๕. ลกฺขณหารวิภงฺควณฺณนา

๒๓. ‘‘ลกฺขณหารสฺส วิสยํ ปุจฺฉตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘โก ปน ตสฺส วิสโย’’ติ วุตฺเต สมานลกฺขณา อวุตฺตธมฺมา. กายานุปสฺสนาย สมารทฺธาย เวทนานุปสฺสนาทโย สุเขเนว สิชฺฌนฺตีติ ตพฺพจเนน เวทนาคตาสติอาทีนํ วุตฺตภาโว ทสฺสิโต สติปฏฺฐานภาเวน เอกลกฺขณตฺตาติ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานสฺส สทฺธานุคฺคหิตานิ วีริยสติสมาธิปญฺญินฺทฺริยานิ สาธนํ, เอวํ อิตเรสมฺปีติ กตฺวา วุตฺตํ. อยํ อตฺโถ อฏฺฐกถายเมว (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๕๑) ปรโต อาคมิสฺสติ. อิมินา นเยน เสเสสุปิ เอกลกฺขณตานิทฺเทเสสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปรโตติ จตุพฺยูหหารวณฺณนายํ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๒๐).

อสมฺมิสฺสโตติ เวทนาทโยปิ เอตฺถ สิตา เอตฺถ ปฏิสนฺธาติ กาเย เวทนาทิอนุปสฺสนาปสงฺเคปิ อาปนฺเน ตทสมฺมิสฺสโตติ อตฺโถ.

อวยวิคาหสมญฺญาติธาวนสาราทานาภินิเวสนิเสธนตฺถํ กายํ องฺคปจฺจงฺเคหิ, ตานิ จ เกสาทีหิ, เกสาทิเก จ ภูตุปาทายรูเปหิ วินิพฺภุชิตุํ ‘‘ตถา น กาเย’’ติอาทิมาห. ปาสาทาทินคราวยวสมูเห อวยวิวาทิโนปิ อวยวิคาหณํ กโรนฺติ. นครํ นาม โกจิ อตฺโถ อตฺถีติ ปน เกสญฺจิ สมญฺญาติธาวนํ สิยาติ อิตฺถิปุริสาทิสมญฺญาติธาวเน นครนิทสฺสนํ วุตฺตํ. อญฺโญ โกจิ สตฺตาทิโก. ยํ ปสฺสติ อิตฺถึ, ปุริสํ วา. นนุ จกฺขุนา อิตฺถิปุริสทสฺสนํ นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, ‘‘อิตฺถึ ปสฺสามิ, ปุริสํ ปสฺสามี’’ติ ปน ปวตฺตสมญฺญาวเสน ‘‘ยํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. มิจฺฉาทสฺสเนน วา ทิฏฺฐิยา ยํ ปสฺสติ, น ตํ ทิฏฺฐํ รูปายตนํ โหติ, รูปายตนํ วา ตํ น โหตีติ อตฺโถ. อถ วา ตํ โกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ ทิฏฺฐํ น โหติ, ทิฏฺฐํ วา ยถาวุตฺตํ น โหตีติ อตฺโถ. ยํ ทิฏฺฐํ ตํ น ปสฺสตีติ ยํ รูปายตนํ, เกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ วา ทิฏฺฐํ, ตํ ปญฺญาจกฺขุนา ภูตโต น ปสฺสตีติ อตฺโถ.

น อญฺญธมฺมานุปสฺสีติ น อญฺญสภาวานุปสฺสี, อสุภาทิโต อญฺญาการานุปสฺสี น โหตีติ วุตฺตํ โหติ.

ปถวีกายนฺติ เกสาทึ ปถวีธมฺมสมูหตฺตา ‘‘กาโย’’ติ วทติ, ลกฺขณปถวิเมว วา อเนกเภทภินฺนํ สกลสรีรคตํ ปุพฺพาปริยภาเวน ปวตฺตมานํ สมูหวเสน คเหตฺวา ‘‘กาโย’’ติ วทติ. เอวํ อญฺญตฺถาปิ.

อาการสมูหสงฺขาตสฺสาติ อนิจฺจตาทิอาการสมุทายปริยายสฺส.

ตีสุ ภเวสุ กิเลเสติ ภวตฺตยวิสยกิเลเส. สพฺพตฺถิกนฺติ สพฺพตฺถ ลีเน, อุทฺธเต จ จิตฺเต อิจฺฉิตพฺพตฺถา, สพฺเพ วา ลีเน, อุทฺธเต จ ภาเวตพฺพา โพชฺฌงฺคา อตฺถิกา เอตายาติ สพฺพตฺถิกา. อนฺโต สงฺโกโจติ อนฺโต โอลียนา, โกสชฺชนฺติ อตฺโถ.

๒๔. คหิเตสูติ ภาวนาคฺคหเณน คหิเตสุ, ภาวิเตสูติ อตฺโถ, วจเนน วา คหิเตสุ. ภาวนาคฺคหณทีปนตฺถตฺตา ปน วจเนน คหณสฺส ภาวนาคฺคหณเมตฺถ ปธานํ. ยสฺส สติปฏฺฐานา ภาวิตา, ตสฺส สมฺมปฺปธานาทโย โพธิปกฺขิยธมฺมา น ภาวิตาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ จ สมานลกฺขณตาปเทเสน อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ ภาวิยมาเนสุ จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

วิปลฺลาสา ปหียนฺติ อุชุวิปจฺจนีกภาวโต. ‘‘อาหารสมุทยา กายสฺส สมุทโย, ผสฺสสมุทยา เวทนานํ สมุทโย (สํ. นิ. ๕.๔๐๘), สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑, ๓๙; ม. นิ. ๓.๑๒๖; มหาว. ๑; อุทา. ๑; วิภ. ๒๒๕) วจนโต กายาทีนํ สมุทยภูตา กพฬีการาหารผสฺสมโนสญฺเจตนาวิญฺญาณาหารากายาทีนํ ปริชานเนน ปริญฺญาตา โหนฺติ ตปฺปฏิปกฺขปฺปหานโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตฺตาโร อาหารา’’ติอาทิมาห. สพฺพตฺถาติ ‘‘อุปาทาเนหิ อนุปาทาโน ภวตี’’ติ เอวมาทีสุ.

ตตฺถ ยสฺมา ปญฺจ กามคุณา สวิเสสา กาเย ลพฺภนฺตีติ วิเสเสน กาโย กามุปาทานสฺส วตฺถุ, สุขเวทนสฺสาทวเสน ปรโลกนิรเปกฺโข ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๗๑; ม. นิ. ๑.๔๔๕; ๒.๙๔-๙๕, ๒๒๕; ๓.๙๑, ๑๑๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐; ธ. ส. ๑๒๒๑; วิภ. ๙๓๘) ปรามาสํ อุปฺปาเทตีติ ทิฏฺฐุปาทานสฺส เวทนา, จิตฺเต นิจฺจคฺคหณวเสน สสฺสตสฺส ‘‘อตฺตโน สีลาทิวเสน ปริสุทฺธปรามสนํ โหตี’’ติ สีลพฺพตุปาทานสฺส จิตฺตํ, นามรูปปริจฺเฉเทน ภูตํ ภูตโต อปสฺสนฺตสฺส ‘‘อตฺตาภินิเวโส โหตี’’ติ อตฺตวาทุปาทานสฺส ธมฺมา วตฺถุ, ตสฺมา ‘‘จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ ภาวิยมาเนสุ อุปาทาเนหิ อนุปาทาโน ภวตี’’ติ วุตฺตํ.

ยสฺมา ปน วุตฺตนเยเนว กาโย กามโยคสฺส วตฺถุ, ภเวสุ สุขคฺคหณวเสน ภวสฺสาโท โหตีติ ภวโยคสฺส เวทนา, สนฺตติฆนคฺคหณวเสน จิตฺเต อตฺตาภินิเวโส โหตีติ ทิฏฺฐิโยคสฺสจิตฺตํ, ธมฺมวินิพฺโภคสฺส ทุกฺกรตฺตา, ธมฺมานํ ธมฺมมตฺตตาย จ ทุปฺปฏิวิชฺฌตฺตา สมฺโมโห โหตีติ อวิชฺชาโยคสฺส ธมฺมา, วตฺถุ, ตสฺมา จตุสติปฏฺฐานภาวนาย เตสุ เตสํ ปหานสิทฺธิโต โยเคหิ วิสํยุตฺตตา วุตฺตา. เอเตเนว อาสเวหิ อนาสวตา, โอเฆหิ นิตฺติณฺณตา จ สํวณฺณิตา โหติ กามราคาทีนํ เอว กามโยคกามาสวกาโมฆาทิภาวโต.

วุตฺตนเยเนว กาโย อภิชฺฌากายคนฺถสฺส วตฺถุ, ‘‘ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย อนุเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขสงฺขารทุกฺขภูตา เวทนา วิเสเสน พฺยาปาทกายคนฺถสฺส วตฺถุ, จิตฺเต นิจฺจาภินิเวสวเสน สสฺสตสฺส ‘‘อตฺตโน สีเลน สุทฺธี’’ติอาทิปรามสนํ โหตีติ สีลพฺพตปรามาสสฺส จิตฺตํ วตฺถุ, สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนาภาวโต ภววิภวทิฏฺฐิสงฺขาโต อิทํสจฺจาภินิเวโส โหตีติ ตสฺส ธมฺมา วตฺถูติ จตุสติปฏฺฐานาติ โยเชตพฺพํ.

วุตฺตนเยเนว วิเสสโต กาโย ราคสลฺลสฺส วตฺถุ, เวทนา โทสสลฺลสฺส, ‘‘จิตฺตํ นิจฺจคฺคหณวเสน อตฺตาภินิเวสํ อตฺตานํ เสยฺยาทิโต ทหตี’’ติ จิตฺตํ มานสลฺลสฺส, วุตฺตนเยเนว ธมฺมา โมหสลฺลสฺส วตฺถูติ จตุสติปฏฺฐานาติ โยเชตพฺพํ.

ยสฺมา ปน กายานุปสฺสนาทีหิ กายเวทนาจิตฺตธมฺเมสุ ปริญฺญาเตสุ รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารกฺขนฺธา ปริญฺญาตา โหนฺติ, จิตฺเต หิ ปริญฺญาเต สญฺญาปิ ปริญฺญาตาว โหติ, ตสฺมา ‘‘วิญฺญาณฏฺฐิติโย จสฺส ปริญฺญํ คจฺฉนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

ตถา วิเสสโต กาเย สาเปกฺขา ฉนฺทาคตึ คจฺฉตีติ กาโย ฉนฺทาคติยา วตฺถุ, วุตฺตนเยเนว เวทนา พฺยาปาทสฺส นิมิตฺตนฺติ สา โทสาคติยา วตฺถุ, สนฺตติฆนคฺคหณวเสน สราคาทิจิตฺเต สมฺโมโห โหตีติ โมหาคติยา จิตฺตํ, ธมฺมสภาวานวโพเธน ภยํ โหตีติ ภยาคติยา ธมฺมา วตฺถูติ จตุสติปฏฺฐานภาวนาย อคติคมนปฺปหานํ โหตีติ อาห ‘‘อคติคมเนหิ จ น อคตึ คจฺฉตี’’ติ.

‘‘อกุสลสฺส โสมนสฺสสฺส วเสนา’’ติ อิทํ ‘‘อยมฺปิ อตฺโถ สมฺภวตี’’ติ กตฺวา วุตฺตํ. ‘‘สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) ปน วจนโต สุขเวทนาคฺคหเณน ตตฺถานุสยเนน สมุทยสจฺจํ เทสิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เทสิตํ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ ทุกฺขทุกฺขคฺคหเณน สาติสยํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปกาสิตํ โหตีติ ปาฬิยํ ‘‘ทุกฺขํ อริยสจฺจํ เทสิต’’นฺติ วุตฺตํ. สหจรณาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา นิทฺเทสวารวณฺณนายํ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๕ อาทโย) วุตฺตํ.

ลกฺขณหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.