๑๑. โอฆวคฺโค

๑-๒. โอฆสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗๒-๑๗๓. วฏฺเฏ โอหนนฺติ โอสีทาเปนฺตีติ โอฆา. รูปารูปภเวติ รูปภเว จ อรูปภเว จ รูปารูปตโณฺหปนิสฺสยา รูปารูปาวจรกมฺมนิพฺพตฺตา ขนฺธา. โยชนฏฺเฐน โยโค.

๓-๔. อุปาทานสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗๔-๑๗๕. กามนวเสน อุปาทิยนโต กามุปาทานํ. เตนาห ‘‘กามคฺคหณ’’นฺติ. นามกายสฺสาติ เวทนาทีนํ จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ. ฆฏนปพนฺธนกิเลโสติ เหตุนา ผลสฺส กมฺมวฏฺฏสฺส วิปากวฏฺเฏน ทุกฺขปฺปพนฺธสญฺญิตสฺส ฆฏนสฺส สมฺพชฺฌนสฺส นิพฺพตฺตกกิเลโส. อนฺตคฺคาหิกทิฏฺฐิ สสฺสตุจฺเฉทคาโห.

อุปาทานสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕-๑๐. อนุสยสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗๖-๑๘๑. ถามคตฏฺเฐนาติ สตฺตสนฺตาเน ถิรภาวูปคมนภาเวน. ถามคตนฺติ จ อญฺเญหิ อสาธารโณ กามราคาทีนํเยว อาเวณิโก สภาโว ทฏฺฐพฺโพ. กามราโควาติ กามราโค เอว อปฺปหีโน. โส สติ ปจฺจยลาเภ อุปฺปชฺชนารหตาย สนฺตาเน อนุเสตีติ อนุสโย. เสเสสุปีติ ปฏิฆานุสยาทีสุ. โอรมฺภาโค วุจฺจติ กามธาตุ รูปารูปภาวโต เหฏฺฐาภูตตฺตา. ตตฺถ ปวตฺติยา ปจฺจยภาวโต โอรมฺภาคิยานิ ยถา ‘‘ปจฺฉิโย โคทุหโก’’ติ. สํโยเชนฺตีติ สํโยชนานิ, เหฏฺฐา วิย อตฺโถ วตฺตพฺโพ. อุทฺธมฺภาโค มหคฺคตภาโค, ตสฺส หิตานีติ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา น วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.

อนุสยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โอฆวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มคฺคสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.