๒. อรติสุตฺตวณฺณนา

๒๑๐. วิหารครุโก กิเรส เถโรติ เอเตน เถโร อตฺตโน สทฺธิวิหาริกํ วงฺคีสํ โอวทิตุํ อนวสโร. เตน อนฺตรนฺตรา ตสฺส จิตฺตํ ราโค อนุทฺธํเสตีติ ทสฺเสติ. สาสเน อรตินฺติ สีลปริปูรเณ สมถวิปสฺสนาภาวนาย จ อนภิรตึ. กามคุเณสุ จ รตินฺติ ปญฺจสุ กามโกฏฺฐาเสสุ อสฺสาทํ. ปาปวิตกฺกนฺติ กามสงฺกปฺปํ. สพฺพากาเรนาติ สพฺเพ ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺฉินฺทนากาเรน. ยถา มหนฺตํ อรญฺญํ วนถนฺติ, เอวํ มหนฺตํ กิเลสวนํ ‘‘วนถ’’นฺติ วุตฺตํ.

ปถวิญฺจ เวหาสนฺติ ภุมฺมตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ, ตสฺมา ปถวิยํ อากาเส จาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปถวิฏฺฐิต’’นฺติอาทิ. ชคตีติ จ ปถวิยา เววจนํ. เตนาห ‘‘อนฺโตปถวิย’’นฺติ. ปริชีรตีติ สพฺพฺพโส ชรํ ปาปุณาติ. สมาคนฺตฺวาติ ญาเณน สมาคนฺตฺวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘มุตตฺตาติ วิญฺญาตตฺตภาวา’’ติ.

ปฏิฆปเทน คนฺธรสา คหิตา ฆานชิวฺหานํ ปฏิหนนวเสน ปวตฺตนโต. มุตปเทน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ คหิตํ มุตฺวา คเหตพฺพโต. น ลิปฺปตีติ น มกฺขียติ.

สฏฺฐิ-สทฺโท ฉ-สทฺเทน สมานตฺโถติ ‘‘สฏฺฐินิสฺสิตา’’ติ ปทสฺส ‘‘ฉอารมฺมณนิสฺสิตา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. ปุถู อธมฺมวิตกฺกาติ รูปวิตกฺกาทิวเสน พหู นานาวิตกฺกา มิจฺฉาสงฺกปฺปา. ชนตาย นิวิฏฺฐาติ มหาชเน ปติฏฺฐิตา. เตสํ วเสนาติ เตสมฺปิ มิจฺฉาวิตกฺกานํ วเสน. น กตฺถจิ อารมฺมเณ. กิเลสวคฺคคโตติ กิเลสสงฺคณิกํ อุปคโต น ภเวยฺย, กิเลสวิตกฺกา น อุปฺปาเทตพฺพาติ อตฺโถ. ทุฏฺฐุลฺลวจนํ กามปฏิสํยุตฺตกถา.

ทพฺพชาติโกติ ทพฺพรูโป. เนปกฺเกนาติ โกสลฺเลน. นิพฺพานํ ปฏิจฺจาติ อสงฺขตธาตุํ อารมฺมณวเสน ปฏิจฺจ. ปรินิพฺพานกาลนฺติ อนุปาทิเสสนิพฺพานกาลํ.

อรติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.