๖. สปฺปญฺญวคฺโค

๒. วสฺสํวุตฺถสุตฺตวณฺณนา

๑๐๔๘. สโมธาเนตฺวาติ เยหิ อินฺทฺริยาทีหิ ภาวิยมาเนหิ โสตาปตฺติมคฺโค อนุปฺปตฺโต, ตาเนว. ธมฺมสมานตาย เจตํ วุตฺตํ. อญฺญาเนว หิ อตฺถโต ตํ ตํ มคฺคํ สาธกานิ อินฺทฺริยาทีนิ. ตนฺติ ปเวณี กถิตาติ ยํ กญฺจิ วิเนยฺยปุคฺคลํ อนเปกฺขิตฺวา เกวลํ ตนฺติวเสน ฐิติ กถิตา.

๓. ธมฺมทินฺนสุตฺตวณฺณนา

๑๐๔๙. สตฺตสุ ชเนสูติ สตฺตสุ กิตฺติยมาเนสุ อุปาสกชเนสุ. คมฺภีราติอาทีสุ ธมฺมคมฺภีราติ ปาฬิคติยา คมฺภีรา, ตถา จ สลฺลสุตฺตํ เหฏฺฐา ปกาสิตเมว. ‘‘เจตนาหํ, ภิกฺขเว, กมฺมํ วทามี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๖.๖๓; กถา. ๕๓๙) อาคตํ เจตนาสุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘เจตนาสหชาตํ นานากฺขณิก’’นฺติอาทินา ปฏฺฐาเน อาคตนเยน, สุตฺเตสุ (อ. นิ. ๓.๑๐๑) จ ‘‘ทิฏฺฐธมฺมเวทนีย’’นฺติอาทินา อาคตนเยน คมฺภีรภาโว เวทิตพฺโพ, นิพฺพานสฺส เจว อริยมคฺคสฺส จ ปกาสนโต อสงฺขตสํยุตฺตสฺส โลกุตฺตรตฺถทีปกตา. ‘‘อตีตํปาหํ รูเปน ขชฺชึ, เอตรหิ ขชฺชามี’’ติอาทินา ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ขาทกภาวสฺส, ปุคฺคลสฺส ขาทิตพฺพตาย วิภาวเนน ขชฺชนียปริยาเย (สํ. นิ. ๓.๗๙) วิเสสโต นิสฺสตฺตนิชฺชีวตา ทีปิตาติ วุตฺตํ ‘‘สตฺตสุญฺญตาทีปกา ขชฺชนิกสุตฺตนฺตาทโย’’ติ. อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามาติ เย เตสุ สุตฺเตสุ วุตฺตปฏิปทํ สมฺมเทว ปริปูเรนฺติ, เต เตสุ อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ นาม. เอตฺถาติ ‘‘น โข เนต’’นฺติ เอตฺถ น-กาโร ‘‘อญฺญมญฺญ’’นฺติ เอตฺถ ม-กาโร วิย พฺยญฺชนสนฺธิมตฺตเมว, นาสฺส โกจิ อตฺโถ.

๔. คิลานสุตฺตวณฺณนา

๑๐๕๐. น โข ปเนตนฺติ น โข เอตํ, โนติ จ อเมฺหหีติ อตฺโถติ อาห ‘‘น โข อเมฺหหี’’ติอาทิ. อสฺสสนฺตีติ อสฺสาสนียาติ อาห ‘‘อสฺสาสกเรหี’’ติ. มริสฺสตีติ มาริโส, เอกนฺตภาวิมรโณ, โส ปน มรณาธีนวุตฺติโกติ วุตฺตํ ‘‘มรณปฏิพทฺโธ’’ติ. อธิมุจฺเจหีติ อธิมุตฺตึ อุปฺปาเทหิ. ตํ ปน ตถา จิตฺตสฺส ปณิธานํ ฐปนนฺติ อาห ‘‘ฐเปหี’’ติ. อาคมนียคุเณสูติ ปุพฺพภาคคุเณสุ. ปมาณํ นาม นตฺถิ อนนฺตาปริมาณตฺตา. นานากรณํ นตฺถิ วิมุตฺติยา นินฺนานตฺตา.

๙. ปญฺญาปฏิลาภสุตฺตวณฺณนา

๑๐๕๕. ปญฺญาปฏิลาภายาติ มคฺคผลปญฺญาย ปฏิลาภตฺถํ. เตนาห ‘‘สตฺต เสกฺขา’’ติอาทิ.

สปฺปญฺญวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.