๓. ตติยวคฺโค
๑. สมฺพหุลสุตฺตวณฺณนา
๑๕๗. ชฏาจุมฺพฏเกนาติ สีเส ปฏิมุกฺเกน ชฏากลาเปน. อปริคฺคหพฺราหฺมณปพฺพชิตา หิ ชฏาย อุญฺฉาจริยํ จรนฺติ. อุทุมฺพรทณฺฑญฺหิ อตฺตคุตฺตตฺถาย คหิตํ เตสํ อปฺปิจฺฉภาวปฺปกาสนํ. เตนาห ‘‘อปฺปิจฺฉภาวปฺปกาสนตฺถ’’นฺติ. สีสํ โอกมฺเปตฺวาติ เอตฺถ อติวิย สีสสฺส โอกมฺปิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘หนุเกน อุรํ ปหรนฺโต อโธนตํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ชิวฺหํ นีหริตฺวาติ ลมฺพนจาลนวเสน มุขโต นิกฺขาเมตฺวา. เตนาห ‘‘อุทฺธ’’นฺติอาทิ. ติสาขนฺติ ติภงฺคภกุฏิ วิย นลาเฏ ชาตตฺตา นลาฏิกํ. เตนาห ‘‘นลาเฏ อุฏฺฐิตํ วลิตฺตย’’นฺติ, ติภงฺควลิกํ นลาเฏ กตฺวาติ อตฺโถ. อตฺตโนว เตเลติ อตฺตโนว ปาปกมฺมนิพฺพตฺตเก เตเล, ปจิตพฺพฏฺฐานเคเหติ อธิปฺปาโย.
สมฺพหุลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา
๑๕๘. มยฺหํ ลาภาติ เอวรูปสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สตฺถุสฺส ปฏิลาโภ, เอวรูปสฺส จ นาม นิยฺยานิกสฺส สทฺธมฺมสฺส ปฏิลาโภ, เอวรูปานญฺจ สุปฺปฏิปนฺนานํ สพฺรหฺมจารีนํ ปฏิลาโภ, เอเต มยฺหํ สุลทฺธลาภา. มยฺหํ สุลทฺธนฺติ ยญฺเจตํ มม นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชฺชา อุปสมฺปทา, ตสฺมิญฺจ อภิรตีติ สพฺพญฺเจตํ มยา สุลทฺธํ. ยถา ปนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุปฺปนฺโน, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. จริตานุรูปวเสน คหิตํ มูลกมฺมฏฺฐานํ. ปาสาทิกนฺติ ปสาทาวหํ. เอวมโหสีติ ‘‘ลาภา วต เม’’ติอาทินา เอวํ ปริวิตกฺโก อโหสิ. นิสินฺนสทิโสติ นิสินฺโน วิย. ตสฺมึเยว ฐาเนติ ยสฺมึ ฐาเน นิสินฺนํ มาโร อุปสงฺกมิ, ตสฺมึเยว ฐาเน. ตสฺสาติ สมิทฺธิตฺเถรสฺส. กมฺมฏฺฐานํ สปฺปายนฺติ กมฺมฏฺฐานภาวนาย อนุยุญฺชนํ สปฺปายํ อุปการาวหํ ภวิสฺสติ.
มยฺหนฺติ มยา. สติ จ ปญฺญา จ สติปญฺญา, ตา อริยมคฺเคน ชานนสมตฺถนภาเวน อวพุทฺธา. เถโร กิร ตทา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปสิ. กามนฺติ ยถารุจิ. เกจิ ‘‘กามํ กรสฺสูติ อายสฺมโต ‘กามา’ติ มารสฺส อาลปน’’นฺติ วทนฺติ. วิภึสการหานีติ ภยานการหานิ. รูปานีติ วิปฺปการานิ. วิปฺปการตฺโถปิ หิ รูปสทฺโท ‘‘รูปํ ทสฺเสติ อนปฺปก’’นฺติอาทีสุ วิย. น กมฺเปสฺสสีติ สมณธมฺมกรณโต น จลิสฺสสิ.
สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. โคธิกสุตฺตวณฺณนา
๑๕๙. ปพฺพตสฺส ปสฺเสติ ปพฺพตปาเท อุปจฺจกายํ. สมเย สมเย ลทฺธตฺตา สามยิกํ. เตนาห ‘‘อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุจฺจตี’’ติ. โลกิยวิมุตฺติ หิ อนจฺจนฺตปหายิตาย สมยวิมุตฺติ นาม, โลกุตฺตรวิมุตฺติ อจฺจนฺตปหายิตาย อสมยวิมุตฺติ. ตาหิ สมนฺนาคตา ‘‘สมยวิมุตฺตา, อสมยวิมุตฺตา’’ติ จ วุจฺจนฺติ. ยาว ปฐมชฺฌานนิพฺพตฺตนํ, ตาว กสฺมา ปริหายีติ อตฺโถ? สาพาธตฺตาติ สโรคตฺตา. วาตปิตฺตเสมฺหวเสนาติ กทาจิ วาตปิตฺตวเสน, กทาจิ วาตเสมฺหวเสน, อุภินฺนมฺปิ สนฺนิปาตวเสน. อนุสายิโกติ กายํ อนุคนฺตฺวา สยิโต, ยาปฺยามยภาเวน ฐิโตติ อตฺโถ. สมาธิสฺสาติ สมาธิภาวนาย. อุปการกธมฺเม อุตุโภชนาทิเก. ปูเรตุนฺติ สโมธาเนตุํ. ปริหายีติ สรีรสฺส อกลฺลภาวโต.
อาหเรยฺยนฺติ ชีวิตหรณตฺถาย อุปเนยฺยํ. นิพทฺธา คติ โหติ เกวลํ พฺรหฺมโลกูปปตฺติโต, น โสตาปนฺนาทีนํ วิย ปริจฺฉินฺนภาเวน. เตนาห ‘‘พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตตี’’ติ.
ชลมานาติ สมุฏฺฐิตนิยตอิทฺธิยา อนญฺญสาธารณปริวารสมฺปตฺติยา จ สเทวเก โลเก ชลมานา. มํสจกฺขุ ทิพฺพจกฺขุ ธมฺมจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ สมนฺตจกฺขูติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา. อานุภาวธราติ อจินฺเตยฺยาปริเมยฺยพุทฺธานุภาวสมฺปนฺนา. อานุภาวปริยาโยปิ หิ ชุติ-สทฺโท โหติ ‘‘อิทฺธิชุติพลวีริยูปปตฺตี’’ติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๕๘๙, ๑๕๙๕) วิย. อนวเสสโต มานํ สิยติ สมุจฺฉินฺทตีติ อคฺคมคฺโค มานสํ. ตนฺนิพฺพตฺตนา ปน อรหตฺตสฺส มานสตา ทฏฺฐพฺพา. สีลาทีนีติ อนุตฺตรสีลาทีนิ. สิกฺขมาโนติ สิกฺขานิ ภาเวนฺโต อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาเทนฺโต. น จิตฺตภาวนา. เตนาห ‘‘สกรณีโย’’ติ. ชเนติ สตฺตสฺส กาเย, สเทวเก โลเกติ อตฺโถ. วิสฺสุตาติ อนญฺญสาธารเณหิ สีลาทิคุเณหิ วิสฺสุตา.
เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวาติ อุปฺปนฺนํ ทุกฺขเวทนํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนอตฺตกิลมถํ อนุปฺปาทนวเสน วิกฺขมฺเภตฺวา ตํเยว เวทนํ ปริคฺคเหตฺวา ปวตฺตวิปสฺสนา วีถิเมว โอตรตีติ กตฺวา มูลกมฺมฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ. ‘‘สมสีสี หุตฺวา ปรินิพฺพายี’’ติ วตฺวา ตสฺส ปเภทํ วิภชิตฺวา อิธาธิปฺเปตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมสีสี นาม ติวิโธ โหตี’’ติอาทิมาห. อิริยาปถวเสน สมสีสี อิริยาปถสมสีสี. เอส นโย เสสทฺวเยปิ.
อิริยาปถโกปนญฺจาติ อิริยาปเถหิ อสมาโยโค. เอกปฺปหาเรเนวาติ เอกเวลายเมว. ปรินิพฺพานวเสนาติ อนุปาทิเสสปรินิพฺพานวเสน, น กิเลสกฺขยมตฺเตน. เอตฺถาติ เอเตสุ ทฺวีสุ นเยสุ. เอวํ สติ เตเนว อิริยาปเถน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา เตเนว อิริยาปเถน, เอกสฺมึ อนฺโตโรเคเยว วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา เตเนว โรเคน ปรินิพฺพายนฺตา ขีณาสวา พหโวปิ สมสีสิโน เอว สมฺภเวยฺยุํ. ตสฺมา วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
สีสญฺเจตฺถ เตรส – ปลิโพธสีสํ ตณฺหา, พนฺธนสีสํ มาโน, ปรามาสสีสํ ทิฏฺฐิ, วิกฺเขปสีสํ อุทฺธจฺจํ, กิเลสสีสํ อวิชฺชา, อธิโมกฺขสีสํ สทฺธา, ปคฺคหสีสํ วีริยํ, อุปฏฺฐานสีสํ สติ, อวิกฺเขปสีสํ สมาธิ, ทสฺสนสีสํ ปญฺญา, ปวตฺติสีสํ ชีวิตินฺทฺริยํ, โคจรสีสํ วิโมกฺโข, สงฺขารสีสํ นิโรโธติ. อิเมสุ เตรสสุ สีเสสุ ปลิโพธสีสาทีนิ ปวตฺติสีสญฺจ ปริยาทิยิตพฺพานิ, อธิโมกฺขสีสาทีนิ ปริยาทายกานิ, ปริยาทายกผลํ โคจรสีสํ. ตญฺหิ วิสยชฺฌตฺตํ ผลํ วิโมกฺโข, ปริยาทายกสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส จ อารมฺมณํ สงฺขารสีสํ สงฺขารวิเวกภูโต นิโรโธติ ปริยาทิยิตพฺพานํ ปริยาทายกผลารมฺมณานํ สห วิย สํสิทฺธํ ทสฺสเนน สมสีสิภาวํ ทสฺเสตุํ ปฏิสมฺภิทายํ เตรส สีสานิ วุตฺตานิ. อิธ ปน ‘‘อปุพฺพํ อจริมํ อาสวปริยาทานญฺจ โหติ ชีวิตปริยาทานญฺจา’’ติ (ปุ. ป. ๑๖) วจนโต เตสุ กิเลสปวตฺตสีสานเมว วเสน โยชนํ กโรนฺโต ‘‘เอตฺถ จ ปวตฺติสีส’’นฺติอาทิมาห.
ตตฺถ ปวตฺติสีสํ ปวตฺตโต วุฏฺฐหนฺโต มคฺโค จุติโต อุทฺธํ อปฺปวตฺติกรณวเสน ยทิปิ ปริยาทียติ, ยาว ปน จุติ, ตาว ปวตฺติสพฺภาวโต ‘‘ปวตฺติสีสํ ชีวิตินฺทฺริยํ จุติจิตฺตํ เขเปตี’’ติ อาห. กิเลสปริยาทาเนน ปน มคฺคจิตฺเตน อตฺตโน อนนฺตรํ วิย นิปฺผาเทตพฺพา ปจฺจเวกฺขณวารา จ กิเลสปริยาทานสฺเสว วาราติ วตฺตพฺพตํ อรหนฺติ. ‘‘วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๗๘; สํ. นิ. ๓.๑๒) วจนโต ปจฺจเวกฺขณปริสมาปเนน กิเลสปริยาทานํ สมาปิตํ นาม โหติ, ตํ ปน ปริสมาปนํ ยทิ จุติจิตฺเตน โหติ, เตเนว ชีวิตปริสมาปนญฺจ โหตีติ อิมาย วารจุติสมตาย กิเลสปริยาทานชีวิตปริยาทานานํ อปุพฺพาจริมตา เวทิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ เอกโต อุปฺปาโท นตฺถี’’ติอาทิมาห. ทฺวินฺนํ จิตฺตานนฺติ จุติจิตฺตมคฺคจิตฺตานํ. ตนฺติ ปจฺจเวกฺขณํ ปริปุณฺณชวนจิตฺตานํ สตฺตกฺขตฺตุํ ปวตฺติยา, อปริปุณฺณานํ วา ปญฺจกฺขตฺตุํ ปวตฺติยา. กิญฺจาปิ ‘‘เอโก วา เทฺว วา’’ติ วุตฺตํ ยถา ‘‘เอกํ วา เทฺว วา ตทารมฺมณจิตฺตานี’’ติ, เหฏฺฐิมนฺเตน ปน เทฺว ปวตฺตนฺติ.
อุปฺปาเฏตฺวาติ อุทฺธริตฺวาติ อตฺโถ. อนุปาทิเสเสนาติ อนุปาทิเสสนิพฺพาเนน.
ธูมายิตตฺตนฺติ ธูมสฺส วิย อยิตภาวํ ปวตฺติอาการํ. ธูมสทิสา วลาหกา ธูมวลาหกา, ติมิรวลาหกา, เย มหิกา ‘‘ติมิร’’นฺติ วุจฺจนฺติ. อปฺปติฏฺฐิเตนาติ ปติฏฺฐํ อลภนฺเตน. อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ เอตํ กรณวจนํ, อนุปฺปตฺติธมฺเมนาติ อตฺโถ. สติ หิ อุปฺปาเท ปติฏฺฐิตํ นาม สิยา, อฏฺฐกถายํ ปน ยเทว ตสฺส วิญฺญาณสฺส อปฺปติฏฺฐานการณํ, ตเทว ปรินิพฺพานการณนฺติ วุตฺตํ ‘‘อปฺปติฏฺฐิตการณา’’ติ.
โสเกน ผุฏฺฐสฺสาติ ‘‘อผโล วต เม วายาโม ชาโต’’ติ โสเกน อภิภูตสฺส. อภสฺสถาติ พลวโสกาภิตุนฺนสฺส สติสมฺโมสา สิถิลํ คหิตา ภสฺสิ ปติตา สา กจฺฉา.
โคธิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สตฺตวสฺสานุพนฺธสุตฺตวณฺณนา
๑๖๐. ยสฺมา กปิลวตฺถุโต นิกฺขนฺตกาลโต ปฏฺฐาย มาโร โอตาราเปกฺโข โลกนาถํ อนุพนฺธิตุํ อารทฺโธ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปุเร โพธิยา ฉพฺพสฺสานี’’ติ. อติคเหตฺวาติ อนุคนฺตฺวา ตสฺส ยถารุจิ ปฏิปตฺตึ อนุวตฺโต วิย หุตฺวา.
อวชฺฌายนฺโตติ ปชฺฌายนฺโต. ชิโต วิตฺตปราชิโต อสิ นุ. ปมาณาติกฺกนฺตนฺติ ครุตรํ.
ขนิตฺวา อุมฺมูเลตฺวา. กามาสวาทีนิ ปชหนฺโต อนาสโว.
เปหีติ อเปหิ. ปารคามิโนติ ปารงฺคมนสีลา. เตกาลิโก อยํ คามิ-สทฺโทติ อาห ‘‘เยปี’’ติอาทิ.
มารวิสูกานีติ มารกณฺฏกานิ กณฺฏกสทิสานิ มารสฺส ทุราจารานิ. วิรุทฺธเสวิตานิ วิโรธวเสน ตาสํเยว เววจนานิ. ตานิ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปมายู’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิพฺเพชนียาติ นิพฺเพททายิกา. อุกฺกณฺฐนียาติ อุกฺกณฺฐวหา.
วิกปฺปวเสน เวทิตพฺโพ โอปมฺมปริกปฺปวิสยตฺตา ตสฺส กิริยาปทสฺส. เตนาห ‘‘อนุปริคจฺเฉยฺยา’’ติ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ เมทวณฺณวตฺถุสฺมึ. มุทุนฺติ มุทุมธุรสํ วินฺเทยฺยาม ปฏิลเภยฺยาม. อสฺสาโทติ อสฺสาเทตพฺโพ.
สตฺตวสฺสานุพนฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มารธีตุสุตฺตวณฺณนา
๑๖๑. จินฺเตสีติ โสกวสิโก หุตฺวา จินฺตยิ. คณิการหตฺถินิโยติ ทีปกกเรณุโย. เอกสตํ เอกสตนฺติ เอกสตํ เอกสตํ ปจฺเจกํ สตํ สตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เอเกกํ สตํ สตํ กตฺวา’’ติ. กุมาริวณฺณสตนฺติ กุมาริตฺถีนํ อตฺตภาวานํ สตํ. ตา กิร ปฐมํ กญฺญารูเปน อตฺตานํ ทสฺเสสุํ. อนุปคตปุปฺผานญฺหิ สมญฺญา กญฺญาติ. ปุน ยถาวุตฺตกุมาริรูเปน อุปคตปุปฺผา หิ กุมารี. ปุน วธุการูเปน. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อวิชาตวณฺณสต’’นฺติ. ตติยวาเร ยุวติรูเปน. วิชาตา หิ อิตฺถี อนติกฺกนฺตมชฺฌิมวยา ยุวตี. เอตฺตาวตา พาลา ตรุณี โปรีติ ติวิธาสุ อิตฺถีสุ ปุริมา เทฺว ทสฺสิตา, ปริโยสานวาเรสุ มนุสฺสชาติกานํ มนุสฺสิตฺถิโยว รุจฺจนฺตีติ เตน มนุสฺสรูเปน ตา อตฺตานํ ทสฺเสสุํ.
อตฺถสฺส ปตฺตินฺติ เอกนฺตโต หิตานุปฺปตฺตึ. หทยสฺส สนฺตินฺติ ปรมจิตฺตุปสมํ. กิเลสเสนนฺติ กามคุณสงฺขาตํ ปฐมํ กิเลสเสนํ. สา หิ กิเลสเสนา อจฺฉราสงฺฆาตสภาวาปิ ปฏิปตฺถยมานา ปิยายิตพฺพอิจฺฉิตพฺพรูปภาวโต ปิยรูปสาตรูปา นาม อตฺตโน กิจฺจวเสน. เอโก อหํ ฌายนฺโตติ คณสงฺคณิกาย กิเลสสงฺคณิกาย จ อภาวโต เอโก อสหาโย อหํ ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน นิชฺฌายนฺโต. อนุพุชฺฌินฺติ อนุกฺกเมน มคฺคปฏิปาฏิยา พุชฺฌึ ปฏิพุชฺฌึ. ตสฺมาติ ยถาวุตฺตวิเวกสุขสมธิคมนิมิตฺตํ. อกรเณนาติ มิตฺตสนฺถวสฺส อกรเณน. สกฺขีติ สกฺขิภาโว.
กตเมน วิหาเรนาติ ฌานสมาปตฺตีนํ กตเมน วิหาเรน. อิธ ทุติยปทสฺส อตฺโถ วิสฺสชฺชนคาถาวณฺณนายเมว อาวิ ภวิสฺสติ. อนามนฺเตน ‘‘ตํ ปุคฺคล’’นฺติ สมฺมุขา ฐิตมฺปิ ภควนฺตํ อสมฺมุขา วิย กตฺวา วทติ, กถํ ตฺวนฺติ อตฺโถ.
‘‘อวิตกฺกฌายี’’ติ วกฺขมานตฺตา อยเมเวตฺถ กายปสฺสทฺธิ เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘จตุตฺถชฺฌาเนน อสฺสาสปสฺสาสกายสฺส ปสฺสทฺธตฺตา ปสฺสทฺธกาโย’’ติ. ปุญฺญาภิสงฺขาราทิเก กมฺมาภิสงฺขาเร. กามาลยาทีนํ อภาวโต อนาลโย. น สรตีติ น สวติ. ราควเสน หิ สตฺตา สํสารมนุสวนฺติ. น ถิโนติ น ถินมิทฺธจิตฺโต. โมหวเสน หิ สตฺตา ถินมิทฺธํ อาปชฺชนฺตีติ. ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสนฺติ ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค (วิภ. ๘๔๒, ๙๗๖) อาคเตสุ อฏฺฐสุ กิเลสสเตสุ อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานิ อปเนตฺวา เสสา ปญฺญาสาธิกํ สตํ กิเลสา, เต พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๓๑) อาคตาหิ ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐีหิ สห ปญฺจปญฺญาสาธิกํ สตฺตสตํ โหติ; ตา จ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนภาเวน ทิคุณิตา ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ ทสาธิกํ โหติ; ตํ อปฺปกํ ปน อูนมธิกํ วา คณนุปคํ น โหตีติ ‘‘ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺส’’นฺติ วุตฺตํ. อิตเรสํ อตีตาทิภาวามสนโต อคฺคหณํ ปหานสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน อภิธมฺมฏีกายํ (ธ. ส. อนุฏี. นิทานกถาวณฺณนา) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. ปฐมปเทนาติ ‘‘น กุปฺปตี’’ติ อิมินา ปเทน. ทุติเยนาติ ‘‘น สรตี’’ติ ปเทน. ตติเยนาติ ‘‘น ถิโน’’ติ ปเทน. นีวรณปฺปหาเนน ขีณาสวตํ ทสฺเสติ, อนวเสสโต นีวรณานํ อจฺจนฺตปฺปหานํ อธิปฺเปตํ.
ปญฺจทฺวาริกกิเลโสฆํ ติณฺโณติ ฉนฺนํ ทฺวารานํ วเสน ปวตฺตนกิเลโสฆํ ตริตฺวา ฐิโต. กาโมฆทิฏฺโฐฆภโวฆฏฺฐกิเลสภาวโต ‘‘ปญฺโจฆคฺคหเณน วา ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ เวทิตพฺพานี’’ติ อาห. รูปราคาทโย วิเสสโต น ปญฺจทฺวาริกาติ วุตฺตํ ‘‘ฉฏฺฐคฺคหเณน ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ เวทิตพฺพานี’’ติ.
มจฺจุราชสฺสาติ สมฺพนฺเธ สามิวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มจฺจุราชสฺส หตฺถโต’’ติ อาห. นยมานานนฺติ อนาทเร สามิวจนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘นยมาเนสู’’ติ.
อูหจฺจาติ พุทฺธํ นิสฺสาย. ‘‘อิทมโวจา’’ติ เทสนํ นิฏฺฐาเปตฺวาติ เอเตน สํยุตฺเตสุ อยํ นิคมนปาฬิ, เหฏฺฐา อนาคตนยตฺตา ปน เกสุจิ โปตฺถเกสุ น ลิขียตีติ ทสฺเสติ. ททฺทลฺลมานาติ ชชฺชการสฺส หิ ททฺทการํ กตฺวา นิทฺเทโส. เตนาห ‘‘อติวิย ชลมานา’’ติ. นีหรีติ ตาสํ กายวจีวิการํ น มนสิกโรนฺโต ติณายปิ อมญฺญมาโนว อนเปกฺเขเนว นีหริ. ผลโต ภฏฺฐนฺติ ผลสิปาฏิกโต ภฏฺฐํ. กุณฺฑติณาทิคจฺฉตูลํ โปฏกิตูลํ.
มารธีตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สารตฺถปฺปกาสินิยา สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย
มารสํยุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.