๑. สหสฺสภิกฺขุนิสงฺฆสุตฺตวณฺณนา
๑๐๐๗. ธมฺมิกตฺตา เทสวาสีหิ อนุกมฺปิโต ราชาติ ราชโก, ตสฺส อาราโม ราชการาโม, ตสฺมึ. ภูมิสีสํ เสฏฺฐปฺปเทโส, ยตฺถ วสนฺโต ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต โหตีติ เตสํ อธิปฺปาโย.
วาราเปหีติ ปฏิเสเธหิ. ยุชฺฌาเปตุนฺติ กลหํ การาเปตุํ. ปุน อาคจฺฉนฺตาติ อปรสฺมึ สํวจฺฉเร อาคจฺฉนฺตา. อุพฺพฏฺเฏตฺวาติ มหตี วีจิโย อุพฺพฏฺเฏตฺวา. ยถา ตสฺส สกลเมว รฏฺฐํ เอโกทกีภูตํ โหติ, เอวํ กตฺวา สมุทฺทเมว ชาตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สมุทฺทเมว อกํสู’’ติ.
อิสีนมนฺตรํ กตฺวาติ อิสีนํ การณํ กตฺวา, อิสีนํ เหตูติ อตฺโถ, อิสีนํ วา อนฺตรเภทํ กตฺวา. ตถา โลเก โกลาหลสฺส ปตฺถฏตํ วิภาเวนฺโต ภควา ‘‘เม สุต’’นฺติ อาห ปจฺจกฺขโต ชานมฺปิ. อุจฺฉินฺโนติ กุลจฺเฉเทน อุจฺฉินฺโน. น เกวลํ สยเมว, อถ โข สห รฏฺเฐหิ. วิภวนฺติ วินาสํ อุปคโต.
ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ ตํ ยถาวุตฺตํ ปเสนทินา โกสลราเชน การิตํ วิหารํ สนฺธาย เอตํ ‘‘ราชการาเม’’ติ วุตฺตํ.