๑๘. สมุทฺทวคฺโค
๑. ปฐมสมุทฺทสุตฺตวณฺณนา
๒๒๘. ยทิ ‘‘ทุปฺปูรณฏฺเฐน สมุทฺทนฏฺเฐนา’’ติ อิมินา อตฺถทฺวเยน สาคโร ‘‘สมุทฺโท’’ติ วุจฺจติ, จกฺขุสฺเสเวตํ นิปฺปริยายโต ยุชฺชตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยที’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทุปฺปูรณฏฺเฐนาติ ปูเรตุํ อสกฺกุเณยฺยภาเวน. สมุทฺทนฏฺเฐนาติ สพฺพโส อุปรูปริปกฺขิตฺตคมเนน. มหาคงฺคาทิมหานทีนํ มหตา อุทโกเฆน อนุสํวจฺฉรํ อนุปกฺขนฺทมาโนปิ หิ สมุทฺโท ปาริปูรึ น คจฺฉติ, ยญฺจ ภูมิปเทสํ โอตฺถรติ, ตํ สมุทฺทภาวํ เนติ, อภาวํ วา ปาปุณาติ อปยาเต สมุทฺโททเก, ตํ วา อนุทกภาวปตฺติยา อตถเมว โหติ. กามญฺเจส ทุปฺปูรณฏฺโฐ สมุทฺทนฏฺโฐ สาคเร ลพฺภติ, ตถาปิ ตํ ทฺวยํ จกฺขุสฺมึเยว วิเสสโต ลพฺภตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺส หี’’ติอาทิมาห. สโมสรนฺตนฺติ สพฺพโส นีลาทิภาเคหิ โอสรนฺตํ, อาปาถํ อาคจฺฉนฺตนฺติ อตฺโถ. กาตุํ น สกฺโกติ ทุปฺปูรณียตฺตา. สโทสคมเนน คจฺฉติ สตฺตสนฺตานสฺส ทุสฺสนโต. ทุสฺสนฏฺฐตา จสฺส จกฺขุทฺวาริกตณฺหาวเสน เวทิตพฺพา. ยถา สมุทฺเท อปราปรํ ปริวตฺตมาโน อูมิยา เวโค สมุทฺทสฺสาติ วุจฺจติ, เอวํ จกฺขุสมุทฺทสฺส ปุรโต อปราปรํ ปริวตฺตมานํ นีลาทิเภทํ รูปารมฺมณํ จกฺขุสฺสาติ วตฺตพฺพตํ อรหติ อนญฺญสาธารณตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘รูปมโย เวโค’’ติ. อสมเปกฺขิเตติ สมฺมาทสฺสเน รูเป มนาปภาวํ อมนาปภาวญฺจ คเหตฺวา, ‘‘อิทํ นาม มยา ทิฏฺฐ’’นฺติ อนุปธาเรนฺตสฺส เกวลํ สมูหฆนวเสน คณฺหนฺตสฺส คหณํ อสมเปกฺขนํ. สหตีติ อธิภวติ, ตํนิมิตฺตํ กญฺจิ วิการํ นาปชฺชติ.
อูมีติ วีจิโย. อาวฏฺโฏ อาวฏฺฏนวเสน ปวตฺตํ อุทกํ. คาหรกฺขสมกราทโย คาหรกฺขโส. ยถา สมุทฺเท อูมิโย อุปรูปริ วตฺตมานา อตฺตนิ ปติตปุคฺคลํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อนยพฺยสนํ อาปาเทนฺติ, ตถา อาวฏฺฏคาหรกฺขสา. เอวเมเต ราคาทโย กิเลสา สยํ อุปฺปนฺนกสตฺเต อชฺโฌตฺถริตฺวา อนยพฺยสนํ อาปาเทนฺติ, กิเลสุปฺปตฺตินิมิตฺตตาย สตฺตานํ อนยพฺยสนาปตฺติเหตุภูตสฺส อูมิภยสฺส อารมฺมณวเสน จกฺขุสมุทฺโท ‘‘สอูมิสาวฏฺโฏ สคาโห สรกฺขโส’’ติ วุตฺโต.
อูมิภยนฺติ เอตฺถ ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, อูมีว ภยํ อูมิภยํ. กุชฺฌนฏฺเฐน โกโธ. เสฺวว จิตฺตสฺส จ อภิมทฺทนวเสนุปฺปาทนตฺเถน ทฬฺหํ อายาสนฏฺเฐน อุปายาโส. เอตฺถ จ อเนกวารํ ปวตฺติตฺวา สตฺเต อชฺโฌตฺถริตฺวา สีสํ อุกฺขิปิตุํ อทตฺวา อนยพฺยสนนิปฺผาทเนน โกธูปายาสสฺส อูมิสทิสตา ทฏฺฐพฺพา. ตถา กามคุณา กิเลสาภิภูเต สตฺเต มาเน วิย รูปาทิวิสยสงฺขาเต อตฺตนิ สํสาเรตฺวา ยถา ตโต พหิภูเต เนกฺขมฺเม จิตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชติ, เอวํ อาวฏฺเฏตฺวา พฺยสนาปาทเนน อาวฏฺฏสทิสตา ทฏฺฐพฺพา. ยทา ปน คาหรกฺขโส อารกฺขรหิตํ อตฺตโน โคจรภูมิคตํ ปุริสํ อภิภุยฺย คเหตฺวา อโคจเร ฐิตมฺปิ โคจรํ เนตฺวา เภรวรูปทสฺสนาทินา อตฺตโน อุปกฺกมํ กาตุํ อสมตฺถํ กตฺวา อนฺวาวิสิตฺวา วณฺณพลโภคอายุสุเขหิ วิโยเชตฺวา มหนฺตํ อนยพฺยสนํ อาปาเทติ, เอวํ มาตุคาโมปิ โยนิโสมนสิการรหิตํ อวีรปุริสํ อตฺตโน รูปาทีหิ ปโลภนวเสน อภิภุยฺย คเหตฺวา วา วีรชาติยมฺปิ อิตฺถิกุตฺตภูเตหิ อตฺตโน หาวภาววิลาเสหิ อิตฺถิมายาย อนฺวาวิสิตฺวา วา อวสํ อตฺตโน อุปการธมฺเม สีลาทโย สมฺปาเทตุํ อสมตฺถํ กโรนฺโต คุณวณฺณาทีหิ วิโยเชตฺวา มหนฺตํ อนยพฺยสนํ อาปาเทติ, เอวํ มาตุคามสฺส คาหรกฺขสสทิสตา ทฏฺฐพฺพา. อูมิภยนฺติ ลกฺขณวจนํ. ยถา หิ อูมิ ภายิตพฺพฏฺเฐน ภยํ, เอวํ อาวฏฺฏคาหรกฺขสาปีติ อูมิอาทิภเยน สภยนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนฺตํ อวสานํ คโต, เอวํ ปารํ นิพฺพานํ คโตติ วุจฺจติ.
ปฐมสมุทฺทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒-๓. ทุติยสมุทฺทสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๒๙-๒๓๐. กิเลสานํ อลฺลภาวูปนยนนฺติ อาห ‘‘เตมนฏฺเฐนา’’ติ. อริยสาวเกติ อนาคามิโน. เต หิ กามภววเสน อตินฺตตาย น สมุนฺนา. ตโย มจฺจูติ กิเลสาภิสงฺขารเทวปุตฺตมาเร. ตีหิ อุปธีหีติ กิเลสาภิสงฺขารกามคุณานํ วเสน ตีหิ อุปธีหิ. ขนฺธุปธินา ปน โส น นิรูปธิ สอุปาทิเสสสฺเสว นิพฺพานสฺส อธิคตตฺตา. คโตติ ปฏิปตฺติคมเนน คโต.
ทุติยสมุทฺทสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔-๖. ขีรรุกฺโขปมสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๓๑-๒๓๓. อปฺปหีนฏฺเฐนาติ มคฺเคน อสมุคฺฆาฏิตภาเวน. อตฺถีติ วิชฺชติ. สติ ปจฺจเย วิชฺชมานกิจฺจกรณโต ปริยุฏฺฐานํ อปฺปกํ มูสิกาวิสํ วิย ปริตฺตํ นาม โหติ อปฺปานุภาวตฺตา. เอวรูปาปีติ อปฺปกาปิ. อสฺสาติ อปฺปหีนกิเลสสฺส. อธิมตฺตานนฺติ อิฏฺฐานํ รชนียานํ, วตฺถุวเสน ปริตฺตกมฺปิ อิฏฺฐารมฺมณํ อธิมตฺตเมว. เตนาห ‘‘นขปิฏฺฐิปฺปมาณมฺปี’’ติอาทิ. ทหโรติอาทีนิ ตีณิปิ ปทานิ. อาภินฺเทยฺยาติ ภินฺเทยฺย. ตํ อุภยนฺติ ตํ จกฺขุรูปนฺติ อุภยมฺปิ อายตนํ.
ขีรรุกฺโขปมสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. อุทายีสุตฺตวณฺณนา
๒๓๔. อิติปีติ อิมินาปิ การเณน. อนิจฺเจนาติ อนิจฺจภาเวน อนตฺตลกฺขณํ กถิตํ. ยสฺมา เหตุปจฺจยา วิญฺญาณสฺส อุปฺปตฺติ สติ จ อุปฺปาเท นิโรเธน ภวิตพฺพํ, อุปฺปาทวยวนฺตตาย อนิจฺจํ วิญฺญาณํ, ยทิ จ อตฺตา สิยา ปจฺจเยหิ วินา สิชฺเฌยฺย, น จ ตถาสฺส สิทฺธิ, ตสฺมา ‘‘วิญฺญาณํ อนตฺตา’’ติ อนิจฺจตาย อนตฺตตา กถิตา.
อุทายีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อาทิตฺตปริยายสุตฺตวณฺณนา
๒๓๕. กิเลสานํ อนุ อนุ พฺยญฺชนโต ปริพฺยตฺติยา อุปฺปตฺติปจฺจยภาวโต อนุพฺยญฺชนํ, หตฺถปาทาทิอวยวาติ อาห – ‘‘หตฺถา โสภนา’’ติอาทิ. นิมิตฺตคฺคาโหติ กิเลสุปฺปตฺติยา นิมิตฺตภูโต คาโห. สํสนฺเทตฺวา คหณนฺติ อวยเว สโมธาเนตฺวา ‘‘อิตฺถิปุริโส’’ติอาทินา เอกชฺฌํ คหณํ. วิภตฺติคหณนฺติ วิภาเคน อนวเสสคฺคหณํ. กุมฺภีลสทิโสติ กุมฺภีลคาหสทิโส. เตนาห – ‘‘สพฺพเมว คณฺหาตี’’ติ หตฺถปาทาทีสุ ตํ ตํ โกฏฺฐาสํ วิภชิตฺวา คหณํ รตฺตปาสทิโส ชลูกคาหสทิโส. เอกชวนวาเรปิ ลพฺภนฺตีติ อิทํ จกฺขุทฺวารานุสาเรน อุปฺปนฺนมโนทฺวาริกชวนํ สนฺธาย วุตฺตํ.
นิมิตฺตสฺสาเทน คนฺถิตนฺติ ยถาวุตฺเต นิมิตฺเต อสฺสาทคาเหน คนฺถิตํ สมฺพทฺธํ. ภวงฺเคเนวาติ มูลภวงฺเคเนว. กิเลสภยํ ทสฺเสนฺโตติ ตถา กิเลสุปฺปตฺติยา สติ อกุสลจิตฺเตน อนฺตริตํ เจ มรณจิตฺตํ ภเวยฺย, เอกนฺตโต นิรเย วา ติรจฺฉานโยนิยา วา อุปฺปตฺติ สิยาติ กิเลสานํ ภายิตพฺพํ ทสฺเสนฺโต. ‘‘สมยวเสน วา เอวํ วุตฺต’’นฺติ วตฺวา ตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘จกฺขุทฺวารสฺมิญฺหี’’ติอาทิมาห. รตฺตจิตฺตํ วาติ ราควเสน รตฺตจิตฺตํ วา. ทุฏฺฐจิตฺเตน กถํ อารมฺมณรสานุภวนนฺติ? โทมนสฺสเวทนุปฺปตฺติ เอว ตสฺส อารมฺมณรสานุภวนํ ทฏฺฐพฺพํ. อิมสฺส สมยสฺสาติ มรณสมยสฺส.
อุภินฺนํ นาสจฺฉิทฺทานํ มชฺเฌ ฐิต-อฏฺฐิตุทนํ สห ขุรฏฺเฐน ฉินฺทนํ. ทณฺฑกวาสีติ ทีฆทณฺฑกา มหาวาสิ. นิปชฺชิตฺวา นิทฺโทกฺกมนนฺติ อิมินา ปจลายิกนิทฺทํ ปฏิกฺขิปติ. ตตฺถ หิ กทาจิ อนฺตรา มิจฺฉาวิตกฺกานํ สลฺลกานํ อวสโร สิยา, นตฺเถว นิปชฺชิตฺวา มหานิทฺทํ โอกฺกนฺตกาเล. วิตกฺกานนฺติ มิจฺฉาวิตกฺกานํ.
อาทิตฺตปริยายสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙-๑๐. ปฐมหตฺถปาโทปมสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๓๖-๒๓๗. นวมํ ‘‘ปญฺญายตี’’ติ วุจฺจมาเน พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสยวเสน วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘ทสเม น โหตีติ วุจฺจมาเน’’ติอาทิ. เอตฺตกเมว หิ ทฺวินฺนํ สุตฺตานํ วิเสโสติ.
ปฐมหตฺถปาโทปมสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมุทฺทวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.