๕. สุภาสิตสุตฺตวณฺณนา
๒๑๓. องฺคียนฺติ เหตุภาเวน อาคมภาเวน อวยวภาเวน วา ญายนฺตีติ องฺคานิ, การณานิ, อวยวา วาติ อาห ‘‘องฺเคหีติ การเณหิ, อวยเวหิ วา’’ติ. วิรติโย สุภาสิตวาจาย ปุพฺพํ ปติฏฺฐิตา โหนฺตีติ มุสาวาทาเวรมณิอาทโย ตสฺสา วิเสสเหตูติ อาห ‘‘มุสาวาทา…เป… การณานี’’ติ. ยสฺมา อริยโวหารา วิเสสโต เจตนาสภาวา, ตสฺมา วจีสุจริตสมุทายสฺส สจฺจวาจาทโย องฺคภูตาติ อาห ‘‘สจฺจวจนาทโย จตฺตาโร อวยวา’’ติ. นิสฺสกฺกวจนนฺติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ. เตนาห ‘‘สมนุอาคตา ปวตฺตา’’ติ. วาจา หิ ตาย วิรติยา สมฺมา อนุรูปโต อาคตา ปวตฺตาติ ‘‘สมนฺนาคตา’’ติ วุจฺจติ. กรณวจนนฺติ สหโยเค กรณวจนํ. เตนาห ‘‘ยุตฺตา’’ติ. สหชาตาปิ หิ เจตนา ยถาสมาทินฺนาย วิรติยา สมฺมา อนุรูปโต ยุตฺตาติ วตฺตุํ อรหติ.
สมุลฺลปนวาจาติ สทฺทวาจา, สา วุจฺจตีติ วาจา นาม. วิญฺญตฺติ ปน วุจฺจติ เอตายาติ วาจา นาม, ตถา วิรติ เจตนาวาจา. น สา อิธ อธิปฺเปตาติ สา เจตนาวาจา วิญฺญตฺติวาจา วิย อิธ อิมสฺมึ สุตฺเต น อธิปฺเปตา ‘‘สุภาสิตา โหตี’’ติ วจนโต. เตนาห ‘‘อภาสิตพฺพโต’’ติ. สุฏฺฐุ ภาสิตาติ สมฺมา ญาเยน ภาสิตา วจีสุจริตภาวโต. อตฺถาวหตนฺติ หิตาวหกาลํ ปติ อาห. การณสุทฺธินฺติ โยนิโสมนสิกาเรน การณวิสุทฺธึ. โทสาภาวนฺติ อคติคมนาทิโทสาภาวํ. ราคโทสาทิวินิมุตฺตญฺหิ ตํ ภาสโต อนุโรธวิโรธวิวชฺชนโต อคติคมนํ ทูรสมุคฺฆาฏิตเมวาติ. อนุวาทวิมุตฺตาติ อปวาทวิรหิตา. สพฺพาการสมฺปตฺตึ ทีเปติ, อสติ หิ สพฺพาการสมฺปติยํ อนุวชฺชตาปิ.
กิญฺจาปิ ปุพฺเพ ธมฺมาธิฏฺฐานา เทสนา อารทฺธา, ปุคฺคลชฺฌาสยโต ปน ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย…เป… วจนเมตํ. กามญฺเจตฺถ ‘‘อญฺญตรนิทฺโทสวจน’’นฺติ อวิเสสโต วุตฺตํ, ‘‘ธมฺมํเยว ภาสตี’’ติอาทินา ปน อธมฺมโทสาทิรหิตาย วาจาย วุจฺจมานตฺตา อิธาปิ สุภาสิตา วาจา อธิปฺเปตาติ. ‘‘สุภาสิตํเยวา’’ติ อวธารเณน นิวตฺติตํ สรูปโต ทสฺเสติ ‘‘โน ทุพฺภาสิต’’นฺติ อิมินา. เตนาห ‘‘ตสฺเสว วาจงฺคสฺส ปฏิปกฺขภาสนนิวารณ’’นฺติ. ปฏิโยคีนิวตฺตนตฺโถ หิ เอว-สทฺโท, เตน ปิสุณวาจาปฏิกฺเขโป ทสฺสิโต. ‘‘สุภาสิต’’นฺติ วา อิมินา จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ คหิตนฺติ ‘‘โน ทุพฺภาสิตนฺติ อิมินา มิจฺฉาวาจปฺปหานํ ทีเปตี’’ติ วุตฺตํ. สพฺพวจีสุจริตสาธารณวจนญฺหิ สุภาสิตนฺติ. เตน ปรเภทนาทิกํ อสพฺภาทิกญฺจ โพธิสตฺตานํ วจนํ อปิสุณาทิวิสยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ภาสิตพฺพวจนลกฺขณนฺติ ภาสิตพฺพสฺส วจนสฺส สภาวลกฺขณํ ทีเปตีติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ยทิ เอวํ นนุ อภาสิตพฺพํ ปฐมํ วตฺวา ภาสิตพฺพํ ปจฺฉา วตฺตพฺพํ ยถา ‘‘วามํ มุญฺจ, ทกฺขิณํ คณฺหา’’ติ อาห ‘‘องฺคปริทีปนตฺถํ ปนา’’ติอาทิ.
ปฐเมนาติ ‘‘สุภาสิต’’นฺติ ปเทน. ธมฺมโต อนเปตนฺติ อตฺตโน ปเรสญฺจ หิตสุขาวหธมฺมโต อนเปตํ. มนฺตาวจนนฺติ มนฺตาย ปวตฺเตตพฺพวจนํ. ปญฺญวา อวิกิณฺณวาโจ หิ น จ อนตฺถาวหํ วาจํ ภาสติ. อิตเรหิ ทฺวีหีติ ตติยจตุตฺถปเทหิ. ‘‘อิเมหิ โขติอาทีนีติ กรเณ เอตํ อุปโยควจน’’นฺติ เกจิ. ตํ วาจนฺติ ยถาวุตฺตํ จตุรงฺคิกํ. ยญฺจ วาจํ มญฺญนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อญฺเญติ อิโต พาหิรกา ญายวาทิโน อกฺขรจินฺตกา จ. ‘‘ปฏิญฺญาเหตุอุทาหรณูปนยนิคมนานิ อวยวา วากฺยสฺสา’’ติ วทนฺติ. นามาทีหีติ นามาขฺยาตปเทหิ. ลิงฺคํ อิตฺถิลิงฺคาทิ วจนํ เอกวจนาทิ. ปฐมาทิ วิภตฺติ อตีตาทิ กาลํ. กตฺตา สมฺปทานํ อปาทานํ กรณํ อธิกรณํ กมฺมญฺจ การกํ. สมฺปตฺตีหิ สมนฺนาคตนฺติ เอเต อวยวาทิเก สมฺปาเทตฺวา วุตฺตํ. ตํ ปฏิเสเธตีติ ตํ ยถาวุตฺตวิเสสมฺปิ วาจํ ‘‘อิเมหิ โข’’ติ วทนฺโต ภควา ปฏิเสเธติ. โข-สทฺโท เหตฺถ อวธารณตฺโถ. เตนาห ‘‘อวยวาที’’ติอาทิ. ยา กาจิ อสภาวนิรุตฺติลกฺขณา. สา มิลกฺขุภาสา. สีหฬเกเนวาติ สีหฬภาสาย ปริยาปนฺเนน วจเนน. อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ สํสาเร อติวิย สญฺชาตสํเวคา ตนฺนิสฺสรเณ นินฺนโปณมานสา หุตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.
ปาโตว ผุลฺลิตโกกนทนฺติ ปาโตว สํผุลฺลปทุมํ. ภิชฺชิยเตติ นิพฺภิชฺชิยติ นิพฺภิคฺโค ชายติ. มนุสฺสตฺตํ คตาติ มนุสฺสตฺตภาวํ อุปคตา.
พุทฺธนฺตเรติ พุทฺธุปฺปาทนฺตเร ทฺวินฺนํ พุทฺธุปฺปาทานํ อนฺตรา. ตทา หิ ปจฺเจกพุทฺธานํ สาสเน, น พุทฺธสาสเน ทิปฺปมาเน.
ชราย ปริมทฺทิตนฺติ ยถา หตฺถจรณาทิองฺคานิ สิถิลานิ โหนฺติ, จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ สวิสยคฺคหเณ อสมตฺถานิ โหนฺติ, โยพฺพนํ สพฺพโส วิคตํ, กายพลํ อปคตํ, สติมติธิติอาทโย วิปฺปยุตฺตา, ปุพฺเพ อตฺตโน โอวาทปฏิกรา ปุตฺตทาราทโยปิ อปสาทกา, ปเรหิ วุฏฺฐาปนียสํเวสนียตา ปุนเทว พาลภาวปฺปตฺติ จ โหนฺติ, เอวํ ชราย สพฺพโส วิมทฺทิตํ. เอตนฺติ สรีรํ วทติ. มิลาตฉวิจมฺมนิสฺสิตนฺติ ชิณฺณภาเวน อปฺปมํสโลหิตตฺตา มิลาเตหิ คตโยพฺพเนหิ ธมฺเมหิ สนฺนิสฺสิตํ. ฆาสมามิสนฺติ ฆาสภูตํ อามิสํ มจฺจุนา คิลิตฺวา วิย ปติฏฺฐเปตพฺพโต. เกสโลมาทินานากุณปปูริตํ. ตโต เอว อสุจิภาชนํ เอตํ. สพฺพถาปิ นิสฺสารตาย กทลิกฺขนฺธสมํ.
อนุจฺฉวิกาหีติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อนุรูปาหิ. น ตาเปยฺยาติ จิตฺตญฺจ กายญฺจ น ตาเปยฺย. ตาปนา เจตฺถ สมฺปติ อายติ จ วิสาทนา. น พาเธยฺยาติ ‘‘นาภิภเวยฺยา’’ติ ปทสฺส อตฺถทสฺสนํ. อปิสุณวาจาวเสนาติ สพฺพโส ปหีนปิสุณวาจตาวเสน. ปาปานีติ ลามกานิ นิกิฏฺฐกานิ. เตนาห ‘‘อปฺปิยานี’’ติอาทิ. อนาทายาติ อคฺคเหตฺวา.
สาธุภาเวนาติ นิทฺโทสมธุรภาเวน. อมตสทิสาติ สทิเส ตพฺโพหาโรติ, การเณ วายํ การิยโวหาโรติ อาห ‘‘นิพฺพานามตปจฺจยตฺตา วา’’ติ. ปจฺจยวเสน หิ สา ตทา ทสฺสนปฺปวตฺติ. จริยาติ จาริตฺตํ. โปราณา นาม ปฐมกปฺปิกา, พุทฺธาทโย วา อริยา.
ปติฏฺฐิตาติ นิจฺจลภาเวน อฏฺฐึ กตฺวา ปจฺจยายตฺตภาวโต อวิสํวาทนกา. อุภยถา ปฏิปตฺตึ อาห ‘‘อตฺตโน จ ปเรสญฺจ อตฺเถ ปติฏฺฐิตา’’ติ. อตฺเถ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกาทิหิเต ปติฏฺฐิตตฺตา เอว ธมฺเม อวิหึสาทิธมฺเม ปติฏฺฐิตา. อนุปโรธกรนฺติ เอเตน หิตปริยาโยยํ อตฺถ-สทฺโทติ ทสฺเสติ. ธมฺมิกนฺติ ธมฺมโต อนเปตํ, อตฺถธมฺมูปสํหิตํ วา.
นิพฺพานปฺปตฺติยาติ นิพฺพานปฺปตฺติยตฺถํ. ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยาย อนฺตกรณตฺถํ. ยสฺมา พุทฺโธ เขมาย ภาสติ, ตสฺมา เขมุปฺปตฺติเหตุยา เขมา, ตสฺมา สา สพฺพวาจานํ อุตฺตมาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มนฺตาวจนวเสนาติ สพฺพโทสรหิตวเสน.
สุภาสิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.