๙. ธมฺมเจติยสุตฺตวณฺณนา
๓๖๔. เมทวณฺณา อุฬุปวณฺณา จ ตตฺถ ตตฺถ ปาสาณา อุสฺสนฺนา อเหสุนฺติ เมทาฬุปนฺติ คามสฺส สมญฺญา ชาตา. อุฬุปวณฺณาติ จนฺทสมานวณฺณตาย เมทปาสาณา วุตฺตาติ เกจิ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เมทวณฺณา ปาสาณา กิเรตฺถ อุสฺสนฺนา อเหสุ’’นฺติ อิทํ วุตฺตํ. อสฺสาติ เสนาปติสฺส. กถาสมุฏฺฐาปนตฺถนฺติ มลฺลิกาย โสกวิโนทนธมฺมกถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ.
รญฺญาติ ปเสนทีโกสลรญฺญา. มหจฺจาติ มหติยา. ปทวิปลฺลาเสน เจตํ วุตฺตํ. ปสาทมรหนฺตีติ ปาสาทิกานิ. เตนาห ‘‘สห รญฺชนกานี’’ติ. ยานิ ปน ปาสาทิกานิ, ตานิ ปสฺสิตุํ ยุตฺตานิ. ปาสาทิกานีติ วา สทฺทหนสหิตานิ. เตนาห ‘‘ปสาทชนกานี’’ติ. ‘‘อปฺปาพาธ’’นฺติ อาทีสุ วิย อปฺปสทฺโท อภาวตฺโถติ อาห ‘‘นิสฺสทฺทานี’’ติ. อนิยมตฺถวาจี ย-สทฺโท อนิยมาการวาจโกปิ โหตีติ ‘‘ยตฺถา’’ติ ปทสฺส ‘‘ยาทิเสสู’’ติอาทิมาห. ตถา หิ องฺคุลิมาลสุตฺเต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๔๗ อาทโย) ‘‘ยสฺส โข’’ติ ปทสฺส ‘‘ยาทิสสฺส โข’’ติ อตฺโถ วุตฺโต.
๓๖๖. ปฏิจฺฉทนฺติ ปฏิจฺฉาทกํ. ราชกกุธภณฺฑานีติ ราชภณฺฑภูตานิ. รหายตีติ รโห กโรติ, มํ อชฺเฌสตีติ อตฺโถ.
๓๖๗. ยถาสภาวโต เญยฺยํ ธาเรติ อวธาเรตีติ ธมฺโม, ญาณนฺติ อาห ‘‘ปจฺจกฺขญาณสงฺขาตสฺส ธมฺมสฺสา’’ติ. อนุนโยติ อนุคจฺฉนโก. ทิฏฺเฐน หิ อทิฏฺฐสฺส อนุมานํ. เตนาห ‘‘อนุมานํ อนุพุทฺธี’’ติ. อาปาณโกฏิกนฺติ ยาว ปาณโกฏิ, ตาว ชีวิตปริโยสานํ. เอตนฺติ ธมฺมนฺวยสงฺขาตํ อนุมานํ. เอวนฺติ ‘‘อิธ ปนาห’’นฺติ วุตฺตปฺปกาเรน.
๓๖๙. จกฺขุํ อพนฺธนฺเต วิยาติ อปาสาทิกตาย ปสฺสนฺตานํ จกฺขุํ อตฺตนิ อพนฺธนฺเต วิย. กุลสนฺตานานุพนฺโธ โรโค กุลโรโค. อุฬารนฺติ สานุภาวํ. โย หิ อานุภาวสมฺปนฺโน, ตํ ‘‘มเหสกฺข’’นฺติ วทนฺติ. อรหตฺตํ คณฺหนฺโตติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโสยํ, เหฏฺฐิมผลานิ คณฺหนฺโตปิ.
๓๗๓. ชีวิกา ชีวิตวุตฺติ.
๓๗๔. ธมฺมํ เจเตติ สํเวเทติ เอเตหีติ ธมฺมเจติยานิ, ธมฺมสฺส ปูชาวจนานิ. นนุ เจตานิ พุทฺธสงฺฆคุณทีปนานิปิ สนฺติ? กถํ ‘‘ธมฺมเจติยานีติ ธมฺมสฺส จิตฺตีการวจนานี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ตีสุ หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺธรตนมูลกานิ เสสรตนานิ ตสฺส วเสน ลทฺธพฺพโต. โกสลรญฺญา เจตฺถ พุทฺธคารเวน ธมฺมสงฺฆคารวํ ปเวทิตํ, ตสฺมา ‘‘ภควติ จิตฺตีกาเร กเต ธมฺโมปิ กโตว โหตี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา จ รตนตฺตยปสาทปุพฺพิกา สาสเน สมฺมาปฏิปตฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อาทิพฺรหฺมจริยกานีติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตานี’’ติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ธมฺมเจติยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.