๑. เขมาสุตฺตวณฺณนา

๔๑๐. พิมฺพิสารสฺส อุปาสิกาติ พิมฺพิสารสฺส โอโรธภูตา อุปาสิกา. ปณฺฑิจฺจํ สิกฺขิตภาเวน. เวยฺยตฺติยํ วิสารทภาเวน. วิสารทา นาม ติเหตุกปฏิสนฺธิสิทฺธสาภาวิกปญฺญา, ตาย สมนฺนาคตา.

อจฺฉิทฺทกคณนาย กุสโลติ นวนฺตคณนาย กุสโล. องฺคุลิมุทฺทาย คณนาย กุสโลติ องฺคุลิกาย เอว คณนาย กุสโล เสยฺยถาปิ ปาทสิกา. ปิณฺฑคณนายาติ สงฺกลนปฏุปฺปนฺนการิโน ปิณฺฑวเสน คณนา. ตถาคโตติ ขีณาสโว, ตถาคตํ สนฺธาย ปุจฺฉตีติ ขีณาสโวติ จสฺส อรหตฺตผลวสิภาวิตขนฺเธ อุปาทาย อยํ ปญฺญตฺติ โหติ. เตสุ ขนฺเธสุ สติ ขีณาสวา สตฺตสงฺขาตา โหนฺตีติ โวหาเรน ปญฺญเปตุํ สกฺกา ภเวยฺย, อสนฺเตสุ น สกฺกา, ตสฺมา ปรํ มรณาติ วุตฺตตฺตา เตสํ อภาวา ‘‘อพฺยากตเมต’’นฺติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ เตสํ อภาวโต ‘‘น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติ ปุฏฺฐาย ‘‘อามา’’ติ ปฏิชานิตพฺพา สิยา, ตํ ปน สตฺตสงฺขาตสฺส ปุจฺฉิตตฺตา น ปฏิญฺญาตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เยน รูเปนาติ สตฺตตถาคเต วุตฺตรูปํ สพฺพญฺญุตถาคเต ปฏิกฺขิปิตุํ ‘‘ตํ รูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยํ อุปาทายาติ ยํ ขนฺธปญฺจกํ อุปาทาย. ตทภาเวนาติ ตสฺส ขนฺธปญฺจกสฺส อภาเวน. ตสฺสา ปญฺญตฺติยาติ สตฺตปญฺญตฺติยา อภาวํ. นิรุทฺธํ น นิทสฺเสติ.

เขมาย เถริยา วุตฺตํ ปฐมํ สุตฺตํ ภควโต เสฏฺฐตฺถทีปนโต อคฺคปทาวจรํว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อคฺคปทสฺมิ’’นฺติ.

เขมาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.