปชญฺญํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. ปริคฺคณฺหิตฺวาติ ตุลยิตฺวา ตีเรตฺวา, ปฏิสงฺขายาติ อตฺโถ. สงฺฆทสฺสเนเนว อุโปสถปวารณาทิอตฺถํ คมนํ สงฺคหิตํ. อสุภทสฺสนาทีติ อาทิ-สทฺเทน กสิณปริกมฺมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เจติยํ ทิสฺวาปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส เอโส. สมถวิปสฺสนุปฺปาทนมฺปิ หิ ภิกฺขุโน วุทฺธิ เอว. ทกฺขิณทฺวาเรติ เจติยงฺคณสฺส ทกฺขิณทฺวาเร, ตถา ปจฺฉิมทฺวาเรติอาทีสุ. อภยวาปิ ปาฬิยนฺติ อภยวาปิยา ปุรตฺถิมตีเร.
พุทฺธวํส-อริยวํส-เจติยวํส-ทีปวํสาทิวํสกถนโต มหาอริยวํสภาณโก เถโร. ปญฺญายนฏฺฐาเนติ เจติยสฺส ปญฺญายนฏฺฐาเน. เอกปทุทฺธาเรติ ปทุทฺธารปติฏฺฐานปริวตฺตนํ อกตฺวา เอกสฺมึเยว อวฏฺฐาเน. เกจีติ อภยคิริวาสิโน.
ตสฺมึ ปนาติ สาตฺถกสมฺปชญฺญวเสน ปริคฺคหิตอตฺเถปิ คมเน. อตฺโถ นาม ธมฺมโต วฑฺฒีติ ยํ สาตฺถกนฺติ อธิปฺเปตํ คมนํ, ตํ สปฺปายเมวาติ สิยา กสฺสจิ อาสงฺกาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘เจติยทสฺสนํ ตาวา’’ติอาทิ อารทฺธํ. จิตฺตกมฺมรูปกานิ วิยาติ จิตฺตกมฺมกตา ปฏิมาโย วิย, ยนฺตปโยเคน วา วิจิตฺตกมฺมา ปฏิมาย สทิสา ยนฺตรูปกา วิย. อสมเปกฺขนํ เคหสฺสิตอญฺญาณุเปกฺขาวเสน อารมฺมเณ อโยนิโส โอโลกนาทิ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา พาลสฺส มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๓๐๘). หตฺถิอาทิสมฺมทฺเทน ชีวิตนฺตราโย. วิสภาครูปทสฺสนาทินา พฺรหฺมจริยนฺตราโย.
ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ภิกฺขูนํ อนุวตฺตนกถา อาจิณฺณา, อนนุวตฺตนกถา ปน ตสฺสา อปรา ทุติยา นาม โหตีติ อาห – ‘‘เทฺว กถา นาม น กถิตปุพฺพา’’ติ. เอวนฺติ อิมินา ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิกํ สพฺพมฺปิ วุตฺตาการํ ปจฺจามสติ, น ‘‘ปุริสสฺส มาตุคามาสุภ’’นฺติอาทิกํ วุจฺจมานํ.
โยคกมฺมสฺส ปวตฺติฏฺฐานตาย ภาวนาย อารมฺมณํ กมฺมฏฺฐานํ วุจฺจตีติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานสงฺขาตํ โคจร’’นฺติ. อุคฺคเหตฺวาติ ยถา อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, เอวํ อุคฺคหโกสลฺลสฺส สมฺปาทนวเสน อุคฺคเหตฺวา.
หรตีติ กมฺมฏฺฐานํ ปวตฺเตติ, ยาว ปิณฺฑปาตปฏิกฺกมา อนุยุญฺชตีติ อตฺโถ. น ปจฺจาหรตีติ อาหารูปโภคโต ยาว ทิวาฏฺฐานุปสงฺกมนา กมฺมฏฺฐานํ น ปฏิเนติ. สมาทาย วตฺตติ สมฺมา อาทิยิตฺวา เตสํ วตฺตานํ ปริปูรณวเสน วตฺตติ. สรีรปริกมฺมนฺติ มุขโธวนาทิสรีรปฏิชคฺคนํ. เทฺว ตโย ปลฺลงฺเกติ เทฺว ตโย นิสชฺชาวาเร เทฺว ตีณิ อุณฺหาสนานิ. เตนาห – ‘‘อุสุมํ คาหาเปนฺโต’’ติ. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ กมฺมฏฺฐานมุเขเนว กมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโต เอว. เตน ‘‘ปตฺโตปิ อเจตโน’’ติอาทินา ปวตฺเตตพฺพกมฺมฏฺฐานํ, ยถาปริหริยมานํ วา กมฺมฏฺฐานํ อวิชหิตฺวาติ ทสฺเสติ. ตเถวาติ ติกฺขตฺตุเมว. ปริโภคเจติยโต สรีรเจติยํ ครุตรนฺติ กตฺวา ‘‘เจติยํ วนฺทิตฺวา’’ติ เจติยวนฺทนาย ปฐมํ กรณียตา วุตฺตา. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ – ‘‘เจติยํ พาธยมานา โพธิสาขา หริตพฺพา’’ติ วุตฺตา. พุทฺธคุณานุสฺสรณวเสเนว โพธิญฺจ ปณิปาตกรณนฺติ อาห – ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต สมฺมุขา วิย นิปจฺจการํ ทสฺเสตฺวา’’ติ. คามสมีเปติ คามสฺส อุปจารฏฺฐาเน.
ชนสงฺคหณตฺถนฺติ ‘‘มยิ อกเถนฺเต เอเตสํ โก กเถสฺสตี’’ติ ธมฺมานุคฺคเหน ชนสงฺคหณตฺถํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ‘‘ธมฺมกถา นาม กเถตพฺพา เอวา’’ติ อฏฺฐกถาจริยา วทนฺติ, ยสฺมา จ ธมฺมกถา กมฺมฏฺฐานวินิมุตฺตา นาม นตฺถิ, ตสฺมา. กมฺมฏฺฐานสีเสเนวาติ อตฺตนา ปริหริยมานํ กมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโต ตทนุคุณํเยว ธมฺมกถํ กเถตฺวา. อนุโมทนํ กตฺวาติ เอตฺถาปิ ‘‘กมฺมฏฺฐานสีเสเนวา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. สมฺปตฺตปริจฺเฉเทเนวาติ ปริจิโต อปริจิโตติอาทิวิภาคํ อกตฺวา สมฺปตฺตโกฏิยา เอว, สมาคมมตฺเตเนวาติ อตฺโถ. ภเยติ ปรจกฺกาทิภเย.
กมฺมชเตโชติ คหณึ สนฺธายาห. กมฺมฏฺฐานวีถึ นาโรหติ ขุทาปริสฺสเมน กิลนฺตกายตฺตา สมาธานาภาวโต. อวเสสฏฺฐาเนติ ยาคุยา อคฺคหิตฏฺฐาเน. โปงฺขานุโปงฺขนฺติ กมฺมฏฺฐานุปฏฺฐานสฺส อวิจฺเฉท-ทสฺสนเมตํ, ยถา โปงฺขานุโปงฺขํ ปวตฺตาย สรปฏิปาฏิยา อนวิจฺเฉโท, เอวเมตสฺสปิ กมฺมฏฺฐานุปฏฺฐานสฺสาติ วุตฺตํ โหติ.
นิกฺขิตฺตธุโร ภาวนานุโยเค. วตฺตปฏิปตฺติยา อปูรเณน สพฺพวตฺตานิ ภินฺทิตฺวา. กาเม อวีตราโค โหติ. กาเย อวีตราโค. รูเป อวีตราโค. ยาวทตฺถํ อุทราวเทหํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรติ. อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘๖) เอวํ วุตฺตํ ปญฺจวิธเจโตวินิพนฺธจิตฺโต. จริตฺวาติ ปวตฺติตฺวา.
คตปจฺจาคติกวตฺตวเสนาติ ภาวนาสหิตํเยว ภิกฺขาย คตปจฺจาคตํ คมนปจฺจาคมนํ เอตสฺส อตฺถีติ คตปจฺจาคติกํ, ตเทว วตฺตํ, ตสฺส วเสน. อตฺตโน หิตสุขํ กาเมนฺติ อิจฺฉนฺตีติ อตฺตกามา, ธมฺมจฺฉนฺทวนฺโต. ‘‘ธมฺโม’’ติ หิ หิตํ ตํนิมิตฺตกญฺจ สุขนฺติ. อถ วา วิญฺญูนํ ธมฺมานํ อตฺตนิยตฺตา อตฺตภาวปริจฺฉนฺนตฺตา จ อตฺตา นาม ธมฺโม. เตนาห ภควา – ‘‘อตฺตทีปา, ภิกฺขเว, วิหรถ อตฺตสรณา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๓.๔๓). ตํ กาเมนฺติ อิจฺฉนฺตีติ อตฺตกามา. อุสภํ นาม วีสติ ยฏฺฐิโย. ตาย สญฺญายาติ ตาย ปาสาณสญฺญาย, ‘‘เอตฺตกํ ฐานมาคตา’’ติ ชานนฺตาติ อธิปฺปาโย. โส เอว นโย อยํ ภิกฺขูติอาทิโก โย ฐาเน วุตฺโต, โส เอว นิสชฺชายปิ นโย. ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตานํ ฉินฺนภตฺตภาวภเยนปิ โยนิโสมนสิการํ ปริพฺรูเหติ.
มทฺทนฺตาติ ธญฺญกรณฏฺฐาเน สาลิสีสานิ มทฺทนฺตา. มหาปธานํ ปูเชสฺสามีติ อมฺหากํ อตฺถาย โลกนาเถน ฉ วสฺสานิ กตํ ทุกฺกรจริยํ เอวาหํ ยถาสตฺติ ปูเชสฺสามีติ. ปฏิปตฺติปูชา หิ สตฺถุปูชา, น อามิสปูชาติ. ฐานจงฺกมเมวาติ อธิฏฺฐาตพฺพอิริยาปถกาลวเสน วุตฺตํ, น โภชนาทิกาเลสุ อวสฺสํ กาตพฺพนิสชฺชาย ปฏิกฺเขปวเสน.
วีถึ โอตริตฺวา อิโต จิโต อโนโลเกตฺวา ปฐมเมว วีถิโย สลฺลกฺเขตพฺพาติ อาห ‘‘วีถิโย สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ. ยํ สนฺธาย วุจฺจติ – ‘‘ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตนา’’ติอาทิ. ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาหาเร ปฏิกูลสญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตนฺติ ‘‘ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; ๒.๒๔; ๓.๗๕; สํ. นิ. ๔.๑๒๐; อ. นิ. ๖.๕๘; ๘.๙) วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ กตฺวา. เนว ทวายาติอาทิ ปน ปฏิกฺเขปทสฺสนํ.
ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกโรติ, ยทิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหตีติ สมฺพนฺโธ. อิทญฺจ ยถา เหฏฺฐา ตีสุ ฐาเนสุ, เอวํ อิโต ปเรสุ ฐาเนสุ อุปเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตตฺถ ปจฺเจกโพธิยา อุปนิสฺสยสมฺปทา กปฺปานํ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ สตสหสฺสญฺจ ตชฺชํ ปุญฺญญาณสมฺภารสมฺภรณํ, สาวกโพธิยํ อคฺคสาวกานํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ กปฺปสตสหสฺสญฺจ, มหาสาวกานํ กปฺปสตสหสฺสเมว ตชฺชํ สมฺภารสมฺภรณํ, อิตเรสํ อตีตาสุ ชาตีสุ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสยวเสน นิพฺพตฺติตํ นิพฺเพธภาคิยํ กุสลํ. พาหิโย ทารุจีริโยติ พาหิยวิสเย ชาตสํวทฺธตาย พาหิโย, ทารุจีรปริหรเณน ทารุจีริโยติ ลทฺธสมญฺโญ. โส หิ อายสฺมา ‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติอาทิวสปฺปวตฺเตน (อุทา. ๑๐) สํขิตฺเตเนว โอวาเทน ขิปฺปตรํ วิเสสํ อธิคจฺฉิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ขิปฺปาภิญฺโญ วา โหติ เสยฺยถาปิ เถโร พาหิโย ทารุจีริโย’’ติ. เอวํ มหาปญฺโญ วาติอาทีสุ ยถารหํ วตฺตพฺพนฺติ.
ตนฺติ อสมฺมุยฺหนํ. เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานาการทสฺสนํ. อตฺตา อภิกฺกมตีติ อิมินา อนฺธปุถุชฺชนสฺส ทิฏฺฐิคฺคาหวเสน อภิกฺกเม สมฺมุยฺหนํ ทสฺเสติ, อหํ อภิกฺกมามีติ ปน อิมินา มานคฺคาหวเสน, ตทุภยํ ปน ตณฺหาย วินา น โหตีติ ตณฺหาคฺคาหวเสนปิ สมฺมุยฺหนํ ทสฺสิตเมว โหติ, ‘‘ตถา อสมฺมุยฺหนฺโต’’ติ วตฺวา ตํ อสมฺมุยฺหนํ เยน ฆนวินิพฺโภเคน โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิกฺกมามีติ จิตฺเต อุปฺปชฺชมาเน’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา วาโยธาตุยา อนุคตา เตโชธาตุ อุทฺธรณสฺส ปจฺจโย. อุทฺธรณคติกา หิ เตโชธาตูติ อุทฺธรเณ วาโยธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ ธาตูนํ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเกกปาทุทฺธรเณ…เป… พลวติโย’’ติ อาห. ยสฺมา ปน เตโชธาตุยา อนุคตา วาโยธาตุ อติหรณวีติหรณานํ ปจฺจโย. ติริยคติกาย หิ วาโยธาตุยา อติหรณวีติหรเณสุ สาติสโย พฺยาปาโรติ เตโชธาตุยา ตสฺสานุคตภาโว, ตสฺมา อิมาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา อติหรณวีติหรเณสู’’ติ อาห. สติปิ อนุคมนานุคนฺตพฺพตาวิเสเส เตโชธาตุวาโยธาตุภาวมตฺตํ สนฺธาย ตถา-สทฺทคฺคหณํ.
ตตฺถ อกฺกนฺตฏฺฐานโต ปาทสฺส อุกฺขิปนํ อุทฺธรณํ, ฐิตฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ปุรโต หรณํ อติหรณํ. รุกฺขขาณุอาทิปริหรณตฺถํ, ปติฏฺฐิตปาทฆฏฺฏนปริหรณตฺถํ วา ปสฺเสน หรณํ วีติหรณํ. ยาว ปติฏฺฐิตปาโท, ตาว อาหรณํ อติหรณํ, ตโต ปรํ หรณํ วีติหรณนฺติ อยํ วา เอเตสํ วิเสโส. ยสฺมา ปถวีธาตุยา อนุคตา อาโปธาตุ โวสฺสชฺชนสฺส ปจฺจโย. ครุตรสภาวา หิ อาโปธาตูติ โวสฺสชฺชเน ปถวีธาตุยา ตสฺสานุคตภาโว, ตสฺมา ตาสํ ทฺวินฺนเมตฺถ สามตฺถิยโต อธิมตฺตตา, อิตราสญฺจ โอมตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โวสฺสชฺชเน…เป… พลวติโย’’ติ. ยสฺมา ปน อาโปธาตุยา อนุคตา ปถวีธาตุ สนฺนิกฺเขปนสฺส ปจฺจโย. ปติฏฺฐาภาเว วิย ปติฏฺฐาปเนปิ ตสฺสา สาติสยกิจฺจตฺตา อาโปธาตุยา ตสฺสา อนุคตภาโว, ตถา ฆฏฺฏนกิริยาย ปถวีธาตุยา วเสน สนฺนิรุมฺภนสฺส สิชฺฌนโต ตตฺถาปิ ปถวีธาตุยา อาโปธาตุอนุคตภาโว, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ตถา สนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุมฺภเนสู’’ติ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ อภิกฺกมเน, เตสุ วา วุตฺเตสุ อุทฺธรณาทีสุ ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ. อุทฺธรเณติ อุทฺธรณกฺขเณ. รูปารูปธมฺมาติ อุทฺธรณากาเรน ปวตฺตา รูปธมฺมา ตํสมุฏฺฐาปกา อรูปธมฺมา จ. อติหรณํ น ปาปุณนฺติ ขณมตฺตาวฏฺฐานโต. ตตฺถ ตตฺเถวาติ ยตฺถ ยตฺถ อุปฺปนฺนา, ตตฺถ ตตฺเถว. น หิ ธมฺมานํ เทสนฺตรสงฺกมนํ อตฺถิ. ปพฺพํ ปพฺพนฺติอาทิ อุทฺธรณาทิโกฏฺฐาเส สนฺธาย สภาคสนฺตติวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อติอิตฺตโร หิ รูปธมฺมานมฺปิ ปวตฺติกฺขโณ, คมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริยาเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ ปาเท จ พทฺธขุรธาราสมาคมโตปิ สีฆตโร. ยถา ติลานํ ภชฺชิยมานานํ ตฏตฏายเนน เภโท ลกฺขียติ, เอวํ สงฺขตธมฺมานํ อุปฺปาเทนาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ตฏตฏายนฺตา’’ติ วุตฺตํ. อุปฺปนฺนา หิ เอกนฺตโต ภิชฺชนฺตีติ.
สทฺธึ รูเปนาติ อิทํ ตสฺส ตสฺส จิตฺตสฺส นิโรเธน สทฺธึ นิรุชฺฌนกรูปธมฺมวเสน วุตฺตํ, ยํ ตโต สตฺตรสมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนํ. อญฺญถา ยทิ รูปารูปธมฺมา สมานกฺขณา สิยุํ, ‘‘รูปํ ครุปริณามํ ทนฺธนิโรธ’’นฺติอาทิวจเนหิ วิโรโธ สิยา. ตถา – ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ, ยถยิทํ จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๘) เอวมาทิปาฬิยา จ. จิตฺตเจตสิกา หิ สารมฺมณสภาวา ยถาพลํ อตฺตโน อารมฺมณปจฺจยภูตมตฺถํ วิภาเวนฺตาเยว อุปฺปชฺชนฺตีติ เตสํ ตํสภาวนิปฺผตฺติอนนฺตรํ นิโรโธ, รูปธมฺมา ปน อนารมฺมณา ปกาเสตพฺพา. เอวํ เตสํ ปกาเสตพฺพภาวนิปฺผตฺติ โสฬสหิ จิตฺเตหิ โหตีติ ตงฺขณายุกตา เตสํ อิจฺฉิตา, ลหุกวิญฺญาณสฺส วิสยสงฺคติมตฺตปจฺจยตาย ติณฺณํ ขนฺธานํ, วิสยสงฺคติมตฺตตาย จ วิญฺญาณสฺส ลหุปริวตฺติตา, ทนฺธมหาภูตปจฺจยตาย รูปธมฺมานํ ทนฺธปริวตฺติตา. นานาธาตุยา ยถาภูตญาณํ โข ปน ตถาคตสฺเสว, เตน จ ปุเรชาตปจฺจโย รูปธมฺโมว วุตฺโต, ปจฺฉาชาตปจฺจโย จ ตสฺเสวาติ รูปารูปธมฺมานํ สมานกฺขณตา น ยุชฺชเตว, ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ, อญฺญํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติ ยํ ปุริมุปฺปนฺนํ จิตฺตํ, ตํ อญฺญํ, ตํ ปน นิรุชฺฌนฺตํ อปรสฺส อนนฺตราทิปจฺจโย หุตฺวา เอว นิรุชฺฌตีติ ตถาลทฺธปจฺจยํ อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ. ยทิ เอวํ เตสํ อนฺตโร ลพฺเภยฺยาติ, โนติ อาห ‘‘อวีจิมนุปพนฺโธ’’ติ. ยถา วีจิ อนฺตโร น ลพฺภติ, ‘‘ตเทเวต’’นฺติ อวิเสสวิทู มญฺญนฺติ, เอวํ อนุ อนุ ปพนฺโธ จิตฺตสนฺตาโน รูปสนฺตาโน จ นทีโสโตว นทิยํ อุทกปฺปวาโห วิย วตฺตติ.
อภิมุขํ โลกิตํ อาโลกิตนฺติ อาห ‘‘ปุรโตเปกฺขน’’นฺติ. ยสฺมา ยํทิสาภิมุโข คจฺฉติ ติฏฺฐติ นิสีทติ วา, ตทภิมุขํ เปกฺขนํ อาโลกิตํ, ตสฺมา ตทนุคตํ วิทิสาโลกนํ วิโลกิตนฺติ อาห ‘‘วิโลกิตํ นาม อนุทิสาเปกฺขน’’นฺติ. สมฺมชฺชนปริภณฺฑาทิกรเณ โอโลกิตสฺส, อุลฺโลกาหรณาทีสุ อุลฺโลกิตสฺส, ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตสฺส ปริสฺสยสฺส ปริวชฺชนาทิวเสน อปโลกิตสฺส จ สิยา สมฺภโวติ อาห – ‘‘อิมินา วา มุเขน สพฺพานิปิ ตานิ คหิตาเนวา’’ติ.
กายสกฺขินฺติ กาเยน สจฺฉิกตวนฺตํ, ปจฺจกฺขการินนฺติ อตฺโถ. โสหายสฺมา วิปสฺสนากาเล เอว ‘‘ยเมวาหํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ นิสฺสาย สาสเน อนภิรติอาทิวิปฺปการํ ปตฺโต, ตเมว สุฏฺฐุ นิคฺคเหสฺสามี’’ติ อุสฺสาหชาโต พลวหิโรตฺตปฺโป, ตตฺถ จ กตาธิการตฺตา อินฺทฺริยสํวเร อุกฺกํสปารมิปฺปตฺโต, เตเนว นํ สตฺถา – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารานํ ยทิทํ นนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๓๐) เอตทคฺเค ฐเปสิ.
สาตฺถกตา จ สปฺปายตา จ เวทิตพฺพา อาโลกิตวิโลกิตสฺสาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ กมฺมฏฺฐานาวิชหนสฺเสว โคจรสมฺปชญฺญภาวโตติ วุตฺตเมวตฺถํ เหตุภาเวน ปจฺจามสติ. อตฺตโน กมฺมฏฺฐานวเสเนว อาโลกนวิโลกนํ กาตพฺพํ, ขนฺธาทิกมฺมฏฺฐานิเกหิ อญฺโญ อุปาโย น คเวสิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา อาโลกิตาทิสมญฺญาปิ ธมฺมมตฺตสฺเสว ปวตฺติวิเสโส, ตสฺมา ตสฺส ยาถาวโต ปชานนํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผารวเสนาติ กิริยมยจิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตุยา จลนาการปวตฺติวเสน. อโธ สีทตีติ โถกํ โอตรติ. อุทฺธํ ลงฺเฆตีติ ลงฺฆนฺตํ วิย อุปริ คจฺฉติ.
องฺคกิจฺจํ สาธยมานนฺติ ปธานภูตํ องฺคกิจฺจํ นิปฺผาเทนฺตํ, อุปปตฺติภวสฺส สรีรํ หุตฺวาติ อตฺโถ. ปฐมชวเนปิ…เป… สตฺตมชวเนปิ น โหตีติ อิทํ ปญฺจทฺวารวิญฺญาณวีถิยํ ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ รชฺชนาทีนํ อภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ หิ อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนานํ อโยนิโส อาวชฺชนโวฏฺฐพฺพนวเสน อิฏฺเฐ อิตฺถิรูปาทิมฺหิ โลภมตฺตํ, อนิฏฺเฐ ปฏิฆมตฺตํ อุปฺปชฺชติ. มโนทฺวาเร ปน ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ รชฺชนาทิ โหติ, ตสฺส ปญฺจทฺวารชวนํ มูลํ, ยถาวุตฺตํ วา สพฺพํ ภวงฺคาทิ. เอวํ มโนทฺวารชวนสฺส มูลภูตธมฺมปริชานนวเสเนว มูลปริญฺญา วุตฺตา, อาคนฺตุกตาวกาลิกตา ปน ปญฺจทฺวารชวนสฺเสว อปุพฺพภาววเสน เจว อิตฺตรภาววเสน จ วุตฺตา. เหฏฺฐุปริยวเสน ภิชฺชิตฺวา ปติเตสูติ เหฏฺฐิมสฺส อุปริมสฺส จ อปราปรํ ภงฺคปฺปตฺติมาห.
ตนฺติ ชวนํ. ตสฺส ชวนสฺส น ยุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อาคนฺตุโก อพฺภาคโต. อุทยพฺพยปริจฺฉินฺโน ตาวตโก กาโล เอเตสนฺติ ตาวกาลิกานิ.
เอตํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. สมวาเยติ สามคฺคิยํ. ตตฺถาติ ปญฺจกฺขนฺธวเสน อาโลกนวิโลกเน ปญฺญายมาเน ตพฺพินิมุตฺโต – โก เอโก อาโลเกติ, โก วิโลเกติ. อุปนิสฺสยปจฺจโยติ อิทํ สุตฺตนฺตนเยน ปริยายโต วุตฺตํ. สหชาตปจฺจโยติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ อญฺญมญฺญสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยานมฺปิ ลพฺภนโต.
กาเลติ สมิญฺชิตุํ ยุตฺตกาเล สมิญฺชนฺตสฺส, ตถา ปสาเรตุํ ยุตฺตกาเล ปสาเรนฺตสฺส. ‘‘มณิสปฺโป นาม เอกา สปฺปชาตี’’ติ วทนฺติ. ลฬนนฺติ กมฺปนํ, ลีฬากรณํ วา.
อุณฺหปกติโก ปริฬาหพหุลกาโย. สีลสฺส วิทูสเนน อหิตาวหตฺตา มิจฺฉาชีววเสน อุปฺปนฺนํ อสปฺปายํ. ‘‘จีวรมฺปิ อเจตน’’นฺติอาทินา จีวรสฺส วิย กาโยปิ อเจตโนติ กายสฺส อตฺตสุญฺญตาวิภาวเนน ‘‘อพฺภนฺตเร’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ ปริทีเปนฺโต อิตรีตรสนฺโตสสฺส การณํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.
จตุปญฺจคณฺฐิกาหโตติ อาหตจตุปญฺจคณฺฐิโก, จตุปญฺจคณฺฐิกาหิ วา หตโสโภ.
อฏฺฐวิโธปิ อตฺโถติ อฏฺฐวิโธปิ ปโยชนวิเสโส. มหาสิวตฺเถรวาทวเสน ‘‘อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต ทฏฺฐพฺโพ. อิมสฺมึ ปกฺเข ‘‘เนว ทวายาติอาทินา นเยนา’’ติ ปน อิทํ ปฏิกฺเขปงฺคทสฺสนมุเขน ปาฬิ อาคตาติ กตฺวา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปถวีสนฺธารกชลสฺส ตํสนฺธารกวายุนา วิย ปริภุตฺตสฺส อาหารสฺส วาโยธาตุยาว อาสเย อวฏฺฐานนฺติ อาห – ‘‘วาโยธาตุวเสเนว ติฏฺฐตี’’ติ. อติหรตีติ ยาว มุขา อภิหรติ. วีติหรตีติ ตโต กุจฺฉิยํ วิมิสฺสํ กโรนฺโต หรติ. อติหรตีติ วา มุขทฺวารํ อติกฺกาเมนฺโต หรติ. วีติหรตีติ กุจฺฉิคตํ ปสฺสโต หรติ. ปริวตฺเตตีติ อปราปรํ จาเรติ. เอตฺถ จ อาหารสฺส ธารณปริวตฺตนสญฺจุณฺณนวิโสสนานิ ปถวีธาตุสหิตา เอว วาโยธาตุ กโรติ, น เกวลาติ ตานิ ปถวีธาตุยา กิจฺจภาเวน วุตฺตานิ, สา เอว ธารณาทีนิ กิจฺจานิ กโรนฺตสฺส สาธารณาติ วุตฺตานิ. อลฺลตฺตญฺจ อนุปาเลตีติ ยถา วาโยธาตุอาทีหิ อญฺเญหิ วิโสสนํ น โหติ, ตถา อนุปาเลติ อลฺลภาวํ. เตโชธาตูติ คหณีสงฺขาตา เตโชธาตุ. สา หิ อนฺโตปวิฏฺฐํ อาหารํ ปริปาเจติ. อญฺชโส โหตีติ อาหารสฺส ปวิสนาทีนํ มคฺโค โหติ. อาภุชตีติ ปริเยสนวเสน, อชฺโฌหรณชิณฺณาชิณฺณตาทิปฏิสํเวทนวเสน จ อาวชฺเชติ, วิชานาตีติ อตฺโถ. ตํตํวิชานนสฺส ปจฺจยภูโตเยว หิ ปโยโค ‘‘สมฺมาปโยโค’’ติ วุตฺโต. เยน หิ ปโยเคน ปริเยสนาทิ นิปฺผชฺชติ, โส ตพฺพิสยวิชานนมฺปิ นิปฺผาเทติ นาม ตทวินาภาวโต. อถ วา สมฺมาปโยคํ สมฺมาปฏิปตฺตึ อนฺวาย อาคมฺม อาภุชติ สมนฺนาหรติ. อาโภคปุพฺพโก หิ สพฺโพปิ วิญฺญาณพฺยาปาโรติ ตถา วุตฺตํ.
คมนโตติ ภิกฺขาจารวเสน โคจรคามํ อุทฺทิสฺส คมนโต. ปริเยสนโตติ โคจรคาเม ภิกฺขตฺถํ อาหิณฺฑนโต. ปริโภคโตติ อาหารสฺส ปริภุญฺชนโต. อาสยโตติ ปิตฺตาทิอาสยโต. อาสยติ เอตฺถ เอกชฺฌํ ปวตฺตมาโนปิ กมฺมพลววตฺถิโต หุตฺวา มริยาทวเสน อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต สยติ ติฏฺฐติ ปวตฺตตีติ อาสโย, อามาสยสฺส อุปริ ติฏฺฐนโก ปิตฺตาทิโก. มริยาทตฺโถ หิ อยมากาโร. นิเธติ ยถาภุตฺโต อาหาโร นิจิโต หุตฺวา ติฏฺฐติ เอตฺถาติ นิธานํ, อามาสโย, ตโต นิธานโต. อปริปกฺกโตติ คหณีสงฺขาเตน กมฺมชเตเชน อวิปกฺกโต. ปริปกฺกโตติ ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส วิปกฺกภาวโต. ผลโตติ นิปฺผตฺติโต. นิสฺสนฺทโตติ อิโต จิโต จ วิสฺสนฺทนโต. สมฺมกฺขนโตติ สพฺพโส มกฺขนโต. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาย (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๒๙๔) คเหตพฺโพ.
สรีรโต เสทา มุจฺจนฺตีติ เวคสนฺธารเณน อุปฺปนฺนปริฬาหโต สรีรโต เสทา มุจฺจนฺติ. อญฺเญ จ โรคา กณฺณสูลภคนฺทราทโย. อฏฺฐาเนติ มนุสฺสามนุสฺสปริคฺคเห อยุตฺตฏฺฐาเน เขตฺตเทวายตนาทิเก. กุทฺธา หิ มนุสฺสา อมนุสฺสาปิ วา ชีวิตกฺขยํ ปาเปนฺติ. วิสฺสฏฺฐตฺตา เนว ตสฺส ภิกฺขุโน อตฺตโน, กสฺสจิ อนิสฺสชฺชิตตฺตา ชิคุจฺฉนียตฺตา จ น ปรสฺส, อุทกตุมฺพโตติ เวฬุนาฬิอาทิอุทกภาชนโต. ตนฺติ ฉฑฺฑิตอุทกํ.
เอตฺถ จ เอโก อิริยาปโถ ทฺวีสุ ฐาเนสุ อาคโต, โส ปุพฺเพ อภิกฺกมปฏิกฺกมคหเณน. ‘‘คมเนปิ ปุรโต ปจฺฉโต จ กายสฺส อภิหรณํ วุตฺตนฺติ อิธ คมนเมว คหิต’’นฺติ อปเร. ยสฺมา อิธ สมฺปชญฺญกถายํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญเมว ธุรํ, ตสฺมา อนฺตรนฺตเร อิริยาปเถ ปวตฺตานํ รูปารูปธมฺมานํ ตตฺถ ตตฺเถว นิโรธทสฺสนวเสน สมฺปชานการิตา คหิตาติ. มชฺฌิมภาณกา ปน เอวํ วทนฺติ – เอโก หิ ภิกฺขุ คจฺฉนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต, อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต คจฺฉติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว คจฺฉติ, ตถา เอโก ติฏฺฐนฺโต, นิสีทนฺโต, สยนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต, อญฺญํ วิตกฺเกนฺโต สยติ, เอโก กมฺมฏฺฐานํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว สยติ. เอตฺตเกน ปน น ปากฏํ โหตีติ จงฺกมเนน ทีเปนฺติ. โย ภิกฺขุ จงฺกมนํ โอตริตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ ฐิโต ปริคฺคณฺหาติ – ‘‘ปาจีนจงฺกมนโกฏิยํ ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา ปจฺฉิมจงฺกมนโกฏึ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, ปจฺฉิมจงฺกมนโกฏิยํ ปวตฺตาปิ ปาจีนจงฺกมนโกฏึ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, จงฺกมนมชฺเฌ ปวตฺตา อุโภ โกฏิโย อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, จงฺกมเน ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา ฐานํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, ฐาเน ปวตฺตา นิสชฺชํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา, นิสชฺชาย ปวตฺตา สยนํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ, เอวํ ปริคฺคณฺหนฺโต ปริคฺคณฺหนฺโต เอว จิตฺตํ ภวงฺคํ โอตาเรติ, อุฏฺฐหนฺโต ปน กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว อุฏฺฐหติ. อยํ ภิกฺขุ คตาทีสุ สมฺปชานการี นาม โหตีติ.
เอวมฺปิ สุตฺเต กมฺมฏฺฐานํ อวิภูตํ โหติ, กมฺมฏฺฐานํ อวิภูตํ น กาตพฺพํ, ตสฺมา โส ภิกฺขุ ยาว สกฺโกติ, ตาว จงฺกมิตฺวา ฐตฺวา นิสีทิตฺวา สยมาโน เอวํ ปริคฺคเหตฺวา สยติ – ‘‘กาโย อเจตโน มญฺโจ อเจตโน, กาโย น ชานาติ ‘อหํ มญฺเจ สยิโต’ติ, มญฺโจปิ น ชานาติ ‘มยิ กาโย สยิโต’ติ, อเจตโน กาโย อเจตเน มญฺเจ สยิโต’’ติ, เอวํ ปริคฺคณฺหนฺโต เอว จิตฺตํ ภวงฺคํ โอตาเรติ, ปพุชฺฌนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว ปพุชฺฌตีติ อยํ สุตฺเต สมฺปชานการี นาม โหติ. กายิกาทิกิริยานิพฺพตฺตเนน ตมฺมยตฺตา อาวชฺชนกิริยานิพฺพตฺตกตฺตา อาวชฺชนกิริยาสมุฏฺฐิตตฺตา จ ชวนํ, สพฺพมฺปิ วา ฉทฺวารปฺปวตฺตํ กิริยามยปวตฺตํ นาม, ตสฺมึ สติ ชาคริตํ นาม โหตีติ ปริคฺคณฺหนฺโต ชาคริเต สมฺปชานการี นาม. อปิจ รตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา ปญฺจ โกฏฺฐาเส ชคฺคนฺโตปิ ชาคริเต สมฺปชานการี นาม โหตีติ.
วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโตปิ พาตฺตึสติรจฺฉานกถํ ปหาย ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตสปฺปายกถํ กเถนฺโตปิ ภาสิเต สมฺปชานการี นาม โหติ. อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ จิตฺตรุจิยํ อารมฺมณํ มนสิการํ ปวตฺเตนฺโตปิ ทุติยชฺฌานํ สมาปนฺโนปิ ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการี นาม. ทุติยญฺหิ ฌานํ วจีสงฺขารปฺปหานโต วิเสสโต ตุณฺหีภาโว นามาติ. โอฏฺเฐ จาติอาทีสุ จ-สทฺเทน กณฺฐสีสนาภิอาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตทนุรูปํ ปโยคนฺติ ตสฺส อุปฺปตฺติยา อนุจฺฉวิกํ จิตฺตสฺส ปวตฺติอาการสญฺญิตํ ปโยคํ, ยโต สพฺเพ วิจาราทโย นิปฺผชฺชนฺติ. อุปาทารูปปวตฺติยาติ วิญฺญตฺติวิการสหิตสทฺทายตนุปฺปตฺติยา. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน. สตฺตสุปิ ฐาเนสุ อสมฺมุยฺหนวเสน ‘‘มิสฺสก’’นฺติ วุตฺตํ. มคฺคสมฺมาสติยาปิ กายานุปสฺสนาทิอนุรูปตฺตา สมฺปชญฺญานุรูปปุพฺพภาคํ สตฺตฏฺฐานิยสฺส เอกนฺตโลกิยตฺตา.
สติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.