๒. วิจยหารวิภงฺควณฺณนา
๑๑. ชาติลิงฺคกาลสาธนวิภตฺติสงฺขฺยาวิเสสาทิโต สทฺทโต ปทวิจโย กาตพฺโพ. ตตฺถ กริยมาโน จ ยถาสภาวนิรุตฺติยา เอว กโต สุกโต โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทํ นามปทํ …เป… อยํ สทฺทโต ปทวิจโย’’ติ วตฺวา ‘‘โส ปนาย’’นฺติอาทิมาห. วตฺตพฺพอตฺถสํวณฺณนาติ ตํตํปทวจนียสฺส อตฺถสฺส เภทํ วตฺวา ปริยาเยหิ วิวริตฺวา กถนํ.
วิจิยมานสฺส สุตฺตปทสฺสาติ ปุจฺฉาวเสน ปวตฺตสุตฺตปทสฺส. ‘‘สุตฺตนฺตรปทานิปิ ปุจฺฉาวเสเนว ปวตฺตานี’’ติ วทนฺติ ‘‘น สพฺพมฺปิ สุตฺตปท’’นฺติ. เอกสฺเสว ปทสฺส สมฺภวนฺตานํ อเนเกสํ อตฺถานํ อุทฺธาโร อตฺถุทฺธาโร. เอกสฺเสว ปน อตฺถสฺส สมฺภวนฺตานํ อเนเกสํ ปทานํ อุทฺธาโร ปทุทฺธาโร. สพฺเพ หิ สํวณฺณิยมาเน สุตฺเต ลพฺภมาเน สพฺเพ ปทตฺเถ. นว สุตฺตนฺเตติ สุตฺตเคยฺยาทิวเสน นวปฺปกาเร สุตฺตสฺมึ อาเนตฺวา วิจินตีติ โยชนา. อถ วา ‘‘สพฺเพ นว สุตฺตนฺเต’’ติ อิมินา ปวิจยลกฺขเณน หาเรน สุตฺตเคยฺยาทีนิ สพฺพานิปิ นวปฺปการานิ สุตฺตานิ วิจินตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สุตฺตเคยฺยาทิเก’’ติอาทิ.
‘‘โกสลานํ ปุรา รมฺมา’’ติอาทิกา (สุ. นิ. ๙๘๒) ฉปญฺญาส คาถา วตฺถุคาถา. ‘‘ปารายนมนุคายิสฺส’’นฺติ (สุ. นิ. ๑๑๓๗ อาทโย) ปน อาทิกา เอกูนวีสติ คาถา อนุคีติคาถา. อิทํ นามํ กตนฺติ อิทํ ‘‘ปารายน’’นฺติ นามํ กตํ. เตนาห ‘‘ปารํ คมนียา อิเม ธมฺมา, ตสฺมา อิมสฺส ธมฺมปริยายสฺส ‘ปารายนนฺเตฺวว อธิวจน’’’นฺติ (สุ. นิ. ปารายนตฺถุติคาถา; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถา ๑๔๙ อาทโย). พุทฺธิยํ วิปริวตฺตมานนฺติ อิมสฺส วิจยหารวิภงฺคสฺส เทสนากาเล อายสฺมา มหากจฺจาโน อตฺตโน พุทฺธิยํ วตฺตมานํ กตฺวา เอวมาหาติ โยชนา.
เอกํสพฺยากรณสฺส อยนฺติ เอกํสพฺยากรณียา, เอกํเสน วา พฺยากาตพฺพตฺตา เอกํสพฺยากรณียา, เอกํสพฺยากรณโยคฺคาติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ฐปนียาติ ฐเปตพฺพตฺตา อพฺยากรณียาติ อตฺโถ. สมยนฺตรปริจเยน นิวารณธมฺมํ ปติ สํสยปกฺขนฺโท ปุจฺฉตีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘วิมติจฺเฉทน’’นฺติ. ปกติยา ปน นิวารณธมฺมํ อชานนฺโต ญาตุกามตาย ปุจฺฉตีติ อทิฏฺฐโชตนาย ปุจฺฉาปิ สิยา. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘โลกสฺส นิวารณาทีนิ อชานนฺเตนา’’ติ.
เอกวตฺถุปริคฺคหาติ เอกสฺส อภิเธยฺยตฺถสฺส คหณโต.
วิมุตฺติปริปาจกอินฺทฺริยานิ วิวฏฺฏปกฺเข ฐิตสฺส สทฺธาทโย ธมฺมา, กึ ปเนตฺถ อริยานมฺปิ อินฺทฺริยโลเกน สงฺคโห โหตีติ อาห ‘‘ปริยาปนฺนธมฺมวเสนา’’ติอาทิ.
กาฬปกฺขจาตุทฺทสีฆนวนสณฺฑเมฆปฏลจฺฉาทนอฑฺฒรตฺตีนํ วเสน จตุรงฺคสมนฺนาคเตน. วิวิจฺฉาติ วิจิกิจฺฉาย. เตนาห ‘‘วิจิกิจฺฉาเหตู’’ติ. ทุกฺขมสฺส มหพฺภยนฺติ เอตฺถ วุตฺตํ ‘‘อสฺสา’’ติ ปทํ ‘‘ชปฺปาภิเลปนํ อสฺส พฺรูมี’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ชปฺปา ตณฺหา อสฺส โลกสฺสา’’ติ อาห. ‘‘สพฺพสตฺตาน’’นฺติอาทินา, ‘‘สพฺพโสวา’’ติอาทินา จ อนฺวยโต, พฺยติเรกโต จ สาติสยํ อวิชฺชาย นีวรณภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘ทูเร สนฺโต ปกาสนฺติ (ธ. ป. ๓๐๔; เนตฺติ. ๑๑), รตฺโต อตฺถํ น ชานาตี’’ติ (เนตฺติ. ๑๑, ๒๗) คาถาทฺวเยนาปิ อนุคีติวิจยํ ทสฺเสตีติ โยเชตพฺพํ.
รูปาวจราติ รูปาวจรสตฺตา. วิปริณามทุกฺขตาย มุจฺจนสฺส การณวจนนฺติ สมฺพนฺโธ. ยโต วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจนํ. ตํ วฏฺฏทุกฺขํ อนวเสสปริยาทานวเสน สงฺขารทุกฺขตาคหเณน.
เอกาธารนฺติ เอกวตฺถุ อธิฏฺฐานํ. นิวารณํ วิกฺขมฺภนํ ปิธานํ สมุจฺเฉโทติ อตฺถทฺวยสฺส ปุจฺฉิตตฺตา ‘‘อเนกาธารํ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘นิวารณสงฺขาตํ สํวรํ…เป… ปิธิยฺยนฺติ ปจฺฉิชฺชนฺตี’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๐๔๑; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๓). ตสฺสตฺโถ ‘‘นิวารณสงฺขาตํ วิกฺขมฺภนํ, สํวรํ, ปิธานญฺจ กเถหี’’ติ.
‘‘โวทาน’’นฺติ อิมินา โสตานํ วิกฺขมฺภนวิสุทฺธิ, ‘‘วุฏฺฐาน’’นฺติ อิมินา สมุจฺเฉทวิสุทฺธิ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ปุจฺฉาย ทุวิธตฺถวิสยตํ วิวริตุํ ‘เอว’นฺติอาทิ วุตฺต’’นฺติ. ตถา จาห ‘‘โวทายติ…เป… อริยมคฺโค’’ติ.
ทิฏฺฐิมานาวิชฺชาโสตาปิ ตณฺหาโสตานุคาติ อาห ‘‘เยภุยฺเยน อนุโรธวเสนา’’ติ. อุปจารวเสนาติ นิสฺสิตุปจารวเสน. สพฺพสฺมาติ จกฺขุโต ยาว มนโตติ สพฺพสฺมา ทฺวารโต. สพฺพปฺปกาเรนาตฺติ ตณฺหายนมิจฺฉาภินิเวสนอุนฺนมนาทิปฺปกาเรน.
ตเมว สตินฺติ ยายํ สติ ปุพฺพภาเค โสตานํ วิกฺขมฺภนวเสน วุตฺตา, ตเมว สตึ. มคฺคกฺขเณ โสตานํ สํวรํ ปิธานํ พฺรูมิ. ยสฺมา ปน ปิธายิกาปิ สติ มคฺคกฺขเณ ปญฺญานุคา, ปญฺญากิจฺจเมเวตฺถ อธิกํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ.
สํวรปิธานานนฺติ เอตฺถ สํวรสทฺเทน นิวารณํ วุตฺตํ.
ยสฺมึ ยสฺมึ อริยมคฺเค อนธิคเต ยํ ยํ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชนารหํ, ตสฺมึ ตสฺมึ อธิคเต ตํ ตํ วิญฺญาณํ อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุชฺฌติ สทฺธึ อตฺตนา สมฺปยุตฺตนามรูเปนาติ อาห ‘‘ตสฺส ตสฺส วิญฺญาณสฺส นิโรเธน สเหวา’’ติ. อนุปฺปาทนิโรโธ หิ เอตฺถ ‘‘นิโรโธ’’ติ อธิปฺเปโต อนุปาทิเสสนิพฺพานสฺส อธิปฺเปตตฺตาติ. อนุสนฺธียติ เอเตนาติ อนุสนฺธิ, อิธ ปุจฺฉิยมาโน อตฺโถ.
สห วิสเยน ทสฺเสตุนฺติ เอตฺถ สจฺจานิ เอว วิสโย. ปหาตพฺพสภาวํ สมุทยสจฺจํ, ตสฺส วิสโย ทุกฺขสจฺจํ. ‘‘สํโยชนิเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน วิหรโต ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๓, ๕๗) หิ วุตฺตํ. ปหายกสภาวํ มคฺคสจฺจํ, ตสฺส วิสโย นิโรธสจฺจนฺติ อาห ‘‘สห วิสเยน…เป… สจฺเจสู’’ติ. กามญฺเจตฺถ ‘‘สมุทโย ทฺวีสุ ภูมีสุ ปหียตี’’ติ อารทฺธํ, ‘‘ทสฺสเนน ตีณิ สํโยชนานิ ปหียนฺติ, ภาวนาย สตฺต สํโยชนานิ ปหียนฺตี’’ติ ปน วิภาควจนเมว วตฺตนฺติ อาห ‘‘ปหายกวิภาคมุเขน ปหาตพฺพวิภาคํ ทสฺเสตุ’’นฺติ.
นิรวเสสกามราคพฺยาปาทา ตติยมคฺเคน ปหียนฺติ, อิตเร จตุตฺถมคฺเคนาติ วุตฺตํ ‘‘อิตเรหิ ปน นิรวเสส’’นฺติ. ตตฺถาติ กมฺมวิปากวฏฺฏปฺปเภเทน เตธาตุเก ภวตฺตเย. สํโยชนวเสนาติ สพฺพทา โยชนวเสน พนฺธนวเสน.
๑๒. อคฺคผลญาณตาย เอกมฺปิ สมานํ ตนฺนิมิตฺตสฺส ขยานุปฺปาทารมฺมณสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส วเสน ผลโวหาเรน เทฺว นามานิ ลภติ.
โสมนสฺสนามลาโภ อิมินา อารมฺมณสงฺเกเตนาติ ตทตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ขเย…เป… สมญฺญายา’’ติ อาห.
๑๓. ตคฺคหเณเนวาติ ผสฺสปญฺจมกปญฺจรูปินฺทฺริยคฺคหเณเนว. สหจรณาทินาติ สหชาตาทิอนนฺตราทิปจฺจยภาเวน เจว นิสฺสยารมฺมณาทินา จ. ‘‘สมฺปยุตฺต’’นฺติ อิมินา สหิตตา อวิสิฏฺฐตา อิธาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘อวิภาเคน คหณียภาวํ สนฺธายา’’ติ.
กถํ สมาธินฺทฺริยํ อุปฺปาเทตีติ อาห ‘‘สติคฺคหเณน เจตฺถ ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ อิธาธิปฺเปต’’นฺติ. น หิ สมาธินา ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ สมฺภวติ.
ปทหติ เอเตนาติ ปธานํ, วีริยํ. เตติ วีริยสงฺขารา. เอกรเสนาติ ยถา อินฺทฺริยานิ เอกรสานิ โหนฺติ, เอวํ เอกรสภาเวน สรณโต ปวตฺตนโต. ตถา ปวตฺติยา เอว สุฏฺฐุ วต วีริยํ วาเหสีติ โยคินา สงฺกปฺเปตพฺพโต ตทุปควีริยวาหนฏฺเฐน ‘‘สมฺปหํสนา’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘เอวํ เม…เป… เหตุภาวโต’’ติ.
อิทฺธิสทฺทสฺส ปฐโม กตฺตุอตฺโถ, ทุติโย กรณตฺโถ วุตฺโต, ปาทสทฺทสฺส เอโก กรณตฺโถ เอว. ปชฺชิตพฺพา จ อิทฺธี วุตฺตา, น จ อิชฺฌนฺติ. ปชฺชิตพฺพา จ อิทฺธี ปชฺชนกรเณน ปาเทน สมานาธิกรณา น โหนฺตีติ ‘‘ปฐเมน อตฺเถน อิทฺธิ เอว ปาโท’’ติ กถํ สกฺกา วตฺตุํ, ตถา อิทฺธิกิริยากรเณน สาเธตพฺพา พุทฺธิสงฺขาตา อิทฺธิ ปชฺชนกิริยากรเณน ปชฺชิตพฺพาติ ทฺวินฺนํ กรณานํ น สมานาธิกรณตา สมฺภวตีติ ‘‘ทุติเยน อตฺเถน อิทฺธิยา ปาโท’’ติ กถํ สกฺกา วตฺตุนฺติ เจ? สกฺกา, ปาทสฺส อิชฺฌมานโกฏฺฐาส อิชฺฌนกรณูปายภาวโต. อถ วา ‘‘ปฐเมน อตฺเถน อิทฺธิยา ปาโท, ทุติเยน อตฺเถน อิทฺธิ เอว ปาโท อิทฺธิปาโท’’ติ เอวํ โยชนโต. กถํ? อนนฺตรตฺโถ ปจฺจาสตฺติญาเยน อิธ ปฐโมติ อธิปฺเปโต, ตโต ปุริโม ทุติโยติ.
‘‘ฉนฺทํ เจ ภิกฺขุ อธิปตึ กริตฺวา ลภติ สมาธิ’’นฺติอาทิ (วิภ. ๔๓๒) วจนโต ฉนฺทสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวตีติ เอตฺถาปิ ฉนฺทาธิปติ สมาธิ ฉนฺทสมาธีติ อธิปติสทฺทโลปํ กตฺวา สมาโส วุตฺโตติ วิญฺญายติ. อธิปติสทฺทตฺถทสฺสนวเสเนว ปน ‘‘ฉนฺทเหตุโก, ฉนฺทาธิโก วา สมาธี’’ติ สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๔๓๑) วุตฺตํ, ตสฺมา อิธาปิ ฉนฺทาธิปติ สมาธิ ฉนฺทสมาธีติ เวทิตพฺโพ. ตํ ปน ฉนฺทํ วุตฺตนเยน สทฺธาสีเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘สทฺธาธิปเตยฺยา จิตฺเตกคฺคตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อิทํ ปธาน’’นฺติ วา วีริยํ วุตฺตํ. วีริยสทฺทาเปกฺขาสหิตํ เอกวจเนน วตฺวา จตุพฺพิธสฺสปิ วีริยสฺส อธิปฺเปตตฺตา นิพฺพตฺเตตพฺพธมฺมวิภาเคน จ ‘‘อิเม สงฺขารา’’ติ วุตฺตํ. เตน ปธานภูตา สงฺขาราติ เอวํ สมาโส เวทิตพฺโพ. สงฺขตสงฺขาราทินิวตฺตนตฺถญฺเจตฺถ ปธานคฺคหณํ. อถ วา ตํ ตํ วิเสสํ สงฺขโรตีติ สงฺขาโร, สพฺพมฺปิ วีริยํ. ตตฺถ จตุกิจฺจสาธกโต อญฺญสฺส นิวตฺตนตฺถํ ปธานคฺคหณนฺติ ปธานภูตา เสฏฺฐภูตาติ อตฺโถ.
วีริยิทฺธิปาทนิทฺเทเส ‘‘วีริยสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคต’’นฺติ (วิภ. ๔๓๕) ทฺวิกฺขตฺตุํ วีริยํ อาคตํ. ตตฺถ ปุริมํ สมาธิวิเสสนํ ‘‘วีริยาธิปติ สมาธิ วีริยสมาธี’’ติ, ทุติยํ สมนฺนาคมงฺคทสฺสนตฺถํ. เทฺว เอว หิ สพฺพตฺถ สมนฺนาคมงฺคานิ สมาธิ, ปธานสงฺขาโร จ. ฉนฺทาทโย สมาธิวิเสสนานิ. ปธานสงฺขาโร ปน ปธานวจเนเนว วิเสสิโต, น ฉนฺทาทีหีติ น อิธ วีริยาธิปติตา ปธานสงฺขารสฺส วุตฺตา โหติ. วีริยญฺจ สมาธึ วิเสเสตฺวา ฐิตเมว สมนฺนาคมงฺควเสน ปธานสงฺขารวจเนน วุตฺตนฺติ นาปิ ทฺวีหิ วีริเยหิ สมนฺนาคโม วุตฺโต โหติ. ยสฺมา ปน ฉนฺทาทีหิ วิสิฏฺโฐ สมาธิ ตถา วิสิฏฺเฐเนว เตน สมฺปยุตฺโต ปธานสงฺขาโร, เสสธมฺมา จ, ตสฺมา สมาธิวิเสสนานํ วเสน ‘‘จตฺตาโร อิทฺธิปาทา’’ติ วุตฺตา. วิเสสนภาโว จ ฉนฺทาทีนํ ตํตํอปสฺสยนวเสน โหตีติ ฉนฺทสมาธิ…เป… อิทฺธิปาทนฺติ เอตฺถ นิสฺสยตฺเถปิ ปาทสทฺเทน อุปายตฺเถน ฉนฺทาทีนํ อิทฺธิปาทตา วุตฺตา โหติ. ตถา หิ อภิธมฺเม อุตฺตรจูฬภาชนีเย ‘‘จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ฉนฺทิทฺธิปาโท’’ติอาทินา (วิภ. ๔๕๗) ฉนฺทาทีนเมว อิทฺธิปาทตา วุตฺตา. ปญฺหาปุจฺฉเก จ ‘‘จตฺตาโร อิทฺธิปาทา – อิธ ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธี’’ติ (วิภ. ๔๖๒) อารภิตฺวาปิ ปุน ฉนฺทาทีนํเยว กุสลาทิภาโว วิภตฺโต. อุปายิทฺธิปาททสฺสนตฺถเมว หิ นิสฺสยิทฺธิปาททสฺสนํ กตํ. อญฺญถา จตุพฺพิธตาว น โหตีติ. อยเมตฺถ ปาฬิวเสน อตฺถวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
ตทงฺคสมุจฺเฉทนิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตตฺตํ วตฺวา ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตสฺส อวจนํ ‘‘ฉนฺทสมาธิ…เป… อิทฺธิปาทํ ภาเวตี’’ติ (วิภ. ๔๓๒) ภาเวตพฺพานํ อิทฺธิปาทานํ วุตฺตตฺตา. ภาวิติทฺธิปาทสฺส หิ สจฺฉิกาตพฺพา ผลปริยาปนฺนา อิทฺธิปาทาติ.
โวสฺสคฺคสทฺโท ปริจฺจาคตฺโถ, ปกฺขนฺทนตฺโถ จาติ โวสฺสคฺคสฺส ทุวิธตา วุตฺตา. ยถาวุตฺเตน ปกาเรนาติ ตทงฺคสมุจฺเฉทปฺปกาเรน, ตนฺนินฺนภาวารมฺมณปฺปกาเรน จ. ปริณมนฺตํ วิปสฺสนกฺขเณ.
๑๔. ปุพฺพภาคปญฺญายาติ เอกาวชฺชนนานาวชฺชนวีถีสุ ปวตฺตอุปจารปญฺญาย. อธิคมปญฺญายาติ อปฺปนาปญฺญาย. ปุน ปุพฺพภาคปญฺญายาติ นานาวชฺชนุปจารปญฺญาย, ปฏิสนฺธิปญฺญาย วา. อุปจารปญฺญายาติ เอกาวชฺชเน, สพฺพตฺถ วา ปวตฺตอุปจารปญฺญาย.
ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวิจโยปีติ ยถาวุตฺตาย ปุจฺฉาย วิสฺสชฺชนวิจโยปิ. วุตฺตนยานุสาเรนาติ อทิฏฺฐโชตนา, วิมติจฺเฉทนา จาติ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุคมเนน.
๑๕. เสเข อเสเขติ เสกฺเข อริยปุคฺคเล, อเสกฺเข อริยปุคฺคเล. วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมปฺปหาเนติ วิปสฺสนํ ปุเรจาริกํ กตฺวา ปวตฺตกิเลสปฺปหาเน, ปหานาภิสมเยติ อตฺโถ.
‘‘ยํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ ปาฬึ ทสฺเสตฺวา ปุน ‘‘ยํ อนิจฺเจ ทุกฺเข อนตฺตนี’’ติ วจนํ เอวมฺเปตฺถ ปฐนฺตีติ ทสฺเสตุํ.
เสสสํกิเลสโวทานธมฺมาติ เคธโต อวสิฏฺฐสํกิเลสธมฺมา จ สพฺพโวทานธมฺมา จ. อภาเวนาติ อภาวเนน อภาวกรเณน.
ปโยคปรกฺกมนฺติ ภุสํ โยโค ปโยโค, ปโยโคว ปรกฺกโม ปโยคปรกฺกโม, จิตฺตํ. อุกฺขิปตีติ โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อเทนฺโต กุสลปกฺเข อุทฺธํ ขิเปนฺโต วิย ปวตฺตติ. ปธานวีริยนฺติ อกุสลานํ อนุปฺปาทนฏฺเฐน อุตฺตมวีริยํ. โยเชตพฺพานีติ ‘‘อาเสวมาโน วายมตี’’ติอาทินา โยเชตพฺพานิ. อนุปฺปนฺนาติ อวตฺตพฺพตํ อาปนฺนานนฺติ ภูมิลทฺธารมฺมณาธิคฺคหิตาวิกฺขมฺภิตาสมุคฺฆาฏิตุปฺปนฺนานํ.
๑๖. ‘‘อฏฺฐมกสฺส อินฺทฺริยานี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ปฐมมคฺเค สทฺธาทโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. อินฺทฺริยคฺคหณญฺจ ปาฬิยํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ.
อสุภานุปสฺสนา กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘สติปฏฺฐานภาวนาย สุนิคฺคหิโต กามวิตกฺโก’’ติ. สมาธิ อุปฺปชฺชมาโน กามวิตกฺกมฺปิ นิคฺคเหตฺวา เอว อุปฺปชฺชตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนวชฺชสุขปทฏฺฐาเนนา’’ติอาทิมาห. ‘‘กุสเลสุ ธมฺเมสุ อารทฺธวีริโย’’ติอาทินา ธมฺมจฺฉนฺทโต อุปฺปชฺชมาโน วีริยจฺฉนฺโท ขนฺตึ ปริพฺรูเหตีติ ทสฺเสติ. อนวชฺชธมฺมานํ อุปการกธมฺมาเสวนํ วิย อนุปการกธมฺมปริวชฺชนมฺปิ ปญฺญานิเสวเนเนว โหตีติ อาห ‘‘สมาธิอาทีน’’นฺติอาทิ.
๑๗. สพฺพธมฺมาธิฏฺฐานํ เทสนํ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน วิภชิตุํ ‘‘โลโก นามา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพธมฺมานนฺติ…เป… ทสฺเสตุ’’นฺติ อาห. มหคฺคตธมฺเมสุ ฐานํ ตํสมฺปาทนาว. ตถา เสเสสุ. วฑฺฒิยมาเนสูติ ยถา วิมุตฺตึ ปริปาจยนฺติ, เอวํ พฺรูหิยมาเนสุ.
ทสฺสนปริญฺญาติ รูปารูปธมฺมานํ สลกฺขณโต, ปจฺจยโต จ ปริชานนา. เตนาห ‘‘ญาตปริญฺญา’’ติ. ปฏิปกฺขวิธมเนน สทฺธึ ลกฺขณตฺตยวิภาวนา อิธ ‘‘ภาวนาปริญฺญา’’ติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ภาวนา…เป… ปริญฺญา จา’’ติ. ทสฺสนตฺถา ปริญฺญา ทสฺสนปริญฺญา, ภาวนตฺถา ปริญฺญา ภาวนาปริญฺญาติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
กกฺขฬผุสนาทีติ กกฺขฬาทิผุสนาทิ. อภิชานิตฺวาติ อภิญฺญาย ปญฺญาย ชานิตฺวา, ฐิตสฺส อภิชานนเหตุ วาติ อตฺโถ. อตฺโถติ ผลํ. นโยติ วุตฺตนโย.
‘‘ยํ อสงฺขต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. จตุนยโกวิโทติ เอกตฺตนานตฺตาทินยจตุกฺเก นิปุโณ. เทสนายุตฺติกุสโลติ ธมฺมานํ เทสนาวิธิมฺหิ กุสโล.
สทิสี กาตพฺพา สํสนฺทนวเสนาติ อธิปฺปาโย. อาเนตพฺพา ‘‘อยํ เทสนา อิมาย เทสนาย เอวํ สํสนฺทตี’’ติ. อตฺถโต อเปตนฺติ อยุตฺตตฺถํ. อสมฺพนฺธตฺถนฺติ อญฺญมญฺญํ อสมฺพนฺธปทตฺถํ. นนุ ปฏฺฐานวิจาโร นยวิจาโร วิย หาเรหิ อสมฺมิสฺโส วิจารณนฺตโรติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. อิธ นิกฺขิตฺโตติ อิธ สุตฺตวิจเย สุตฺตตฺถวิจารภาวโต นิกฺขิตฺโต, เอเตน วา ปฏฺฐานสฺส หารนฺโตคธภาวทสฺสเนเนว มูลปทานํ วิย ปฏฺฐานสฺส ปทตฺถนฺตราภาโว ทสฺสิโตติ เวทิตพฺพํ.
อิมสฺส สุตฺตสฺสาติ สํวณฺณิยมานสุตฺตํ สนฺธายาห. กสฺมึ วา ปเทติ สํวณฺณิยมานํ คาถํ สนฺธายาห. ตพฺพิจเยนาติ ปุจฺฉาทิวิจเยน, อสฺสาทาทิวิจเยน จ.
วิจยหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.