๕. ภทฺทาลิสุตฺตวณฺณนา
๑๓๔. อสิยตีติ อสนํ, ภุญฺชนํ โภชนํ, อสนสฺส โภชนํ อสนโภชนํ, อาหารปริโภโค, เอกสฺมึ กาเล อสนโภชนํ เอกาสนโภชนํ. โส ปน กาโล สพฺพพุทฺธานํ สพฺพปจฺเจกพุทฺธานํ อาจิณฺณสมาจิณฺณวเสน ปุพฺพโณฺห เอว อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘เอกสฺมึ ปุเรภตฺเต อสนโภชน’’นฺติ. วิปฺปฏิสารกุกฺกุจฺจนฺติ ‘‘อยุตฺตํ วต มยา กตํ, โย อตฺตโน สรีรปกตึ อชานนฺโต เอกาสนโภชนํ ภุญฺชิ, เยน เม อิทํ สรีรํ กิสํ ชาตํ พฺรหฺมจริยานุคฺคโห นาโหสี’’ติ เอวํ วิปฺปฏิสารกุกฺกุจฺจํ ภเวยฺย. เอตํ สนฺธาย สตฺถา อาห, น ภทฺทาลิเมว ตาทิสํ กิริยํ อนุชานนฺโต. อิตรถาติ ยทิ เอกํเยว ภตฺตํ ทฺวิธา กตฺวา ตโต เอกสฺส ภาคสฺส ภุญฺชนํ เอกเทสภุญฺชนํ อธิปฺเปตํ. โก สกฺโกตีติ โก เอวํ ยาเปตุํ สกฺโกติ. อตีตชาติปริจโยปิ นาม อิเมสํ สตฺตานํเยว อนุพนฺธตีติ อาห ‘‘อตีเต’’ติอาทิ. วิรวนฺตสฺเสวาติ อนาทเร สามิวจนํ. ตํ มทฺทิตฺวาติ ‘‘อยํ สิกฺขา สพฺเพสมฺปิ พุทฺธานํ สาสเน อาจิณฺณํ, อยญฺจ ภิกฺขุ อิมํ สิกฺขเตวา’’ติ วตฺวา ตํ ภทฺทาลึ ตสฺส วา อนุสฺสาหปเวทนํ อภิภวิตฺวา. ภิกฺขาจารคมนตฺถํ น วิตกฺกมาฬกํ อคมาสิ, วิหารจาริกํ จรนฺโต ตสฺส วสนฏฺฐานํ ภควา คจฺฉติ.
๑๓๕. ทูสยนฺติ ครหนฺติ เอเตนาติ โทโส, อปราโธ, โส เอว กุจฺฉิตภาเวน โทสโก. ครหาย ปวตฺติฏฺฐานโต โอกาโส. เตนาห – ‘‘เอตํ โอกาสํ เอตํ อปราธ’’นฺติ. ทุกฺกรตรนฺติ ปติการวเสน อติสเยน ทุกฺกรํ. อปราโธ หิ น ขมาเปนฺตํ ยถาปจฺจยํ วิตฺถาริโต หุตฺวา ทุปฺปติกาโร โหติ. เตนาห ‘‘วสฺสญฺหี’’ติอาทิ.
อลคฺคิตฺวาติ อิมมฺปิ นาม อปนีตํ อกาสีติ เอวํ อวิเนตฺวา, ตํ ตํ ตสฺส หิตปฏิปตฺตึ นิวารณํ กตฺวาติ อตฺโถ. ญายปฏิปตฺตึ อติจฺจ เอติ ปวตฺตตีติ อจฺจโย, อปราโธ, ปุริเสน มทฺทิตฺวา ปวตฺติโต อปราโธ อตฺถโต ปุริสํ อติจฺจ อภิภวิตฺวา ปวตฺโต นาม โหติ. เตนาห ‘‘อจฺจโย มํ, ภนฺเต, อจฺจคมา’’ติ. อวเสสปจฺจยานํ สมาคเม เอติ ผลํ เอตสฺมา อุปฺปชฺชติ ปวตฺตติ จาติ สมโย, เหตุ ยถา ‘‘สมุทาโย’’ติ อาห ‘‘เอกํ การณ’’นฺติ. ยํ ปเนตฺถ ภทฺทาลิตฺเถรสฺส อปริปูรการิตาย ภิกฺขุอาทีนํ ชานนํ, ตมฺปิ การณํ กตฺวา ‘‘อหํ โข, ภนฺเต, น อุสฺสหามี’’ติอาทินา วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.
๑๓๖. เอกจิตฺตกฺขณิกาติ ปฐมมคฺคจิตฺตกฺขเณน เอกจิตฺตกฺขณิกา. เอวํ อาณาเปตุํ น ยุตฺตนฺติ สงฺกมตฺถาย อาณาเปตุํ น ยุตฺตํ ปโยชนาภาวโต. อนาจิณฺณญฺเจตํ พุทฺธานํ, ยทิทํ ปทสา อกฺกมนํ. ตถา หิ –
‘‘อกฺกมิตฺวาน มํ พุทฺโธ, สห สิสฺเสหิ คจฺฉตุ;
มา นํ กลลํ อกฺกมิตฺถ, หิตาย เม ภวิสฺสตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๓);
สุเมธปณฺฑิเตน ปจฺจาสีสิตํ น กตํ. ยถาห –
‘‘ทีปงฺกโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
อุสฺสีสเก มํ ฐตฺวาน, อิทํ วจนมพฺรวี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๖๐);
ภควตา อาณตฺเต สติ เตสมฺปิ เอวํ กาตุํ น ยุตฺตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เอเตสํ ปฏิพาหิตุํ ยุตฺตนฺติ อิทํ อฏฺฐานปริกปฺปนวเสเนว วุตฺตํ. น หิ พุทฺธานํ กาตุํ อารทฺธํ นาม กิจฺจํ เกหิจิ ปฏิพาหิตุํ ยุตฺตํ นาม อตฺถิ ปฏิพาหิตุํเยว อกรณโต. สมฺมตฺตนิยามสฺส อโนกฺกนฺตตฺตา วุตฺตํ ‘‘พาหิรโก’’ติ.
๑๓๗. น กมฺมฏฺฐานํ อลฺลียตีติ จิตฺตํ กมฺมฏฺฐานํ น โอตรติ.
๑๔๐. ปุนปฺปุนํ กาเรนฺตีติ ทณฺฑกมฺมปณามนาทิการณํ ปุนปฺปุนํ กาเรนฺติ. สมฺมาวตฺตมฺหิ น วตฺตตีติ ตสฺสา ตสฺสา อาปตฺติยา วุฏฺฐานตฺถํ ภควตา ปญฺญตฺตสมฺมาวตฺตมฺหิ น วตฺตติ. อนุโลมวตฺเต น วตฺตตีติ เยน เยน วตฺเตน สงฺโฆ อนุโลมิโก โหติ, ตสฺมึ ตสฺมึ อนุโลมวตฺเต น วตฺตติ วิโลมเมว คณฺหาติ, ปฏิโลเมน โหติ. นิตฺถารณกวตฺตมฺหีติ เยน วตฺเตน สงฺโฆ อนุโลมิโก โหติ, สาปตฺติกภาวโต นิตฺถิณฺโณ โหติ, ตมฺหิ นิตฺถารณวตฺตสฺมึ น วตฺตติ. เตนาห ‘‘อาปตฺตี’’ติอาทิ. ทุพฺพจกรเณติ ทุพฺพจสฺส ภิกฺขุโน กรเณ.
๑๔๔. ยาเปตีติ วตฺตติ, สาสเน ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. อภิญฺญาปตฺตาติ ‘‘อสุโก อสุโก จ เถโร สีลวา กลฺยาณธมฺโม พหุสฺสุโต’’ติอาทินา อภิญฺญาตภาวํ ปตฺตา อธิคตอภิญฺญาตา.
๑๔๕. สตฺเตสุ หายมาเนสูติ กิเลสพหุลตาย ปฏิปชฺชนกสตฺเตสุ ปริหายนฺเตสุ ปฏิปเถสุ ชายมาเนสุ. อนฺตรธายติ นาม ตทาธารตาย. ทิฏฺฐธมฺมิกา ปรูปวาทาทโย. สมฺปรายิกา อปายทุกฺขวิเสสา. อาสวนฺติ เตน เตน ปจฺจเยน ปวตฺตนฺตีติ อาสวา. เนสนฺติ ปรูปวาทาทิอาสวานํ. เตติ วีติกฺกมธมฺมา.
อกาลํ ทสฺเสตฺวาติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อกาลํ ทสฺเสตฺวา. อุปฺปตฺตินฺติ อาสวฏฺฐานิยานํ ธมฺมานมุปฺปตฺตึ. สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา กาลํ, ตาว เสนาสนานิ ปโหนฺติ, เตน อาวาสมจฺฉริยาทิเหตุนา สาสเน เอกจฺเจ อาสวฏฺฐานิยา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ. อิมินา นเยนาติ อิมินา ปน เหตุนา ปทโสธมฺมสิกฺขาปทานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
ยสนฺติ กิตฺติสทฺทํ ปริวารญฺจ. สาคตตฺเถรสฺส นาคทมนกิตฺติยสาทิวเสน สุราปานสงฺขาโต อาสวฏฺฐานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชิ.
รเสน รสํ สํสนฺเทตฺวาติ อุปาทินฺนกผสฺสรเสน อนุปาทินฺนกผสฺสรสํ สํสนฺเทตฺวา.
๑๔๖. น โข, ภทฺทาลิ, เอเสว เหตุ, อถ โข อญฺญมฺปิ อตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ภควา ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. เตน ธมฺมสฺส สกฺกจฺจสวเน เถรํ นิโยเชติ.
๑๔๗. วิเสวนาจารนฺติ อทนฺตกิริยํ. ปรินิพฺพายตีติ วูปสมฺมติ. ตตฺถ อทนฺตกิริยํ ปหาย ทนฺโต โหติ. ยุคสฺสาติ รถธุรสฺส.
อนุกฺกเมติ อนุรูปปริคเม. ตทวตฺถานุรูปํ ปาทานํ อุกฺขิปเน นิกฺขิปเน จ. เตนาห ‘‘จตฺตาโร ปาเท’’ติอาทิ. รชฺชุพนฺธนวิธาเนนาติ ปาทโต ภูมิยา โมจนวิธาเนน. เอวํ กรณตฺถนฺติ ยถา อสฺเส นิสินฺนสฺเสว ภูมึ คเหตุํ สกฺกา, เอวํ จตฺตาโร ปาเท ตถา กตฺวา อตฺตโน นิจฺจลภาวกรณตฺถํ. มณฺฑเลติ มณฺฑลธาวิกายํ. ปถวีกมเนติ ปถวึ ผุฏฺฐมตฺเตน คมเน. เตนาห ‘‘อคฺคคฺคขุเรหี’’ติ. โอกฺกนฺตกรณสฺมินฺติ โอกฺกนฺเตตฺวา ปรเสนาสมฺมทฺทน โอกฺกนฺตกรเณ. เอกสฺมึ ฐาเนติ จตูสุ ปาเทสุ ยตฺถ กตฺถจิ เอกสฺมึ ฐาเน คมนํ โจเทนฺตีติ อตฺโถ, โส ปเนตฺถ สีฆตโร อธิปฺเปโต. ทวตฺเตติ มริยาทาโกปเนหิ นานปฺปโยชเน, ปรเสนาย ปวตฺตมหานาทปหรเณหิ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยุทฺธกาลสฺมิ’’นฺติอาทิ.
รญฺญา ชานิตพฺพคุเณติ ยถา ราชา อสฺสสฺส คุเณ ชานาติ, เอวํ เตน ชานิตพฺพคุณการณํ กาเรติ. อสฺสราชวํเสติ ทุสฺสหํ ทุกฺขํ ปตฺวาปิ ยถา อยํ ราชวํสานุรูปกิริยํ น ชหิสฺสติ, เอวํ สิกฺขาปเน. สิกฺขาปนเมว หิ สนฺธาย สพฺพตฺถ ‘‘การณํ กาเรตี’’ติ วุตฺตํ ตสฺส กรณการาปนปริยายตฺตา.
ยถา อุตฺตมชโว โหตีติ ชวทสฺสนฏฺฐาเน ยถา หโย อุตฺตมชวํ น หาเปสิ, เอวํ สิกฺขาเปติ. อุตฺตมหยภาเว, ยถา อุตฺตมหโย โหตีติ กมฺมกรณกาเล อตฺตโน อุตฺตมสภาวํ อนิคุหิตฺวา อวชฺเชตฺวา ยถา อตฺถสิทฺธิ โหติ, เอวํ ปรมชเวน สิกฺขาเปติ. ยถา กิริยา วินา ทพฺพมฺปิ วินา กิริยํ น ภวติ, เอวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ปกติยา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺราติ ตสฺมึ ปกติยา อุตฺตมหยสฺเสว อุตฺตมหยการณารหตฺตา อุตฺตมชวปฏิปชฺชเน. มาสขาทกโฆฏกานนฺติ มาสํ ขาทิตฺวา ยถา ตถา วิคุณขลุงฺคกานํ. วลญฺชกทณฺฑนฺติ รญฺญา คเหตพฺพสุวณฺณทณฺฑํ. ธาตุปตฺถทฺโธติ อตฺตนาว สมุปฺปาทิตธาตุยา อุปตฺถมฺภิโต หุตฺวา.
อุตฺตเม สาขเลฺยติ ปรมสขิลภาเว สขิลวาจาย เอว ทเมตพฺพตาย. เตนาห ‘‘มุทุวาจาย หี’’ติอาทิ.
อรหตฺตผลสมฺมาทิฏฺฐิยาติ ผลสมาปตฺติกาเล ปวตฺตสมฺมาญาณํ. สมฺมาญาณํ ปุพฺเพ วุตฺตสมฺมาทิฏฺฐิเยวาติ ปน อิทํ ผลสมฺมาทิฏฺฐิภาวสามญฺเญน วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ปจฺจเวกฺขณญาณ’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ ‘‘อเสกฺเขนา’’ติ วิเสสิตตฺตา. ตมฺปิ อเสกฺขญาณนฺติ เจ? เอวมฺปิ นิปฺปริยาย เสกฺขคฺคหเณ ปริยายเสกฺขคฺคหณํ น ยุตฺตเมว, กิจฺจเภเทน วา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกา เอว หิ สา ปญฺญา นิพฺพานสฺส ปจฺจกฺขกิริยาย สมฺมาทสฺสนกิจฺจํ อุปาทาย ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วุตฺตา, สมฺมาชานนกิจฺจํ อุปาทาย ‘‘สมฺมาญาณ’’นฺติ. อญฺญาตาวินฺทฺริยวเสน วา สมฺมาทิฏฺฐิ, ปญฺญินฺทฺริยวเสน สมฺมาญาณนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มคฺคผลาวหาย เทสนาย สงฺเขปโตว อาคตตฺตา วุตฺตํ ‘‘อุคฺฆฏิตญฺญุปุคฺคลสฺส วเสนา’’ติ.
ภทฺทาลิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.