๖. ถปติสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐๒. (วิตานํ กายานํ กาลนกาย, การณสฺส อุปคตานํ สาตปริยา สิชฺฌติ. ตตฺถ กายปริปชฺฌายมุเขน ตนฺตึ ฐเปสิ ภควา. น หิ ปสฺสถ นมตฺเถหิ กรเณ นิรตฺถโก ปิติ วตฺตติ. ‘‘นิยตตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ตเมว นิยมํ ‘‘มชฺฌิมปเทเสเยวา’’ติ อวธารเณน วิภาเวติ. มหามณฺฑลจาริกํ จรนฺโตปิ มชฺฌิมปเทสสฺส อนฺตนฺเตเนว จรติ. ตตฺถ จ วิเนยฺยชนสฺส สโมสรณตา มตฺตปนวาจมหตฺถสุปนนฺติ.) [เอตฺถนฺตเร ปาโฐ อสุทฺโธ ทุสฺโสธนีโย จ, สุทฺธปาโฐ คเวสิตพฺโพ.] อรุณุฏฺฐาปนมฺปิ ตตฺเถว โหติ. ปจฺจนฺตปเทเส ปน ทูเร วิเนยฺยชนา โหนฺติ, ตตฺถ คนฺตฺวา มคฺคผเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ตโต ปจฺจาคนฺตฺวา มชฺฌิมปเทเส เอว วาสํ อุปคจฺฉติ, ตตฺถ มนุสฺเสหิ กตานํ การานํ มหปฺผลภาวนิยมนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อาสนฺเน โน ภควา’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น เกวล’’นฺติ อาทิมาห.

สกิญฺจนสปลิโพธนฏฺเฐนาติ เอตฺถ กิญฺจนํ ปลิโพโธ อสมาปิตกิจฺจตา, ตทุภยสฺส อตฺถิภาเวนาติ อตฺโถ. มหาวาเสติ มหาเคเห.

เทฺวปิ ชนาติ อิสิทตฺตปุราณา. สิตํ นาม มนฺทหสิตํ. หสิตํ นาม วิสฺสฏฺฐหสิตํ. มุตฺตจาโคติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺคฏีกายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๖๐) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. สํวิภาเคติ ปรสฺส ทานวเสน สํวิภชเน. อกตวิภาคนฺติ เทยฺยธมฺมวเสน น กตวิภาคํ. ปุคฺคลวเสน ปน ‘‘สีลวนฺเตหี’’ติ วุตฺตตฺตา กตวิภาคเมว มหปฺผลตากรเณน. เตนาห ‘‘สพฺพํ ทาตพฺพเมว หุตฺวา ฐิต’’นฺติ.

(เอตฺถนฺตเร ปาโฐ อสุทฺโธ ทุสฺโสธนีโย จ, สุทฺธปาโฐ คเวสิตพฺโพ.)