๑๕. นวปุราณวคฺโค
๑. กมฺมนิโรธสุตฺตวณฺณนา
๑๔๖. สมฺปติ วิชฺชมานสฺส จกฺขุสฺส ตํนิพฺพตฺตสฺส กมฺมสฺส จ อธิปฺเปตตฺตา ‘‘น จกฺขุ ปุราณํ, กมฺมเมว ปุราณ’’นฺติ วตฺวา ยถา ตสฺส จกฺขุสฺส ปุราณปริยาโย วุตฺโต, ตํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘กมฺมโต ปนา’’ติอาทิ. ปจฺจยนาเมนาติ ปุริมชาติสํสิทฺธตฺตา ‘‘ปุราณ’’นฺติ วตฺตพฺพสฺส ปจฺจยภูตสฺส กมฺมสฺส นาเมน. เอวํ วุตฺตนฺติ ‘‘ปุราณกมฺม’’นฺติ เอวํ วุตฺตํ. ปจฺจเยหิ อภิสมาคนฺตฺวา กตนฺติ ตณฺหาวิชฺชาทิปจฺจเยหิ อภิมุขภาเวน สมาคนฺตฺวา สเมจฺจ นิพฺพตฺติตํ. เจตนายาติ กมฺมเจตนาย. ปกปฺปิตนฺติ อภิสมีหิตํ. เวทนายาติ อตฺตานํ นิสฺสาย อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตาย เวทนาย. วตฺถูติ นิพฺพตฺติการณํ ปวตฺตฏฺฐานนฺติ วิปสฺสนาปญฺญาย ปสฺสิตพฺพํ. กมฺมสฺส นิโรเธนาติ กิเลสานํ อนุปฺปาทนิโรธสิทฺเธน กมฺมสฺส นิโรเธน. วิมุตฺตึ ผุสตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺตึ ปาปุณาติ. อารมฺมณภูโต นิโรโธ นิพฺพานํ ‘‘กมฺมนิโรโธ’’ติ วุจฺจติ, ‘‘กมฺมํ นิรุชฺฌติ เอตฺถา’’ติ กตฺวา. ‘‘ฌายถ, ภิกฺขเว, มา ปมาทตฺถา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ปุพฺพภาควิปสฺสนา กถิตา’’ติ วุตฺตํ.
กมฺมนิโรธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒-๕. อนิจฺจนิพฺพานสปฺปายสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๔๗-๑๕๐. นิพฺพานสฺสาติ นิพฺพานาธิคมสฺส, กิเลสนิพฺพานสฺเสว วา. อุปการปฏิปทนฺติ อุปการาวหํ ปฏิปทํ. จตูสูติ ทุติยาทีสุ จตูสุ. นิพฺพานสปฺปายา ปฏิปทา เทสิตาติ กตฺวา ‘‘สห วิปสฺสนาย จตฺตาโร มคฺคา กถิตา’’ติ วุตฺตํ.
อนิจฺจนิพฺพานสปฺปายสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖-๗. อนฺเตวาสิกสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๕๑-๑๕๒. อนฺต-สทฺโท สมีปตฺเถ วตฺตติ ‘‘อุทกนฺตํ วนนฺต’’นฺติอาทีสุ, กิเลโส ปน อติอาสนฺเน วสติ อพฺภนฺตรวุตฺติตายาติ ‘‘อนฺเตวาสิก’’นฺติ วุตฺโต วิภตฺติอโลเปน ยถา ‘‘วเนกุสโล, กูเลรุกฺขา’’ติ. เตนาห – ‘‘อนนฺเตวาสิกนฺติ อนฺโตวสนกิเลสวิรหิต’’นฺติ. อาจรณกกิเลสวิรหิตนฺติ สมุทาจรณกิเลสรหิตํ. อนฺโต อสฺส วสนฺตีติ อสฺส ปุคฺคลสฺส อนฺโต อพฺภนฺตเร จิตฺเต วสนฺติ ปวตฺตนฺติ. เต เอตํ อธิภวนฺตีติ เต กิเลสา เอตํ ปุคฺคลํ อภิภวิตฺวา อตฺตโน วเส วตฺเตนฺติ. เตนาห – ‘‘อชฺโฌตฺถรนฺติ สิกฺขาเปนฺติ วา’’ติ. เตหิ อาจริเยหีติ เตหิ กิเลสสงฺขาเตหิ สตฺเต อตฺตโน คติยํ ฐเปนฺเตหิ อาจริเยหิ. สตฺตมํ เหฏฺฐา กถิตนยเมวาติ ยสฺมา เหฏฺฐา ขนฺธวเสน เทสนา อาคตา, อิธ อายตนวเสนาติ อยเมว วิเสโส.
อนฺเตวาสิกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อตฺถินุโขปริยายสุตฺตวณฺณนา
๑๕๓. ปริยายติ ปริคจฺฉติ ผลํ เอตสฺสาติ ปริยาโย เหตูติ อาห – ‘‘ยํ ปริยายนฺติ ยํ การณ’’นฺติ. ปจฺจกฺขทิฏฺเฐ อวิปรีเต อตฺเถ ปวตฺตสทฺธา ปจฺจกฺขสทฺธา ยถา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวาขาโต ธมฺโม’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๘) จ. เอวํ กิราติ อิติ กิราย อุปฺปนฺโน สทฺทหนากาโร สทฺธาปติรูปโก. เอตนฺติ ‘‘อญฺญเตฺรว สทฺธายา’’ติ เอตํ วจนํ. รุจาเปตฺวาติ กิญฺจิ อตฺถํ อตฺตโน มติยา โรเจตฺวา. ขมาเปตฺวาติ ตสฺเสว เววจนํ, จิตฺตํ ตถา ขมาเปตฺวา. เตนาห – ‘‘อตฺเถตนฺติ คหณากาโร’’ติ. ปรมฺปราคตสฺส อตฺถสฺส เอวํ กิรสฺสาติ อนุสฺสวนํ. การณํ จินฺเตนฺตสฺสาติ ยุตฺตึ จินฺเตนฺตสฺส. การณํ อุปฏฺฐาตีติ ‘‘สาธู’’ติ อตฺตโน จิตฺตสฺส อุปติฏฺฐติ. อตฺเถตนฺติ ‘‘เอตํ การณํ เอวมยมตฺโถ ยุชฺชตี’’ติ จิตฺเตน คหณํ. อาการปริวิตกฺโกติ ยุตฺติปริกปฺปนา. ลทฺธีติ นิจฺฉเยน คหณํ, สา จ โข ทิฏฺฐิ อยาถาวคฺคหเณน อญฺญาณเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตนฺติ ลทฺธึ. อตฺเถสาติ เอสา ลทฺธิ มม อุปฺปนฺนา อตฺถิ ยุตฺตรูปา หุตฺวา อุปลพฺภติ. เอวํ คหณากาโร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติ นาม, ปฐมุปฺปนฺนลทฺธิสงฺขาตาย ทิฏฺฐิยา นิชฺฌานํ ขมนากาโร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติ นาม. ปญฺจ ฐานานีติ ยถาวุตฺตานิ สทฺธาทีนิ ปญฺจ การณานิ. มุญฺจิตฺวา อคฺคเหตฺวา. เหฏฺฐิมมคฺควชฺฌานํ ราคาทีนํ อภาวํ สนฺธาย ‘‘นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ราคโทสโมโห’’ติ อยํ เสกฺขานํ ปจฺจเวกฺขณา, สพฺพโส อภาวํ สนฺธาย อเสกฺขานนฺติ อาห – ‘‘เสกฺขาเสกฺขานํ ปจฺจเวกฺขณา กถิตา’’ติ. ‘‘สนฺตํ วา อชฺฌตฺต’’นฺติอาทินา เสกฺขานํ, ‘‘อสนฺตํ วา อชฺฌตฺต’’นฺติอาทินา อเสกฺขานํ ปจฺจเวกฺขณา กถิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
อตฺถินุโขปริยายสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙-๑๐. อินฺทฺริยสมฺปนฺนสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๕๔-๑๕๕. ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว, วิหรถา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๖๔) วิย ปริปุณฺณตฺโถ อิธ สมฺปนฺน-สทฺโทติ อาห ‘‘ปริปุณฺณินฺทฺริโย’’ติ. อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคตตฺตา ปริปุณฺณินฺทฺริโย นาม โหตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ สติ สมนฺนาคมสมฺปตฺติ วุตฺตา โหตีติ อาสงฺกนฺโต ‘‘จกฺขาทีนิ วา’’ติอาทิมาห. ตํ สนฺธายาติ ทุติยวิกปฺเปน วุตฺตมตฺถํ สนฺธาย. เหฏฺฐา ขนฺธิยวคฺเค ขนฺธวเสน เทสนา อาคตา, อิธ อายตนวเสนาติ อาห ‘‘วุตฺตนยเมวา’’ติ.
อินฺทฺริยสมฺปนฺนสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นวปุราณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตติโย ปณฺณาสโก.