๒. เสลสุตฺตวณฺณนา

๓๙๖. เกณิโยติ ตสฺส นามํ, ปุพฺเพ เกณิยา ชีวิกากปฺปนโตติ วทนฺติ. ชฏิโลติ ชฏาธโร. พฺราหฺมณชาติกตฺตา โกฏิสารตาย จ พฺราหฺมณมหาสาโล. ปโยเชตฺวา นิสฺสโย หุตฺวา วสติ, รตฺตึ กามสมฺปตฺตึ อนุภวตีติ วา โยชนา. สุสงฺขตนฺติ สปฺปิมธุสกฺกราทีหิ เจว มริจสิงฺคีเวราทีหิ จ สุฏฺฐุ อภิสงฺขตํ.

ปฏิกฺเขปปสนฺนตายาติ อโหวตายํ อปฺปิจฺโฉ, โย นิมนฺติยมาโนปิ น สาทิยตีติ อุปนิมนฺติยมานสฺส ปฏิกฺเขเป ติตฺถิยานํ ปสนฺนภาวโตติ. ตํ กถํ? วิรุทฺธเมตนฺติ ‘‘อการณเมต’’นฺติ ปฏิกฺขิปติ.

๓๙๘. กปฺปสหสฺเสหิปิ…เป… อโหสีติ อิทํ นานุสฺสวสิทฺธํ อนุมานคฺคหณํ สนฺธายาห. ปเทติ อุตฺตรปทโลเปน นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ปทปฺปมาเณ’’ติ. ปชฺชติ นิกฺขิปติ เอตฺถาติ วา ปทํ ปกติยา ปาทนิกฺขิปฏฺฐานํ, ตสฺมึ ปเท. กีฬาปสุตตาทินา ปมาทํ อาปชฺชติ. โพธิสตฺตจาริกนฺติ ทุกฺกรจริยํ สนฺธาย วทติ.

๓๙๙. ปริปุณฺณตายาติ อนูนตาย. อหีนงฺคตายาติ อเวกลฺลภาวโต. โรจตีติ รุจิ, เทหปฺปภา, โสภณา รุจิ เอตสฺสาติ สุรุจิ. อาโรหสมฺปตฺติ กายสฺส ปมาณยุตฺตอุจฺจตา. ปริณาหสมฺปตฺติ กิสถูลภาววชฺชิตปริณาหตา. สณฺฐานสมฺปตฺติ อวยวานํ สุสณฺฐิตตา. จารุทสฺสโนติ ปิยทสฺสโน เตนาห ‘‘สุจิรมฺปี’’ติอาทิ. สุวณฺณสทิสวณฺโณติ ชาติหิงฺคุลเกน มทฺทิตฺวา สิลานิฆํเสเนว ปริกมฺมํ กตฺวา ฐปิตฆนสุวณฺณรูปวณฺโณ. มหาปุริสภาวํ พฺยญฺเชนฺติ ปกาเสนฺตีติ พฺยญฺชนานิ, มหาปุริสลกฺขณานีติ อาห ‘‘ปฐมํ วุตฺตพฺยญฺชนาเนวา’’ติ.

ปุพฺเพ วุตฺตนฺติ ‘‘สุรุจี’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตํ, ‘‘อาทิจฺโจว วิโรจสี’’ติ ปุน วุตฺตํ. ‘‘จารุทสฺสโน สุวณฺณวณฺโณสี’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตํ, ‘‘กลฺยาณทสฺสโน ภิกฺขุ กญฺจนาภตฺตโจ’’ติ ปุน วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘อุตฺตรคาถายปิ เอเสว นโย’’ติ. สาติสยํ อุตฺตมวณฺเณ วณฺเณตฺวา อุตฺตมวณฺณิโนติ ปเทน สนฺตํ ปกาเสตีติ อาห ‘‘อุตฺตมวณฺณสมฺปนฺนสฺสา’’ติ. อุตฺตมสารถีติ เสฏฺฐปุริสสารถิ. ตตฺถ ตตฺถ ชมฺพุวนสณฺฑมณฺฑิตตาย ชมฺพุทีโป ‘‘ชมฺพุสณฺโฑ’’ติ วุจฺจติ. อิสฺสริยนฺติ จกฺกวตฺติสฺสริยํ.

ชาติขตฺติยาติ ชาติมนฺโต ขตฺติยา. ราชาภิราชาติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท ปูชตฺโถติ อาห ‘‘ราชูนํ ปูชนีโย’’ติ.

อปฺปมาณาติ อปริมาณา โลกธาตุโย. ‘‘ยาวตา ปน อากงฺเขยฺยา’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๑) หิ วุตฺตํ. ธมฺมราชา อนุตฺตโรติ เอตฺถ วุตฺตอนุตฺตรภาวํ ‘‘ยาวตา หี’’ติอาทินา ปากฏตรํ กตฺวา ธมฺมราชภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘สฺวาห’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ธมฺเมนาติ ปฏิเวธธมฺเมน. เตนาห ‘‘อนุตฺตเรเนวา’’ติ. อนุตฺตเรนาติ วิสิฏฺเฐน อุตฺตเมน. อิมสฺมึ ปกฺเข ธมฺเมนาติ ปฏิปตฺติธมฺเมนาติปิ สงฺคยฺหติ. ปริยตฺติธมฺเมนาติ เทสนาธมฺเมน อาณาจกฺกํ ปวตฺเตมีติ โยชนา. เทสนาญาณปฏิเวธญาณวิภาคํ ธมฺมจกฺกเมว วา. อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ปฏิวตฺติตุํ อสกฺกุเณยฺยํ.

ตถาคเตน ชาโตติ ตถาคเตน เหตุนา อริยาย ชาติยา ชาโต. เหตุอตฺเถ กรณวจนํ. อนุชาโตติ จ วุตฺเต อนุ-สทฺทสฺส วเสน ตถาคตนฺติ จ อุปโยควจนเมว โหติ, โส จ อนุ-สทฺโท เหตุอตฺถโชตโกติ อาห ‘‘ตถาคตํ เหตุํ อนุชาโต’’ติ. อวญฺญาตพฺพภาเวน ชาโตติ อวชาโต ทุปฺปฏิปนฺนตฺตา. เตนาห ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ โกกาลิกํ อารพฺภ ‘‘ปุริสนฺตกลิ อวชาโต’’ติ. ปุตฺโต นาม น โหติ ตสฺส โอวาทานุสาสนิยํ อฏฺฐิตตฺตา. เอวมาหาติ ‘‘อนุชาโต ตถาคต’’นฺติ เอวมาห.

วิชฺชาติ มคฺควิชฺชา. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน วิมุตฺตีติ ผลวิมุตฺติ. นนุ จ มคฺโค ภาเวตพฺเพน คหิโตติ? สจฺจํ คหิโต, สพฺเพ จ ปน สตฺต ธมฺมา อภิญฺเญยฺยาติ วิชฺชาย อภิญฺเญยฺยภาโว วุตฺโต. อิมินา วา นเยน สพฺเพสมฺปิ อภิญฺเญยฺยภาโว วุตฺโต เอวาติ เวทิตพฺโพ. ผเลน วินา เหตุภาวสฺเสว อภาวโต เหตุวจเนน ผลสิทฺธิ, นิโรธสฺส จ สมฺปาปเนน มคฺคสฺส เหตุภาโว. ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺตเนน ตณฺหาย สมุทยภาโวติ อิมมตฺถํ สงฺคหิตเมว อตฺถโต อาปนฺนตฺตา. ยุตฺตเหตุนาติ ยุตฺติยุตฺเตน เหตุนา พุทฺธภาวํ สาเธติ สจฺจวินิมุตฺตสฺส พุชฺฌิตพฺพสฺส อภาวโต สจฺจสมฺโพธเนเนว จ ตสฺส อนวเสสโต พุทฺธตฺตา. อตฺถวจนญฺเจตํ, ปโยควจนานิ ปน – พฺราหฺมณ, อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ สพฺพถา อวิปรีตธมฺมเทสโน, สมฺมาสมฺพุทฺธตฺตา สพฺพตฺถ อวิปรีตมาจิกฺขติ ยถาหํ สพฺพมคฺคเทสโกติ. กึ ปน ภควา สยเมว อตฺตโน สมฺมาสมฺพุทฺธภาวํ อาโรเจตีติ? มหากรุณาย อญฺเญสํ มหาวิสยโต. ตตฺถ ‘‘เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมี’’ติอาทีนิ (มหาว. ๑๑; ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; กถา. ๔๐๕) สุตฺตปทานิ อิทเมว จ สุตฺตปทํ เอตสฺส อตฺถสฺส สาธกํ.

สลฺลกนฺตโนติ สลฺลานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา. โรคสฺสาติ กิเลสโรคสฺส. ตสฺมาติ อปุนปวตฺติปาทเนน ติกิจฺฉนโต. พฺรหฺมํ วา เสฏฺฐํ สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺโตติ พฺรหฺมภูโต. เอวํ อาคตายาติ อิมินา –

‘‘กามา เต ปฐมา เสนา, ทุติยา อรติ วุจฺจติ;

ตติยา ขุปฺปิปาสา เต, จตุตฺถี ตณฺหา ปวุจฺจติ.

ถินมิทฺธํ เตปญฺจมํ ถินมิทฺธํ เต, ฉฏฺฐา ภีรู ปวุจฺจติ;

สตฺตมี วิจิกิจฺฉา เต, มกฺโข ถมฺโภ เต อฏฺฐโม.

ลาโภ สิโลโก สกฺกาโร, มิจฺฉาลทฺโธ จ โย ยโส;

โย จตฺตานํ สมุกฺกํเส, ปเร จ อวชานติ;

เอสา นมุจิ เต เสนา, กณฺหสฺสาภิปฺปหารินี’’ติ. (สุ. นิ. ๔๓๘-๔๔๑);

เอวํ วุตฺตํ นววิธํ เสนํ สงฺคยฺหติ. วเส วตฺเตตฺวาติ สมุจฺฉินฺทเนน อนุปฺปาทตาปาทเนน วเส วตฺเตตฺวา. กุโตจิ อภโย นิพฺภโย.

สยเมว ทฏฺฐพฺพนฺติ เยน เยน อธิคโต, เตน เตน ปรสทฺธาย คนฺตพฺพํ หิตฺวา อสมฺโมหโต ปจฺจเวกฺขณาญาเณเนว สามํ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘ปจฺจกฺข’’นฺติ. ปสฏฺฐา ทิฏฺฐิ สนฺทิฏฺฐิ. ยถา รเถน ชยตีติ รถิโก, เอวํ อิทํ มคฺคพฺรหฺมจริยํ สนฺทิฏฺฐิยา ชยตีติ สนฺทิฏฺฐิกํ. อถ วา ทิฏฺฐนฺติ ทสฺสนํ วุจฺจติ, ทิฏฺฐเมว สนฺทิฏฺฐํ, สนฺทสฺสนนฺติ อตฺโถ. สนฺทิฏฺฐํ อรหตีติ สนฺทิฏฺฐิโก ยถา วตฺถยุคํ อรหตีติ วตฺถยุคิโก. สนฺทิฏฺฐิกํ ผลทานํ สนฺธาย นาสฺส กาโลติ อกาลํ, อกาลเมว อกาลิกํ, น กาลนฺตรํ เขเปตฺวา ผลํ เทติ, อตฺตโน ปน ปวตฺติสมนนฺตรเมว ผลํ เทตีติ อตฺโถ. อถ วา อตฺตโน ผลปฺปทาเน ปกฏฺโฐ กาโล ปตฺโต อสฺสาติ กาลิโก, โลกิโย กุสลธมฺโม, อิทํ ปน สมนนฺตรผลตฺตา น กาลิกํ.

๔๐๐. ‘‘มหายญฺญํ ปวตฺตยี’’ติอาทีสุ เกวลํ ทานธมฺมาทีสุ ยญฺญปริยายสมฺภวโต ‘‘พฺราหฺมณานํ ยญฺญาภาวโต’’ติ วุตฺตํ. พฺราหฺมณา หิ ‘‘อคฺคิมุขา เทวา’’ติ อคฺคิชุหนปุพฺพกํ ยญฺญํ วิทหนฺติ. เตนาห ‘‘อคฺคิชุหนปฺปธานาติ อตฺโถ’’ติ ‘‘ภูรฺภุว? สฺว?’’ อิติ สาวิตฺตี ปุพฺพกตฺตา มุขํ ปุพฺพงฺคมํ. ‘‘มุขมิว มุข’’นฺติอาทีสุ วิย อิธาปิ ปธานปริยาโย มุขสทฺโทติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มนุสฺสานํ เสฏฺฐโต ราชา ‘มุข’นฺติ วุตฺโต’’ติ อาห. อาธารโตติ โอคาหนฺตีนํ นทีนํ อาธารภาวโต ปฏิสรณโต คนฺตพฺพฏฺฐานภาวโต. สญฺญาณโตติ จนฺทโยควเสน อชฺช อสุกนกฺขตฺตนฺติ ปญฺญายนโต. อาโลกกรณโตติ นกฺขตฺตานิ อภิภวิตฺวา อาโลกกรณโต. โสมฺมภาวโตติ สีตหิมวาสีตวาตูปกฺขรภาวโต. ตปนฺตานนฺติ ทีปสิขา อคฺคิชาลา อสนิวิจกฺกนฺติ เอวมาทีนํ วิชฺชลนฺตานํ. อายมุขํ อคฺคทกฺขิเณยฺยภาเวน.

ทิพฺพจกฺขุ ธมฺมจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ พุทฺธจกฺขุ สมนฺตจกฺขูติ อิเมหิ ปญฺจหิ จกฺขูหิ. เต สรณสฺสาติ เต สรณสฺส จ, เต สรณภาวมูลกตฺตา อิตรทฺวยสฺส จ, ยถาวุตฺต เต-ปเทน วุตฺตตฺถโต ปรสฺส จาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘เต ตุยฺหํ, อิตรสฺส จ สรณสฺส อโห อานุภาโว’’ติ. อาวุตฺติวเสน วา เต สรณสฺสาติ เอตฺถ อตฺโถ วิภาเวตพฺโพ – ตุยฺหํ สรณภูตสฺส จ อิตรสรณสฺส จ อานุภาโวติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

เสลสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.