๓. อุทานสุตฺตวณฺณนา
๕๕. อุทานํ อุทาหรีติ อตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรสิ. เอส วุตฺตปฺปกาโร อุทาหาโร. ภุโส นิสฺสโย อุปนิสฺสโย, ทานเมว อุปนิสฺสโย ทานูปนิสฺสโย. เอส นโย เสเสสุปิ. ตตฺถ ทานูปนิสฺสโย อนฺนาทิวตฺถูสุ พลวาติ พลวภาเวน โหติ, ตสฺมา อุปนิสฺสยพหุโล กามราคปฺปหาเนเนว กตปริจยตฺตา วิปสฺสนมนุยุญฺชนฺโต น จิรสฺเสว อนาคามิผลํ ปาปุณาติ, ตถา สุวิสุทฺธสีลูปนิสฺสโย กามโทสชิคุจฺฉเนน. ยทิ เอวํ กสฺมา อิเม เทฺว อุปนิสฺสยา ทุพฺพลาติ วุตฺตา? วิชฺชูปมญฺญาณสฺเสว ปจฺจยภาวโต. โสปิ ภาวนูปนิสฺสยสหายลาเภเนว, น เกวลํ. ภาวนา ปน ปฏิเวธสฺส วิเสสเหตุภาวโต พลวา อุปนิสฺสโย. ตถา หิ สา วชิรูปมญาณสฺส วิเสสปจฺจโย. เตนาห ‘‘ภาวนูปนิสฺสโย อรหตฺตํ ปาเปตี’’ติ.
โสติ มิลกตฺเถโร. วิหารนฺติ วสนฏฺฐานํ. วิหารปจฺจนฺเต หิ ปณฺณสาลาย เถโร วิหรติ. อุปฏฺฐาติ เอกลกฺขเณน. กูฏโคโณ วิย คมนวีถึ. ตตฺถาติ อลฺลกฏฺฐราสิมฺหิ. อุทกมณิกานนฺติ อุทกเถวานํ.
อตฺตนิเยว อุปเนสิ อุทานกถาย วุตฺตธมฺมานํ ปริปุณฺณานํ อตฺตนิ สํวิชฺชมานตฺตา. เตนาห ‘‘อุฏฺฐานวตา’’ติอาทิ. อยญฺหิ มิลกตฺเถโร สิกฺขาย คารโว สปฺปติสฺโส วตฺตปฏิวตฺตํ ปูเรนฺโต วิสุทฺธสีโล หุตฺวา ฐิโต, ตสฺมา ‘‘ทุพฺพลูปนิสฺสเย’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ภควา อุทาเนนฺโต ‘‘โน จสฺสํ…เป… สญฺโญชนานี’’ติ.
สเจ อหํ น ภเวยฺยนฺติ ยทิ อหํ นาม โกจิ น ภเวยฺยํ ตาทิสสฺส อหํสทฺทวจนียสฺส กสฺสจิ อตฺถสฺส อภาวโต. ตโต เอว มม ปริกฺขาโรปิ น ภเวยฺยตสฺส จ ปภงฺคุภาเวน อนวฏฺฐิตภาวโต. เอวํ อตฺตุทฺเทสิกภาเวน ปททฺวยสฺส อตฺถํ วตฺวา อิทานิ กมฺมผลวเสน วตฺตุํ ‘‘สเจ วา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อตีตปจฺจุปฺปนฺนวเสน สุญฺญตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปจฺจุปฺปนฺนานาคตวเสน ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทานิ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ อธิมุจฺจนฺโตติ เอทิสํ อธิมุตฺตึ ปวตฺเตนฺโต. วิภวิสฺสตีติ วินสฺสิสฺสติ. วิภโว หิ วินาโส. เตนาห ‘‘ภิชฺชิสฺสตี’’ติ. วิภวทสฺสนํ วิภโวติ อุตฺตรปทโลเปน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วิภวทสฺสเนนา’’ติ. วิภวทสฺสนํ นาม อจฺจนฺตาย วินาสสฺส ทสฺสนํ. ตนฺติ อริยมคฺคํ. สามญฺญโชตนา เหสา วิเสสนิฏฺฐา โหตีติ ตติยมคฺควเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อุปริ มคฺคผลนฺติ อคฺคมคฺคผลํ. นตฺถิ เอติสฺสา ชาติยา อนฺตรนฺติ อนนฺตรา, อนนฺตรา วิปสฺสนา มคฺคสฺส. โคตฺรภู ปน อนุโลมวีถิปริยาปนฺนตฺตา วิปสฺสนาคติกํ วา สิยา, นิพฺพานารมฺมณตฺตา มคฺคคติกํ วาติ น เตน มคฺโค อนฺตริโก นาม โหติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนา มคฺคสฺส อาสนฺนานนฺตรํ นามา’’ติ. ผลํ ปน นิพฺพานารมฺมณตฺตา กิเลสานํ ปชหนวเสน ปวตฺตนโต โลกุตฺตรภาวโต จ กมฺมมคฺคคติกเมว, กุสลวิปากภาเวน ปน เนสํ อตฺโถ ปเภโทติ วิปสฺสนาย ผลสฺส สิยา อนนฺตรตาติ วุตฺตํ ‘‘ผลสฺส ทูรานนฺตรํ นามา’’ติ. ‘‘อาสวานํ ขโย’’ติ ปน อคฺคมคฺเค วุจฺจมาเน วิปสฺสนานํ อาสนฺนตาย วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อตสิตาเยติ น ตสิตพฺเพ ตาสํ อนาปชฺชิตพฺเพ. ตาโสติ ตาสเหตุ ‘‘ตสติ เอตสฺมา’’ติ กตฺวา. โสติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน. ติลกฺขณาหตนฺติ อนิจฺจตาทิลกฺขณตฺตยลกฺขิตํ. มนมฺหิ นฏฺโฐติ อีสกํ นฏฺโฐมฺหิ, ตโต ปรมฺปิ ตตฺเถว ฐตฺวา กิญฺจิ อปูริตตฺตา เอว มุตฺโตติ อธิปฺปาโย. ‘‘น ตาโส นาม โหตี’’ติ วตฺวา ตสฺส อตาสภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘น หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กลฺยาณปุถุชฺชโน หิ ภยตุปฏฺฐานญาเณน ‘‘สภยา สงฺขารา’’ติ วิปสฺสนฺโต น อุตฺตสติ.
อุทานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.