๕. อตฺตทีปวคฺโค

๑. อตฺตทีปสุตฺตวณฺณนา

๔๓. ทฺวีหิ ภาเคหิ อาโป เอตฺถ คตาติ ทีโป, ทีโป วิยาติ ทีโป โอเฆหิ อนชฺโฌตฺถรนียตาย. โย ปโร น โหติ, โส อตฺตา, อิธ ปน ธมฺโม อธิปฺเปโต. อตฺตา ทีโป เอเตสนฺติ อตฺตทีปา. ปฏิสรณตฺโถ ทีปฏฺโฐติ อาห – ‘‘อตฺตสรณาติ อิทํ ตสฺเสว เววจน’’นฺติ. โลกิยโลกุตฺตโร ธมฺโม อตฺตา นาม เอกนฺตนาถภาวโต. ปฐเมน ปเทน วุตฺโต เอว อตฺโถ ทุติยปเทน วุจฺจตีติ วุตฺตํ ‘‘เตเนวาหา’’ติอาทิ. ยวติ เอตสฺมา ผลํ ปสวตีติ โยนิ, การณํ. กึ ปภุติ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ เอเตสนฺติ กึ ปภุติกา. ปหานทสฺสนตฺถํ อารทฺธํ. เตเนวาห ‘‘ปุพฺเพ เจว…เป… เต ปหียนฺตี’’ติ. น ปริตสฺสติ ตณฺหาปริตฺตาสสฺส อภาวโต. วิปสฺสนงฺเคนาติ วิปสฺสนาสงฺขาเตน การเณน.

อตฺตทีปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา

๔๔. สภาวโตสนฺโต วิชฺชมาโน กาโย รูปาทิธมฺมสมูโหติ สกฺกาโยติ อาห – ‘‘สกฺกาโย ทุกฺข’’นฺติ. ทิฏฺฐิ เอว สมนุปสฺสนา, ทิฏฺฐิสหิตา วา สมนุปสฺสนา ทิฏฺฐิสมนุปสฺสนา, ทิฏฺฐิมญฺญนาย สทฺธึ อิตรมญฺญนา. สห วิปสฺสนาย จตุมคฺคญาณํ สมนุปสฺสนา ‘‘จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ สมฺมเทว อนุรูปโต ปสฺสนา’’ติ กตฺวา.

ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อนิจฺจสุตฺตวณฺณนา

๔๕. วิราโค นาม มคฺโค, วิมุตฺติผลนฺติ อาห – ‘‘มคฺคกฺขเณ วิรชฺชติ, ผลกฺขเณ วิมุจฺจตี’’ติ. อคฺคเหตฺวาติ เอวํ นิรุชฺฌมาเนหิ อาสเวหิ ‘‘อหํ มมา’’ติ กญฺจิ ธมฺมํ อนาทิยิตฺวา. ‘‘จิตฺตํ วิรตฺตํ, วิมุตฺตํ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ผลํ คยฺหติ, ‘‘ขีณา ชาตี’’ติอาทินา ปจฺจเวกฺขณาติ อาห ‘‘สห ผเลน ปจฺจเวกฺขณทสฺสนตฺถ’’นฺติ. อุปริ กตฺตพฺพกิจฺจาภาเวน ฐิตํ. เตนาห ‘‘วิมุตฺตตฺตา ฐิต’’นฺติ. ยํ ปตฺตพฺพํ, ตํ อคฺคผลสฺส ปตฺตภาเวน อธิคตตฺตา สนฺตุฏฺฐํ ปริตุฏฺฐํ.

อนิจฺจสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ทุติยอนิจฺจสุตฺตวณฺณนา

๔๖. ปุพฺพนฺตํ อตีตขนฺธโกฏฺฐาสํ. อนุคตาติ สสฺสตาทีนิ กปฺเปตฺวา คหณวเสน อนุคตา. อฏฺฐารส ทิฏฺฐิโยติ จตสฺโส สสฺสตทิฏฺฐิโย, จตสฺโส เอกจฺจสสฺสตทิฏฺฐิโย, จตสฺโส อนฺตานนฺติกทิฏฺฐิโย, จตสฺโส อมราวิกฺเขปทิฏฺฐิโย, เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนทิฏฺฐิโยติ เอวํ อฏฺฐารส ทิฏฺฐิโย น โหนฺติ ปจฺจยฆาเตน. อปรนฺตนฺติ อนาคตํ ขนฺธโกฏฺฐาสํ สสฺสตาทิภาวํ กปฺเปตฺวา คหณวเสน อนุคตา. โสฬส สญฺญีวาทา, อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สตฺต อุจฺเฉทวาทา, ปญฺจ ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ เอวํ จตุจตฺตาลีส ทิฏฺฐิโย น โหนฺติ ปจฺจยฆาเตน. สสฺสตทิฏฺฐิถามโส เจว สีลพฺพตทิฏฺฐิปรามาโส จ น โหติ ปจฺจยฆาเตน. เตนาห ‘‘เอตฺตาวตา ปฐมมคฺโค ทสฺสิโต’’ติ อนวเสสทิฏฺฐิปหานกิตฺตนโต. ปหีนา วิกฺขมฺภิตา. อิทํ ปนาติ ‘‘รูปสฺมิ’’นฺติอาทิ.

ทุติยอนิจฺจสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สมนุปสฺสนาสุตฺตวณฺณนา

๔๗. ปริปุณฺณคาหวเสนาติ ปญฺจกฺขนฺเธ อเสเสตฺวา เอกชฺฌํ ‘‘อตฺตา’’ติ คหณวเสน. เอเตสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อญฺญตรํ ‘‘อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสนฺติ. อิตีติ เอวํ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ อตฺตทิฏฺฐิสงฺขาตา สมนุปสฺสนา อตฺถิ ปฏิปกฺเขน อวิหตตฺตา สํวิชฺชติ. ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานนฺติ จกฺขาทีนํ อินฺทฺริยานํ.

อารมฺมณนฺติ กมฺมวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ. มานวเสน จ ทิฏฺฐิวเสน จ ‘‘อสฺมี’’ติ คาเห สิชฺฌนฺเต ตํสหคตา ตณฺหาปิ ตคฺคหิตาว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน อสฺมีติ เอวมฺปิสฺส โหตี’’ติ. คเหตฺวาติ อหํการวตฺถุวเสน คเหตฺวา. อยํ อหมสฺมีติ อยํ จกฺขาทิโก, สุขาทิโก วา อหมสฺมิ. ‘‘รูปี อตฺตา อโรโค ปรํ มรณา’’ติ เอวมาทิคหณวเสน ปวตฺตนโต วุตฺตํ ‘‘รูปี ภวิสฺสนฺติอาทีนิ สพฺพานิ สสฺสตเมว ภชนฺตี’’ติ. วิปสฺสนาภินิเวสโต ปุพฺเพ ยเถวาการานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ, อถ วิปสฺสนาภินิเวสโต ปรํ เตเนวากาเรน ฐิเตสุ จกฺขาทีสุ อินฺทฺริเยสุ อวิชฺชา ปหียติ วิปสฺสนํ วฑฺฒเอตฺวา มคฺคสฺส อุปฺปาทเนน, อถ มคฺคปรมฺปราย อรหตฺตมคฺควิชฺชา อุปฺปชฺชติ. ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กมฺมสมฺภารภาวโต. กมฺมสฺส…เป… เอโก สนฺธีติ เหตุผลสนฺธิ. ปุน เอโก สนฺธีติ ผลเหตุสนฺธิมาห. ตโย ปปญฺจา อตีโต อทฺธา อตีตภวอทฺธานํ เตสํ อธิปฺเปตตฺตา. อนาคตสฺส ปจฺจโย ทสฺสิโต อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส วเสน. สุตวโต ปน อริยสาวกสฺส วเสน วฏฺฏสฺส วูปสโม ทสฺสิโตติ.

สมนุปสฺสนาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ขนฺธสุตฺตวณฺณนา

๔๘. ตเถวาติ อารมฺมณภาเวเนว. อารมฺมณกรณวเสน อุปาทาเนหิ อุปาทาตพฺพนฺติ อุปาทานิยํ. อิธาปีติ อุปาทานกฺขนฺเธสุปิ. วิภาคตฺเถ คยฺหมาเน อนิฏฺฐปฺปสงฺโคปิ สิยา, อภิธมฺเม จ ราสฏฺโฐ เอว อาคโต, ‘‘ตเทกชฺฌํ อภิสํยุหิตฺวา’’ติ วจนโต ‘‘ราสฏฺเฐน’’อิจฺเจว วุตฺตํ.

ขนฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗-๘. โสณสุตฺตาทิวณฺณนา

๔๙-๕๐. วิสิฏฺโฐติ ปธาโน. อุตฺตโมติ อุกฺกฏฺโฐ. อญฺญํ กึ ภเวยฺยาติ อญฺญํ กึ การณํ ภเวยฺย ตถา สมนุปสฺสนาย อญฺเญสํ อวิชฺชมานตาย วจนปริฏฺฐิติปภินฺนโต. วชิรเภทเทสนํ นาม อตฺถโต เตปริวฏฺฏเทสนา.

โสณสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙-๑๐. นนฺทิกฺขยสุตฺตาทิวณฺณนา

๕๑-๕๒. นวมทสเมสูติ สุตฺตทฺวยํ สเหว อุทฺธฏํ, ทฺวีสุปิ อตฺถวณฺณนาย สริกฺขภาวโต. นนฺทนฏฺเฐน นนฺที, รญฺชนฏฺเฐน ราโค. สติปิ สทฺทตฺถโต เภเท ‘‘อิเมสํ อตฺถโต นินฺนานากรณตายา’’ติ วตฺวาปิ ปหายกธมฺมเภเทน ปน ลพฺภเตว เภทมตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘นิพฺพิทานุปสฺสนาย วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหตีติ สมฺพนฺโธ. เอตฺตาวตาติ ‘‘นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย’’ติ เอตฺตาวตา. วิปสฺสนํ นิฏฺฐเปตฺวา วิปสฺสนากิจฺจสฺส ปริโยสาเนน. ราคกฺขยาติ วุฏฺฐานคามินิปริโยสานาย วิปสฺสนาย ราคสฺส เขปิตตฺตา. อนนฺตรํ อุปฺปนฺเนน อริยมคฺเคน สมุจฺเฉทวเสน นนฺทิกฺขโยติ. เตนาห ‘‘อิธ มคฺคํ ทสฺเสตฺวา’’ติ. อนนฺตรํ ปน อุปฺปนฺเนน อริยผเลน ปฏิปสฺสทฺธิวเสน นนฺทิราคกฺขยา สพฺพํ สํกิเลสโต จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ. เตนาห ‘‘ผลํ ทสฺสิต’’นฺติ.

นนฺทิกฺขยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อตฺตทีปวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มูลปณฺณาสโก สมตฺโต.