๖. อุปาลิสุตฺตวณฺณนา

๕๖. ปาวารํ ปารุปตีติ ปาวาริโก, อิทํ ตสฺส กุลสมุทาคตํ นามํ, โส ปน มหทฺธโน มหาโภโค นคเร เสฏฺฐิฏฺฐาเน ฐิโต. เตนาห ‘‘ทุสฺสปาวาริกเสฏฺฐิโน’’ติ. ทีฆตฺตา ทีฆตมตฺตา. โส กิร ปมาณโต อุปวจฺฉยโต ทิยฑฺฒรตนํ อติกฺกมฺม ฐิโต. เอวํลทฺธนาโมติ ‘‘ทีฆตปสฺสี’’ติ ลทฺธสมญฺโญ. พาหิรายตเนติ ติตฺถิยสมเย ปิณฺฑปาโตติ โวหาโร นตฺถิ, ตสฺมา สาสนโวหาเรน ‘‘ปิณฺฑปาตปฺปฏิกฺกนฺโต’’ติ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.

ทสฺเสตีติ เทเสติ. ฐเปตีติ อญฺญมญฺญสงฺกรโต ววตฺถเปติ. กิริยายาติ กรเณน. ปวตฺติยาติ ปวตฺตเนน. ทณฺฑานิ ปญฺญเปตีติ เอตฺถ กสฺมา ภควตา อาทิโตว ตถา น ปุจฺฉิตนฺติ? ยสฺมา สา ตสฺมึ อตฺเถ สภาวนิรุตฺติ น โหติ, สาสเน โลเก สมยนฺตเรสุ จ ตาทิโส สมุทาจาโร นตฺถิ, เกวลํ ปน ตสฺเสว นิคณฺฐสฺสายํ โกฏฺฐาลกสทิโส สมุทาจาโรติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺมานิ ปญฺญเปติ’’ อิจฺเจวาห. อจิตฺตกนฺติ จิตฺตรหิตํ, จิตฺเตน อสมุฏฺฐาปิตนฺติ อตฺโถ. กถํ ปน ตทุภยสฺส จิตฺเตน วินา สมฺภโวติ โจทนํ สนฺธาย ตตฺถ นิทสฺสนมาห ‘‘ยถา กิรา’’ติอาทิ. ปฏิวิภตฺตานนฺติ อตฺถโต ภินฺนานํ. ปฏิวิสิฏฺฐานนฺติ วิเสสนปทวเสน สทฺทโตปิ ภินฺนานํ. วจนํ ปติฏฺฐเปตุกาโมติ ทีฆตปสฺสิโน ยถาวุตฺตวจนํ ปติฏฺฐเปตุกาโม. ตสฺมิญฺหิ ปติฏฺฐาปิเต เตนปฺปสงฺเคน อาคโต, อุปาลิ คหปติ ตสฺมึ ปเทเส ธมฺมํ ทิสฺวา สาสเน อภิปฺปสีทิสฺสติ.

กถา เอว อุปริ วาทาโรปนสฺส วตฺถุภาวโต กถาวตฺถุ. กถายํ ปติฏฺฐเปสีติ กถาวตฺถุสฺมึ, ตทตฺเถ วา ปติฏฺฐเปสิ. ยถา ตํ วาทาโรปนภเยน น อวชานาติ, เอวํ ตสฺสํ กถายํ, ตสฺมึ วา อตฺเถ ทีฆตปสฺสึ ยาวตติยํ วาเท ปติฏฺฐเปสิ. วาทนฺติ โทสํ.

๕๗. อิทานิ เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมมฺปิ คเหตฺวา กายกมฺมาทิวเสน สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ กายกมฺมํ นามาติอาทิ ‘‘กมฺมสฺส กิริยายา’’ติ ปาฬิยํ อกุสลกมฺมสฺส อธิคตตฺตา วุตฺตํ, ปุพฺเพ ปน อฏฺฐกามาวจรกุสลเจตนาติอาทิ สาวชฺชํ อนวชฺชญฺจ สามญฺญโต เอกชฺฌํ กตฺวา ทสฺสิตํ. กสฺมา ปเนตฺถ เจตนา น คหิตาติ อาห ‘‘อิมสฺมึ สุตฺเต กมฺมํ ธุร’’นฺติ. กายกมฺมาทิเภทํ กมฺมเมว ธุรํ เชฏฺฐกํ ปุพฺพงฺคมํ, น เจตนามตฺตเมว. เอวมาคเตปีติ กมฺมานีติ เอวํ นาเมน อาคเตปิ เจตนา ธุรํ, ตตฺถ เจตนํ เชฏฺฐกํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. กถํ ปน ตตฺถ กมฺมนฺติ วา กมฺมานีติ วา อาคเต เตสํ เจตนาย ธุรภาโวติ อาห ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ…เป… ลภตี’’ติ. ตตฺถ ยตฺถ กตฺถจีติ ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ ทฺวาเร. สา วุตฺตาวาติ สา เจตนา วุตฺตาว, ยา กายสงฺขาราทิปริยาเยน (ยสฺส กสฺสจิ กมฺมสฺส กายทฺวาราทีสุ ปวตฺตาปนเจตนา) สมฺปยุตฺตธมฺมาปิ ตทคฺเคน โลกิยาปิ โลกุตฺตราปิ กมฺมเมว, อภิชฺฌาทโย ปน เจตนาปกฺขิกาติ ทฏฺฐพฺพํ.

มหนฺตนฺติ กฏุกผลํ. น กิลมติ สปฺปาฏิหาริยตฺตา ปฏิญฺญาย. อิทานิ เตสํ สปฺปาฏิหาริยตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิ อกุสลํ ปตฺวา กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มหนฺตนฺติ วทนฺโต น กิลมติ, อถ กสฺมา ภควา อิธ อกุสลํ มโนกมฺมํ มหาสาวชฺชํ กเถสีติ อาห ‘‘อิมสฺมึ ปน ฐาเน’’ติอาทิ. ยาวตติยํ ปติฏฺฐาปนมตฺเตน คตมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺโต. เตนาห ‘‘กิญฺจิ อตฺถนิปฺผตฺตึ อปสฺสนฺโตปี’’ติ.

๕๘. นิวาสฏฺฐานภูโต พาลโก เอติสฺสา อตฺถีติ พาลกินี. สตฺถุปฏิญฺญาตตาย นิคณฺฐานํ มหาติ สมฺภาวิตตฺตา มหานิคณฺโฐ.

๖๐. อาวฏฺเฏติ ปุริมาการโต นิวตฺเตติ อตฺตโน วเส วตฺเตติ เอตายาติ อาวฏฺฏนี, มายา. เตนาห ‘‘อาวฏฺเฏตฺวา คหณมาย’’นฺติ. สตฺถุปฏิญฺญานํ พุทฺธทสฺสเน จิตฺตเมว น อุปฺปชฺชติ, อยเมตฺถ ธมฺมตา. สเจ ปน โส ตํ ปฏิญฺญํ อปฺปหาย พุทฺธานํ สมฺมุขีภาวํ อุปคจฺเฉยฺย, สตฺตธา มุทฺธา ผเลยฺย, ตสฺมา ภควา ‘‘มา อยํ พาโล วินสฺสี’’ติอาทิโตว ยถา สมฺมุขีภาวํ น ลภติ, ตถา กโรติ. สฺวายมตฺโถ ปาถิกปุตฺตสมาคเมน ทีเปตพฺโพ. ทสฺสนสมฺปตฺตินิยามมาห ‘‘ตถาคตํ หี’’ติอาทิ. อาคมา นุ โข อิธ ตุมฺหากํ สนฺติกํ.

๖๑. วจีสจฺเจ ปติฏฺฐหิตฺวาติ ยถาปฏิญฺญาตาย ปฏิญฺญาย ฐตฺวา.

๖๒. สีโตทเก อมตา ปาณา ปานกาเล ปน มรนฺติ, เตปิ เตน สีโตทกปริโภเคน มาริตา โหนฺติ, ตสฺมา ตปสฺสินา นาม สพฺเพน สพฺพํ สีโตทกํ น ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ เตสํ ลทฺธิ. ปากติกํ วา อุทกํ สตฺโตติ ปุราตนานํ นิคณฺฐานํ ลทฺธิ. เตนาห ‘‘สตฺตสญฺญาย สีโตทกํ ปฏิกฺขิปนฺตี’’ติ. เตสํ ตํ อธุนาตนนิคณฺฐานํ วาเทน วิรุชฺฌติ. เต หิ ปถวีอาทินวปทตฺถโต อญฺญเมว ชีวิตํ ปฏิชานนฺติ. จิตฺเตน สีโตทกํ ปาตุกาโม ปริภุญฺชิตุกาโม โหติ โรเค ฐตฺวาปิ สตฺตานํ จิตฺตสฺส ตถา น วิตตตา. เตนาห – ‘‘เตนสฺส มโนทณฺโฑ ตตฺเถว ภิชฺชตี’’ติ. เตนาติ สีโตทกํ ปาตุํ ปริภุญฺชิตุญฺจ อิจฺฉเนน. อสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส นิคณฺฐสฺส. ตตฺเถวาติ ตถาจิตฺตุปฺปาทเน เอว. ภิชฺชติ สํวรสฺส วิโกปิตตฺตา. ตถาภูโต โส นิคณฺโฐ สีโตทกํ เจ ลเภยฺย, กติปยํ กาลํ ชีเวยฺย, อลาเภน ปน ปริสุสฺสมานกณฺโฐฏฺฐตาลุชิวฺหาอาทิโก สพฺพโส ปริทาหาภิภูโต มเรยฺย. เตนาห – ‘‘สีโตทกํ อลภมาโน กาลํ กเรยฺยา’’ติ. กสฺมา? ยสฺมา สีโตทกํ ปิวาย สนฺนิสฺสิตจิตฺตสฺส มรณํ โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มโนทณฺโฑ ปน ภินฺโนปิ จุติมฺปิ อากฑฺฒตี’’ติ. ยสฺมา ปน ตถาภูตจิตฺตสฺส นิคณฺฐสฺส มโนสตฺเตสุ นาม เทเวสุ อุปปตฺติ โหตีติ ติตฺถิยานํ ลทฺธิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มโนทณฺโฑ ปน ภินฺโนปิ ปฏิสนฺธิมฺปิ อากฑฺฒตี’’ติ. อิตีติ เอวํ ‘‘อิธาสฺส นิคณฺโฐ’’ติอาทิอากาเรน. นนฺติ อุปาลึ คหปตึ. มหนฺโตติ วทาเปสิ ‘‘มโนปฏิพทฺโธ กาลงฺกโรตี’’ติ วทนฺโตติ อธิปฺปาโย.

อุปาสกสฺสาติ อุปาลิสฺส คหปติสฺส. มุจฺฉาวเสนาติอาทินา อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ มโนทณฺฑสฺส มหนฺตตํ วิภาเวติ. จิตฺตสนฺตติปฺปวตฺติมตฺเตเนวาติ วินา กายทณฺเฑน วจีทณฺเฑน จ เกวลํ จิตฺตสนฺตติปฺปวตฺติมตฺเตน. ภิชฺชิตฺวาปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน อภิชฺชิตฺวาปิ. อนิยฺยานิกาติ อปฺปาฏิหีรา, อยุตฺตาติ อตฺโถ. สลฺลกฺเขสิ อุปาสโกติ วิภตฺตึ วิปริณาเมตฺวา โยชนา. ปญฺหปฏิภานานีติ ญาตุํ อิจฺฉิเต อตฺเถ อุปฺปชฺชนกปฏิภานานิ.

‘‘มโนปฏิพทฺโธ กาลํ กโรตี’’ติ วทนฺเตน อตฺถโต มโนทณฺฑสฺส ตทุตฺตรภาโว ปฏิญฺญาโต โหตีติ อาห ‘‘อิทานิ มโนทณฺโฑ มหนฺโตติ อิทํ วจน’’นฺติ. ตถา เจว วุตฺตํ – ‘‘มโนทณฺโฑว พลวา มหนฺโตติ วทาเปสี’’ติ.

๖๓. ปาณาติปาตาทิโต ยมนํ ยาโม, จตุพฺพิโธ ยาโม จตุยาโม, จตุยามสงฺขาเตน สํวเรน สํวุโต จาตุยามสํวรสํวุโต. อฏฺฐกถายํ ปน ยาม-สทฺโท โกฏฺฐาสปริยาโยติ ‘‘อิมินา จตุโกฏฺฐาเสนา’’ติ วุตฺตํ. ปิยชาติกํ รูปาทิอารมฺมณํ ราควเสน พาเลหิ ภาวนียตฺตา ‘‘ภาวิต’’นฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘ภาวิตนฺติ ปญฺจ กามคุณา’’ติ.

โย สพฺพํ ปาปํ อาสวญฺจ วาเรตีติ สพฺพวารี, ตสฺส นวสุ ปทตฺเถสุ สตฺตโม ปทตฺโถ, เตน สพฺพวารินา ปาปํ วาริตฺวา ฐิโตติ สพฺพวาริวาริโต. เตนาห ‘‘สพฺเพน ปาปวารเณน วาริตปาโป’’ติ. ตโต เอว สพฺพสฺส วาริตพฺพสฺส อาสวสฺส ธุนนโต สพฺพวาริธุโต. วาริตพฺพสฺส นิวารณวเสน สพฺพวาริโน ผุโฏ ผุสิโตติ สพฺพวาริผุโฏ. สงฺฆาตนฺติ สหสา หนนํ, อสญฺเจตนิกวธนฺติ อตฺโถ. กตรสฺมึ โกฏฺฐาเสติ ตีสุ ทณฺฑโกฏฺฐาเสสุ กตรโกฏฺฐาเส.

๖๔. ขลิยติ สมาทิยตีติ ขลํ, ราสีติ อาห – ‘‘เอกํ มํสขลนฺติ เอกํ มํสราสิ’’นฺติ. วิชฺชาธรอิทฺธิยา อิทฺธิมา. สา ปน อิทฺธิ ยสฺมา อานุภาวสมฺปนฺนสฺเสว อิชฺฌติ, น ยสฺส กสฺสจิ. ตสฺมา อาห ‘‘อานุภาวสมฺปนฺโน’’ติ. วิชฺชานุภาววเสเนว อานุภาวสมฺปนฺโน. จิตฺเต วสีภาวปฺปตฺโต อานุภาวาย เอว วิชฺชาย ปคุณภาวาปาทเนน. เอเตน วสีภาวํ โลกิยสมญฺญาวเสน ภควา อุปาลึ คหปตึ ปญฺญเปตุกาโม เอวมาห. โลกิกา หิ ‘‘ภาวนามยอิทฺธิยา อิทฺธิมา เจโตวสีภาวปฺปตฺโต ปรูปฆาตํ กโรตี’’ติ มญฺญนฺติ. ตถา หิ เต อิสโย ปเรสํ สํวณฺเณนฺติ, อิสีนํ อานุภาวํ กิตฺเตนฺติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาคมิสฺสตีติ.

๖๕. อรญฺญเมว หุตฺวาติ สพฺพโส อรญฺญเมว หุตฺวา. อรญฺญภาเวน อรญฺญํ ชาตํ, น นามมตฺเตน. อิสีนํ อตฺถายาติ อิสีนํ อาสาทนตฺถาย.

โคธาวรีตีรโต นาติทูเร. อุสูยมาโนติ ‘‘น มํ เอส ชโน ปริวาเรตี’’ติ อุสูยํ กโรนฺโต. กิลิฏฺโฐ วตาติ ปงฺกทนฺตรชสิรตาทีหิ กิลิฏฺฐสรีโร. อนญฺชิตมณฺฑิโตติ อนญฺชิตกฺขิโก สพฺเพน, สพฺพํ อมณฺฑิโต จ. ตสฺมึ กาเล ‘‘กาลสฺเสว อกฺขีนํ อญฺชนํ มงฺคล’’นฺติ มนุสฺสานํ ลทฺธิ, ตสฺมา อนญฺชนํ วิสุํ คหิตํ.

ราชา ตสฺส วจนํ คเหตฺวาติ ‘‘เวเทสุ อีทิสํ อาคตํ ภวิสฺสตีติ เอวํ, ภนฺเต’’ติ ราชา ตสฺส ปุโรหิตสฺส วจนํ คเหตฺวา. อุสุมชาตหทโยติ อุตฺตตฺตหทโย. นาสิกานํ อปฺปโหนฺเต มุเขน อสฺสสนฺโต.

วิชิตชเยหิ อาคนฺตฺวา นกฺขตฺตยุตฺตํ อาคเมนฺเตหิ นิสีทิตพฺพฏฺฐานํ ชยขนฺธาวารฏฺฐานํ. อุทกวุฏฺฐิปาตนาทิ ตสฺมึ ปาปกมฺเม อสมงฺคิภูตานมฺปิ สมนุญฺญตาย อนฺโตกรณตฺถํ กตํ. กตภณฺฑวุฏฺฐีติ อาภรณวสฺสํ. มหาชโน สมนุญฺโญ ชาโตติ โยชนา. มาตุโปสกราโมติ มาตริ สมฺมาปฏิปนฺโน ราโม นาม เอโก ปุริโส. อสมงฺคิภูตานนฺติ อสมนุญฺญานํ.

อวกิริยาติ อสุสฺสูสตํ ปฏิจฺจ. ผุลิงฺคานีติ อคฺคิกณานิ. ปตนฺติ กาเยติ กาเย อิโต จิโต นิปตนฺติ. เอเต กิร นิรยํ วิวริตฺวา มหาชนสฺส ทสฺเสนฺติ.

ยถาผาสุกฏฺฐานนฺติ มยํ กญฺจิปิ เทสํ อุทฺทิสฺส น คจฺฉาม, ยตฺถ ปน วสนฺตสฺส ปพฺพชิตสฺส ผาสุ โหติ, ตํ ยถาผาสุกฏฺฐานํ คจฺฉามาติ อธิปฺปาโย. สงฺฆาติ สํหตา. คณาติ ตํตํเสณิภาเวน คณิตพฺพตาย คณา. คณีภูตาติ เอกชฺฌาสยา หุตฺวา ราสิภูตา. อทินฺนาทานนฺติอาทีสุปิ นิรเย ปจฺจิตฺวา มนุสฺสโลกํ อาคตสฺส วิปากาวเสเสนาติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ.

ปคฺคณฺหิสฺสามีติ สมฺภาวนํ อุปฺปาเทสฺสามิ. เนสํ กตฺตพฺพนฺติ จินฺเตสีติ โยชนา. กึ จินฺเตสิ? อาฆาตํ อุปฺปาเทตฺวา อนตฺถกรณูปายํ. เตนาห ‘‘โส ธมฺมกถาปริโยสาเน’’ติอาทิ. นาคพลปิจฺฉิลฺลาทีนนฺติ นาคพลสาสปองฺโกลเตลกณิการนิยฺยาสาทีนํ จิกฺขลฺลานํ. วิเหฐยึสุ นิรยาทิกถาหิ ฆฏฺเฏนฺตา. ฉทฺวารารมฺมเณติ จกฺขาทีนํ ฉนฺนํ ทฺวารานํ อารมฺมณภูเต รูปาทิวิสเย.

นว วุฏฺฐิโยติ อุทกวุฏฺฐิ สุมนปุปฺผวุฏฺฐิ มาสกวุฏฺฐิ กหาปณวุฏฺฐิ อาภรณวุฏฺฐิ อาวุธวุฏฺฐิ องฺคารวุฏฺฐิ ปาสาณวุฏฺฐิ วาลิกาวุฏฺฐีติ อิมา นว วุฏฺฐิโย. อวญฺจยีติ สกฺการํ กโรนฺโต วิย หุตฺวา อสกฺการํ กโรนฺโต อนตฺถจรเณน วญฺจยิ. อทูสเกติ อนปราเธ.

‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิกา พฺราหฺมณกญฺญา’’ติ ชาตกฏฺฐกถาทีสุ (ชา. อฏฺฐ. ๔.๑๕.มาตงฺคชาตกวณฺณนา) อาคตํ, อิธ ปน ‘‘เสฏฺฐิธีตา’’ติ. วาเรยฺยตฺถายาติ อาวาหตฺถาย, อสฺสาติ เปสิตปุคฺคลสฺส. ตาทิเสน นีจกุลสํวตฺตนิเยน กมฺมุนา ลทฺโธกาเสน จณฺฑาลโยนิยํ นิพฺพตฺโต.

จมฺมเคเหติ จมฺเมน ฉาทิเต เคเห. มาตงฺโคเตฺววสฺส นามํ อโหสิ ชาติสมุทาคตํ. ตนฺติ ฆณฺฏํ. วาเทนฺโต ตาลเนน สทฺทํ กโรนฺโต. มหาปถํ ปฏิปชฺชิ ทิฏฺฐมงฺคลิกาย เคหทฺวารสมีเปน.

ตสฺสา เวยฺยาวจฺจกรา เจว อุปฏฺฐากมนุสฺสา ปฏิพทฺธา จ สุราโสณฺฑาทโย ชาณุกปฺปราทีหิ สุโกฏฺฏิตํ โกฏฺฏิตภาเวน มุจฺฉํ อาปนฺนตฺตา มโตติ สญฺญาย ฉฑฺเฑสุํ.

อถ โพธิสตฺโต อายุอวเสสสฺส อตฺถิตาย มนฺทมนฺเท วาเต วายนฺเต จิเรน สญฺญํ ปฏิลภติ. เตนาห ‘‘มหาปุริโส’’ติอาทิ. เคหงฺคเณติ เคหสฺส มหาทฺวารโต พหิ วิวฏงฺคเณ. ปติโตติ ปาตํ กตฺวา อิจฺฉิตตฺถนิปฺผตฺตึ อนฺตรํ กตฺวา อนุปฺปเวเสน นิปนฺโน. ทิฏฺฐมงฺคลิกายาติ ทิฏฺฐมงฺคลิกาการเณน.

ยสนฺติ วิภวํ กิตฺติสทฺทญฺจ. จนฺทนฺติ จนฺทมณฺฑลํ, จนฺทวิมานนฺติ อตฺโถ. อุจฺฉิฏฺฐเคเหติ ปเรหิ ปริภุตฺตเคเห. มณฺฑเปติ นครมชฺเฌ มหามณฺฑเป.

ขีรมณิมูลนฺติ ขีรมูลํ, ปาเทสุ พทฺธมณิมูลญฺจ. ยาวตา วาจุคฺคตา ปริยตฺตีติ ยตฺตโก มนุสฺสวจีทฺวารโต อุคฺคโต นิกฺขนฺโต ปวตฺโต, ยํกิญฺจิ วจีมยนฺติ อตฺโถ. อากาสงฺคเณติ วิวฏงฺคเณ.

ทุมฺมวาสีติ ธูโม ธูสโร, อนญฺชิตามณฺฑิโตติ อธิปฺปาโย. โอตลฺลโกติ นิหีนชฺฌาสโย, อปฺปานุภาโวติ อตฺโถ. ปฏิมุญฺจ กณฺเฐติ ยาว คลวาฏกา ปารุปิตฺวา. โก เร ตุวนฺติ อเร โก นาม ตฺวํ.

ปกตนฺติ ปฏิยตฺตํ นานปฺปการโต อภิสงฺขตํ. อุตฺติฏฺฐปิณฺฑนฺติ อนฺตรฆรํ อุปคมฺม ฐตฺวา ลทฺธพฺพปิณฺฑํ, ภิกฺขาหารนฺติ อตฺโถ. ลภตนฺติ ลจฺฉตุ. สปาโกติ มหาสตฺโต ชาติวเสน ยถาภูตํ อตฺตานํ อาวิกโรติ.

อตฺถตฺถิตํ สทฺทหโตติ สมฺปรายิกสฺส อตฺถสฺส อตฺถิภาวํ สทฺทหนฺตสฺส. อเปหีติ อปคจฺฉ. เอตฺโตติ อิมสฺมา ฐานา. ชมฺมาติ ลามก.

อนูปเขตฺเตติ อชงฺคเล อุทกสมฺปนฺเน เขตฺเต ผลวิเสสํ ปจฺจาสีสนฺตา. เอตาย สทฺธาย ททาหิ ทานนฺติ นินฺนํ ถลญฺจ ปูเรนฺโต เมโฆ วิย คุณวนฺเต นิคฺคุเณ จ ทานํ เทหิ, เอวํ เทนฺโต จ อปฺเปว อาราธเย ทกฺขิเณยฺเยติ. ทกฺขิเณยฺเยติ สีลาทิคุณสมนฺนาคเต.

ตานีติ เต พฺราหฺมณา. เวณุปทเรนาติ เวฬุวิลีเวน.

คิรึ นเขน ขณสีติ ปพฺพตํ อตฺตโน นเขน ขณนฺโต วิย อโหสิ. อโยติ กาลโลหํ. ปทหสีติ อภิภวสิ, อตฺตโน สรีเรน อภิภวนฺโต วิย อโหสิ.

อาเวธิตนฺติ จลิตํ วิปริวตฺเตตฺวา ฐิตํ. ปิฏฺฐิโตติ ปิฏฺฐิปสฺเสน. พาหุํ ปสาเรติ อกมฺมเนยฺยนฺติ อกมฺมกฺขมํ พาหุทฺวยํ ถทฺธํ สุกฺขทณฺฑกํ วิย เกวลํ ปสาเรติ, น สมิญฺเชติ, เสตานิ อกฺขีนิ ปริวตฺตเนน กณฺหมณฺฑลสฺส อทิสฺสนโต.

ชีวิตนฺติ ชีวนํ.

เวหายสนฺติ อากาเส. ปถทฺธุโนติ ปถภูตทฺธุโน วิย.

สญฺญมฺปิ น กโรตีติ ‘‘อิเม กุลปฺปสุตา’’ติ สญฺญามตฺตมฺปิ น กโรติ. ทนฺตกฏฺฐกุจฺฉิฏฺฐกนฺติ ขาทิตทนฺตกฏฺฐตฺตา วุตฺตํ. เอตสฺเสว อุปริ ปติสฺสติ อปฺปทุฏฺฐปโทสภาวโต, มหาสตฺตสฺส ตทา อุกฺกํสคตเขตฺตภาวโต. อิทฺธิวิสโย นาม อจินฺเตยฺโย, ตสฺมา กถํ สูริยสฺส อุคฺคนฺตุํ นาทาสีติ น จินฺเตตพฺพํ. อรุณุคฺคํ น ปญฺญายตีติ ตสฺมึ ปเทเส อรุณปภา น ปญฺญายติ, อนฺธกาโร เอว โหติ.

ยกฺขาวฏฺโฏ นุ โข อยํ กาลวิปริยาโย. มหาปญฺญนฺติ มหนฺตานํ ปญฺญานํ อธิฏฺฐานภูตํ. ชนปทสฺส มุขํ ปสฺสถาติ อิมสฺส ชนปทวาสิโน ชนสฺส อุปทฺทเวน มงฺกุภูตํ มุขํ ปสฺสถ.

เอตสฺส กถา เอตสฺเสว อุปริ ปติสฺสตีติ ยาหิ เตน ปารมิตาปริภาวนสมิทฺธาหิ นานาสมาปตฺติวิหารปริปูริตาหิ สีลทิฏฺฐิสมฺปทาหิ สุสงฺขตสนฺตาเน มหากรุณาธิวาเส มหาสตฺเต อริยูปวาทกมฺมอภิสปสงฺขาตา ผรุสวาจา ปวตฺติตา, สา อภิสปิ ตสฺส เขตฺตวิเสสภาวโต ตสฺส จ อชฺฌาสยผรุสตาย ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยกมฺมํ หุตฺวา สเจ โส มหาสตฺตํ น ขมาเปติ, สตฺตเม ทิวเส วิปจฺจนสภาวํ ชาตํ, ขมาปิเต ปน มหาสตฺเต ปโยคสมฺปตฺติ ปฏิพาหิตตฺตา อวิปากธมฺมตํ อาปชฺชติ อโหสิกมฺมภาวโต. อยญฺหิ อริยูปวาทปาปสฺส ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยสฺส ธมฺมตา, เตน วุตฺตํ ‘เอตสฺส กถา เอตสฺเสว อุปริ ปติสฺสตี’ติอาทิ. มหาสตฺโต ปน ตํ ตสฺส อุปริ ปติตุํ น อทาสิ, อุปาเยน โมเจสิ. เตน วุตฺตํ จริยาปิฏเก (จริยา. ๒.๖๔) –

‘‘ยํ โส ตทา มํ อภิสปิ, กุปิโต ทุฏฺฐมานโส;

ตสฺเสว มตฺถเก นิปติ, โยเคน ตํ ปโมจยิ’’นฺติ.

ยญฺหิ ตตฺถ สตฺตเม ทิวเส โพธิสตฺเตน สูริยุคฺคมนนิวารณํ กตํ, อยเมตฺถ โยโคติ อธิปฺเปโต. โยเคน หิ อุพฺพฬฺหา สราชิกา ปริสา นครวาสิโน เนคมา เจว ชานปทา จ โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ ตาปสํ อาเนตฺวา ขมาเปสุํ. โส จ โพธิสตฺตสฺส คุเณ ชานิตฺวา ตสฺมึ จิตฺตํ ปสาเทสิ. ยํ ปนสฺส มตฺถเก มตฺติกาปิณฺฑสฺส ฐปนํ, ตสฺส จ สตฺตธา ผาลนํ กตํ, ตํ มนุสฺสานํ จิตฺตานุรกฺขณตฺถํ. อญฺญถา หิ – ‘‘อิเม ปพฺพชิตา สมานา จิตฺตสฺส วเส วตฺตนฺติ, น ปน จิตฺตํ อตฺตโน วเส วตฺตาเปนฺตี’’ติ มหาสตฺตมฺปิ เตน สทิสํ กตฺวา คเณฺหยฺยุํ, ตทสฺส เตสํ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติ. เตนาห ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิ.

โลหกูฏวสฺสนฺติ อยคุฬวสฺสํ. ตทา หิ รตนมตฺตานิ ทิยฑฺฒรตนมตฺตานิปิ ติขิณํสานิ อยคุฬมณฺฑลานิ อิโต จิโต จ นิปตนฺตา มนุสฺสานํ สรีรานิ ขณฺฑขณฺฑกานิ อกํสุ. กลลวสฺสนฺติ ตนุกกทฺทมปฏลกทฺทมํ. อุปหจฺจาติ อาฆาเฏตฺวา. ตเทว มชฺฌารญฺญํ.

๖๗. อนุวิจฺจการนฺติ อนุวิจฺจกรณํ. การเณหิ ทฺวีหิ อนิยฺยานิกสาสเน ฐิตานํ อตฺตโน สาวกตฺตํ อุปคเต ปคฺคหนิคฺคหานิ ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๖๙. อนุปุพฺพึ กถนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๗๕-๗๖; อ. นิ. ฏี. ๓.๘.๑๒) อนุปุพฺพิยา อนุปุพฺพํ กเถตพฺพกถํ, กา ปน สา? ทานาทิกถา. ทานกถา ตาว ปจุรชเนสุปิ ปวตฺติยา สพฺพสาธารณตฺตา สุกรตฺตา สีเล ปติฏฺฐานสฺส อุปายภาวโต จ อาทิโตว กถิตา. ปริจฺจาคสีโล หิ ปุคฺคโล ปริคฺคหวตฺถูสุ นิสฺสงฺคภาวโต สุเขเนว สีลานิ สมาทิยติ, ตตฺถ จ สุปฺปติฏฺฐิโต โหติ. สีเลน ทายกปฏิคฺคหณวิสุทฺธิโต ปรานุคฺคหํ วตฺวา ปรปีฬานิวตฺติวจนโต, กิริยธมฺมํ วตฺวา อกิริยธมฺมวจนโต, โภคยสสมฺปตฺติเหตุํ วตฺวา ภวสมฺปตฺติเหตุวจนโต จ ทานกถานนฺตรํ สีลกถา กถิตา. ตญฺจ สีลํ วฏฺฏนิสฺสิตํ, อยํ ภวสมฺปตฺติ ตสฺส ผลนฺติ ทสฺสนตฺถํ, อิเมหิ จ ทานสีลมเยหิ ปณีตจริยเภทภินฺเนหิ ปุญฺญกิริยวตฺถูหิ เอตา จาตุมหาราชิกาทีสุ ปณีตตราทิเภทภินฺนา อปริเมยฺยา โภคภวสมฺปตฺติโยติ ทสฺสนตฺถํ ตทนนฺตรํ สคฺคกถา. สฺวายํ สคฺโค ราคาทีหิ อุปกฺกิลิฏฺโฐ สพฺพทา อนุปกฺกิลิฏฺโฐ อริยมคฺโคติ ทสฺสนตฺถํ สคฺคานนฺตรํ มคฺโค, มคฺคญฺจ กเถนฺเตน ตทธิคมูปายสนฺทสฺสนตฺถํ สคฺคปริยาปนฺนาปิ ปเคว อิตเร สพฺเพปิ กามา นาม พหฺวาทีนวา อนิจฺจา อทฺธุวา วิปริณามธมฺมาติ กามานํ อาทีนโว. หีนา คมฺมา โปถุชฺชนิกา อนริยา อนตฺถสญฺหิตาติ เตสํ โอกาโร ลามกภาโว, สพฺเพปิ ภวา กิเลสานํ วตฺถุภูตาติ ตตฺถ สํกิเลโส. สพฺพโส กิเลสวิปฺปมุตฺตํ นิพฺพานนฺติ เนกฺขมฺเม อานิสํโส จ กเถตพฺโพติ อยมตฺโถ มคฺคนฺตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺเทน ทสฺสิโตติ เวทิตพฺพํ.

สุขานํ นิทานนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ สมฺปรายิกานํ นิพฺพานสญฺหิตานญฺจาติ สพฺเพสมฺปิ สุขานํ การณํ. ยญฺหิ กิญฺจิ โลเก โภคสุขํ นาม, ตํ สพฺพํ ทานนิทานนฺติ ปากโฏ อยมตฺโถ. ยํ ปน ฌานวิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพานปฏิสํยุตฺตํ สุขํ, ตสฺสปิ ทานํ อุปนิสฺสยปจฺจโย โหติเยว. สมฺปตฺตีนํ มูลนฺติ ยา อิมา โลเก ปเทสรชฺชสิริสฺสริยสตฺตรตนสมุชฺชลจกฺกวตฺติสมฺปทาติ เอวํปเภทา มานุสิกา สมฺปตฺติโย, ยา จ จาตุมหาราชาทิคตา ทิพฺพา สมฺปตฺติโย, ยา วา ปนญฺญาปิ สมฺปตฺติโย, ตาสํ สพฺพาสํ อิทํ มูลการณํ. โภคานนฺติ ภุญฺชิตพฺพฏฺเฐน ‘‘โภโค’’นฺติ ลทฺธนามานํ มนาปิยรูปาทีนํ, ตนฺนิสฺสยานํ วา อุปโภคสุขานํ, ปติฏฺฐา นิจฺจลาธิฏฺฐานตาย. วิสมคตสฺสาติ พฺยสนปฺปตฺตสฺส. ตาณนฺติ รกฺขา ตโต ปริปาลนโต. เลณนฺติ พฺยสเนหิ ปริปาติยมานสฺส โอลียนปเทโส. คตีติ คนฺตพฺพฏฺฐานํ. ปรายณนฺติ ปฏิสรณํ. อวสฺสโยติ วินิปติตุํ อเทนฺโต นิสฺสโย. อารมฺมณนฺติ โอลุพฺภารมฺมณํ.

รตนมยสีหาสนสทิสนฺติ สพฺพรตนมยสตฺตงฺคมหาสีหาสนสทิสํ, มหคฺฆํ หุตฺวา สพฺพโส วินิปติตุํ อปฺปทานโต. มหาปถวิสทิสํ คตคตฏฺฐาเน ปติฏฺฐาสมฺภวโต. ยถา ทุพฺพลสฺส ปุริสสฺส อาลมฺพนรชฺชุ อุตฺติฏฺฐโต ติฏฺฐโต จ อุปตฺถมฺโภ, เอวํ ทานํ สตฺตานํ สมฺปตฺติภเว อุปปตฺติยา ฐิติยา จ ปจฺจโย โหตีติ อาห ‘‘อาลมฺพนฏฺเฐน อาลมฺพนรชฺชุสทิส’’นฺติ. ทุกฺขนิตฺถรณฏฺเฐนาติ ทุคฺคติทุกฺขนิตฺถรณฏฺเฐน. สมสฺสาสนฏฺเฐนาติ โลภมจฺฉริยาทิปฏิสตฺตุปทฺทวโต สมฺมเทว อสฺสาสนฏฺเฐน. ภยปริตฺตาณฏฺเฐนาติ ทาลิทฺทิยภยโต ปริปาลนฏฺเฐน. มจฺเฉรมลาทีหีติ มจฺเฉรโลภโทสอิสฺสามิจฺฉาทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทิ จิตฺตมเลหิ. อนุปลิตฺตฏฺเฐนาติ อนุปกฺกิลิฏฺฐตาย. เตสนฺติ มจฺเฉรมลาทีนํ. เอเตสํ เอว ทุราสทฏฺเฐน. อสนฺตาสนฏฺเฐนาติ อสนฺตาสเหตุภาเวน. โย หิ ทายโก ทานปติ, โส สมฺปติปิ น กุโตจิ สนฺตสติ, ปเคว อายตึ. พลวนฺตฏฺเฐนาติ มหาพลวตาย. ทายโก หิ ทานปติ สมฺปติ ปกฺขพเลน พลวา โหติ, อายตึ ปน กายพลาทีหิ. อภิมงฺคลสมฺมตฏฺเฐนาติ ‘‘วุฑฺฒิการณ’’นฺติ อภิสมฺมตภาเวน. วิปตฺติโต สมฺปตฺติยา นยนํ เขมนฺตภูมิสมฺปาปนํ.

อิทานิ มหาโพธิจริยภาเวนปิ ทานคุณํ ทสฺเสตุํ ทานํ นาเมตนฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อตฺตานํ นิยฺยาเทนฺเตนาติ เอเตน ทานผลํ สมฺมเทว ปสฺสนฺตา มหาปุริสา อตฺตโน ชีวิตมฺปิ ปริจฺจชนฺติ, ตสฺมา โก นาม วิญฺญุชาติโก พาหิเร วตฺถุมฺหิ สงฺคํ กเรยฺยาติ โอวาทํ เทติ. อิทานิ ยา โลกิยา โลกุตฺตรา จ อุกฺกํสคตา สมฺปตฺติโย, ตา สพฺพา ทานโตเยว ปวตฺตนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทานญฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สกฺกมารพฺรหฺมสมฺปตฺติโย อตฺตหิตาย เอว, จกฺกวตฺติสมฺปตฺติ ปน อตฺตหิตาย จ ปรหิตาย จาติ ทสฺเสตุํ สา ตาสํ ปรโต วุตฺตา. เอตา โลกิยา, อิมา ปน โลกุตฺตราติ ทสฺเสตุํ ‘‘สาวกปารมีญาณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตาสุปิ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺฐตรุกฺกฏฺฐตมเมว ทสฺเสตุํ กเมน ญาณตฺตยํ วุตฺตํ. เตสํ ปน ทานสฺส ปจฺจยภาโว เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. เอเตเนว ตสฺส พฺรหฺมสมฺปตฺติยาปิ ปจฺจยภาโว ทีปิโตติ เวทิตพฺโพ.

ทานญฺจ นาม หิตชฺฌาสเยน, ปูชาวเสน วา อตฺตโน สนฺตกสฺส ปเรสํ ปริจฺจชนํ, ตสฺมา ทายโก ปุริสปุคฺคโล ปเรสํ สนฺตกํ หริสฺสตีติ อฏฺฐานเมตนฺติ อาห – ‘‘ทานํ ททนฺโต สีลํ สมาทาตุํ สกฺโกตี’’ติ. สีลาลงฺการสทิโส อลงฺกาโร นตฺถิ โสภาวิเสสาวหตฺตา สีลสฺส. สีลปุปฺผสทิสํ ปุปฺผํ นตฺถีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สีลคนฺธสทิโส คนฺโธ นตฺถีติ เอตฺถ ‘‘จนฺทนํ ตครํ วาปี’’ติอาทิกา (ธ. ป. ๕๕; มิ. ป. ๔.๑.๑) คาถา – ‘‘คนฺโธ อิสีนํ จิรทิกฺขิตานํ, กายา จุโต คจฺฉติ มาลุเตนา’’ติอาทิกา (ชา. ๒.๑๗.๕๕) ชาตกคาถาโย จ อาหริตฺวา วตฺตพฺพา, สีลญฺหิ สตฺตานํ อาภรณญฺเจว อลงฺกาโร จ คนฺธวิเลปนญฺจ ทสฺสนียภาวาวหญฺจ. เตนาห ‘‘สีลาลงฺกาเรน หี’’ติอาทิ.

อยํ สคฺโค ลพฺภตีติ อิทํ มชฺฌิเมหิ ฉนฺทาทีหิ สมาทานสีลํ สนฺธายาห. เตนาห สกฺโก เทวราชา –

‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชติ;

มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ, อุตฺตเมน วิสุชฺฌตี’’ติ. (ชา. ๑.๘.๗๕; ๒.๒๒.๔๒๙; ที. นิ. ฏี. ๒.๗๕-๗๖);

อิฏฺโฐติ สุโข. กนฺโตติ กมนีโย. มนาโปติ มนวฑฺฒนโก. ตํ ปน ตสฺส อิฏฺฐาทิภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘นิจฺจเมตฺถ กีฬา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

โทโสติ อนิจฺจตาทินา อปฺปสฺสาทาทินา จ ทูสิตภาโว, ยโต เต วิญฺญูนํ จิตฺตํ นาราเธนฺติ. อถ วา อาทีนํ วาติ ปวตฺเตตีติ อาทีนโว, ปรมกปณตา. ตถา จ กามา ยถาภูตํ ปจฺจเวกฺขนฺตานํ ปจฺจุปติฏฺฐนฺติ. ลามกภาโวติ อเสฏฺเฐหิ เสวิตพฺโพ, เสฏฺเฐหิ น เสวิตพฺโพ นิหีนภาโว. สํกิลิสฺสนนฺติ วิพาธกตา อุปตาปตา จ.

เนกฺขมฺเม อานิสํสนฺติ เอตฺถ ยตฺตกา กาเมสุ อาทีนวา, ตปฺปฏิปกฺขโต ตตฺตกา เนกฺขมฺเม อานิสํสา. อปิจ – ‘‘เนกฺขมฺมํ นาเมตํ อสมฺพาธํ อสํกิลิฏฺฐํ นิกฺขนฺตํ กาเมหิ, นิกฺขนฺตํ กามสญฺญาย, นิกฺขนฺตํ กามวิตกฺเกหิ, นิกฺขนฺตํ กามปริฬาเหหิ, นิกฺขนฺตํ พฺยาปาทสญฺญายา’’ติอาทินา (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๒๖; ที. นิ. ฏี. ๒.๗๕-๗๖) นเยน เนกฺขมฺเม อานิสํเส ปกาเสสิ, ปพฺพชฺชาย ฌานาทีสุ จ คุเณ วิภาเวสิ วณฺเณสิ. กลฺลจิตฺตนฺติ เหฏฺฐา ปวตฺติตเทสนาย อสฺสทฺธิยาทีนํ จิตฺตโทสานํ วิคตตฺตา อุปริเทสนาย ภาชนภาวูปคมเนน กมฺมกฺขมจิตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน ยสฺมา อสฺสทฺธิยาทโย จิตฺตสฺส โรคภูตา, ตทา เต วิคตา, ตสฺมา อาห ‘‘อโรคจิตฺต’’นฺติ. ทิฏฺฐิมานาทิกิเลสวิคเมน มุทุจิตฺตํ. กามจฺฉนฺทาทิวิคเมน วินีวรณจิตฺตํ. สมฺมาปฏิปตฺติยํ อุฬารปีติปาโมชฺชโยเคน อุทคฺคจิตฺตํ. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา ปสนฺนจิตฺตํ. ยทา ภควา อญฺญาสีติ สมฺพนฺโธ. อถ วา กลฺลจิตฺตนฺติ กามจฺฉนฺทวิคเมน อโรคจิตฺตํ. มุทุจิตฺตนฺติ พฺยาปาทวิคเมน เมตฺตาวเสน อกถินจิตฺตํ. วินีวรณจิตฺตนฺติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจวิคเมน วิกฺเขปสฺส วิคตตฺตา เตน อปิหิตจิตฺตํ. อุทคฺคจิตฺตนฺติ ถินมิทฺธวิคเมน สมฺปคฺคหิตวเสน อลีนจิตฺตํ. ปสนฺนจิตฺตนฺติ วิจิกิจฺฉาวิคเมน สมฺมาปฏิปตฺติยํ อธิมุตฺตจิตฺตนฺติ เอวเมตฺถ เสสปทานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เสยฺยถาปีติอาทินา อุปมาวเสน อุปาลิสฺส สํกิเลสปฺปหานํ อริยมคฺคนิปฺผาทนญฺจ ทสฺเสติ. อปคตกาฬกนฺติ วิคตกาฬกํ. สมฺมเทวาติ สุฏฺฐุ เอว. รชนนฺติ นีลปีตาทิรงฺคชาตํ. ปฏิคฺคเณฺหยฺยาติ คเณฺหยฺย ปภสฺสรํ ภเวยฺย. ตสฺมึเยว อาสเนติ ติสฺสํ เอว นิสชฺชายํ. เอเตนสฺส ลหุวิปสฺสกตา ติกฺขปญฺญตา สุขปฏิปทาขิปฺปาภิญฺญตา จ ทสฺสิตา โหติ. วิรชนฺติ อปายคมนียราครชาทีนํ วิคเมน วิรชํ. อนวเสสทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉามลาปคเมน วีตมลํ. ติณฺณํ มคฺคานนฺติ เหฏฺฐิมานํ ติณฺณํ มคฺคานํ. ตสฺส อุปฺปตฺติอาการทสฺสนนฺติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ มคฺคญาณํ อสงฺขตธมฺมารมฺมณนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตํ หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปฏิวิชฺฌนฺตนฺติ อสมฺโมหปฏิเวธวเสน ปฏิวิชฺฌนฺตํ. เตนาห ‘‘กิจฺจวเสนา’’ติ.

ตตฺริทํ อุปมาสํสนฺทนํ – วตฺถํ วิย จิตฺตํ, วตฺถสฺส อาคนฺตุกมเลหิ กิลิฏฺฐภาโว วิย จิตฺตสฺส ราคาทิมเลหิ สํกิลิฏฺฐภาโว, โธวนสิลา วิย อนุปุพฺพีกถา, อุทกํ วิย สทฺธา, อุทเก เตเมตฺวา อูสโคมยฉาริกาภเรหิ กาฬกปเทเส สมฺมทฺทิตฺวา วตฺถสฺส โธวนปโยโค วิย สทฺธาสิเนเหน เตเมตฺวา สติสมาธิปญฺญาหิ โทเส สิถิเล กตฺวา สุตาทิวิธินา จิตฺตสฺส โสธเน วีริยารมฺโภ. เตน ปโยเคน วตฺเถ กาฬกาปคโม วิย วีริยารมฺเภน กิเลสวิกฺขมฺภนํ, รงฺคชาตํ วิย อริยมคฺโค, เตน สุทฺธสฺส วตฺถสฺส ปภสฺสรภาโว วิย วิกฺขมฺภิตกิเลสสฺส จิตฺตสฺส มคฺเคน ปริโยทปนนฺติ.

ทิฏฺฐธมฺโมติ วตฺวา ทสฺสนํ นาม ญาณทสฺสนโต อญฺญมฺปิ อตฺถีติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘ปตฺตธมฺโม’’ติ วุตฺตํ. ปตฺติ จ ญาณสมฺปตฺติโต อญฺญาปิ วิชฺชตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘วิทิตธมฺโม’’ติ วุตฺตํ. สา ปเนสา วิทิตธมฺมตา ธมฺเมสุ เอกเทสนาปิ โหตีติ นิปฺปเทสโต วิทิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริโยคาฬฺหธมฺโม’’ติ วุตฺตํ. เตนสฺส สจฺจาภิสมฺโพธํเยว ทีเปติ. มคฺคญาณญฺหิ เอกาภิสมยวเสน ปริญฺญาทิกิจฺจํ สาเธนฺตํ นิปฺปเทเสน จตุสจฺจธมฺมํ สมนฺตโต โอคาหนฺตํ นาม โหติ. เตนาห – ‘‘ทิฏฺโฐ อริยสจฺจธมฺโม เอเตนาติ ทิฏฺฐธมฺโม’’ติ. ติณฺณา วิจิกิจฺฉาติ สปฺปฏิภยกนฺตารสทิสา โสฬสวตฺถุกา อฏฺฐวตฺถุกา จ ติณฺณา วิจิกิจฺฉา ติณฺณวิจิกิจฺฉา. วิคตกถํกโถติ ปวตฺติอาทีสุ ‘‘เอวํ นุ โข, กึ นุ โข’’ติ เอวํ ปวตฺติกา วิคตา สมุจฺฉินฺนา กถํกถา. สารชฺชกรานํ ปาปธมฺมานํ ปหีนตฺตา ตปฺปฏิปกฺเขสุ สีลาทิคุเณสุ สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา เวสารชฺชํ วิสารทภาวํ เวยฺยตฺติยํ ปตฺโต. อตฺตนา เอว ปจฺจกฺขโต ทิฏฺฐตฺตา น ตสฺส ปโร ปจฺเจตพฺโพ อตฺถีติ อปรปฺปจฺจโย.

๗๑. ปณฺฑิโตติ ปญฺญวา.

๗๒. เตน หิ สมฺมาติ โทวาริเกน สทฺธึ สลฺลปติเยว, ‘‘เอตฺเถวา’’ติ เตน วุตฺตวจนํ สุตฺวาปิ ตสฺส อตฺถํ อสลฺลกฺเขนฺโต. กสฺมา? ปริเทวตาย. เตนาห ‘‘พลวโสเกน อภิภูโต’’ติ.

๗๓. เตเนวาติ เยน อุตฺตราสงฺเคน อาสนํ สมฺมชฺชติ, เตเนว อุทเร ปริกฺขิปนฺโต ‘‘มาหํ สตฺถารํ มม สรีเรน ผุสิ’’นฺติ อนฺตรํ กโรนฺโต อุตฺตราสงฺเคน ตํ อุทเร ปริกฺขิปนฺโต ปริคฺคเหตฺวา. ‘‘ทตฺตปญฺญตฺต’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๗๑) วิย ทตฺต-สทฺโท เอตฺถ พาลปริยาโยติ อาห ‘‘ชโฬสิ ชาโต’’ติ. อุปฏฺฐากสฺส อญฺญถาภาเวนาติ ปุพฺเพ อตฺตโน อุปฏฺฐากสฺส อิทานิ อนุปฏฺฐากภาเวน.

๗๕. อวิญฺญาณกํ ทารุสาขาทิมยํ. พหลพหลํ ปีตาวเลปนํ รงฺคชาตนฺติ อติวิย พหลํ ปีตวณฺณมญฺชิฏฺฐอาทิอวเลปนรชนํ. ฆฏฺเฏตฺวา อุปฺปาทิตจฺฉวึ, ยา รงฺคํ ปิวติ. นิลฺโลมตนฺติ ปุนปฺปุนํ อนุลิมฺปเนน. ขณฺฑขณฺฑิตนฺติ ขณฺฑขณฺฑิตภาวํ. รงฺคกฺขโม รชนิโย. เตนาห ‘‘ราคมตฺตํ ชเนตี’’ติ. อนุโยคนฺติ โจทนํ. วีมํสนฺติ วิจารณํ. ถุเส โกฏฺเฏตฺวา ตณฺฑุลปริเยสนํ วิย กทลิยํ สารปริเยสนํ วิย จ นิคณฺฐวาเท สารวีมํสนํ. ตโต เอว จ ตํ วีมํสนฺโต ริตฺตโก ตุจฺฉโกว โหตีติ. สพฺพมฺปิ พุทฺธวจนํ จตุสจฺจวินิมุตฺตํ นตฺถิ, ตญฺจ วีมํสิยมานํ วิญฺญูนํ ปีติโสมนสฺสเมว ชเนติ, อตปฺปกญฺจ อเสจนาภาเวนาติ อาห ‘‘จตุสจฺจกถา หี’’ติอาทิ. ยถา ยถาติ ยทิ ขนฺธมุเขน ยทิ ธาตายตนาทีสุ อญฺญตรมุเขน พุทฺธวจนํ โอคาหิสฺสติ, ตถา ตถา คมฺภีรญาณานํเยว โคจรภาวโต คมฺภีรเมว โหติ. โย เจตฺถ ปณฺฑิโต นิปุโณ กตปรปฺปวาโท ปณิธาย สพฺพถาเมน โจทนํ อารมฺภติ ตสฺส โจทนา เกสคฺคมตฺตมฺปิ จาเลตุํ น สกฺโกติ. ปุน สุจิรมฺปิ กาลํ วิจาเรนฺเตสุปิ วิมทฺทกฺขมโต, เอวํ ตถาคตวาโท สฺวาขฺยาตภาวโตติ อาห ‘‘อนุโยคกฺขโม วิมชฺชนกฺขโม จา’’ติ.

๗๖. วิสยปริญฺญาเณน ทหติ ปฏิปกฺเข โสเธตีติ ธีโร, สฺวายมสฺส ธีรภาโว สพฺพโส สมฺโมหวิทฺธํสนตายาติ อาห – ‘‘ยา ปญฺญา…เป… เตน สมนฺนาคตสฺสา’’ติ. ปภินฺนขีลสฺสาติ สมุจฺฉินฺนสพฺพเจโตขีลสฺส, กิเลสมจฺจุมารวิชเยเนว อภิสงฺขารขนฺธมารา ชิตาว โหนฺตีติ เตสํ ทฺวินฺนํ อิธ อคฺคหณํ. อีฆ-สทฺโท ทุกฺขปริยาโยติ อาห ‘‘นิทฺทุกฺขสฺสา’’ติ. ตตฺถ สอุปาทิเสสนิพฺพานปฺปตฺติยา กิเลเสน นิทฺทุกฺขตา, อนุปาทิเสสนิพฺพานปฺปตฺติยา วิปากทุกฺเขน นิทฺทุกฺขตา. รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนาทิวเสน วิวิธํ อีสนโต วีสํ, วีสเมว เวสํ, ราคาทีติ อาห – ‘‘เวสนฺตรสฺสาติ ราคาทิวีสํ ตริตฺวา วิตริตฺวา ฐิตสฺสา’’ติ.

ตุสิตสฺสาติ กรุณายนวเสน ตุสิยา อิตสฺส สํวตฺตสฺส. เอวํ สติ ‘‘มุทิตสฺสา’’ติ อิทํ ปุนรุตฺตเมว โหติ. มนุชสฺสาติ ปฐมาย ชาติยา ภควา มนุสฺสชาติโย หุตฺวา วุตฺตานํ วกฺขมานานญฺจ วเสน สเทวกํ อภิภวิตฺวา ฐิโต อจฺฉริโย ภควาติ ทสฺเสติ. สเทวกํ โลกํ สํสารโต นิพฺพานสุขํ นรติ เนติ ปาเปตีติ นโร, นายโกติ อตฺโถ, ตสฺส นรสฺส, เตนาห ‘‘ปุนรุตฺต’’นฺติ. ‘‘มนุชสฺสา’’ติ วตฺวา ‘‘นรสฺสา’’ติ ปุนรุตฺตํ ปทํ. อตฺถวเสน อญฺญถา วุจฺจมาเน เอเกกคาถาย ทสคุณา นปฺปโหนฺติ, น ปูเรนฺตีติ อตฺโถ.

วิเนตีติ วินโย, วินโย เอว เวเนยิโกติ อาห ‘‘สตฺตานํ วินายกสฺสา’’ติ. วิญฺญูนํ รุจึ ราติ, อีเรตีติ วา รุจิโร, สฺวายมสฺส รุจิรภาโว กุสลตายาติ อาห ‘‘สุจิธมฺมสฺสา’’ติ. ปภาสกสฺสาติ ญาณาโลเกน ปภสฺสรภาวกรสฺส. นิสฺสงฺคสฺสาติ อฏฺฐสุปิ ปริสาสุ, สเทเว วา สพฺพสฺมึ โลเก อคฺคณฺหาปนปริจฺจาเคน นิสฺสฏสฺส. คมฺภีรคุณสฺสาติ ปเรสํ ญาเณน อปฺปติฏฺฐภาวา คมฺภีรคุณสฺส. เตนาห ภควา – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อญฺเญว ธมฺมา คมฺภีรา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๒๘). อริยาย วา ตุณฺหีภาเวน โมนปฺปตฺตสฺส. ธมฺเม ฐิตสฺสาติ ธมฺมกาเย สุปฺปติฏฺฐิตสฺส. สํวุตตฺตสฺสาติ อรกฺขิยกายสมาจาราทิตาย สํวุตสภาวสฺส.

อาคุํ น กโรตีติอาทีหิ จตูหิ การเณหิ, ปนฺตเสนาสนสฺสาติ วิวิตฺตเสนาสนสฺส. ปฏิมนฺตนปญฺญายาติ สพฺพปรปฺปวาทานํ วิปราวตฺตมนฺตนปญฺญาย. โมนํ วุจฺจติ ญาณํ สพฺพโต กิเลสานํ นิธุนนโต.

อิสิสตฺตมสฺสาติ สพฺพอิสีสุ เชฏฺฐสฺส สาธุตมสฺส. เสฏฺฐปฺปตฺตสฺสาติ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺตสฺส. อกฺขราทีนีติ อกฺขรปทพฺยญฺชนาการ-นิรุตฺตินิทฺเทส-สํกาสนปกาสน-วิวรณ-วิภชนุตฺตานีกรณานีติ พฺยญฺชนตฺถปทานิ. สโมธาเนตฺวา วิเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ ปกาสนโต กถนโต ปทกสฺส. ปุริ-สทฺโท ‘‘ปุพฺเพ’’ติ อิมินา สมานตฺโถติ อาห – ‘‘ปุรินฺททสฺสาติ สพฺพปฐมํ ธมฺมทานทายกสฺสา’’ติ. ภควา อสยฺหํ สหิตุํ สมตฺโถติ อาห ‘‘สมตฺถสฺสา’’ติ. เตนาห – ‘‘ตถาคตํ พุทฺธมสยฺหสาหิน’’นฺติ (อิติวุ. ๓๘). เต ปตฺตสฺสาติ เต คุเณ อนวเสสโต ปตฺตสฺส. วิตฺถาเรตฺวา สํกิเลสโวทานธมฺมํ พฺยากโรตีติ พฺยากรโณ, พฺยากรโณ เอว เวยฺยากรโณ. ตนฺติปทนฺติ ตนฺตึ อาโรเปตฺวา ฐปิตํ ปทํ.

ตณฺหาพนฺธเนน สพฺเพน วา กิเลสพนฺธเนน อพทฺธสฺส. มหาปญฺญายาติ มหานุภาวาย ปญฺญาย, มหาวิสยาย วา ปญฺญาย. สพฺพา หิ ภควโต ปญฺญา มหานุภาวา, ยถาสกํ วิสเย มหาวิสยา จ เอกาทิวเสน อนวเสสโต มหาวิสยา นาม สพฺพญฺญุตาว. อานุภาวทสฺสนฏฺเฐนาติ อจฺฉริยาจินฺเตยฺยาปริเมยฺยสฺส อตฺตโน อานุภาวสฺส โลกสฺส ทสฺสนฏฺเฐน. ยกฺขสฺสาติ วา โลเกน ปูชนียสฺส. อยํ อุปาสโก ขุชฺชุตฺตรา วิย อุปาสิกา เสขปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโตติ อาห ‘‘โสตาปตฺติมคฺเคเนว ปฏิสมฺภิทา อาคตา’’ติ. กิเลสปฺปหานวณฺณํ กเถนฺโตติ กิเลสปฺปหานํ วิสยํ นิมิตฺตํ กตฺวา วณฺณํ กเถนฺโต.

๗๗. สมฺปิณฺฑิตาติ สนฺนิจิตา, คนฺถิตาติ อตฺโถ. อิเม สตฺตาติ ยํ ยเทว ปริพฺภมนฺตา สตฺตา. อตฺตโนว จินฺตยนฺตีติ อวีตตณฺหตาย สกํเยว ปโยชนํ จินฺเตนฺติ. ตถา หิ มเต ญาตเก อนุโสจนฺตาปิ เตหิ สาเธตพฺพสฺส อตฺตโน ปโยชนสฺเสว วเสน อนุโสจนฺติ. อุณฺหํ อโหสีติ พลวตา จิตฺตสฺส สนฺตาเปน สนฺตตฺตํ อพฺภนฺตรํ หทยฏฺฐานํ ขทิรงฺคารสนฺตาปิตํ วิย อุณฺหํ อโหสิ. เตนาห ‘‘โลหิตํ วิลียิตฺถา’’ติ. ปตฺตมตฺตนฺติ เอกปตฺตปูรมตฺตํ. อภิสมยสาธิกาย จตุสจฺจเทสนาย สงฺเขเปเนว เทสิตตฺตา อาห – ‘อุคฺฆฏิตญฺญุปุคฺคลสฺส วเสน ธมฺมเทสนา ปรินิฏฺฐิตา’’ติ.

อุปาลิสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.