๑๓. ปาฏลิยสุตฺตวณฺณนา

๓๖๕. ‘‘มายญฺจาหํ ปชานามี’’ติ วจนํ กามํ เตสํ มายาวีภาวทสฺสนปรํ, ภควโต ปน มายาสาเฐยฺยาทิกสฺส สพฺพสฺส ปาปธมฺมสฺส โพธิมูเล เอว เสตุฆาโต, ตสฺมา สพฺพโส ปหีนมาโย, สพฺพญฺญุตาย มายํ อญฺเญ จ เญยฺเย สพฺพโส ชานาติ. เตน วุตฺตํ ‘‘มายญฺจาหํ, คามณิ, ปชานามี’’ติอาทิ. มายญฺจ ปชานามีติ น เกวลมหํ มายํ เอว ชานามิ, อถ โข อญฺญมฺปิ อิทญฺจิทญฺจ ชานามีติ.

อิตฺถิกาเมหีติ อิตฺถีหิ เจว ตทญฺญกาเมหิ จ. เอกสฺมึ ฐาเนติ เอกสฺมึ ปเทเส. เอเกกสฺเสว อาคนฺตุกสฺส คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา. สตฺติอนุรูเปนาติ วิภวสตฺติอนุรูเปน. พลานุรูเปนาติ ปริวารพลานุรูเปน. สตฺติอนุรูเปนาติ วา สทฺธาสตฺติอนุรูเปน. พลานุรูเปนาติ วิภวพลานุรูเปน. ธมฺเมสุ สมาธิ ทสกุสลธมฺเมสุ สมาธานํ. อคฺคหิตจิตฺตตา ปริยุฏฺฐการิตา. เตน โลกิยสีลวิสุทฺธิ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ จ วุตฺตา. ตถา จาห – ‘‘โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ, สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙). ตตฺถ ปติฏฺฐิตสฺส อุปริ กตฺตพฺพํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺมสมาธิสฺมึ ฐิโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยํ ปฏิปทาติ ตสฺส กมฺมผลวาทิโน สตฺถุ วจนํ สพฺเพสญฺจ อยํ มยฺหํ สีลสํวรพฺรหฺมวิหารภาวนาสงฺขาตาปฏิปทา อนปราธกตาย เอว สํวตฺตติ. ชยคฺคาโหติ อุภยถาปิ มยฺหํ กาจิ ชานิ นตฺถิ.

ปญฺจ ธมฺมา ธมฺมสมาธิ นาม, วิปสฺสนามคฺคผลธมฺมมตฺตํ วา. ตติยวิกปฺเป สีลาทิวิสุทฺธิยา สทฺธึ พฺรหฺมวิหารา ยถาวุตฺตติวิธธมฺมาวหตฺตา เอว ธมฺมสมาธิ นาม. ปูเรนฺตสฺส อุปฺปนฺนา จิตฺเตกคฺคตาติ วุตฺตขณิกจิตฺเตกคฺคตา. สาปิ จิตฺตสฺส สมาธานโต ‘‘จิตฺตสมาธี’’ติ วุตฺตา, ตสฺส ปฏิปกฺขํ วิกฺขมฺภนฺตี สมุจฺฉินฺทนฺตี จ หุตฺวา ปวตฺตา ยถาวุตฺตสมาธิ เอว วิเสเสน จิตฺตสมาธิ นาม.

ปาฏลิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

คามณิสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.