๑. พฺรหฺมายาจนสุตฺตวณฺณนา
๑๗๒. ปริวิตกฺโก อุทปาทีติ ธมฺมคมฺภีรตาปจฺจเวกฺขณเหตุโก ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺโก อุปฺปชฺชิ. อยํ ปริวิตกฺโก กสฺมา อุทปาทิ? กตฺถ จ อุทปาทีติ ตํ สพฺพํ วิภาเวตุํ ‘‘สพฺพพุทฺธาน’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อาจิณฺณสมาจิณฺโณติ อาจริโต เจว อาจรนฺเตหิ จ สมฺมเทว อาจริโตติ อตฺโถ. เอเตน อยํ ปริวิตกฺโก สพฺพพุทฺธานํ ปฐมาภิสมฺโพธิยํ อุปฺปชฺชเตวาติ อยเมตฺถ ธมฺมตาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ อฏฺฐเม สตฺตาเหติ อิทํ สตฺตมสตฺตาหโต ปรํ สตฺตาหพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนตฺตา วุตฺตํ, น ปน อิตเรสํ วิย อฏฺฐมสฺส นาม สตฺตาหสฺส ปวตฺติตสฺส สพฺภาวา. สปจฺจคฺเฆติ มหคฺเฆ. ‘‘ปจฺจคฺเฆ’’ติ วา ปาโฐ, อภินเวติ อตฺโถ. เสลมเยติ มุคฺควณฺณสิลามเย.
ปฏิวิทฺโธติ สยมฺภุญาเณน ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ปฏิมุขํ นิพฺพิชฺฌนวเสน ปตฺโต, ยาถาวโต อวพุทฺโธติ อตฺโถ. ธมฺโมติ จตุสจฺจธมฺโม ตพฺพินิมุตฺตสฺส ปฏิวิชฺฌิตพฺพธมฺมสฺส อภาวโต. คมฺภีโรติ มหาสมุทฺโท วิย มกสตุณฺฑสูจิยา อญฺญตฺร สมุปจิตปริปกฺกญาณสมฺภาเรหิ อญฺเญสํ ญาเณน อลพฺภเนยฺยปติฏฺโฐ. เตนาห ‘‘อุตฺตานปฏิกฺเขปวจนเมต’’นฺติ. โย อลพฺภเนยฺยปติฏฺโฐ, โส โอคาหิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย สรูปโต วิเสสโต จ ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ อาห ‘‘คมฺภีรตฺตาว ทุทฺทโส’’ติ. ทุกฺเขน ทฏฺฐพฺโพติ กิจฺเฉน เกนจิ กทาจิเทว ทฏฺฐพฺโพ. ยํ ปน ทฏฺฐุเมว น สกฺกา, ตสฺส โอคาเหตฺวา อนุ อนุ พุชฺฌนโก กทาจิ นตฺถีติ อาห ‘‘ทุทฺทสตฺตาว ทุรนุโพโธ’’ติ. ทุกฺเขน อวพุชฺฌิตพฺโพ อวโพธสฺส ทุกฺกรภาวโต. อิมสฺมึ ฐาเน ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, กตมํ นุ โข ทุกฺกรตรํ วา ทุรภิสมฺภวตรํ วา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๕) สุตฺตปทํ วตฺตพฺพํ. สนฺตารมฺมณตาย วา สนฺโต. นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตาย นิพฺพุโต. อตฺตโน ปจฺจเยหิ ปธานภาวํ นีโตติ วา ปณีโต. อติตฺติกรณฏฺเฐน อตปฺปโก สาทุรสโภชนํ วิย. ตตฺถ จ นิโรธสจฺจํ สนฺตํ อารมฺมณนฺติ สนฺตารมฺมณํ, มคฺคสจฺจํ สนฺตํ สนฺตารมฺมณญฺจาติ สนฺตารมฺมณํ, อนุปสนฺตสภาวานํ กิเลสานํ สงฺขารานญฺจ อภาวโต สนฺโต. นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตฺตา นิพฺพุโต. สนฺตปณีตภาเวเนว ตทตฺถาย อเสจนกตาย อตปฺปกตา ทฏฺฐพฺพา. เตนาห ‘‘อิทํ ทฺวยํ โลกุตฺตรเมว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. อุตฺตมญาณสฺส วิสยตฺตา น ตกฺเกน อวจริตพฺโพ. ตโต เอว นิปุณญาณโคจรตาย สณฺหสุขุมสภาวตฺตา จ นิปุโณ. พาลานํ อวิสยตฺตา ยถาวุตฺเตหิ ปณฺฑิเตหิ เอว เวทิตพฺโพติ ปณฺฑิตเวทนีโย. อาลียนฺติ อภิรมิตพฺพฏฺเฐน เสวียนฺตีติ อาลยา, ปญฺจ กามคุณา. อาลยนฺติ อลฺลียนฺติ อภิรมณวเสน เสวนฺตีติ อาลยา, ตณฺหาวิจริตานิ. รมนฺตีติ รตึ วินฺทนฺติ กีฬนฺติ ลฬนฺติ. อาลยรตาติ อาลยนิรตา.
ฐานํ สนฺธายาติ ฐานสทฺทํ สนฺธาย, อตฺถโก ปน ฐานนฺติ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เอว อธิปฺเปโต. ติฏฺฐติ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ หิ ฐานํ, สงฺขาราทีนํ ปจฺจยภูตา อวิชฺชาทโย. อิเมสํ สงฺขาราทีนํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อวิชฺชาทโย. อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา ยถา ‘‘เทโว เอว เทวตา’’. อิทปฺปจฺจยานํ วา อวิชฺชาทีนํ อตฺตโน ผลํ ปติ ปจฺจยภาโว อุปฺปาทนสมตฺถตา อิทปฺปจฺจยตา. เตน ปรมตฺถปจฺจยลกฺขโณ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทสฺสิโต โหติ. ปฏิจฺจ สมุปฺปชฺชติ ผลํ เอตสฺมาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ปททฺวเยนปิ ธมฺมานํ ปจฺจยฏฺโฐ เอว วิภาวิโต. เตนาห ‘‘สงฺขาราทิปจฺจยานํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ. สงฺขาราทีนํ ปจฺจยา สงฺขาราทิปจฺจยา, อวิชฺชาทโย. เตสํ สงฺขาราทิปจฺจยานํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๕๗๒-๕๗๓) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. สพฺพสงฺขารสมโถติอาทิ สพฺพนฺติ สพฺพสงฺขารสมถาทิอภิเธยฺยํ สพฺพํ อตฺถโต นิพฺพานเมว. อิทานิ อสฺส นิพฺพานภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตนฺติ นิพฺพานํ. อาคมฺมาติ ปฏิจฺจ อริยมคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยเหตุ. สมฺมนฺตีติ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวูปสมวเสน สมฺมนฺติ. ตถา สนฺตา จ สวิเสสํ อุปสนฺตา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘วูปสมฺมนฺตี’’ติ. เอเตน สพฺเพ สงฺขารา สมฺมนฺติ เอตฺถาติ สพฺพสงฺขารสมโถ, นิพฺพานนฺติ ทสฺเสติ. สพฺพสงฺขารวิสํยุตฺเต หิ นิพฺพาเน สพฺพสงฺขารวูปสมปริยาโย อฏฺฐกถายํ วุตฺโต เอว. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปธิ, ขนฺธาทโย. ปฏินิสฺสฏฺฐาติ สมุจฺเฉทวเสน ปริจฺจตฺตา โหนฺติ. สพฺพา ตณฺหาติ อฏฺฐสตปฺปเภทา สพฺพาปิ ตณฺหา. สพฺเพ กิเลสราคาติ กามราครูปราคาทิเภทา สพฺเพปิ กิเลสภูตา ราคา, สพฺเพปิ วา กิเลสา อิธ ‘‘กิเลสราคา’’ติ อธิปฺเปตา, น โลภวิเสสา เอว จิตฺตสฺส ปริฬาหภาวาปาทนโต. ยถาห ‘‘รตฺตมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ, ทุฏฺฐมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ, มูฬฺหมฺปิ จิตฺตํ วิปริณต’’นฺติ (ปารา. ๒๗๑). วิรชฺชนฺตีติ ปลุชฺชนฺติ วิกฺขมฺภนโต สพฺพโส เตน วิสํยุตฺตภาวโต. สพฺพํ ทุกฺขนฺติ ชรามรณาทิเภทํ สพฺพํ วฏฺฏทุกฺขํ. ภเวน ภวนฺติ เตน เตน ภเวน ภวนฺตรํ ภวนิกนฺติภาเวน สํสิพฺพติ. ผเลน วา สทฺธึ กมฺมํ สตณฺหสฺเสว อายตึ ปุนพฺภวภาวโต. ตโต วานโต นิกฺขนฺตํ ตตฺถ ตสฺส สพฺพโส อภาวโต. จิรนิสชฺชาจิรภาสเนหิ ปิฏฺฐิอาคิลายนตาลุคลโสสาทิวเสน กายกิลมโถ เจว กายวิเหสา จ เวทิตพฺพา. สา จ โข เทสนาย อตฺถมชานนฺตานํ อปฏิปชฺชนฺตานญฺจ วเสน, ชานนฺตานํ ปน ปฏิปชฺชนฺตานญฺจ เทสนาย กายปริสฺสโมปิ สตฺถุ อปริสฺสโมเยว. เตนาห ภควา – ‘‘น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ วิเหเสสี’’ติ (อุทา. ๑๐). เตเนวาห – ‘‘ยา อชานนฺตานํ เทสนา นาม, โส มม กิลมโถ อสฺสา’’ติ. อุภยนฺติ จิตฺตกิลมโถ จิตฺตวิเหสา จาติ อุภยมฺเปตํ พุทฺธานํ นตฺถิ โพธิมูเล เอว สมุจฺฉินฺนตฺตา. อนุพฺรูหนํ สมฺปิณฺฑนํ. โสติ อปิสฺสูติ นิปาโต. วุทฺธิปฺปตฺตา วา อจฺฉริยา อนจฺฉริยา, วุทฺธิอตฺโถปิ หิ -กาโร โหติ ยถา ‘‘อเสกฺขา ธมฺมา’’ติ. กปฺปานํ สตสหสฺสํ จตฺตาริ จ อสงฺเขฺยยฺยานิ สเทวกสฺส โลกสฺส ธมฺมสํวิภาคกรณตฺถเมว ปารมิโย ปูเรตฺวา อิทานิ สมธิคตธมฺมรชฺชสฺส ตตฺถ อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติทีปนตา คาถตฺถสฺส จ อจฺฉริยตา ตสฺส วุทฺธิปฺปตฺตีติ เวทิตพฺพํ. อตฺถทฺวาเรน หิ คาถานํ อนจฺฉริยตา. โคจรา อเหสุนฺติ อุปฏฺฐหึสุ. อุปฏฺฐานญฺจ วิตกฺเกตพฺพตาวาติ อาห ‘‘ปริวิตกฺกยิตพฺพตํ ปาปุณึสู’’ติ.
ยทิ สุขาปฏิปทาว, กถํ กิจฺฉตาติ อาห ‘‘ปารมีปูรณกาเล ปนา’’ติอาทิ. เอวมาทีนิ ทุปฺปริจฺจชานิ เทนฺตสฺส. ห-อิติ วา พฺยตฺตนฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. ‘‘เอกํสตฺเถ’’ติ เกจิ. ห พฺยตฺตํ, เอกํเสน วา อลํ นิปฺปโยชนํ เอวํ กิจฺเฉน อธิคตสฺส ปกาสิตุํ เทสิตุนฺติ โยชนา. หลนฺติ วา อลนฺติ อิมินา สมานตฺถปทํ ‘‘หลนฺติ วทามี’’ติอาทีสุ วิย. ราคโทสผุฏฺเฐหีติ ผุฏฺฐวิเสน วิย สปฺเปน ราเคน โทเสน จ ผุฏฺเฐหิ อภิภูเตหิ. ราคโทสานุคเตหีติ ราคโทเสหิ อนุพนฺเธหิ.
นิจฺจาทีนนฺติ นิจฺจาทีนํ จตุนฺนํ วิปลฺลาสานํ. เอวํคตนฺติ เอวํ อนิจฺจนฺติอาทินา อากาเรน ปวตฺตํ พุชฺฌิตพฺพํ. กามราครตฺตา จ ภวราครตฺตา จ นีวรเณหิ นิวุตจิตฺตตาย ทิฏฺฐิราครตฺตา วิปรีตาภินิเวเสน น ทกฺขนฺติ ยาถาวโต ธมฺมํ น ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺติ. สภาเวนาติ อวิปรีตสภาเวน. เอวํ คาหาเปตุนฺติ อนิจฺจนฺติอาทินา สภาเวน ยาถาวโต ธมฺมํ ชานาเปตุํ. ราคโทสปเรตตาปิ เนสํ สมฺมูฬฺหภาเวเนวาติ อาห ‘‘ตโมขนฺเธน อาวุฏา’’ติ.
ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติยา การณํ วิภาเวตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทินา สยเมว โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ. อญฺญาตเวเสนาติ อิมสฺส ภควโต สาวกภาวูปคมเนน อญฺญาตเวเสน. ‘‘อญฺญตรตาปสเวเสนา’’ติ เกจิ, โส ปนสฺส อรหตฺตาธิคมเนเนว วิคจฺเฉยฺย. ติวิธํ การณํ อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติยา ปฏิปกฺขสฺส พลวภาโว, ธมฺมสฺส คมฺภีรตา, ตตฺถ จ ภควโต สาติสยํ คารวนฺติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺส หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ปฏิปกฺขา นาม ราคาทโย กิเลสา สมฺมาปฏิปตฺติยา อนฺตรายกรตฺตา. เตสํ พลวภาวโต จิรปริภาวนาย สตฺตสนฺตานโต ทุพฺพิโสธิยตาย เต สตฺเต มตฺตหตฺถิโน วิย ทุพฺพลปุริสํ อธิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา อนยพฺยสนํ อาปาเทนฺตา อเนกสตโยชนายามวิตฺถารํ สุนิจิตํ ฆนสนฺนิเวสํ กณฺฏกทุคฺคมฺปิ อธิเสนฺติ. ทูรปเภททุจฺเฉชฺชตาหิ ทุพฺพิโสธิยตํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จ อนฺโต อมฏฺฐตาย กญฺชิยปุณฺณา ลาพุ, จิรปาริวาสิกตาย ตกฺกภริตา จาฏิ, เสฺนหตินฺตทุพฺพลภาเวน วสาปีตปิโลติกา, เตลมิสฺสิตตาย อญฺชนมกฺขิตหตฺโถ ทุพฺพิโสธนียา วุตฺตา. หีนูปมา เจตา รูปปพนฺธภาวโต อจิรกาลิกตฺตา จ มลีนตาย, กิเลสสํกิเลโส เอว ปน ทุพฺพิโสธนียตโร อนาทิกาลิกตฺตา อรูปนิสฺสิตตฺตา จ. เตนาห ‘‘อติสํกิลิฏฺฐา’’ติ.
ยถา จ ทุพฺพิโสธนียตรตาย, เอวํ คมฺภีรทุทฺทสทุรนุโพธานมฺปิ วุตฺตอุปมา หีนูปมาว. คมฺภีโรปิ ธมฺโม ปฏิปกฺขวิธมเนน ญาเณน วิสทภาวํ อาปนฺเนน สุปากโฏ ภเวยฺย, ปฏิปกฺขวิธมนํ ปน สมฺมาปฏิปตฺติปฏิพทฺธํ, สา สทฺธมฺมสฺสวนาธีนา, ตํ สตฺถริ ธมฺเม จ ปสาทายตฺตํ. โส ครุฏฺฐานิยานํ อชฺเฌสนเหตุโกติ ปณาลิกาย สตฺตานํ ธมฺมสมฺปฏิปตฺติยา พฺรหฺมายาจนานิมิตฺตนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห.
อุปกฺกิเลสภูตํ อปฺปํ ราคาทิรชํ เอตสฺสาติ อปฺปรชํ, อปฺปรชํ อกฺขิ ปญฺญาจกฺขุ เยสํ เต ตํสภาวาติ กตฺวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺญามเย’’ติอาทิมาห. อปฺปํ ราคาทิรชํ เยสํ ตํสภาวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อสฺสวนตาติ ‘‘สยํ อภิญฺญา’’ติอาทีสุ วิย กรเณ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘อสฺสวนตายา’’ติ. ทสปุญฺญกิริยวเสนาติ ทานาทิทสวิธปุญฺญกิริยวตฺถูนํ วเสน. เตนาห ‘‘กตาธิการา’’ติอาทิ. ปปญฺจสูทนิยํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๒) ปน ‘‘ทฺวาทสปุญฺญกิริยวเสนา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ทานาทีสุ สรณคมน-ปรหิตปริณามนาทิปกฺขิปนวเสน วุตฺตํ.
ราคาทิมเลน สมเลหิ ปูรณาทีหิ ฉหิ สตฺถาเรหิ สตฺถุปฏิญฺเญหิ กพฺพรจนาวเสน จินฺตากวิอาทิภาเว ฐตฺวา ตกฺกปริยาหตํ วีมํสานุจริตํ สยํปฏิภานํ จินฺติโต. เต กิร พุทฺธโกลาหลานุสฺสเวน สญฺชาตกุตูหลํ โลกํ วญฺเจนฺตา โกหญฺเญ ฐตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปฏิชานนฺตา ยํ กญฺจิ อธมฺมเมว ‘‘ธมฺโม’’ติ ทีเปสุํ. เตนาห ‘‘เต หิ ปุเรตรํ อุปฺปชฺชิตฺวา’’ติอาทิ. อปาปุเรตนฺติ เอตํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานโต ปภุติ ปิหิตํ นิพฺพานมหาทฺวารํ อริยมคฺคํ สทฺธมฺมเทสนาหตฺเถน อปาปุร วิวร.
เสโล ปพฺพโต อุจฺโจ โหติ ถิโร จ, น ปํสุปพฺพโต มิสฺสกปพฺพโต จาติ อาห ‘‘เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนี’’ติ. ธมฺมมยํ ปาสาทนฺติ โลกุตฺตรธมฺมมาห. โส หิ สพฺพโส ปสาทาวโห, สพฺพธมฺเม อติกฺกมฺม อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ปาสาทสทิโส จ. ปญฺญาปริยาโย วา อิธ ธมฺม-สทฺโทติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺญามย’’นฺติ. สา หิ อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ปาสาโทติ อภิธมฺเม อาคตา. ตถา จาห –
‘‘ปญฺญาปาสาทมารุยฺห, อโสโก โสกินึ ปชํ;
ปพฺพตฏฺโฐว ภูมฏฺเฐ, ธีโร พาเล อเวกฺขตี’’ติ. (ธ. ป. ๒๘);
ยถา หีติอาทีสุ ยถา จ ปพฺพเต ฐตฺวา อนฺธกาเร เหฏฺฐา โอโลเกนฺตสฺส ปุริสสฺส เขตฺตเกทารปาฬิกุฏิกาโย ตตฺถ สยิตมนุสฺสา จ น ปญฺญายนฺติ อนุชฺชลภาวโต, กุฏิกาสุ ปน อคฺคิชาลา ปญฺญายติ สมุชฺชลภาวโต, เอวํ ธมฺมปาสาทมารุยฺห สตฺตโลกํ โอโลกยโต ภควโต ญาณสฺส อาปาถํ นาคจฺฉนฺติ อกตกลฺยาณา สตฺตา, ญาณคฺคินา อนุชฺชลภาวโต อนุฬารภาวโต จ รตฺตึ ขิตฺตา สรา วิย โหนฺติ, กตกลฺยาณา ปน ภพฺพปุคฺคลา ทูเร ฐิตาปิ ภควโต อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริปกฺกญาณคฺคิตาย สมุชฺชลภาวโต อุฬารสนฺตานตาย หิมวนฺตปพฺพโต วิย จาติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา.
ครุฏฺฐานียํ ปยิรุปาสิตฺวา ครุตรํ ปโยชนํ อุทฺทิสฺส อภิปตฺถนา อชฺเฌสนา, สาปิ อตฺถโต ยาจนาว โหตีติ อาห ‘‘อชฺเฌสนนฺติ ยาจน’’นฺติ. ปเทสวิสยํ ญาณทสฺสนํ อหุตฺวา พุทฺธานํเยว อาเวณิกภาวโต อิทํ ญาณทฺวยํ ‘‘พุทฺธจกฺขู’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘อิเมสญฺหิ ทฺวินฺนํ ญาณานํ ‘พุทฺธจกฺขู’ติ นาม’’นฺติ. ติณฺณํ มคฺคฺคญาณานนฺติ เหฏฺฐิมานํ ติณฺณํ มคฺคญาณานํ ‘‘ธมฺมจกฺขู’’ติ นามํ จตุสจฺจธมฺมทสฺสนมตฺตภาวโต. ยโต ตานิ ญาณานิ วิชฺชูปมภาเวน วุตฺตานิ, อคฺคมคฺคญาณํ ปน ญาณกิจฺจสฺส สิขาปฺปตฺติยา ทสฺสนมตฺตํ น โหตีติ ‘‘ธมฺมจกฺขู’’ติ น วุจฺจติ, ยโต ตํ วชิรูปมภาเวน วุตฺตํ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อปฺปรชกฺขชาติกา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยน. ยสฺมา มนฺทกิเลสา ‘‘อปฺปรชกฺขา’’ติ วุตฺตา, ตสฺมา พหลกิเลสา ‘‘มหารชกฺขา’’ติ เวทิตพฺพา. ปฏิปกฺขวิธมนสมตฺถตาย ติกฺขานิ สูรานิ วิสทานิ, วุตฺตวิปริยาเยน มุทูนิ. สทฺธาทโย อาการาติ สทฺทหนาทิปฺปกาเร วทติ. สุนฺทราติ กลฺยาณา. สมฺโมหวิโนทนิยํ ปน ‘‘เยสํ อาสยาทโย โกฏฺฐาสา สุนฺทรา, เต สฺวาการา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อิมาย อตฺถวณฺณนาย อญฺญทตฺถุ สํสนฺทตีติ ทฏฺฐพฺพํ. การณํ นาม ปจฺจยากาโร, สจฺจานิ วา. ปรโลกนฺติ สมฺปรายํ. ตํ ทุกฺขาวหํ วชฺชํ วิย ภยโต ปสฺสิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘ปรโลกญฺเจว วชฺชญฺจ ภยโต ปสฺสนฺตี’’ติ. สมฺปตฺติภวโต วา อญฺญตฺตา วิปตฺติภโว ปรโลโกติ วุตฺตํ ‘‘ปร…เป… ปสฺสนฺตี’’ติ.
อยํ ปเนตฺถ ปาฬีติ เอตฺถ ‘‘อปฺปรชกฺขา’’ติ ปทานํ อตฺถวิภาวเน อยํ ตสฺส ตถาภาวสาธนปาฬิ. สทฺธาทีนญฺหิ วิมุตฺตปริปาจกธมฺมานํ พลวภาโว ตปฺปฏิปกฺขานํ ปาปธมฺมานํ ทุพฺพลภาเว สติ โหติ. เตสญฺจ พลวภาโว สทฺธาทีนํ ทุพฺพลภาเวติ วิมุตฺติปริปาจกธมฺมานํ สวิเสสํ อตฺถิตานตฺถิตาวเสน อปฺปรชกฺขา มหารชกฺขาติอาทโย ปาฬิยํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๑) วิภชิตฺวา ทสฺสิตา ‘‘สทฺโธ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข’’ติอาทินา. ขนฺธาทโย เอว ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก สมฺปตฺติภวภูโต โลโก สมฺปตฺติภวโลโก, สุคติสงฺขาโต อุปปตฺติภโว. สมฺปตฺติ ภวติ เอเตนาติ สมฺปตฺติสมฺภวโลโก, สุคติสํวตฺตนิโย กมฺมภโว. ทุคฺคติสงฺขาตอุปปตฺติภว-ทุคฺคติสํวตฺตนิยกมฺมภวา วิปตฺติภวโลก-วิปตฺติสมฺภวโลกา. ปุน เอกกทุกาทิวเสน โลกํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอโก โลโก’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาหาราทโย วิย หิ อาหารฏฺฐิติกา สงฺขารา สพฺเพ ลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ. ตตฺถ เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกาติ ยายํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย กถาย สพฺเพสํ สงฺขารานํ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตา วุตฺตา, ตาย สพฺโพ สงฺขารโลโก เอโก เอกวิโธ ปการนฺตรสฺส อภาวโต. เทฺว โลกาติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นามคฺคหเณน เจตฺถ นิพฺพานสฺส อคฺคหณํ ตสฺส อโลกสภาวตฺตา.
นนุ จ ‘‘อาหารฏฺฐิติกา’’ติ เอตฺถ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย มคฺคผลานมฺปิ โลกตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, ปริญฺเญยฺยานํ ทุกฺขสจฺจธมฺมานํ อิธ ‘‘โลโก’’ติ อธิปฺเปตตฺตา. อถ วา น ลุชฺชติ น ปลุชฺชตีติ โย คหิโต ตถา น โหติ, โส โลโกติ ตํคหณรหิตานํ โลกุตฺตรานํ นตฺถิ โลกตา. อุปาทานานํ อารมฺมณภูตา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา. อนุโรธาทิวตฺถุภูตา ลาภาทโย อฏฺฐ โลกธมฺมา. ทสายตนานีติ ทส รูปายตนานิ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว. วิวฏฺฏชฺฌาสยสฺส อธิปฺเปตตฺตา ตสฺส จ สพฺพํ เตภูมกกมฺมํ ครหิตพฺพํ วชฺชิตพฺพญฺจ หุตฺวา อุปฏฺฐาตีติ วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ อภิสงฺขารา วชฺชา, สพฺเพ ภวคามิกมฺมา วชฺชา’’ติ. อปฺปรชกฺขตาทีสุ ปญฺจสุ ทุเกสุ เอเกกสฺมึ ทส ทส กตฺวา ‘‘ปญฺญาสาย อากาเรหิ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ. อถ วา อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปโรปริยตฺตํ ชานาตีติ กตฺวา ตถา วุตฺตํ. เอตฺถ จ อปฺปรชกฺขาทิภพฺพาทิวเสน อาวชฺเชนฺตสฺส ภควโต เต สตฺตา ปุญฺชปุญฺชาว หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ, น เอเกกา.
อุปฺปลานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินี. อุปฺปลคจฺโฉปิ ชลาสโยปิ จ. อิธ ปน ชลาสโย อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อุปฺปลวเน’’ติ. ยานิ หิ อุทกสฺส อนฺโต นิมุคฺคาเนว หุตฺวา ปุสนฺติ วฑฺฒนฺติ, ตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิ. ทีปิตานีติ อฏฺฐกถายํ ปกาสิตานิ, อิเธว วา ‘‘อญฺญานิปี’’ติอาทินา ทสฺสิตานิ. อุคฺฆฏิตญฺญูติ อุคฺฆฏนํ นาม ญาณุคฺฆฏนํ, ญาเณน อุคฺฆฏิตมตฺเตเนว ชานาตีติ อตฺโถ. วิปญฺจิตํ วิตฺถาริตเมว อตฺถํ ชานาตีติ วิปญฺจิตญฺญู. นิทฺเทสาทีหิ ธมฺมาภิสมยาย เนตพฺโพติ เนยฺโย. ปชฺชติ อตฺโถ เอเตนาติ ปทํ, ปชฺชเต ญายเตติ วา ปทํ, ตทตฺโถ. ปทํ ปรมํ เอตสฺส, น สจฺจาภิสมฺโพโธติ ปทปรโม.
อุทาหฏเวลายาติ อุทาหาเร ธมฺมสฺส อุทฺเทเส อุทาหฏมตฺเตเยว. ธมฺมาภิสมโยติ จตุสจฺจธมฺมสฺส ญาเณน สทฺธึ อภิสมโย. อยํ วุจฺจตีติ อยํ ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทินา นเยน สํขิตฺเตน มาติกาย ฐปิยมานาย เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิตุํ สมตฺโถ ปุคฺคโล ‘‘อุคฺฆฏิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อยํ วุจฺจตีติ สํขิตฺเตน มาติกํ ฐเปตฺวา วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ ปุคฺคโล ‘‘วิปญฺจิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อุทฺเทสโตติ อุทฺเทสเหตุ. อุทฺทิสนฺตสฺส อุทฺทิสาเปนฺตสฺส วาติ อตฺโถ. ปริปุจฺฉโตติ อตฺถํ ปริปุจฺฉนฺตสฺส. อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหตีติ อนุกฺกเมน อรหตฺตปฺปตฺติ โหติ. น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหตีติ เตน อตฺตภาเวน มคฺคํ วา ผลํ วา อนฺตมโส ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ. อยํ วุจฺจติ ปทปรโมติ อยํ ปุคฺคโล ฉพฺพิธํ พฺยญฺชนปทํ ฉพฺพิธํ อตฺถปทนฺติ อิทํ ปทเมว ปรมํ อสฺสาติ ปทปรโมติ วุจฺจตีติ อตฺโถ.
วาสนา โหตีติ เทสนา ผลโวหาเรน วาสนา โหตีติ วุตฺตา. น หิ กาจิ พุทฺธานํ เทสนา นิรตฺถกา. เยติ เย ทุวิเธ ปุคฺคเล. วิภงฺเค กมฺมาวรเณนาติ ปญฺจวิเธน อานนฺตริยกมฺเมน. วิปากาวรเณนาติ อเหตุกปฏิสนฺธิยา. ยสฺมา ปน ทุเหตุกานมฺปิ อริยมคฺคปฏิเวโธ นตฺถิ, ตสฺมา ทุเหตุกา ปฏิสนฺธิปิ วิปากาวรณเมวาติ เวทิตพฺพา. กิเลสาวรเณนาติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา. อสฺสทฺธาติ พุทฺธาทีสุ สทฺธารหิตา. อจฺฉนฺทิกาติ กตฺตุกมฺยตาฉนฺทรหิตา. อุตฺตรกุรุกา มนุสฺสา อจฺฉนฺทิกฏฺฐานํ ปวิฏฺฐา. ทุปฺปญฺญาติ ภวงฺคปญฺญาย ปริหีนา. ภวงฺคปญฺญาย ปน ปริปุณฺณายปิ ยสฺส ภวงฺคจลนํ โลกุตฺตรสฺส ปจฺจโย น โหติ, โสปิ ทุปฺปญฺโญ เอว นาม. อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนิยามสงฺขาตํ มคฺคํ โอกฺกมิตุํ อธิคนฺตุํ อภพฺพา. น กมฺมาวรเณนาติอาทีนิ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพานิ. ราคจริตาทิอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรมตฺถทีปนิยํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๔๓) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.
นิพฺพานสฺส ทฺวารํ ปวิสนมคฺโค วิวริตฺวา ฐปิโต มหากรุณูปนิสฺสเยน สยมฺภุญาเณน อธิคตตฺตา. สทฺธํ ปมุญฺจนฺตูติ อตฺตโน สทฺธํ ธมฺมสมฺปฏิจฺฉนโยคฺยํ กตฺวา วิสฺสชฺเชนฺตุ, สทฺทหนากาเรน นํ อุปฏฺฐเปนฺตูติ อตฺโถ. สุเขน อกิจฺเฉน ปวตฺตนียตาย สุปฺปวตฺติตํ. น ภาสึ น ภาสิสฺสามีติ จินฺเตสึ.
สตฺถุ สนฺติกํ อุปคตานํ เทวานํ พฺรหฺมานญฺจ ตสฺส ปุรโต อนฺตรธานํ นาม อติฏฺฐนนฺติ อาห ‘‘สกฏฺฐานเมว คโต’’ติ. สทฺธินฺทฺริยาทิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทิโก ธมฺโม เอว วิเนยฺยสนฺตาเน ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ. อถ วา จกฺกนฺติ อาณา. ธมฺมนฺติ เทสนา. อถ วา อตฺถธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมญฺจ ตํ ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ. ธมฺเมน ญาเยน จกฺกนฺติปิ ธมฺมจกฺกํ. ยถาห ‘‘ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, จกฺกญฺจ ปวตฺเตติ ธมฺมญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺมจริยาย ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺก’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๒.๔๐-๔๑). ปวตฺเตสีติ ปฏฺฐเปสิ.
พฺรหฺมายาจนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.