๑. กนฺทรกสุตฺตวณฺณนา

๑. อารามโปกฺขรณีอาทีสูติ อารามโปกฺขรณีอุยฺยานเจติยฏฺฐานาทีสุ. อุสฺสนฺนาติ พหุลา. อโสกกณิการโกวิฬารกุมฺภีราชรุกฺเขหิ สมฺมิสฺสตาย ตํ จมฺปกวนํ นีลาทิปญฺจวณฺณกุสุมปฏิมณฺฑิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, น จมฺปกรุกฺขานํเยว นีลาทิปญฺจวณฺณกุสุมตายาติ วทนฺติ. ภควา กุสุมคนฺธสุคนฺเธ จมฺปกวเน วิหรตีติ อิมินา น มาปนกาเล เอว ตสฺมึ นคเร จมฺปกรุกฺขา อุสฺสนฺนา, อถ โข อปรภาเคปีติ ทสฺเสติ. ‘‘ปญฺจสตมตฺเตหิ อฑฺฒเตฬเสหี’’ติ เอวํ อทสฺสิตปริจฺเฉเทน. หตฺถิโน จาเรติ สิกฺขาเปตีติ หตฺถาจริโย หตฺถีนํ สิกฺขาปโก, ตสฺส ปุตฺโตติ อาห ‘‘หตฺถาจริยสฺส ปุตฺโต’’ติ. ตทา ภควา เตสํ ปสาทชนนตฺถํ อตฺตโน พุทฺธานุภาวํ อนิคุหิตฺวาว นิสินฺโนติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฉพฺพณฺณานํ ฆนพุทฺธรสฺมีน’’นฺติอาทิมาห. ภควโต เจว คารเวนาติ ภควโต ครุภาเวน, ภควติ คารเวนาติ วา ปาโฐ.

นิจฺจํ น โหตีติ อภิณฺหํ น โหติ, กทาจิเทว โหตีติ อตฺโถ. อภิณฺหนิจฺจตา หิ อิธ อธิปฺเปตา, น กูฏฏฺฐนิจฺจตา. โลเก กิญฺจิ วิมฺหยาวหํ ทิสฺวา หตฺถวิการมฺปิ กโรนฺติ, องฺคุลึ วา โผฏยนฺติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺต’’นฺติ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อยํ นิรุตฺตินโย เยภุยฺเยน อุปาทาย รุฬฺหีวเสน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ตถา หิ ปาฬิยํ ‘‘เยปิ เต, โภ โคตม, อเหสุํ อตีตมทฺธาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ, กิญฺจิ อกตฺตพฺพมฺปิ กริยมานํ ทุกฺกรภาเวน วิมฺหยาวหํ โหติ, ตถา กิญฺจิ กตฺตพฺพํ, ปุริมํ ครหจฺฉริยํ, ปจฺฉิมํ ปสํสจฺฉริยํ, ตทุภยํ สุตฺตปทโส ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สมฺมา ปฏิปาทิโตติ สมฺมาปฏิปทายํ ฐปิโต. เอสา ปฏิปทา ปรมาติ เอตปรมํ, ภาวนปุํสกนิทฺเทโสยํ ยถา ‘‘วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๐). อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ภควา ภิกฺขุสงฺโฆ ปฏิปทาย ตุเมฺหหิ ปฏิปาทิโต, อตีเตปิ กาเล พุทฺธา เอตปรมํเยว ภิกฺขุสงฺฆํ สมฺมา ปฏิปาเทสุํ, อนาคเตปิ กาเล เอตปรมํเยว ภิกฺขุสงฺฆํ สมฺมา ปฏิปาเทสฺสนฺตีติ ปริพฺพาชโก นยคฺคาเหน ทิฏฺเฐน อทิฏฺฐํ อนุมินนฺโต สพฺเพสมฺปิ พุทฺธานํ สาสเน สงฺฆสุปฺปฏิปตฺตึ มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย สมสมํ กตฺวา ทสฺเสติ, เอวํ ทสฺเสนฺโต จ เตสํ สุธมฺมตญฺจ ตถา ทสฺเสติ เอวาติ เวทิตพฺโพ, พุทฺธสุพุทฺธตา ปน เนสํ สรูเปเนว ทสฺสิตาติ. น อิโต ภิยฺโยติ อิมินา ปาฬิยํ เอตปรมํเยวาติ อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสติ สีลปทฏฺฐานตฺตา สมาธิสฺส, สมาธิปทฏฺฐานตฺตา จ ปญฺญาย สีเลปิ จ อภิสมาจาริกปุพฺพกตฺตา อาทิพฺรหฺมจริยกสฺส วุตฺตํ ‘‘อาภิสมาจาริกวตฺตํ อาทึ กตฺวา’’ติ.

๒. ปุจฺฉานุสนฺธิอาทีสุ อนนฺโตคธตฺตา ‘‘ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธี’’ติ วตฺวา ตเมวตฺถํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘ภควา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปสนฺตการณนฺติ อุปสนฺตภาวการณํ. ตญฺหิ อริยานํเยว วิสโย, ตตฺถาปิ จ พุทฺธานํ เอว อนวเสสโต วิสโยติ อิมมตฺถํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ ทสฺเสตุํ น หิ ตฺวนฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ญาตตฺถจริยา กากชาตกาทิวเสน เวทิตพฺพา, โลกตฺถจริยา ตํตํปารมิปูรณวเสน, พุทฺธตฺถจริยา มหาโพธิชาตกาทิวเสน. อจฺฉริยํ โภ โคตมาติอาทินา กนฺทรเกน กตํ ปสาทปเวทนํ ทสฺเสติ.

เยปิ เตติอาทินา เตน วุตฺตมตฺถํ ปจฺจนุภาสนฺเตน ภควตา สมฺปฏิจฺฉิตนฺติ จริตตฺตา อาห – ‘‘สนฺติ หิ กนฺทรกาติ อยมฺปิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธี’’ติ. โย หิ กนฺทรเกน ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุปสนฺตภาโว กิตฺติโต, ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโตปิ เตน อปุจฺฉิโตเยว อตฺตโน อชฺฌาสเยน ภควา ‘‘สนฺติ หี’’ติอาทินา เทสนํ อารภิ. เตนาห ‘‘ภควโต กิร เอตทโหสี’’ ติอาทิ. กปฺเปตฺวาติ อญฺญถา สนฺตเมว อตฺตานํ อญฺญถา วิธาย. ปกปฺเปตฺวาติ สนิทสฺสนวเสน คเหตฺวา. เตนาห ‘‘กุหกภาเวนา’’ติอาทิ. ปฏิปทํ ปูรยมานาติ กามํ อวิเสเสน เสกฺขา วุจฺจนฺติ, เต ปน อธิคตมคฺควเสน ‘‘ปูรยมานา’’ติ น วตฺตพฺพา กิจฺจสฺส นิฏฺฐิตตฺตา. มคฺโค หิ เอกจิตฺตกฺขณิโกติ อาห ‘‘อุปริมคฺคสฺส วิปสฺสนาย อุปสนฺตา’’ติ. อิโต มุตฺตาติ มคฺเคนาคตูปสมโต มุตฺตา. กลฺยาณปุถุชฺชเน สนฺธาย วทติ. เตนาห ‘‘จตูหิ สติปฏฺฐาเนหิ อุปสนฺตา’’ติ.

สตตสีลาติ อวิจฺฉินฺนสีลา. สาติสโย หิ เอเตสํ สีลสฺส อขณฺฑาทิภาโว. สุปริสุทฺธสีลตาวเสน สนฺตตา วุตฺติ เอเตสนฺติ สนฺตตวุตฺติโนติ อาห ‘‘ตสฺเสว เววจน’’นฺติ. เอวํ สีลวุตฺติวเสน ‘‘สนฺตตวุตฺติโน’’ติ ปทสฺส อตฺถํ วตฺวา อิทานิ ชีวิตวุตฺติวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘สนฺตตชีวิกาวาติ อตฺโถ’’ติ อาห. สาสนสฺส ชีวิตวุตฺติ สีลสนฺนิสฺสิตา เอวาติ อาห ‘‘ตสฺมิ’’นฺติอาทิ.

นิปยติ วิโสเสติ ราคาทิสํกิเลสํ, ตโต วา อตฺตานํ นิปาตีติ นิปโก, ปญฺญวา. เตนาห ‘‘ปญฺญวนฺโต’’ติ. ปญฺญาย ฐตฺวา ชีวิกากปฺปนํ นาม พุทฺธปฏิกุฏฺฐมิจฺฉาชีวํ ปหาย สมฺมาชีเวน ชีวนนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา เอกจฺโจ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔) ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๔) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. รถวินีตปฏิปทาทโย เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. อิโต อญฺญตฺถ มหาโคปาลกสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๔๖ อาทโย) โลกุตฺตรสติปฏฺฐานา กถิตาติ อาห – ‘‘อิธ ปน โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา สติปฏฺฐานา กถิตา’’ติ, สติปฏฺฐานสุตฺเตปิ (ที. นิ. ๒.๓๗๓-๓๗๔; ม. นิ. ๑.๑๐๖ อาทโย) โวมิสฺสกาว กถิตาติ. เอตฺตเกนาติ เอตฺตกาย เทสนาย.

๓. การกภาวนฺติ ปฏิปตฺติยํ ปฏิปชฺชนกภาวํ. มยมฺปิ นาม คิหี พหุกิจฺจา สมานา กาเลน กาลํ สติปฏฺฐาเนสุ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตา วิหราม, กิมงฺคํ ปน วิเวกวาสิโนติ อตฺตโน การกภาวํ ปเวเทนฺโต เอวํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุกฺขิปติ. เตนาห ‘‘อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย’’ติอาทิ. นานารมฺมเณสุ อปราปรํ อุปฺปชฺชมานานํ ราคาทิกิเลสานํ ฆนชฏิตสงฺขาตากาเรน ปวตฺติ กิเลสคหเนน คหนตา, เตนาห ‘‘อนฺโต ชฏา พหิ ชฏา, ชฏาย ชฏิตา ปชา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒). มนุสฺสานํ อชฺฌาสยคหเณน สาเฐยฺยมฺปีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กสฏสาเฐยฺเยสุปิ เอเสว นโย’’ติ. ยถา สปฺปิมธุผาณิตาทีสุ กจวรภาโว, โส กสโฏติ วุจฺจติ, เอวํ สนฺตาเน อปริสุทฺโธ สํกิเลสภาโว กสฏนฺติ อาห ‘‘อปริสุทฺธฏฺเฐน กสฏตา’’ติ. อตฺตนิ อสนฺตคุณสมฺภาวนํ เกราฏิยฏฺโฐ. ชานาตีติ ‘‘อิทํ อหิตํ น เสวิตพฺพํ, อิทํ หิตํ เสวิตพฺพ’’นฺติ วิจาเรติ เทเสติ. วิจารณตฺโถปิ หิ โหติ ชานาติ-สทฺโท ยถา ‘‘อายสฺมา ชานาตี’’ติ. สพฺพาปิ…เป… อธิปฺเปตา ‘‘ปสุปาลกา’’ติอาทีสุ วิย. อิธ อนฺตร-สทฺโท ‘‘วิชฺชนฺตริกายา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๔๙) วิย ขณตฺโถติ อาห ‘‘ยตฺตเกน ขเณนา’’ติ. เตนาติ หตฺถินา. ตานีติ สาเฐยฺยาทีนิ.

อตฺถโต กายจิตฺตุชุกตาปฏิปกฺขภูตาว โลภสหคตจิตฺตุปฺปาทสฺส ปวตฺติอาการวิเสสาติ ตานิ ปวตฺติอากาเรน ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺสาติ ปาณภูตสฺส อสฺสสฺส วา หตฺถิโน วา. ฐสฺสามีติ ตตฺเถว สปฺปฏิภเย ฐาเน คนฺตฺวา ฐสฺสามีติ น โหติ. อิมสฺส สาเฐยฺยตาย ปากฏกรณํ วญฺจนาธิปฺปายภาวโต. ตถา หิ จตูสุ ฐาเนสุ ‘‘วญฺเจตฺวา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ, นิคุหนฺโต ปน ตตฺเถว คนฺตฺวา ติฏฺเฐยฺย. เอส นโย เสเสสุปิ. ปฏิมคฺคํ อาโรหิตุกามสฺสาติ อาคตมคฺคเมว นิวตฺติตฺวา คนฺตุกามสฺส. เลณฺฑวิสฺสชฺชนาทีสุ กาลนฺตราเปกฺขาภาวํ ‘‘ตถา’’ติ อิมินา อุปสํหรติ.

อนฺโตชาตกาติ อตฺตโน ทาสิยา กุจฺฉิมฺหิ ชาตา. ธนกฺกีตาติ ธนํ ทตฺวา ทาสภาเวน คหิตา. กรมรานีตาติ ทาสภาเวน กรมรคฺคาหคหิตา. ทาสพฺยนฺติ ทาสภาวํ. เปสฺสาติ อทาสา เอว หุตฺวา เวยฺยาวจฺจกรา. อิมํ วิสฺสชฺเชตฺวาติ อิมํ อตฺตโน หตฺถคตํ วิสฺสชฺเชตฺวา. อิมํ คณฺหนฺตาติ อิมํ ตสฺส หตฺถคตํ คณฺหนฺตา. สมฺมุขโต อญฺญถา ปรมฺมุขกาเล กายวาจาสมุทาจารทสฺสเนเนว จิตฺตสฺส เนสํ อญฺญถา ฐิตภาโว นิทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ.

๔. อยมฺปิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธีติ เอตฺถาปิ อนนฺตเร วุตฺตนเยเนว อนุสนฺธิโยชนา เวทิตพฺพา. เตเนวาห ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิ. จตุตฺโถ หิตปฏิปทํ ปฏิปนฺโนติ โยชนา. ปุคฺคลสีเสน ปุคฺคลปฏิปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุคฺคเล ปหายา’’ติ อาห. ปฏิปตฺติ หิ อิธ ปหาตพฺพา, น ปุคฺคลา. ยถา อสฺสทฺธาทิปุคฺคลปริวชฺชเนน สทฺธินฺทฺริยาทิภาวนา อิชฺฌนฺติ, เอวํ มิจฺฉาปฏิปนฺนปุคฺคลปริวชฺชเนน มิจฺฉาปฏิปทา วชฺชิตพฺพาติ อาห – ‘‘ปุริเม ตโย ปุคฺคเล ปหายา’’ติ. จตุตฺถปุคฺคลสฺสาติ อิมสฺมึ จตุกฺเก วุตฺตจตุตฺถปุคฺคลสฺส หิตปฏิปตฺติยํเยว ปฏิปาเทมิ ปวตฺเตมีติ ทสฺเสนฺโต. สนฺตาติ สมํ วินาสํ นิโรธํ ปตฺตาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘นิรุทฺธา สนฺตาติ วุตฺตา’’ติ. ปุน สนฺตาติ ภาวนาวเสน กิเลสปริฬาหวิคมโต สนฺตาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘นิพฺพุตา’’ติ. สนฺตาติ อาเนตฺวา โยชนา. สนฺโต หเวติ เอตฺถ สมภาวกเรน สาธุภาวสฺส วิเสสปจฺจยภูเตน ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตา อริยา ‘‘สนฺโต’’ติ วุตฺตาติ อาห – ‘‘สนฺโต หเว…เป… ปณฺฑิตา’’ติ.

อาหิโต อหํมาโน เอตฺถาติ อตฺตา (อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๑๙๘) อตฺตภาโว, อิธ ปน โย ปโร น โหติ, โส อตฺตา, ตํ อตฺตานํ. ปรนฺติ อตฺตโต อญฺญํ. ฉาตํ วุจฺจติ ตณฺหา ชิฆจฺฉาเหตุตาย. อนฺโต ตาปนกิเลสานนฺติ อตฺตโน สนฺตาเน อตฺตปริฬาหชนนสนฺตปฺปนกิเลสานํ. จิตฺตํ อาราเธตีติ จิตฺตํ ปสาเทติ, สมฺปหํเสตีติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน ตถาภูโต จิตฺตํ สมฺปาเทนฺโต อชฺฌาสยํ คณฺหนฺโต นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘จิตฺตํ สมฺปาเทตี’’ติอาทิ.

๕. ทุกฺขํ ปฏิกฺกูลํ เชคุจฺฉํ เอตสฺสาติ ทุกฺขปฏิกฺกูโล ตํ ทุกฺขปฏิกฺกูลํ. วิเสสนวิเสสิตพฺพตา หิ กามจารา. อฏฺฐกถายํ ปน ทุกฺขสฺส วิเสสิตพฺพตํ สนฺธาย พาหิรตฺถสมาสํ อนาทิยิตฺวา ‘‘ทุกฺขสฺส ปฏิกฺกูล’’นฺติ อตฺโถ วุตฺโต. เยน หิ ภาเคน ปุริสสฺส ทุกฺขํ ปฏิกฺกูลํ, เตน ทุกฺขสฺส ปุริโสปีติ. เตนาห – ‘‘ปจฺจนีกสณฺฐิต’’นฺติ.

๖. จตูหิ การเณหีติ ธาตุกุสลตาทีหิ จตูหิ การเณหิ. กมฺมํ กโรตีติ โยคกมฺมํ กโรติ. ยสฺมา สมฺพุทฺธา ปเรสํ มคฺคผลาธิคมาย อุสฺสาหชาตา, ตตฺถ นิรนฺตรํ ยุตฺตปฺปยุตฺตา เอว โหนฺติ, เต ปฏิจฺจ เตสํ อนฺตราโย น โหติเยวาติ อาห ‘‘น ปน พุทฺเธ ปฏิจฺจา’’ติ. กิริยปริหานิยา เทสกสฺส ตสฺเสว วา ปุคฺคลสฺส ตชฺชปโยคาภาวโต. ‘‘เทสกสฺส วา’’ติ อิทํ สาวกานํ วเสน ทฏฺฐพฺพํ. มหตา อตฺเถนาติ เอตฺถ อตฺถ-สทฺโท อานิสํสปริยาโยติ อาห ‘‘ทฺวีหิ อานิสํเสหี’’ติ. ปสาทํ ปฏิลภติ ‘‘อรหนฺโต’’ติอาทินา สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติยา สุตตฺตา. อภินโว นโย อุทปาทิ สนฺตตสีลตาทิวเสน อนตฺตนฺตปตาทิวเสน, โสปิ ตํ สุตฺวา ทาสาทีสุ สวิเสสํ ลชฺชี ทยาปนฺโน หิตานุกมฺปี หุตฺวา เสกฺขปฏิปทํ สีลํ สาเธนฺโต อนุกฺกเมน สติปฏฺฐานภาวนํ ปริพฺรูเหติ. เตนาห ภควา ‘‘มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต’’ติ.

๘. ปเรสํ หนนฆาตนาทินา โรทาปนโต ลุทฺโท, ตถา วิฆาตกภาเวน กายจิตฺตานํ วิทารณโต ทารุโณ, วิรุทฺธวาทตาย กกฺขโฬ, พนฺธนาคาเร นิยุตฺโต พนฺธนาคาริโก.

๙. ขตฺติยาภิเสเกนาติ ขตฺติยานํ กตฺตพฺพอภิเสเกน. สนฺถาคารนฺติ สนฺถารวเสน กตํ อคารํ ยญฺญาวาฏํ. สปฺปิเตเลนาติ สปฺปิมเยน เตเลน, ยมกเสฺนเหน หิ ตทา กายํ อพฺภญฺชติ. วจฺฉภาวํ ตริตฺวา ฐิโต วจฺฉตโร. ปริกฺเขปกรณตฺถายาติ วนมาลาหิ สทฺธึ ทพฺเภหิ เวทิยา ปริกฺเขปนตฺถาย. ยญฺญภูมิยนฺติ อวเสสยญฺญฏฺฐาเน. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

กนฺทรกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.