๓. ตติยวคฺโค
๑. ปุคฺคลสุตฺตวณฺณนา
๑๓๒. ‘‘นีเจ กุเล ปจฺจาชาโต’’ติอาทิ อปฺปกาสนภาเวน ตมตีติ ตโม, เตน ตเมน ยุตฺโตติ ตโม ปุคฺคโล วุจฺจติ, ตํโยคโต ปุคฺคลสฺส ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘มจฺเฉรโยคโต มจฺเฉโร’’ติ. ตสฺมา ตโมติ อปฺปกาสนภาเวน ตโม ตมภูโต อนฺธกาโร วิย ชาโต, อนฺธการตฺตํ วา ปตฺโตติ อตฺโถ. วุตฺตลกฺขณํ ตมเมว ปรมฺปรโต อยนํ คติ นิฏฺฐา เอตสฺสาติ ตมปรายโณ, ตมปรายณตํ วา ปตฺโตติ อตฺโถ. ญาเยนปิ ตมคฺคหเณน ขนฺธตโมว กถิโต, น อนฺธการตโม. ขนฺธตโมติ จ สมฺปตฺติรหิตา ขนฺธปวตฺติเยว ทฏฺฐพฺพา. ‘‘อุจฺเจ กุเล ปจฺจาชาโต’’ติอาทิ ปกาสนภาเวน โชเตตีติ โชติ, เตน โชตินา ยุตฺโตติอาทิ สพฺพํ ตเม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิตเร เทฺวติ โชติตมปรายโณ โชติโชติปรายโณติ อิตเร เทฺว ปุคฺคเล.
เวณุเวตฺตาทิเกหิ เปฬาทิการกา วิลีวการกา. มิคมจฺฉาทีนํ นิสาทนโต เนสาทา, มาควิกมจฺฉพนฺธาทโย. รเถสุ จมฺเมน หนนกรณโต รถการา จมฺมการา วุตฺตา. ‘‘ปุ’’ อิติ กรีสสฺส นามํ, ตํ กุเสนฺติ อปเนนฺตีติ ปุกฺกุสา, ปุปฺผฉฑฺฑกา. ทุพฺพณฺโณติ วิรูโป. โอโกฏิมโกติ อาโรหาภาเวน เหฏฺฐิมโกฏิโก, รสฺสกาโยติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ลกุณฺฑโก’’ติ. ลกุ วิย ฆฏิกา วิย เฑติ ปวตฺตตีติ หิ ลกุณฺฑโก, รสฺโส. กณติ นิมีลตีติ กาโณ. ตํ ปนสฺส นิมีลนํ เอเกน อกฺขินา ทฺวีหิปิ วาติ อาห ‘‘เอกกฺขิกาโณ วา อุภยกฺขิกาโณ วา’’ติ. กุณนํ กุโณ, หตฺถเวกลฺลํ, โส เอตสฺส อตฺถีติ กุณี. ขญฺโช วุจฺจติ ปาทวิกโล. เหฏฺฐิมกายสงฺขาโต สรีรสฺส ปกฺโข ปเทโส หโต อสฺสาติ ปกฺขหโต. เตนาห ‘‘ปีฐสมฺปี’’ติ. ปทีเป ปทีปเน เอตพฺพํ เนตพฺพนฺติ ปทีเปยฺยํ, เตลกปลฺลาทิอุปกรณํ. วุตฺตนฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.
อาคมนวิปตฺตีติ อาคมนฏฺฐานวเสน วิปตฺติ อาคโม เอตฺถาติ กตฺวา. ปุพฺพุปฺปนฺนปจฺจยวิปตฺตีติ ปฐมุปฺปนฺนปจฺจยวเสน วิปตฺติ. จณฺฑาลาทิสภาวา หิสฺส มาตาปิตโร ปฐมุปฺปนฺนปจฺจยา, ปฐมุปฺปตฺติยา วา ปจฺจยา, เตเหวสฺส วิปตฺติ เอว, น สมฺปตฺติ. ปวตฺตปจฺจยวิปตฺตีติ ปวตฺเต สุขปจฺจยวิปตฺติ. ตาทิเส นิหีนกุเล อุปฺปนฺโนปิ โกจิ วิภวสมฺปนฺโน สิยา, อยํ ปน ทุคฺคโต ทุรูโป โหติ. อาชีวุปายวิปตฺตีติ อาชีวนุปายวเสน วิปตฺติ. สุเขน หิ ชีวิกํ ปวตฺเตตุํ อุปายภูตา หตฺถิสิปฺปาทโย อิมสฺส นตฺถิ, ปุปฺผฉฑฺฑกสิลาโกฏฺฏนาทิกมฺมํ ปน กตฺวา ชีวิกํ ปวตฺเตติ. เตนาห ‘‘กสิรวุตฺติเก’’ติ. อตฺตภาววิปตฺตีติ อุปธิวิปตฺติ. ทุกฺขการณสมาโยโคติ กายิกเจตสิกทุกฺขุปฺปตฺติยา ปจฺจยสโมธานํ. สุขการณวิปตฺตีติ สุขปจฺจยปริหานิ. อุปโภควิปตฺตีติ อุปโภคสุขสฺส วินาโส อนุปลทฺธิ. โชติ เจว โชติปรายณภาโว จ สุกฺกปกฺโข.
ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหีติ ลกฺขณวจนํ เอตํ ยถา ‘‘ยทิ เม พฺยาธิตา โหนฺติ, ทาตพฺพมิทโมสธ’’นฺติ, ตสฺมา ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ, ตตฺถ วา เยน เกนจิ ปริภาสตีติ อตฺโถ. เอกคฺคจิตฺโตติ ทานํ ทาตุํ อเปกฺขิตตาย สมาหิตจิตฺโต.
ปุคฺคลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อยฺยิกาสุตฺตวณฺณนา
๑๓๓. ชราชิณฺณาติ ชราย ชิณฺณา. เตน ปากฏชราย มตฺถกปฺปตฺติมาห. วโยวุฑฺฒาติ วยสา วุฑฺฒา. เตน ปจฺฉิมวยสฺส โอสกฺกสมฺปวตฺตึ วทติ. ชาติมหลฺลิกาติ ชาติมหตฺตคตา. จิรกาลํ อติกฺกนฺตาติ เทฺว ตโย ราชปริวฏฺเฏ วีติวตฺตา. วโย-สทฺโท สาธารณวจโนปิ ชิณฺณสทฺทสนฺนิธานโต โอสานวยํ เอว วทตีติ อาห ‘‘ปจฺฉิมวยํ สมฺปตฺตา’’ติ. อยฺยิกาติ มาตามหึ สนฺธาย วทติ. หตฺถี เอว รตนภูโต หตฺถิรตนนฺติ อาห ‘‘สตสหสฺสคฺฆนเกนา’’ติอาทิ. สพฺพานิ ตานีติ กุมฺภการภาชนานิ, เตหิ สทฺธึ สตฺตสนฺตานสฺส ปมาณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสุ หี’’ติอาทิมาห, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อยฺยิกาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อิสฺสตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๓๕. อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ เอตฺถ กา อสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติ? ติตฺถิยานํ ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อลาภาย อยสาย ปริสกฺกนํ. ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ภควโต กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา ตํ สพฺพทิสาสุ ยมกมหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา มหาโอฆํ วิย สพฺพา ปารมิโย ‘‘อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ ทสฺสามา’’ติ สมฺปิณฺฑิตา วิย ลาภสกฺการมโหฆํ นิพฺพตฺตยึสุ. ตโต ตโต อนฺนปานยานวตฺถมาลาคนฺธวิเลปนาทิหตฺถา ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย อาคนฺตฺวา – ‘‘กหํ ภควา, กหํ เทวเทโว นราสโภ โลกนาโถ’’ติ ภควนฺตํ ปริเยสนฺติ, สกฏสเตหิปิ ปจฺจเย อาหริตฺวา โอกาสํ อลภมานา สมนฺตา คาวุตปฺปมาณมฺปิ สกฏธุเรน สกฏธุรํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ เจว อนุวตฺตนฺติ จ อนฺธกวินฺทพฺราหฺมณาทโย วิย. สพฺพํ ขนฺธเก (มหาว. ๒๘๒) เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ จ อาคตนเยน เวทิตพฺพํ. ยถา จ ภควโต, เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสปิ. วุตฺตมฺปิ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวร…เป… ปริกฺขารานํ, ภิกฺขุสงฺโฆปิ โข’’ติอาทิ (อุทา. ๓๘), ตถา ‘‘ยาวตา โข, จุนฺท, เอตรหิ สงฺโฆ วา คโณ วา โลเก อุปฺปนฺโน, นาหํ, จุนฺท, อญฺญํ เอกํ สงฺฆมฺปิ เอกํ คณมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตํ, ยถริวายํ, จุนฺท, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๗๖). เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน. นิชฺฌตฺตินฺติ สญฺญตฺตึ. นนฺติ กถํ.
เอวํ ปุจฺฉิตุํ อยุตฺตํ ติตฺถิยานํ กถา มหาชนสนฺนิปาเต นิยฺยาติตา โหตีติ. ตสฺมึ ทาตพฺพํ, จิตฺตปฺปสาทมตฺเตน เทนฺเตปิ หิ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ. อาโรจิตํ อตฺตโนติ อธิปฺปาโย. ภควาติ สตฺถุ อามนฺตนํ. จิตฺตํ นาม ยถาปจฺจยํ ปวตฺตมานํ นิคณฺฐา…เป… ปสีทติ ปสนฺนสฺสาติ อธิปฺปาโย. ปุพฺเพ อวิเสสโต เทยฺยธมฺมสฺส ทาตพฺพฏฺฐานํ นาม ปุจฺฉิตํ, อิทานิ ตสฺส มหปฺผลภาวกโร ทกฺขิเณยฺยวิเสโสติ อาห ‘‘อญฺญํ ตยา ปฐมํ ปุจฺฉิตํ, อญฺญํ ปจฺฉา’’ติ. สลฺลกฺเขหิ เอตํ. ปจฺฉิมํ ปุริเมน สทฺธึ อาเนหีติ อธิปฺปาโย. ปุจฺฉิตสฺส นาม ปญฺหสฺส กถนํ มยฺหเมว ภาโร. สมุปพฺยูโฬฺหติ เอกโต เสนาย ราสิวเสน สมฺปิณฺฑิโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ราสิภูโต’’ติ. อสิกฺขิโตติ สตฺตฏฺฐสํวจฺฉรานิ ธนุสิปฺเปน สิกฺขิโต. ธนุสิปฺปํ สิกฺขิตฺวาปิ โกจิ กตหตฺโถ น โหติ, อยํ ปน อสิกฺขิโต น กตหตฺโถ, โปงฺขานุโปงฺขภาโวเยว พฺยามมุฏฺฐิพนฺโธ. ติณปุญฺชมตฺติกาปุญฺชาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน ปํสุปุญฺชวาลุกปุญฺชสารผลกอโยฆนาทิเก สงฺคณฺหาติ. อกตปริจโยติ เตสํ สนฺติกา วิชฺฌนฏฺเฐน อกตปริจโย. ราชราชมหามตฺตาทิเก อุเปจฺจ อสนํ อุปาสนํ, น กตํ อุปาสนํ เอเตนาติ อกตูปาสโน. อสิกฺขิตตาทินา ภีรุภาเวน วา กายสฺส ฉมฺภนํ สงฺกมฺปนํ อุตฺตาโส เอตสฺส อตฺถีติ ฉมฺภีติ อาห ‘‘ปเวธิตกาโย’’ติ.
ทกฺขิเณยฺยตาย อธิปฺเปตตฺตา ‘‘อรหตฺตมคฺเคน กามจฺฉนฺโท ปหีโน โหตี’’ติ อาห. อจฺจนฺตปฺปหานสฺส อิจฺฉิตตฺตา ตติเยเนว กุกฺกุจฺจํ ปหีนํ โหติ ปฏิฆสมฺปโยคํ. อเสกฺขสฺส อยนฺติ อเสกฺขํ, สีลกฺขนฺโธ. ตยิทํ น อคฺคผลํ สีลเมว อธิปฺเปตํ, อถ โข ยํ กิญฺจิ อเสกฺขสนฺตาเน ปวตฺตํ สีลํ, โลกุตฺตโร เอว น อธิปฺเปโต สิกฺขาย ชาตตฺตา, เอวํ วิมุตฺติกฺขนฺโธปีติ. เสกฺขสฺส เอโสติ วา, อปริโยสิตสิกฺขตฺตา สยเมว สิกฺขตีติ วา เสกฺโข, จตูสุ มคฺเคสุ เหฏฺฐิเมสุ จ ตีสุ ผเลสุ สีลกฺขนฺโธ. อุปริ สิกฺขิตพฺพาภาวโต อเสกฺโข. วุฑฺฒิปฺปตฺโต เสกฺโขติ อเสกฺโข. อคฺคผลภูโต สีลกฺขนฺโธ วุจฺเจยฺย, อฏฺฐกถายํ ปน วิปสฺสกสฺส สีลสฺส อธิปฺเปตตฺตา ตถา อตฺโถ วุตฺโต. สพฺพตฺถาติ ‘‘อเสกฺเขนา’’ติอาทีสุ. เอตฺถ จ ยถา สีลสมาธิปญฺญากฺขนฺธา มิสฺสกา อธิปฺเปตา, เอวํ วิมุตฺติกฺขนฺธาปีติ ตทงฺควิมุตฺติอาทโยปิ เวทิตพฺพา, น ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติ เอว.
เยน สิปฺเปน อิสฺสาโส โหติ, ตํ อิสฺสตฺตนฺติ อาห ‘‘อุสุสิปฺป’’นฺติ. ยสฺสา วาโยธาตุยา วเสน สรีรํ สญฺชาตถามํ โหติ, ตํ พลปจฺจยํ สนฺธายาห ‘‘พลํ นาม วาโยธาตู’’ติ. สมปฺปวตฺติโต หิ วิสมปฺปวตฺตินิวารกธาตุ พลํ นาม, เตน ตโต อญฺญํ พลรูปํ นาม นตฺถิ.
ยสฺมา อรหา เอว เอกนฺตโต โสรโต, ตสฺส ภาโว โสรจฺจนฺติ อาห ‘‘โสรจฺจนฺติ อรหตฺต’’นฺติ. เอเต เทฺวติ ขนฺติ โสรจฺจนฺติ เอเต เทฺว ธมฺมา. ปานียํ ปิวนฺติ เอตฺถาติ ปปา, โย โกจิ ชลาสโย ยํ กิญฺจิ ปานียฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘จตุรสฺสโปกฺขรณีอาทีนี’’ติ. อุทกวิกูลาทีสุ กมนฺติ อติกฺกมนฺติ เอเตหีติ สงฺกมนานิ, เสตุอาทีนิ. เสตุกรณยุตฺตฏฺฐาเน เสตุํ, จงฺกมนกรณยุตฺตฏฺฐาเน จงฺกมนํ, มคฺคกรณยุตฺตฏฺฐาเน มคฺคํ กเรยฺยาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ปณฺณาสา’’ติอาทิ.
ภิกฺขาจารวตฺตนฺติ อริยานํ หิตํ วตฺตปฏิปตฺตึ. เทนฺโตปีติ ปิ-สทฺเทน อขีณาสวสฺส เทนฺโตปีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ยสฺส กสฺสจิปิ เทนฺเตนปิ กมฺมผลํ สทฺทหิตฺวา วิปฺปสนฺนจิตฺเตเนว ทาตพฺพตฺตา. ถนยนฺติ อิทํ ตสฺส มหาเมฆภาวทสฺสนํ, โย หิ มหาวสฺสํ วสฺสติ, โส คชฺชนฺโต วิชฺชุมฺมาลํ วิสฺสชฺเชนฺโต ปวสฺสติ. อภิสงฺขริตฺวา สโมธาเนตฺวาติ ขาทนียสฺส วิวิธชาติยานิ สมฺปิณฺเฑตฺวา. เตนาห ‘‘ราสึ กตฺวา’’ติ.
ปกิรณํ นาม วิกิรณมฺปิ โหติ อเนกตฺถตฺตา ธาตูนนฺติ อาห ‘‘วิกิรตี’’ติ. ปกิรนฺโต วิย วา ทานํ เทตีติ อิมินา คุณเขตฺตเมว อปริเยสิตฺวา กรุณาเขตฺเตปิ มหาทานํ ปวตฺเตตีติ ทสฺเสติ. เตน ‘‘ปกิเรตี’’ติ วทนฺเตน ภควตา อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อาคตติตฺถิยวาเทน อปฺปฏิเสธิตตาปิ ทีปิตา โหติ. ปุญฺญธาราติ ปุญฺญมยธารา ปุญฺญาภิสนฺทา. สิเนหยนฺตีติ ถูลธาเรนปิ สิเนเหน สินิทฺธํ กโรนฺตี. กิเลทยนฺตีติ อลฺลภาวํ ปาปยนฺตี. ยถายํ ปุญฺญธารา ทาตารํ อนฺโต สิเนเหติ ปูเรติ อภิสนฺเทติ, เอวํ ปฏิคฺคาหกานมฺปิ อนฺโต สิเนเหติ ปูเรติ อภิสนฺเทติ. เตเนวาห ‘‘ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู’’ติอาทิ (อ. นิ. ๕.๓๔) เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ทาตารํ อภิวสฺสตี’’ติ วุตฺตตฺตา อฏฺฐกถายํ ทายกวเสเนว ‘‘สิเนเหตี’’ติ วุตฺตํ, ยสฺมา วา ปฏิคฺคาหกสฺส สิเนหุปฺปตฺติ อามิสนิสฺสิตาติ ทายกวเสเนว วุตฺตํ.
อิสฺสตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปพฺพตูปมสุตฺตวณฺณนา
๑๓๖. ขตฺติยาติ อภิเสกปฺปตฺตา. อิสฺสริยมโท กามเคโธ. ปถวิมณฺฑลสฺส มหนฺตตา ตํนิวาสินํ อนุยนฺตตาติ สพฺพมิทํ ยถิจฺฉิตสฺส ราชกิจฺจสฺส สุเขน สมิชฺฌนสฺส การณกิตฺตนํ. ยาทิเส ราชกิจฺเจ อุสฺสุกฺกํ อาปนฺโน, ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เอส กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนฺตรคมนานีติ ติณฺณํ นิรนฺตรคมนานํ อนฺตรนฺตรา คมนานิ. โจรา จินฺตยึสูติ เอโก อนฺตรโภคิโก ราชาปราธิโก ปญฺจสตมนุสฺสปริวาโร โจริยํ กโรนฺโต วิจรติ, เต สนฺธาย วุตฺตํ.
‘‘อยุตฺตํ เต กต’’นฺติ สจาหํ วกฺขามีติ โยชนา. ธุรวิหาเรติ รถสฺส ธุรํ วิย นครสฺส ธุรภูเต วิหาเร. สนฺถมฺภิตุนฺติ วิสฺสาสภาเวน อุปฏฺฐาตุํ. สทฺธายิโกติ สทฺธาย อยิตพฺโพ, สทฺเธยฺโยติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สทฺธาตพฺโพ’’ติ. ปจฺจยิโกติ ปตฺติยายิตพฺโพ. อพฺภสมํ ปุถุลภาเวน. นิปฺโปเถนฺโตติ นิมฺมทฺเทนฺโต. สณฺหกรณียํ อติสณฺหํ ปิสนฺโต นิสทโปโต วิย ปิสนฺโต.
ธมฺมจริยาติอาทิตฺตมฺปิ สีสํ เจลญฺจ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา สมฺมาปฏิปตฺติ เอว กาตพฺพา ตสฺสา เอว ปรโลเก ปติฏฺฐาภาวโต. อาจิกฺขามีติ กเถมิ, กเถนฺโต จ ยถา ตมตฺถํ สมฺมเทว ราชา ชานาติ, เอวํ ชานาเปมีติ. นิปฺผตฺติ ยุทฺเธน กาตพฺพอตฺถสิทฺธิ. วิสิโนติ พนฺธติ ยถาธิปฺเปตํ จิตฺตํ เอเตนาติ วิสโย, สมตฺถภาโว. มนฺตสมฺปนฺนาติ สมฺปนฺนราชมนฺตา. มหาอมจฺจาติ มโหสธาทิสทิสา นีติสตฺถเฉกา อมจฺจปุริสา. อุปลาเปตุนฺติ ปเรสํ อนฺตเร วิโรธตฺถํ สงฺคณฺหิตุํ.
เทฺวเยว ปพฺพตาติ ปพฺพตสทิสา เทฺวเยว คหิตา. ราโชวาเทติ ราโชวาทสุตฺเต. อาคตาว ตตฺตนฺติยา อนุรูปตฺถํ. วิลุมฺปมานาติ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. วิปตฺตีติ โภคปริหานาทิวินาโส. หตฺถิยุทฺธาทีหิ ชรามรณํ ชินิตุํ น สกฺกา สตฺตสฺส อวิสยภาวโต. เยน ปน ชินิตุํ สกฺกา, ตํ ทสฺเสนฺโต ภควา ‘‘พุทฺเธ…เป… นิเวสเย’’ติ อาห. รตนตฺตเย หิ สทฺธา นิวิฏฺฐา มูลชาตา ปติฏฺฐิตา เอกนฺตโต ชรามรณวิชยาย โหติ. เตนาห ‘‘ตสฺมา สทฺธ’’นฺติ.
ปพฺพตูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สารตฺถปฺปกาสินิยา สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย
โกสลสํยุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.