๓. มิจฺฉตฺตวคฺควณฺณนา

๒๑-๓๐. มิจฺฉาสภาวนฺติ อยาถาวสภาวํ อนิยฺยานิกสภาวํ. สมฺมาสภาวนฺติ ยาถาวสภาวํ นิยฺยานิกสภาวํ. มิจฺฉาปฏิปตฺตาธิกรณเหตูติ เอตฺถ อธิ-สทฺโท อนตฺถโกติ อาห – ‘‘มิจฺฉาปฏิปตฺติกรณเหตู’’ติ. ญายติ ปฏิวิทฺธวเสน นิพฺพานํ คจฺฉตีติ ญาโย. โส เอว ตํสมงฺคีนํ วฏฺฏทุกฺขปาตโต ธารณฏฺเฐน ธมฺโมติ อาห – ‘‘ญายํ ธมฺมนฺติ อริยมคฺคธมฺม’’นฺติ. ญาณสฺส มิจฺฉาสภาโว นาม นตฺถีติ วิญฺญาณเมเวตฺถ ปจฺจเวกฺขณวเสน ปวตฺตํ ญาณ-สทฺเทน วุจฺจตีติ อาห ‘‘มิจฺฉาวิญฺญาโณ’’ติ. มิจฺฉาปจฺจเวกฺขโณติ กิญฺจิ ปาปํ กตฺวา ‘‘อโห มยา กตํ สุกต’’นฺติ เอวํ ปวตฺโต มิจฺฉาปจฺจเวกฺขโณ. โคสีลโควตาทิปูรณํ มุตฺตีติ เอวํ คณฺหโต มิจฺฉาวิมุตฺติ นาม. มิจฺฉาปฏิปทาทีหิ วิวฏฺฏนฺติ เอวํ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ. ปุคฺคโล ปุจฺฉิโตติ นิคมิโต จ ‘‘อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริโส’’ติอาทินา. กิญฺจาปิ ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหตี’’ติอาทินา ปุคฺคโลว นิทฺทิฏฺโฐ, ตถาปิ ปุคฺคลสีเสนายํ ธมฺมเทสนาติ อาห ‘‘ธมฺโม วิภตฺโต’’ติ. เตเนวาห ‘‘ธมฺเมน ปุคฺคโล ทสฺสิโต’’ติ. ธมฺเมนาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทิเกน ธมฺเมน. กลฺยาณปุถุชฺชนโต ปฏฺฐาย สพฺพโส สปฺปุริสา นาม, ขีณาสโว สปฺปุริสตโร. สุปฺปวตฺตนิโยติ สุเขน ปวตฺเตตุํ สกฺกุเณยฺโย. ธาวตีติ คจฺฉติ. ปจฺจยุปฺปนฺเนน อุเปจฺจ นิสฺสิตพฺพโต อุปนิสา, ปจฺจโย, เอกสฺส ส-การสฺส โลปํ กตฺวา วาติ อาห – ‘‘สอุปนิสํ สปจฺจย’’นฺติ. ปริกรณโต ปริกฺขาโร, ปริวาโรติ อาห – ‘‘สปริกฺขารํ สปริวาร’’นฺติ. สหชาตวเสน อุปนิสฺสยวเสน จ สปจฺจยตา กิจฺจสาธเน นิปฺผาทเน สหายภาวูปคมเน จ สปริวารตา ทฏฺฐพฺพา.

มิจฺฉตฺตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.