๓. อฏฺฐสตปริยายวคฺโค

๑. สีวกสุตฺตวณฺณนา

๒๖๙. จูฬา ปน อสฺส มหตี อตฺถิ สวิเสสา, ตสฺมา ‘‘โมฬิยสีวโก’’ติ วุจฺจติ. ฉนฺนปริพฺพาชโกติ กมฺพลาทินา โกปีนปฏิจฺฉาทกปริพฺพาชโก. ปิตฺตปจฺจยานีติ ปิตฺตเหตุกานิ. ‘‘ติสฺโส เวทนา’’ติ วตฺวา ตาสํ สมฺภวํ ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. กุสลเวทนา อุปฺปชฺชติ ปิตฺตปจฺจยา. ปิตฺตเภสชฺชํ กริสฺสามีติ เภสชฺชสมฺภรณตฺถญฺเจว ตทตฺถํ อามิสกิญฺชกฺขสมฺภรณตฺถญฺจ ปาณํ หนตีติ โยชนา. มชฺฌตฺโต เภสชฺชกรเณ อุทาสีโน.

ตสฺมาติ ยสฺมา ปิตฺตาทิปจฺจยเหตุกนฺติ อตฺตโน จ โลกสฺส จ ปจฺจกฺขํ อติธาวนฺติ เย สมณา วา พฺราหฺมณา วา, ตสฺมา เตสํ มิจฺฉา. ปิตฺตาทีนํ ติณฺณมฺปิ สโมธานสนฺนิปาเต ชาตานิ สนฺนิปาติกานิ. ปุริมอุตุโน วิสทิโส อุตุวิปริณาโมติ อาห ‘‘วิสภาคอุตุโต ชาตานี’’ติ. อนุทโก ถทฺธลูขภูมิวิภาโค ชงฺคลเทโส, วุตฺตวิปริยาเยน อนุปเทโส เวทิตพฺโพ. มลยํ หิมสีตพหุโล, อิตโร อุณฺหพหุโล.

อตฺตโน ปกติจริยานํ วิสมํ กายสฺส ปริหรณวเสน, ชาตานิ ปน อสยฺหสหนอเทสอกาลจรณาทินา เวทิตพฺพานีติ อาห ‘‘มหาภารวหนา’’ติอาทิ. ปรสฺส อุปกฺกมโต นิพฺพตฺตานิ โอปกฺกมิกานีติ อาห – ‘‘อยํ โจโร วา’’ติอาทิ. เกวลนฺติ พาหิรปจฺจยํ อนเปกฺขิตฺวา เกวลํ เตเนว. เตนาห ‘‘กมฺมวิปากโตว ชาตานี’’ติ. สกฺกา ปฏิพาหิตุํ ปตีกาเรน. โลกโวหาโร นาม กถิโต ปิตฺตสมุฏฺฐานาทิสมญฺญาย โลกสิทฺธตฺตา. กามํ สรีรสนฺนิสฺสิตา เวทนา กมฺมนิพฺพตฺตาว, ตสฺสา ปน ปจฺจุปฺปนฺนปจฺจยวเสน เอวมยํ โลกโวหาโรติ วุตฺตญฺเจว คเหตฺวา ปรวาทปฏิเสโธ กโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

สีวกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒-๑๐. อฏฺฐสตสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๗๐-๒๗๘. เวทนานํ อฏฺฐาธิกํ สตํ, ตสฺส อฏฺฐสตสฺส ตพฺภาวสฺส ปริยาโย การณํ เอตฺถ อตฺถีติ อฏฺฐสตปริยาโย, สุตฺตํ. เตนาห ‘‘อฏฺฐสตสฺส การณภูต’’นฺติ. ธมฺมการณนฺติ ปริยตฺติธมฺมภูตํ การณํ. กายิกาติ ปญฺจทฺวารกายิกา. เตนาห ‘‘กามาวจเรเยว ลพฺภนฺตี’’ติ, กามภูมิกาติ อตฺโถ. อรูปาวจเร นตฺถิ, ติภูมิกาติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘อรูเป ติกจตุกฺกชฺฌานํ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ โข โลกุตฺตรํ, น โลกิย’’นฺติ. อิตรา อุเปกฺขาเวทนา. อุปวิจรนฺติ อุเปจฺจ ปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. ตํสมฺปยุตฺตานนฺติ วิจารสมฺปยุตฺตานํ.

ปฏิลาภโตติ ปฏิลทฺธภาวโต. สมนุปสฺสโตติ ปจฺจเวกฺขโต ปสฺสโต. อตีตํ ขณตฺตยาติกฺกเมน อติกฺกนฺตํ, นิรุทฺธปฺปตฺติยา นิรุทฺธํ, ปกติวิชหเนน วิปริณตํ. สมนุสฺสรโตติ จินฺตยโต. เคหสฺสิตนฺติ กามคุณนิสฺสิตํ. กามคุณา หิ อิธ เคหนิสฺสิตธมฺเมน เคหปริยาเยน วุตฺตา.

วิปริณามวิราคนิโรธนฺติ วิปริณามนํ วิรชฺชนลกฺขณํ นิรุชฺฌนญฺจ วิทิตฺวา. ปุพฺเพติ อตีเต. เอตรหีติ อิทานิ วตฺตมานา. สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโตติ วิปสฺสนาปญฺญาย เจว มคฺคปญฺญาย จ ยาถาวโต ปสฺสโต. อุสฺสุกฺกาเปตุนฺติ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา มคฺคปฏิเวธํ ปาเปตุํ. นิพฺพานํ อุทฺทิสฺส ปวตฺติตตฺตา เนกฺขมฺมสฺสิตโสมนสฺสานิ นาม. โลกามิสปฏิสํยุตฺตานนฺติ กามคุณนิสฺสิตานํ. ตทายตนนฺติ ตํ อายตนํ ตํ การณํ อรหตฺตํ. อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสูติ อริยผลธมฺเมสุ. ปิหนฺติ อธิคมิจฺฉํ.

อุเปกฺขาติ โสมนสฺสรหิตอญฺญาณุเปกฺขา. พาลฺยโยคโต พาลสฺส, ตโต เอว มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺส. กิเลโสธีนํ มคฺโคธีหิ อชิตตฺตา อโนธิชินสฺส. สตฺตมภวาทิโต อุทฺธํ ปวตฺตนวิปากสฺส อชิตตฺตา อวิปากชินสฺส. อเนกาทีนเว วฏฺเฏ อาทีนวสฺส อชานเนน อนาทีนวทสฺสาวิโน. ปฏิปตฺติปฏิเวธพาหุสจฺจาภาเวน อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส. รูปํ สา นาติวตฺตติ น อติกฺกมติ ญาณสมฺปยุตฺตาภาวโต. สพฺพสงฺคาหโกติ สพฺพธมฺเม สงฺคณฺหนโก. ตติยาทีนิ ยาว ทสมา เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถาเนว.

อฏฺฐสตสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑. นิรามิสสุตฺตวณฺณนา

๒๗๙. อารมฺมณโต สมฺปโยคโต จ กิเลสามิเสน สามิสา. นิรามิสายาติ นิสฺสกฺกวจนํ. นิรามิสตราวาติ เอกํสวจนํ ตสฺสา ตถา นิสฺสเมตพฺพตาย. สา หิ ปีติ สพฺพโส สนฺตกิเลสามิเส สนฺตาเน ปวตฺติยา อจฺจนฺตสภาวธมฺมารมฺมณวิสยตาย สยมฺปิ สาติสยํ สนฺตสภาวากาเรน ปวตฺติยา นิรามิสายปิ นิรามิสตรา วุตฺตา. เตนาห ‘‘นนุ จา’’ติอาทิ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย สาเธตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. อปฺปฏิหาริกนฺติ ปฏิหรณรหิตํ อปฺปฏิหารํ, เกนจิ อนาวฏนฺติ อตฺโถ. เสสวาเรสูติ สุขวารอุเปกฺขาวาเรสุ.

วิโมกฺขวาโร ปน น อติทิฏฺโฐ อิตเรหิ วิสทิสตฺตา. เตนาห ‘‘วิโมกฺขวาเร ปนา’’ติอาทิ. รูปปฏิสํยุตฺโตติ ภาวิตรูปปฏิสํยุตฺโต. สามิโส นาม ยสฺมา สามิสรูปปฏิพทฺธวุตฺติ เจว สามิสรูปปฏิภาคญฺจ, ตสฺมา ‘‘รูปามิส’’นฺติ วุจฺจติ, เตน รูปามิเสน สามิโส นาม. อรูปามิสสฺส อภาวโต อรูปปฏิสํยุตฺโต วิโมกฺโข นิรามิโส นาม.

นิรามิสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อฏฺฐสตปริยายวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เวทนาสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.