๑๐. อปณฺณกสุตฺตวณฺณนา
๙๓. นานาวิธาติ นานาวิธทิฏฺฐิกา สมณพฺราหฺมณาติ ปพฺพชฺชามตฺเตน สมณา, ชาติมตฺเตน พฺราหฺมณา จ. ทสฺสนนฺติ ทิฏฺฐิ. คหิตนฺติ อภินิวิสฺส คหิตํ. อิติ เต อตฺตโน ทสฺสนํ คเหตุกามา ปุจฺฉนฺติ. วินา ทสฺสเนน โลโก น นิยฺยาตีติ วิโมกฺขภาวนาย เอเกน ทสฺสเนน วินา โลโก สํสารทุกฺขโต น นิคจฺฉติ. เอกทิฏฺฐิยมฺปิ ปติฏฺฐาตุํ นาสกฺขึสุ สทฺธาการาภาวโต. ตถา หิ เต อิมาย เทสนาย สรเณสุ ปติฏฺฐหึสุ. ยสฺมา อวิปรีเต สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ อุปฺปนฺนสทฺธา ‘‘อาการวตี’’ติ อธิปฺเปตา, ตสฺมา โย โลเก อวิปรีตธมฺมเทสนา, อยเมเวสาติ ปวตฺตา มคฺคสาธนคตาย สทฺธาย การณภาวโต ตนฺนิสฺสยา สทฺธา, สา อาการวตีติ วุตฺตา. อวตฺถุสฺมิญฺหิ สทฺธา อยุตฺตการณตาย น อาการวตี. อาการวตีติ เอตฺถ วตี-สทฺโท น เกวลํ อตฺถิตามตฺตทีปโก, อถ โข อติสยตฺถทีปโก ปาสํสตฺถทีปโก วา ทฏฺฐพฺโพ. เตน อาการวตีติ สทฺเธยฺยวตฺถุวเสน อติสยการณวตีติ วา ปาสํสการณวตีติ วา อยเมตฺถ อตฺโถ. อปณฺณโกติ เอตฺถ ยถา กญฺจิ อตฺถํ สาเธตุํ อารทฺธสฺส ปโยโค วิรทฺโธ, ตตฺถ อการโก วิย โหติ ปุนปิ อารภิตพฺพตาย. อวิรทฺโธ ปน อตฺถสฺส สาธนโต อปณฺณโก, เอวํ อยมฺปิ ธมฺโม อภิภวิตฺวา ปวตฺตนโต เอกํสโต ‘‘อปณฺณโก’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘อวิรทฺโธ อเทฺวชฺฌคามี เอกํสคาหิโก’’ติ.
๙๔. ตพฺพิปจฺจนีกภูตาติ ตสฺสา มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปจฺจนีกภูตา.
๙๕. เนสนฺติ กุสลานํ ธมฺมานํ. อกุสลโต นิกฺขนฺตภาเวติ อสํกิลิฏฺฐภาเว. อานิสํโสติ สุทฺธวิปากตา. วิสุทฺธิปกฺโขติ วิสุทฺธิภาโว ปริโยทาตตา. อภูตธมฺมสฺส ทิฏฺฐิภาวสฺส สญฺญาปนา อาจิกฺขนา อภูตธมฺมสญฺญาปนา. สาวชฺเชสุ ปรมวชฺเช มิจฺฉาทสฺสเน ปคฺคหณนฺติ กุโต สุสีลฺยสฺส ปคฺคโหติ อาห – ‘‘มิจฺฉาทสฺสนํ คณฺหนฺตสฺเสว สุสีลฺยํ ปหีนํ โหตี’’ติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโยติ เอตฺถ มิจฺฉาสงฺกปฺโป ปรโลกาภาวจินฺตา, มิจฺฉาวาจา ปรโลกาภาววาทภูโต มุสาวาโท, อริยานํ ปจฺจนีกตาทโย. อปราปรํ อุปฺปชฺชนวเสนาติ ปุนปฺปุนํ จิตฺเต อุปฺปชฺชนวเสน. ปาปกา อกุสลา ธมฺมาติ ปจฺจเวกฺขณสญฺญาปนาทิกาเล อุปฺปชฺชนกา ตถาปวตฺตา อกุสลขนฺธา.
กลิคฺคโหติ อนตฺถปริคฺคโห. โส ปน ยสฺมา ทิฏฺเฐว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ ปราชโย โหตีติ อาห ‘‘ปราชยคฺคาโห’’ติ. ทุสฺสมตฺโตติ เอตฺถ ทุ-สทฺโท ‘‘สมาทินฺโน’’ติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา โยเชตพฺโพติ อาห ‘‘ทุปฺปรามฏฺโฐ’’ติ. ยถา ทุปฺปรามฏฺโฐ โหติ, เอวํ สมาทินฺโน ทุสฺสมตฺโต ทุสมาทินฺโน วุตฺโต. สกวาทเมว ผริตฺวาติ อตฺตโน นตฺถิกวาทเมว ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๘๗; ๓.๒๗-๒๘) อวธาเรนฺโต อญฺญสฺส โอกาสอทานวเสน ผริตฺวา. เตนาห ‘‘อธิมุจฺจิตฺวา’’ติ. ‘‘สมฺพุทฺโธ’’ติอาทิ อธิมุจฺจนาการทสฺสนํ. ริญฺจตีติ วิเวเจติ อปเนติ. เตนาห ‘‘วชฺเชตี’’ติ.
๙๖. กฏคฺคโหติ กตํ สพฺพโส สิทฺธิเมว กตฺวา คหณํ. โส ปน ชยลาโภ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ชยคฺคาโห’’ติ. สุคฺคหิโตติ สุฏฺฐุกรณวเสน คหิโต. สุปรามฏฺโฐติ สุฏฺฐุ ปราปรํ อาเสวนวเสน อามฏฺโฐ. อุภเยนปิ ตสฺส กมฺมสฺส กตูปจิตภาวํ ทสฺเสติ, โสตฺถิภาวาวหตฺตญฺจ สคฺคุปปตฺติสํวตฺตนโต ปาปสภาวปหานโต จ.
๙๗. สหตฺถา กโรนฺตสฺสาติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๖๖; สํ. นิ. ฏี. ๒.๓.๒๑๑) สหตฺเถเนว กโรนฺตสฺส. นิสฺสคฺคิยถาวราทโยปิ อิธ สหตฺถกรเณเนว สงฺคหิตา. ปจนํ ทหนํ วิพาธนนฺติ อาห ‘‘ทณฺเฑน ปีเฬนฺตสฺสา’’ติ. โสกํ สยํ กโรนฺตสฺสาติ ปรสฺส โสกการณํ สยํ กโรนฺตสฺส, โสกํ วา อุปฺปาเทนฺตสฺส. ปเรหิ อตฺตโน วจนกเรหิ. สยมฺปิ ผนฺทโตติ ปรสฺส วิพาธนปโยเคน สยมฺปิ ผนฺทโต. อติปาตยโตติ ปทํ สุทฺธกตฺตุอตฺเถ เหตุกตฺตุอตฺเถ จ วตฺตตีติ อาห ‘‘หนนฺตสฺสปิ หนาเปนฺตสฺสาปี’’ติ.
ฆรสฺส ภิตฺติ อนฺโต พหิ จ สนฺธิตา หุตฺวา ฐิตา ฆรสนฺธิ. กิญฺจิปิ อเสเสตฺวา นิรวเสสเมว โลโปติ นิลฺโลโป. เอกาคาเร นิยุตฺโต วิโลโป เอกาคาริโก. ปริโต สพฺพโส ปนฺเถ หนนํ ปริปนฺโถ. ปาปํ น กรียติ ปุพฺเพ อสโต อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา, ตสฺมา นตฺถิ ปาปํ. ยทิ เอวํ กถํ สตฺตา ปาปํ ปฏิปชฺชนฺตีติ อาห – ‘‘สตฺตา ปน กโรมาติ เอวํสญฺญิโน โหนฺตี’’ติ. เอวํ กิรสฺส โหติ ‘‘อิเมสญฺหิ สตฺตานํ หึสาทิกิริยา น อตฺตานํ ผุสติ ตสฺส นิจฺจตาย นิพฺพิการตฺตา, สรีรํ ปน อเจตนํ กฏฺฐกลิงฺครูปมํ, ตสฺมึ วิโกปิเตปิ น กิญฺจิ ปาป’’นฺติ. ขุรเนมินาติ นิสิตขุรมยเนมินา. คงฺคาย ทกฺขิณทิสา อปฺปติรูปเทโส, อุตฺตรทิสา ปติรูปเทโสติ อธิปฺปาเยน ‘‘ทกฺขิณญฺเจ’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ‘‘ทกฺขิณตีเร มนุสฺสา กกฺขฬา’’ติอาทิมาห.
มหายาคนฺติ มหาวิชิตยญฺญสทิสํ มหายาคํ. สีลสํยเมนาติ กายิกวาจสิกสํวเรน. สจฺจวจเนนาติ สจฺจวาจาย. ตสฺส วิสุํ วจนํ โลเก ครุตรปุญฺญสมฺมตภาวโต. ยถา หิ ปาปธมฺเมสุ มุสาวาโท ครุ, เอวํ ปุญฺญธมฺเมสุ สจฺจวาจา. เตนาห ภควา – ‘‘เอกํ ธมฺมมตีตสฺสา’’ติอาทิ (ธ. ป. ๑๗๖). วุตฺตนเยเนวาติ กณฺหปกฺเข วุตฺตนเยน. ตตฺถ หิ – ‘‘นตฺถิ ปาปํ, นตฺถิ ปาปสฺส อาคโม’’ติ อาคตํ, อิธ ‘‘อตฺถิ ปุญฺญํ, อตฺถิ ปุญฺญสฺส อาคโม’’ติ อาคตํ, อยเมว วิเสโส. เสสํ วุตฺตสทิสเมวาติ ‘‘เตสเมตํ ปาฏิกงฺข’’นฺติ เอวมาทึ สนฺธาย วทติ, ตํ เหฏฺฐา ปุริมวารสทิสํ.
๑๐๐. อุภเยนาติ เหตุปจฺจยปฏิเสธวจเนน. สํกิเลสปจฺจยนฺติ สํสาเร ปริพฺภมเนน กิลินฺนสฺส มลินภาวสฺส การณํ. วุตฺตวิปริยาเยน วิสุทฺธิปจฺจยนฺติ สทฺทตฺโถ เวทิตพฺโพ. พลนฺติอาทีสุ สตฺตานํ สํกิเลสาวหํ โวทานาวหญฺจ อุสฺสาหสงฺขาตํ พลํ วา, สูรวีรภาวสงฺขาตํ วีริยํ วา, ปุริเสน กตฺตพฺโพ ปุริสถาโม วา, โส เอว ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนปฺปตฺติยา ปุริสปรกฺกโม วา นตฺถิ น อุปลพฺภติ.
สตฺวโยคโต, รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย จ สตฺตา. ปาณนโต อสฺสาสปสฺสาสวเสน ปวตฺติยา ปาณา. เต ปน โส เอกินฺทฺริยาทิวเสน วิภชิตฺวา วทตีติ อาห ‘‘เอกินฺทฺริโย’’ติอาทิ. อณฺฑโกสาทีสุ ภวนโต ภูตาติ วุจฺจนฺตีติ อาห ‘‘อณฺฑโกส…เป… วทนฺตี’’ติ. ชีวนโต ปาณํ ธาเรนฺโต วิย วฑฺฒนโต ชีวาติ เอวํ สตฺตปาณภูตชีเวสุ สทฺทตฺโถ เวทิตพฺโพ. นตฺถิ เอเตสํ สํกิเลสวิสุทฺธีสุ วโสติ อวสา. นตฺถิ เนสํ พลํ วีริยญฺจาติ อพลา อวีริยา. นิยตตาติ อจฺเฉชฺชสุตฺตาวุตาเภชฺชมณิ วิย นิยตปวตฺตนตาย คติชาติพนฺธปชหวเสน นิยาโม. ตตฺถ ตตฺถ คมนนฺติ ฉนฺนํ อภิชาตีนํ ตาสุ ตาสุ คตีสุ อุปคมนํ สมวาเยน สมาคโม. สภาโวเยวาติ ยถา กณฺฏกสฺส ติกฺขตา, กพิฏฺฐผลานํ ปริมณฺฑลตา, มิคปกฺขีนํ วิจิตฺตาการตา, เอวํ สพฺพสฺสปิ โลกสฺส เหตุปจฺจเยน วินา ตถา ตถา ปริณาโม, อยํ สภาโวเยว อกิตฺติโมเยว. เตนาห ‘‘เยน หี’’ติอาทิ.
สกุเณ หนตีติ สากุณิโก, ตถา สูกริโก. ลุทฺโทติ อญฺโญปิ โย โกจิ มาควิโก เนสาโท. ปาปกมฺมปสุตตาย กณฺหาภิชาติ นาม. ภิกฺขูติ สากิยา ภิกฺขู, มจฺฉมํสขาทนโต นีลาภิชาตีติ วทนฺติ. ญายลทฺเธปิ ปจฺจเย ภุญฺชมานา อาชีวกสมยสฺส วิโลมคาหิตาย ‘‘ปจฺจเยสุ กณฺฏเก ปกฺขิปิตฺวา ขาทนฺตี’’ติ วทนฺติ. เอเก ปพฺพชิตา, เย สวิเสสํ อตฺตกิลมถานุโยคมนุยุตฺตา. ตถา หิ เต กณฺฏเก วตฺเตนฺตา วิย โหนฺตีติ กณฺฏกวุตฺติกาติ วุตฺตา. ฐตฺวา ภุญฺชนทานปฏิกฺเขปาทิวตสมาโยเคน ปณฺฑรตรา. อเจลกสาวกาติ อาชีวกสาวเก วทติ. เต กิร อาชีวกลทฺธิยา วิสุทฺธจิตฺตตาย นิคณฺเฐหิปิ ปณฺฑรตรา. นนฺทาทโย หิ ตถารูปาย ปฏิปตฺติยา ปตฺตพฺพา, ตสฺมา นนฺทาทโย นิคณฺเฐหิ อาชีวกสาวเกหิ จ ปณฺฑรตราติ วุตฺตา ‘‘สุกฺกาภิชาตี’’ติ.
อยเมเตสํ ลทฺธีติ สากุณิกาทิภาวูปคมเนน กณฺหาภิชาติอาทีสุ ทุกฺขํ สุขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺตา อนุกฺกเมน มหากปฺปานํ จุลฺลาสีติสหสฺสานิ เขเปตฺวา อาชีวกภาวูปคมเนน ปรมสุกฺกาภิชาติยํ ฐตฺวา สํสารโต สุชฺฌนฺตีติ อยํ เตสํ นิยติ อาชีวกานํ ลทฺธิ.
‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติ วทนฺโต นตฺถิโก ทานสฺส ผลํ ปฏิกฺขิปตีติ อาห – ‘‘นตฺถิกทิฏฺฐิ วิปากํ ปฏิพาหตี’’ติ. ตถา เจว เหฏฺฐา สํวณฺณิตํ ‘‘นตฺถิกทิฏฺฐิ หิ นตฺถิตมาหา’’ติ. อเหตุกทิฏฺฐิ อุภยนฺติ กมฺมํ วิปากญฺจ อุภยํ. โส หิ ‘‘อเหตู อปจฺจยา สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ วิสุชฺฌนฺตี’’ติ วทนฺโต กมฺมสฺส วิย วิปากสฺสปิ สํกิเลสวิสุทฺธีนํ ปจฺจยตฺตาภาววจนโต ตทุภยํ ปฏิพาหติ นาม. วิปาโก ปฏิพาหิโต โหติ อสติ กมฺเม วิปากาภาวโต. กมฺมํ ปฏิพาหิตํ โหติ อสติ วิปาเก กมฺมสฺส นิรตฺถกภาวาปตฺติโต. อตฺถโตติ สรูเปน. อุภยปฏิพาหกาติ วิสุํ วิสุํ ตํตํทิฏฺฐิตา วุตฺตาปิ สพฺเพ เต นตฺถิกาทโย นตฺถิกทิฏฺฐิอาทิวเสน ปจฺเจกํ ติวิธทิฏฺฐิกา เอว อุภยปฏิพาหกตฺตา. ‘‘อุภยปฏิพาหกา’’ติ หิ เหตุวจนํ. อเหตุกวาทา จาติอาทิ ปฏิญฺญาวจนํ. โย หิ วิปากปฏิพาหเนน นตฺถิกทิฏฺฐิโก, โส อตฺถโต กมฺมปฏิพาหเนน อกิริยทิฏฺฐิโก, อุภยปฏิพาหเนน อเหตุกทิฏฺฐิโก จ โหติ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย.
สชฺฌายนฺตีติ ตํ ทิฏฺฐิทีปกํ คนฺถํ อุคฺคเหตฺวา ปฐนฺติ. วีมํสนฺตีติ ตสฺส อตฺถํ วิจาเรนฺติ. เตสนฺติอาทิ วีมํสนาการทสฺสนํ. ตสฺมึ อารมฺมเณติ ยถาปริกปฺปิตกมฺมผลาภาวทีปเก ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตาย ลทฺธิยา อารมฺมเณ. มิจฺฉาสติ สนฺติฏฺฐตีติ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิวเสน อนุสฺสวูปลทฺเธ อตฺเถ ตทาการปริวิตกฺกเนหิ สวิคฺคเห วิย สรูปโต จิตฺตสฺส ปจฺจุปฏฺฐิเต จิรกาลปริจเยน ‘‘เอวเมต’’นฺติ นิชฺฌานกฺขมภาวูปคมเนน นิชฺฌานกฺขนฺติยา ตถา คหิเต ปุนปฺปุนํ ตเถว อาเสวนฺตสฺส พหุลีกโรนฺตสฺส มิจฺฉาวิตกฺเกน สมาทิยมานา มิจฺฉาวายามุปตฺถมฺภิตา อตํสภาวํ ‘‘ตํสภาว’’นฺติ คณฺหนฺตี มิจฺฉาสตีติ ลทฺธนามา ตํลทฺธิสหคตา ตณฺหา สนฺติฏฺฐติ. จิตฺตํ เอกคฺคํ โหตีติ ยถาวุตฺตวิตกฺกาทิปจฺจยลาเภน ตสฺมึ อารมฺมเณ อวฏฺฐิตตาย อเนกคฺคํ ปหาย เอกคฺคํ อปฺปิตํ วิย โหติ. มิจฺฉาสมาธิปิ หิ ปจฺจยวิเสเสหิ ลทฺธภาวนาพเลหิ กทาจิ สมาธานปติรูปกิจฺจกโร โหติเยว วาลวิชฺฌนาทีสุ วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. ชวนานิ ชวนฺตีติ อเนกกฺขตฺตุํ เตนากาเรน ปุพฺพภาคิเยสุ ชวนวาเรสุ ปวตฺเตสุ สพฺพปจฺฉิเม ชวนวาเร สตฺต ชวนานิ ชวนฺติ. ปฐมชวเน ปน สเตกิจฺฉา โหนฺติ, ตถา ทุติยาทีสูติ ธมฺมสภาวทสฺสนเมตํ, น ปน ตสฺมึ ขเณ เตสํ สเตกิจฺฉภาวาปาทนํ เกนจิ สกฺกา กาตุํ.
ตตฺถาติ เตสุ ตีสุ มิจฺฉาทสฺสเนสุ. โกจิ เอกํ ทสฺสนํ โอกฺกมตีติ ยสฺส เอกสฺมึเยว อภินิเวโส อาเสวนา จ ปวตฺตา, โส เอกํเยว ทสฺสนํ โอกฺกมติ. ยสฺส ปน ทฺวีสุ, ตีสุปิ วา อภินิเวสนา ปวตฺตา, โส เทฺว ตีณิ โอกฺกมติ. เอเตน ยา ปุพฺเพ อุภยปฏิพาหนตามุเขน วุตฺตา อตฺถสิทฺธา สพฺพทิฏฺฐิกตา, สา ปุพฺพภาคิยา. ยา ปน มิจฺฉตฺตนิยาโมกฺกนฺติ ภูตา, สา ยถาสกํ ปจฺจยสมุทาคมสิทฺธิโต ภินฺนารมฺมณานํ วิย วิเสสาธิคมานํ อญฺญมญฺญํ เอกชฺฌํ อนุปฺปตฺติยา อสํกิณฺณา เอวาติ ทสฺเสติ. เอกสฺมึ โอกฺกนฺเตปีติอาทินา ติสฺสนฺนมฺปิ ทิฏฺฐีนํ สมานพลตํ สมานผลตญฺจ ทสฺเสติ, ตสฺมา ติสฺโสปิ เจตา เอกสฺส อุปฺปนฺนา อญฺญมญฺญํ อพฺโพกิณฺณา เอว, เอกาย วิปาเก ทินฺเน อิตรา อนุพลปฺปทายิกา โหนฺติ. วฏฺฏขาณุ นามาติ อิทํ วจนํ เนยฺยตฺถํ, น นีตตฺถนฺติ ตํ วิวริตฺวา ทสฺเสตุํ กึ ปเนสาติอาทิ วุตฺตํ, อกุสลํ นาเมตํ อพลํ ทุพฺพลํ, น กุสลํ วิย มหาพลนฺติ อาห – ‘‘เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว นิยโต’’ติ. อญฺญถา สมฺมตฺตนิยาโม วิย มิจฺฉตฺตนิยาโมปิ อจฺจนฺติโก สิยา. ยทิ เอวํ วฏฺฏขาณุกโชตนา กถนฺติ อาห ‘‘อาเสวนวเสน ปนา’’ติอาทิ, ตสฺมา ยถา ‘‘สกึ นิมุคฺโค นิมุคฺโคว โหตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๑๕) วุตฺตํ, เอวํ วฏฺฏขาณุกโชตนา. ยาทิเส หิ ปจฺจเย ปฏิจฺจ อยํ ตํตํทสฺสนํ โอกฺกนฺโต ปุน กทาจิ ตปฺปฏิปกฺเข ปจฺจเย ปฏิจฺจ ตโต สีสุกฺขิปนมสฺส น โหตีติ น วตฺตพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ.
ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ สํสารขาณุภาวสฺสปิ ปจฺจโย อกลฺยาณชโน, ตสฺมา. ภูติกาโมติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถานํ วเสน อตฺตโน คุเณหิ วฑฺฒิกาโม. ยํ ปเนตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘ยถา จิรกาลภาวนาย ปริปากูปคมลทฺธพลตฺตา อุปนิสฺสยกุสลา อกุสเล สพฺพโส สมุจฺฉินฺทนฺติ, เอวํ อกุสลธมฺมา ตโตปิ จิรกาลภาวนาสมฺภวโต ลทฺธพลา หุตฺวา กทาจิ กุสลธมฺเมปิ สมุจฺฉินฺทนฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ทฬฺหมิจฺฉาภินิเวสสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส วฏฺฏขาณุกภาวโชตนาปิ สมตฺถิตา โหตี’’ติ ยถา ตํ ‘‘วสฺสภญฺญานํ ทิฏฺฐี’’ติ, ตํ น, มิจฺฉตฺตนิยตธมฺมานํ จิรกาลภาวนามตฺเตน น ปฏิปกฺขสฺส ปชหนสมตฺถตา, อถ โข ธมฺมตาสิทฺเธน ปจฺจยวิเสสาหิตสามตฺถิเยน อตฺตโน ปหายกสภาเวน ปหายกภาโว ภาวนากุสลานํเยว วุตฺโต, อกุสลานํเยว จ ปหาตพฺพภาโว ‘‘ทสฺสเนน ปหาตพฺพา’’ติอาทินา นเยน, อกุสลานํเยว ทุพฺพลภาโว ‘‘อพลานํ พลียนฺตี’’ติอาทินา (สุ. นิ. ๗๗๖; มหานิ. ๕) (ยุตฺตินาปิ นามโต วา อธิคมนิโย อาโลโก อาโลกภาวโต พาหิรารเณกา วิย น เจตฺถ ปฏิญฺญตฺเต ภาเวสตา โสตุโน อาสํกิตพฺพา วิเสสวสฺส สาเธตพฺพโต สามญฺญสฺส จ โสตุภาเวน อธิปฺเปตตฺตา เวท-สทฺทสฺส โลโป ทีเป สภาเว สาธเน ยถา ตํ สทฺทยภาวสฺส นาปิ วิสุทฺธกอนุมานาทิวิโรธสมฺภาวโต. น หิ สกฺกา อนฺตราโลกสฺส พาหิราโลกสฺส วิย รูปกายํ อุปาทาย รูปตา จกฺขุวิญฺเญยฺยตฺตาทิเก ปติฏฺฐาเปตุํ สกฺกาติ วุตฺตํ, นนุปิ อนฺตราโลโก อวิคฺคหตฺตา เวทนา วิยาติ สทฺเธว ญาณาโลกสฺส อวิชฺชนฺธการา วิย วิธมนิยภาเว สพฺเพสมฺปิ กุสลธมฺมานํ เกนจิปิ อกุสลธมฺเมน สมุจฺฉินฺทนิยตา สิทฺธาว โหติ). วฏฺฏขาณุกโจทนาย ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมวาติ ติฏฺฐเตสา พาลชนวิกตฺถนา.
๑๐๓. ฌานจิตฺตมยาติ รูปาวจรชฺฌานจิตฺเตน นิพฺพตฺตา. ตถา หิ เตสํ วิเสเสน ฌานมนสา นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘มโนมยา’’ติ วุตฺตา, อวิเสเสน ปน อภิสงฺขารมนสา สพฺเพปิ สตฺตา มโนมยา เอว. สญฺญามยาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เตนาห ‘‘อรูปชฺฌานสญฺญายา’’ติ. อยนฺติ รูปิตาภาวปฏิปชฺชนกปุคฺคโล. อปฺปฏิลทฺธชฺฌาโนติ อนธิคตรูปชฺฌาโน. ตสฺสปีติ ตกฺกิโนปิ. รูปชฺฌาเน กงฺขา นตฺถิ อนุสฺสววเสน ลทฺธวินิจฺฉยตฺตา.
๑๐๔. สาราคายาติ สราคภาวาย. สนฺติเกติ สมีเป, น ถามคตา ทิฏฺฐินาติทูรตฺตา สราคา, น สมฺปยุตฺตตฺตา. สา หิ น ถามคตา วฏฺฏปริยาปนฺเนสุ ธมฺเมสุ รชฺชตีติ วิญฺญายตีติ อาห – ‘‘ราควเสน วฏฺเฏ รชฺชนสฺสา’’ติ. สพฺเพปิ สํโยชนา ตณฺหาวเสเนว สมฺภวนฺตีติ อาห – ‘‘ตณฺหาวเสน สํโยชนตฺถายา’’ติ. อารุปฺเป ปนสฺส กงฺขา นตฺถีติ อนุสฺสววเสน ลทฺธนิจฺฉยํ สนฺธาย วุตฺตํ. กามํ ทุคฺคติทุกฺขานํ เอกนฺตสํวตฺตเนน นตฺถิกทิฏฺฐิอาทีนํ อปณฺณกตา ปากฏา เอว, นิปฺปริยาเยน ปน อนวชฺชสฺส อตฺถสฺส เอกนฺตสาธกํ อปณฺณกนฺติ กตฺวา โจทนา, สาวชฺชสฺสปิ อตฺถสฺส สาธเน เอกํสิกภาวํ คเหตฺวา ปริหาโร. เตนาห ‘‘คหณวเสนา’’ติอาทิ. เตน รุฬฺหีวเสน ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทีนิ อปณฺณกงฺคานิ ชาตานีติ ทสฺเสติ.
๑๐๕. เหฏฺฐา ตโย ปุคฺคลาว โหนฺตีติ อตฺตนฺตโป ปรนฺตโปติ อิมสฺมึ จตุกฺเก เหฏฺฐา ตโย ปุคฺคลา โหนฺติ. ยถาวุตฺตา ปญฺจปิ ปุคฺคลา ทุปฺปฏิปนฺนาว, ตโต อตฺถิกวาทาทโย ปญฺจปุคฺคลา สมฺมาปฏิปนฺนตาย อิมสฺมึ จตุกฺเก เอโก จตุตฺถปุคฺคโลว โหติ. เอตมตฺถํ ทสฺเสตุนฺติ อิธ เหฏฺฐา วุตฺตปุคฺคลปญฺจกทฺวยํ อิมสฺมึ จตุกฺเก เอว สงฺคหํ คจฺฉตีติ วิภาเคน ทุปฺปฏิปตฺติสุปฺปฏิปตฺติโย ทสฺเสตุํ ภควา อิมํ เทสนํ อารภีติ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อปณฺณกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.
นิฏฺฐิตา จ คหปติวคฺควณฺณนา.