๒. วิจยหารสมฺปาตวณฺณนา

๕๓. กุสลธมฺมารมฺมณาติ กุสลธมฺเม อุทฺทิสฺส ปวตฺติมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น เตสํ อารมฺมณปจฺจยตํ อิธ ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติ โลกุตฺตรธมฺมานํ อธิปฺเปตตฺตา. น หิ กทาจิ อนุปาทานิยา ธมฺมา อุปาทานารมฺมณา โหนฺติ. ผลธมฺเม อุทฺทิสฺส ปวตฺตาย ตณฺหาย คหิตตฺตา ‘‘กุสล…เป… ทฏฺฐพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. เทสนาหาเรติ เทสนาหารสมฺปาเต. กถํ ปน กุสลภาโวติ ‘‘กุสลา’’ติ วจนมตฺตํ คเหตฺวา โจเทติ, ตญฺจ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ, ปหานเหตุภาโวปิสฺสา สิยา โจทเกน สมฺปฏิจฺฉิโตว. ‘‘มาโนปิ ทุวิโธ’’ติอาทินา มานสฺส จ ตสฺสา ตณฺหาย จ เสวิตพฺพภาโว อกุสลานํ ปหานาย, กุสลานํ อุปฺปตฺติยา จ ปจฺจยภาวโต.

เนกฺขมฺมสฺสิตํ โทมนสฺสํ นาม ‘‘อริยภูมึ ปาปุณิตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ อนุโสจโต อุปฺปนฺนํ โทมนสฺสนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวนฺติ อิมินา ปาฬิยํ วุตฺตปฺปกาเรน, ปิหํ อุปฏฺฐเปตฺวา ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวาติ โยชนา. อิฏฺฐารมฺมณญฺเจตฺถ ยถาวุตฺตอนุโสจนโทมนสฺสุปฺปตฺตีนํ ยถาภินิวิฏฺฐสฺส อารมฺมณสฺส อนิฏฺฐตายาติ ทสฺสนตฺถํ. ‘‘กถํ เนกฺขมฺมวเสนา’’ติ ปทสฺส อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘วิปสฺสนาวเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปสฺสนาทิวินิมุตฺตา วา ปฐมชฺฌานาทิวเสน วุตฺตา กุสลา ธมฺมา อิธ เนกฺขมฺมํ. อนุสฺสติคฺคหเณน อุปจารชฺฌานเมว คหิตนฺติ ‘‘ปฐมชฺฌานาทิวเสนา’’ติ วุตฺตํ. อาทิสทฺเทน ทุติยชฺฌานโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคผลา อุปริวิเสสา สงฺคหิตา. ยาย ปญฺญาวิมุตฺติยา.

อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธิภาเวนาติ อุเปกฺขาชนิตสติปาริสุทฺธิสพฺภาเวน. กมฺมโยคฺคนฺติ วิปสฺสนาภาวนาทิกมฺมสฺส โยคฺคํ อนุรูปํ อนุจฺฉวิกํ. อสฺสทฺธิเยติ อสฺสทฺธิยเหตุ, ‘‘อสฺสทฺธิเยนา’’ติปิ ปฐนฺติ, โส เอวตฺโถ. โอภาสคตนฺติ ญาโณภาสคตํ. กามํ ปุพฺเพปิ ปญฺญา วุตฺตา, อสฺสทฺธิยาทีหิ ปน อญฺเญสํ กิเลสานํ วิธมนมฺปิ ปญฺญาย เอว โหติ, สา จ เอวํภูตาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘โอภาสคตํ กิเลสนฺธกาเร น อิญฺชตี’’ติ วุตฺตํ.

โกโป โกโธ. อปฺปจฺจโย โทมนสฺสํ. อิทฺธิวิธญาณาทิกา ฉ อภิญฺญา ปากฏา เอวาติ ‘‘เทฺว จ วิเสเส’’ติ วุตฺตธมฺเม ทสฺเสตุํ ‘‘มโนมยิทฺธิ, วิปสฺสนาญาณญฺจา’’ติ อาห. องฺคณานิ ราคาทโย. อุปกฺกิเลสา อภิชฺฌาวิสมโลภาทโย. อนุโลมนํ ตเทกฏฺฐตา. ผนฺทนา ทุพฺพลา วิกฺเขปปฺปวตฺติ. พลวตี อนวฏฺฐานํ. สพฺโพ มิจฺฉาภินิเวโส อโยนิโสมนสิกาเรน โหติ, มิจฺฉาวิตกฺเกน จ. ตตฺถ อโยนิโสมนสิกาโร อกุสลจิตฺตุปฺปาโท ตปฺปริยาปนฺโน มิจฺฉาวิตกฺโก วิกฺเขปสหิโต เอวาติ วุตฺตํ ‘‘มิจฺฉาภินิเวสเหตุตาย ทิฏฺฐิปกฺโข’’ติ วุตฺตเญฺหตํ ‘‘วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, อโยนิโส มนสิกาโรปิ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔).

อถ วา อิญฺชนาติ ผนฺทนา, ทิฏฺฐปริตฺตาโส. ยถาห ‘‘ตทปิ เตสํ ภวตํ สมณพฺราหฺมณานํ อชานตํ อปสฺสตํ เวทยิตํ ตณฺหาคตานํ ปริตสฺสิตวิปฺผนฺทิตเมวา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐๕ อาทโย). อฏฺฐิตีติ อนวฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิวิตกฺโก. เตน หิ ปุถุชฺชโน กาเล สสฺสตํ, กาเล อุจฺเฉทนฺติ ตํ ตํ ทิฏฺฐิคฺคหณํ ปกฺขนฺทนฺโต สตฺตโต ปริพฺภฏฺฐอนฺโธ วิย, สมุทฺเท วิสฺสฏฺฐวาหนิกา วิย, ยนฺเต ยุตฺตโคโณ วิย จ ตถา ตถา ปริพฺภมติ. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐิโยปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, วิตกฺโกปิ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔) จ. เอตสฺมิญฺจ ปกฺเข มิจฺฉาภินิเวสตาย, มิจฺฉาภินิเวสเหตุตาย จ ตสฺสา เทฺว ปกฺขาติ เอกเทสสรูเปกเสโส กโตติ เวทิตพฺพํ.

‘‘เอว’’นฺติอาทินา ‘‘โส อุปริม’’นฺติอาทิปาฬิยํ สมฺพนฺธํ ทสฺเสติ. ปฏิฆสญฺญาติ ภุมฺมตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฏิฆ…เป… สญฺญาสู’’ติ อาห. รูปาวจรสญฺญาติ สญฺญาสีเสน รูปาวจรชฺฌานานิ วทติ. นานตฺตสญฺญาติ นานาสภาวา, นานาสภาเว วา อารมฺมเณ สญฺญา. ฐเปตฺวา ปฏิฆสญฺญา อวสิฏฺฐกามาวจรสญฺญา เหตา. ตา สมติกฺกมตีติ ตา รูปสญฺญานานตฺตสญฺญาโย อารมฺมเณหิ สทฺธึ สมฺมเทว อติกฺกมติ.

รูปาวจรชฺฌาโนภาโสปิ กสิณารมฺมณา. กสิณนิสฺสนฺโท หิ อารุปฺปชฺฌานุปฺปตฺติ. ทสฺสนนฺติ กสิณรูปานํ ทสฺสนํ. อภิชฺฌาพฺยาปาทปฺปหาเนน สทฺธึ วีริยารมฺโภ อุปการโก สมโถ สติปสฺสทฺธิโย ปริกฺขารงฺคตา วุตฺตา เอว. สติรหิตํ สมฺมสนํ นาม นตฺถีติ ‘‘ยา อุปฏฺฐิตา สติ อสมฺมุฏฺฐา, อยํ วิปสฺสนา’’ติ วุตฺตํ. เตน สติสีเสน วิปสฺสนา คหิตาติ ทสฺเสติ. สมฺโมสานํ ปหานมาหาติ สมฺพนฺโธ.

๕๔. ปจฺจุปฺปนฺนสุขอายติสุขวิปากกิริยนิรามิสอกาปุริสเสวิตภาเวหิ เอว เสสา ปาฬิยํ เอตสฺส สมาธิสฺส สนฺตปณีตตาทิวิเสสา วุตฺตา, เตปิ อิธ สงฺคหิตาติ เตสํ ปทานํ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘องฺคสนฺตตายา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ องฺคสนฺตตายาติ ผลฌานงฺคานํ อุปสนฺตตาย. กิเลสทรถสนฺตตายาติ กิเลสทรถปฏิปฺปสฺสทฺธิยา. ปณีโตติ อุฬาโร. เอโกทิภาเวนาติ มคฺคสมาธิสงฺขาเตน เอโกทิภาเวน. เอโกทิภาวนฺติ สมาธานํ. โลกิยสมาธิสฺส ปจฺจนีกนีวรณปฐมชฺฌานนิกนฺติอาทีนิ นิคฺคเหตพฺพานิ, อญฺเญ จ กิเลสา วาเรตพฺพา. อิมสฺส ปน อรหตฺตสมาธิสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลสตฺตา น นิคฺคเหตพฺพํ, วาเรตพฺพญฺจ อตฺถีติ โส มคฺคานนฺตรํ สมาปตฺติกฺขเณว อปฺปโยเคเนว อธิคตตฺตา, ฐิตตฺตา จ อปริหานิวเสน วา อธิคตตฺตา นสสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคโต.

‘‘สติเวปุลฺลปฺปตฺโต’’ติ เอเตน อปฺปวตฺตมานายปิ สติยา สติพหุลตาย สโต เอว นามาติ ทสฺเสติ. ‘‘ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสนา’’ติ เอเตน ปริจฺฉินฺนสติยา สโตติ ทสฺเสติ.

วกฺขมาเนนาติ ‘‘ปีติผรณา’’ติอาทินา อนนฺตรํ วกฺขมาเนน. ‘‘ปีติผรณตา’’ติ ปน ปาฬิ อาคตา. ตํ ‘‘ปญฺจงฺคิโก สมฺมาสมาธี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๕) สมาธิองฺคภาเวน ปญฺญา อุทฺทิฏฺฐาติ กตฺวา วุตฺตํ. ตโต เอว อฏฺฐกถายํ ‘‘ปีติผรณตา’’ติอาทีนญฺจ อตฺถสํวณฺณนา กตา. ตตฺถ ‘‘โส อิมเมว กายํ วิเวกเชน ปีติสุเขน อภิสนฺเทตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๒๖) นเยน ปีติยา, สุขสฺส จ ผรณํ เวทิตพฺพํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

สมาธิวเสน สมโถ อุทฺธโฏติ สภาววเสน สมโถ อุทฺธโฏ, น อุปการกธมฺมวเสนาติ อธิปฺปาโย.

๕๕. ราคปฏิปกฺขตฺตา สมาธิสฺส ‘‘อธิจิตฺตสิกฺขาย สิกฺขนฺโต’’ติ วุตฺตํ. วุตฺตนยานุสาเรนาติ ‘‘สุขปณิธิอาทิสมุคฺฆาฏเนน อปฺปณิหิโต’’ติอาทินา. เอตฺถ จ สงฺขารานํ ขณภงฺคุรตํ สมฺมเทว ปสฺสนฺตสฺส น ราโค ปติฏฺฐํ ลภตีติ อนิจฺจานุปสฺสนา ราคจริตสฺส สปฺปายา วุตฺตา, ตถา สงฺขารานํ สภาวทุกฺขตํ สมฺมเทว ปสฺสนฺตสฺส ปกติยาปิ ทุกฺขิเตสุ ทุกฺขุปฺปาทนํ วเณ ขาโรทกเสกสทิสนฺติ น โทโส ปติฏฺฐํ ลภตีติ ทุกฺขานุปสฺสนา โทสจริตสฺส สปฺปายา วุตฺตา, ตถา สงฺขาเรสุ สมฺมเทว ฆนวินิพฺโภเค กเต อตฺตสุญฺญตาย อุปฏฺฐหมานาย น โมโห ปติฏฺฐํ ลภตีติ อนตฺตานุปสฺสนา โมหจริตสฺส สปฺปายา วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ราคปฏิปกฺขตฺตา สมาธิสฺส ‘‘อธิจิตฺตสิกฺขาย สิกฺขนฺโต’’ติ วุตฺตํ. เอส นโย อิตเรสุ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยํ.

ขนฺติพหุโล อุปฺปนฺนํ อรตึ อนภิรตึ อภิภุยฺย วิหรนฺโต สุเขน สมาธึ อธิคจฺฉตีติ ขนฺติปฺปธานตาปิ สมถปกฺขภชนสฺส การณํ วุตฺตา. อุฏฺฐานํ สมฺปชฺชตีติ สมฺปนฺนกายิกวีริยํ. สมฺมากมฺมนฺตวายามานํ โย กายิกาทิวิกปฺโป วุตฺโต ปาฬิยํ, โส เนสํ กายิกสฺส ปโยคสฺส สมุฏฺฐานวเสน เวทิตพฺโพ.

‘‘ขิปฺปาธิคโม’’ติ อิมินา มคฺคาเสวนภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘วิปสฺสนาย วิมุตฺตาธิคโม’’ติ อิมินา วิปสฺสนานุภาเวน สมุจฺเฉทวิมุตฺติ วิกฺขมฺภนวิมุตฺติ วิย สมถานุภาเวนาติ ทสฺเสติ. โลกิเยหีติ นิสฺสกฺกวจนํ. มหนฺตานนฺติ อุฬารานํ, ปณีตานนฺติ อตฺโถ.

๕๖. ตนฺติ วิจยหารํ. วิสํวาทนเหตูนํ โลภาทีนํ ปาปธมฺมานํ. โสเธนฺโตติ ยถา สรณาทิวิสยา อญฺญาณาทิสํกิเลสา น ปวตฺตนฺติ, เอวํ โสเธนฺโต. ปริปูเรนฺตาติ ยถา สีลํ อขณฺฑาทิภาเวน ปริปุณฺณํ โหติ อนูนํ, เอวํ ปริปูเรนฺตา.

‘‘ตถา ปฏิปชฺชนฺโต’’ติ อิมินา สตฺถุ มหาปติการภาโว ปริปุณฺโณ ทสฺสิโตติ ปฐมวาเท ‘‘ทสฺสนาภูมิญฺจ ภาวนาภูมิญฺจา’’ติ วุตฺตํ.

ยสฺส อตฺถายาติ ยสฺส ยสฺส ปหานตฺถาย. ตถา ปฏิปนฺนสฺสาติ ยถา อสุภชฺฌานาทึ ปาทกํ กตฺวา อนาคามิมคฺคาทิอธิคโม โหติ, ตถา ปฏิปนฺนสฺส.

วธิตนฺติ ฆาติตํ.

‘‘มนุสฺสภูโต’’ติ อิทํ ปุพฺพาปราเปกฺขํ กตฺวา ‘‘ปิตา มนุสฺสภูโต ขีณาสโว’’ติ จ ตถา ‘‘มาตา มนุสฺสภูตา’’ติ โยเชตพฺพํ. เภทานุรูปสฺส สาวนํ อนุสฺสาวนํ, เภทานุรูเปน วา วจเนน วิญฺญาปนํ.

๕๗. มนุสฺสตฺตนฺติ มนุสฺสชาติตา. ลิงฺคสมฺปตฺตีติ ปุริสภาโว. เหตูติ มโนวจีปณิธานสิทฺธิยา สทฺธึ ปุพฺพเหตุสมฺปทา. สตฺถารทสฺสนนฺติ สตฺถุ สมฺมุขีภาโว. คุณสมฺปตฺตีติ อภิญฺญาสมาปตฺติลาโภ. อธิกาโรติ อตฺตโน สรีรนิรเปกฺขํ สตฺถุ อุปการกรณํ. ฉนฺทตาติ พุทฺธภาวาย ทฬฺหจฺฉนฺทตา อนิวตฺติธมฺมตา.

น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถีติ ‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; กถา. ๔๐๕; มหาว. ๑๑; มิ. ป. ๔.๕.๑๑) อิมิสฺสา โลกธาตุยา ฐตฺวา วทนฺเตน ภควตา ‘‘กึ ปนาวุโส สาริปุตฺต, อตฺเถตรหิ อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ภควโต สมสโม สมฺโพธิยนฺติ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ, ภนฺเต, ‘โน’ติ วเทยฺย’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๖๑) วตฺวา ตสฺส การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๖๑; อ. นิ. ๑.๒๗๗) อิมํ สุตฺตํ ทสฺเสนฺเตน ธมฺมเสนาปตินาว พุทฺธเขตฺตภูตํ อิมํ โลกธาตุํ ฐเปตฺวา อญฺญตฺถ อนุปฺปตฺติ วุตฺตา โหตีติ อธิปฺปาโย.

เขตฺตปริคฺคโห กโต นาม โหติ ‘‘อิทํ พุทฺธเขตฺตํ นามา’’ติ.

เอวํ ฐานาฏฺฐานภาวํ คตาติ วุตฺตปฺปกาเรน ฐานภูตา, วุตฺตนเยน วา อญฺเญปิ ยถารหํ ฐานาฏฺฐานภาเวน ปวตฺตา. สตฺตปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตาติ อินฺทฺริยพทฺเธ ขนฺเธ สนฺธาย วทติ.

๕๘. ผลสฺส ปจฺจกฺขการิตาติ ‘‘อิมสฺส กมฺมสฺส อิทํ ผล’’นฺติ ตํตํกมฺมผลาวโพโธ. อปฺปทานาภาโวติ ปจฺจยสมวาเย กมฺมสฺส เอกนฺตโต ผลุปฺปาทนํ. เตนาห ‘‘กตูปจิตาน’’นฺติ.

๕๙. อชฺโฌสิตวตฺถุนาติ ตณฺหาภินิเวสวเสน อภินิวิฏฺฐวตฺถุนา. รูปภวอรูปภวาทินาติ ภวตณฺหา วิย สยํ ทสฺเสติ.

ขนฺธตฺตยวเสนาติ สีลาทิกฺขนฺธตฺตยวเสน. ปฏิปทาวิภาเคนาติ ‘‘สพฺพตฺถคามินี’’ติ อาทิปฏิปทาย เภเทน.

ตตฺถตตฺถคามินีติ นิรยาทินิพฺพานนฺติ ทฺวีสุ คนฺธพฺพฏฺฐาเนสุ ตตฺถ ตตฺเถว คมนสีลา. สพฺพตฺถคามินีติ ยถาวุตฺเตสุ สพฺพฏฺฐาเนสุ จ คมนสีลา.

สญฺชีโว กาฬสุตฺตํ สงฺฆาโต โรรุโว มหาโรรุโว ตาปโน มหาตาปโน อวีจีติ เอเต อฏฺฐ มหานิรยา. เอเกกสฺส จตฺตาริ จตฺตาริ ทฺวารานิ, เอเกกสฺมึ ทฺวาเร จตฺตาโร จตฺตาโร คูถนิรยาทโยติ เอวํ โสฬส อุสฺสทนิรเย วณฺเณนฺติ.

สกฺกสุยามาทิโก เชฏฺฐกเทวราชา. ปชาปติวรุณอีสานาทโย วิย ทุติยาทิฏฺฐานนฺตรการโก ปริจารโก.

กิเลสกามปกฺเขติ ‘‘สงฺกปฺโป กาโม, ราโค กาโม, สงฺกปฺปราโค กาโมติ (มหานิ. ๑) เอตฺถ วุตฺตสงฺกปฺปวเสน วุตฺตํ. โสปิ หิ วิพาธติ, อุปตาเปติ จาติ กิเลสตฺตสมฺภวโต กิเลสกาโม วุตฺโต, น กิเลสวตฺถุภาวโต. กามปฏิสํยุตฺโตติ กามราคสงฺขาเตน กาเมน สมฺปยุตฺโต, กามปฏิพทฺโธ วา. อญฺเญสุ จ กามปฏิสํยุตฺเตสุ ธมฺเมสุ วิชฺชมาเนสุ วิตกฺเก เอว กามสทฺโท ธาตุสทฺโท นิรุโฬฺหติ เวทิตพฺโพ วิตกฺกสฺส กามสงฺกปฺปวุตฺติยา สาติสยตฺตา. เอส นโย พฺยาปาทธาตุอาทีสุ. ปรสฺส, อตฺตโน จ ทุกฺขาปนํ วิหึสา. ตํ ตุ มิจฺฉาหิ วิหึสา.

พีชาทิธาตุนานตฺตวเสน ขนฺธาทินานตฺตํ เวทิตพฺพํ. ขนฺโธติ ทฺวิธาภูตคฺโค.

๖๐. อชฺฌาสยธาตูติ อชฺฌาสยสภาโว. ยถา คูถาทีนํ สภาโว เอโส ยํ คูถาทีเหว สํสนฺทติ, เอวํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยสฺเสเวส สภาโว, ยํ ทุสฺสีลาทโย ทุสฺสีลาทิเกเหว สํสนฺทนฺติ.

สทฺธามูลกตฺตา กุสลกิริยาย วุตฺตํ ‘‘ยํ สทฺธาวเสนา’’ติอาทิ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สทฺธา พีช’’นฺติ (สุ. นิ. ๗๗). ยํ โลภวเสน, สทฺธาวเสน จ โทสวเสน, สทฺธาวเสน จ โมหวเสน, สทฺธาวเสน จาติ โยเชตพฺพํ. วีริยวเสนาติ สมฺมปฺปธานวีริยวเสน. ปญฺญาวเสนาติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิวเสน.

อกุสลสฺส กมฺมสฺส กโตกาสตาย ปาฬิยํ วุตฺตตฺตา ‘‘วิปากาวรเณน นิวุต’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ปน นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ กมฺมาวรณาทีหิปิ นิวุตตาย อิจฺฉิตตฺตา. ตถา หิ ยถา เทวทตฺตํ โกกาลิกํ สุนกฺขตฺตํ ลิจฺฉวิปุตฺตนฺติ อุทาหฏํ, ยทิปิ ภควา ปฏิเวธสฺส อฏฺฐานตํ ทิสฺวา นิพฺเพธภาคิยเทสนํ น เทเสติ, วาสนาภาคิยํ ปน ตถารูปสฺส เทเสติ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สจฺจปฺปฏิเวธ’’นฺติอาทิมาห. อชาตสตฺตุอาทีนนฺติ อาทิสทฺเทน สจฺจกาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺสาปิ ภควา อนาคเต วาสนตฺถาย ธมฺมํ เทเสสิ. สตฺถา หิ ‘‘อนาคเต ตมฺพปณฺณิทีเป สาสนํ ปติฏฺฐหิสฺสตี’’ติ ตตฺถายํ กุลฆเร นิพฺพตฺโต ปพฺพชิตฺวา กาฬพุทฺธรกฺขิตตฺเถโร นาม ปภินฺนปฏิสมฺภิโท มหาขีณาสโว ภวิสฺสตีติ อิทํ ทิสฺวา ธมฺมํ เทเสสิ, โส จ ตถา อโหสีติ.

อสมฺปุณฺเณติ เอกนฺตโต วิปากทานสมตฺถตาวเสน ปาริปูรึ อนุปคเต. ทิฏฺฐุปนิสฺสยทิฏฺฐิสหคตสฺส กมฺมํ สนฺธาย ‘‘กมฺเม อสมฺปุณฺเณ’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘กิเลสนฺตราย มิสฺสกํ กมฺมนฺตรายํ ทสฺเสตฺวา’’ติ.

๖๑. ทิฏฺฐิ ปเนตฺถ ปธานภาเวน ปาฬิยํ คหิตา สีลพฺพตปรามาสสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ยถา ปุณฺณญฺจ โควติกํ, อเจลญฺจ กุกฺกุรวติก’’นฺติ. อสมฺปุณฺณตฺตา เอว หิ ตสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานสฺส เตสํ ภควา ‘‘จตฺตาริมานิ, ปุณฺณ, กมฺมานี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๘๑) ธมฺมํ เทเสสิ. ตาย จ เทสนาย เต ตํ ทิฏฺฐึ ปฏินิสฺสชฺชิตฺวา สมฺมตฺเต ปติฏฺฐหึสุ.

๖๒. ปคุณตาย โวทานํ ปคุณโวทานํ. ตเทว ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยชฺฌานาทิอธิคมสฺส ปจฺจยตฺตา วุฏฺฐานํ นาม โหตีติ อาห ‘‘วุฏฺฐานํ ปคุณโวทาน’’นฺติ. ภวงฺควุฏฺฐานํ ภวงฺคุปฺปตฺติ. ภวงฺคจิตฺเต หิ อุปฺปนฺเน ตํสมงฺคิสมาปตฺติโต วุฏฺฐิโต นาม โหติ. สญฺญาเวทยิตอปคโม เอว อปคมวิโมกฺโข.

อิทํ วุฏฺฐานนฺติ อิทํ ยถาวุตฺตํ โกสลฺลํ วุฏฺฐานเหตุภาวโต วุฏฺฐานํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘โวทานมฺปิ ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐาน’’นฺติ (วิภ. ๘๒๘). อิมาย ปน วุฏฺฐานปาฬิยา อสงฺคหิตตฺตา ‘‘นิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐานํ ปาฬิมุตฺตกวุฏฺฐานํ นามา’’ติ สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๒๘) วุตฺตํ. เย ปน ‘‘นิโรธโต ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐาน’’นฺติ ปาฬิยํ นตฺถีติ วเทยฺยุํ, เต ‘‘นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗) อิมาย ปาฬิยา ปฏิเสเธตพฺพา.

๖๓. อยํ จสฺส อาสโยติ เอตฺถ อาสยชานนาทินา เยหิ อินฺทฺริเยหิ เยหิ ปโรปเรหิ สตฺตา กลฺยาณปาปาสยาทิกา โหนฺติ, เตสํ ปชานนํ วิภาเวตีติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา อินฺทฺริยปโรปริยตฺตอาสยานุสยญาณานํ วิสุํ อสาธารณตา, อินฺทฺริยปโรปริยตฺตนานาธิมุตฺติกตาญาณานํ วิสุํ พลตา จ สิทฺธา โหติ.

ถามคโตติ เอตฺถ ถามคมนํ นาม อญฺเญสํ อสาธารโณ กามราคาทีนํ เอว อาเวณิโก สภาโว เวทิตพฺโพ, ยโต ‘‘ถามคโต อนุสยํ ปชหตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๒๑) วุตฺตํ.

อาวชฺชนมตฺเตเนว สรติ อากงฺขายตฺตวุตฺติกตฺตา. วุตฺตญฺหิ ‘‘อากงฺขปฏิพทฺธํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณํ, มนสิการปฏิพทฺธํ พุทฺธสฺส ภควโต ญาณ’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕). สพฺพญฺญุตญฺญาณํ วิย หิ สพฺพํ ภควโต ญาณํ ปริกมฺมนิรเปกฺขนฺติ.

๖๔. อุปกฺกิเลสวิมุตฺตตฺตาติ เอตฺถ จิตฺตาทิ เอว อุปกฺกิเลสา, นิพฺพตฺตกสฺส วา กมฺมสฺส ปาริพนฺธกิเลสา. กสิณกมฺมปริกมฺมฌานนิพฺพตฺตนกสิณภาโว จุทฺทสวิเธน จิตฺตปริทมนํ อภิญฺญาภินีหาโรติ สพฺพตฺถาปิ วีริยพลสฺส พหูปการตฺตา วุตฺตํ ‘‘วีริยภาวนาพลนิพฺพตฺต’’นฺติ. ทิพฺพสทิสตฺตาติ ทิพฺเพ ภวนฺติ ทิพฺพํ, ยถาวุตฺตํ ปสาทจกฺขุ, ทิพฺพํ วิยาติ ทิพฺพํ, อคฺคตํ อภิญฺญาณํ. ทิพฺพวิหาโร จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ. เตสํ วเสน นิพฺพตฺติตฺวา ปฏิลทฺธพฺพตฺตา ทิพฺพํ, เตน ทิพฺพเหตุกตฺตา ทิพฺพนฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาติ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌาเนน นิสฺสยปจฺจเยน นิพฺพตฺตตฺตา, เตน ทิพฺพนิสฺสิตํ ทิพฺพนฺติ ทสฺเสติ. ทิวุสทฺทํ อกฺขรจินฺตกา กีฬาทีสุ ปฐนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘ตํ สพฺพํ สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพ’’นฺติ. ปุริมา หิ ตโย อตฺถา กีฬตฺถสฺส วเสน, อิตเร ชุติคติอตฺถวเสเนว ทสฺสิตาติ.

มนุสฺสูปจารนฺติ มนุสฺสโคจรํ. ทฏฺฐุํ น สกฺกา อิตฺตรขณตฺตา ขณปจฺจุปฺปนฺนสฺส. ‘‘อาสนฺนจุติกา’’ติอาทินา สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนวเสน ‘‘จวมาเน อุปปชฺชมาเน’’ติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘โมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา’’ติอาทินา สตฺตานํ หีนปณีตตฺตาทิภาวสฺส โมหาทิกมฺมนิทานเหตุกตํ, นิสฺสนฺทผลตญฺจ ทสฺเสติ. ทิพฺพจกฺขุสฺส ปาทกํ เอเตสนฺติ ทิพฺพจกฺขุปาทกานิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทิพฺพจกฺขุนา สเหว อิชฺฌนฺตี’’ติ. ตานิ หิสฺส ปริภณฺฑญาณานิ.

สมาทียนฺตีติ สมาทานานิ, กมฺมานิ สมาทานานิ เอเตสนฺติ กมฺมสมาทานา. สมาทาตพฺพนานาวิธกมฺมาติ อตฺโถ ปุริเม อตฺเถ, ทุติเย ปน กมฺมานิ สมาทาเปนฺตีติ กมฺมสมาทานา, มิจฺฉาทิฏฺฐิยา กมฺมสมาทานา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เหตุอตฺเถ เจตํ กรณวจนํ.

ตํ วาจนฺติ ตํ อริยานํ อุปวทนวาจํ. ตํ จิตฺตนฺติ สมุฏฺฐาปกจิตฺตํ. ตํ ทิฏฺฐินฺติ เยน มิจฺฉาคาเหน อริเย อนุทฺธํเสติ, มิจฺฉาภินิเวสํ. อยมฺเปตฺถ อตฺโถ – ยถา นาม เหตุสมฺปนฺนสฺส ภิกฺขุโน วิสุทฺธํ สีลํ, สมาธิญฺจ สมฺปาเทตฺวา ฐิตสฺส ทนฺโธ สตุปฺปาโท ขิปฺปาภิญฺญาย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญา, สติ วา อุปาทิเสเส อนาคามิตา. เอวเมวํ โย อริยูปวาที ยถาวุตฺตจิตฺตทิฏฺฐีหิ อปกฺกมิตฺวา อปฺปติรูปํ สภาวํ ‘‘มยา, ภนฺเต, ตุมฺหากํ อุปริ วุตฺต’นฺติ อจฺจยเทสนาย เต น ขมาเปติ, โส กายสฺส เภทา นิรเย เอวาติ. เตสุ ปสนฺนจิตฺตสฺส ขมาปนเญฺหตฺถ เตสํ วาจาทีนํ ปหานํ ปฏินิสฺสคฺโคว. อิโต สาวชฺชตรํ นาม อญฺญํ นตฺถิ สพฺพานตฺถวิธานโต, สพฺพหิตสุขปริธํสนโต จ.

กายสฺส เภทาติ อิธ กายสทฺโท อตฺตภาวปริยาโยติ อาห ‘‘อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา’’ติ. ตทนนฺตรนฺติ ตสฺส มรณสงฺขาตสฺส ขนฺธปริจฺจาคสฺส อนนฺตรํ. อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธตฺโถ ปรสทฺโท, อโนริมภูตวตฺถุวิสโย วา สิยา, อวธิวิเสสนมตฺตํ วา. เตสุ ปุริมํ สนฺธายาห ‘‘อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหเณ’’ติ, ปจฺฉิมสฺส ปน วเสน ‘‘จุติโต อุทฺธ’’นฺติ.

วุตฺตวิปริยาเยนาติ ‘‘สุฏฺฐุ จริตํ, โสภนํ วา จริต’’นฺติอาทินา. หนนนฺติ ฆาตนํ.

การณาการณนฺติ ฐานาฏฺฐานํ. เจตนาเจตนาสมฺปยุตฺตธมฺเม นิรยาทินิพฺพานคามิปฏิปทาภูเต กมฺมนฺติ คเหตฺวา อาห ‘‘กมฺมปริจฺเฉทเมวา’’ติ. กมฺมวิปากนฺตรํ กมฺมวิปากวิเสโส กมฺมวิปากสฺส วิภาโค. อปฺเปตุํ น สกฺโกติ อฏฺฐมนวมพลานิ วิย, ตํสทิสํ อิทฺธิวิธญาณํ วิย วิกุพฺพิตุํ, เอเตนสฺส พลสทิสตญฺจ นิวาเรติ. ฌานาทิญาณํ วิย วา อปฺเปตุํ, วิกุพฺพิตุญฺจ. ยทิปิ หิ ฌานาทิปจฺจเวกฺขณาญาณํ อิธ ฉฏฺฐํ พลนฺติ ตสฺส สวิตกฺกสวิจารตา วุตฺตา, ตถาปิ ฌานาทีหิ วินา ปจฺจเวกฺขณา นตฺถีติ ฌานาทิสหคตํ ญาณํ ตทนฺโตคธํ กตฺวา เอวํ วุตฺตํ. อถ วา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ฌานาทิกิจฺจํ วิย น สพฺพํ พลกิจฺจํ กาตุํ สกฺโกตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ, อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุญฺจ น สกฺโกตี’’ติ (วิภ. มูลฏี. ๘๓๑) วุตฺตํ, น ปน กสฺสจิ พลสฺส ฌานอิทฺธิภาโวติ ทฏฺฐพฺพํ.

วิจยหารสมฺปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.