๗. สปฺปาณกวคฺโค

๑. สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา

วตฺถุคณนาย กมฺมพนฺธคณนาเจตนามารณานํ, น กมฺมพนฺธคณนาย เจตนามารณา. เอตฺถ เอกเจตนาย พหุปาณกา มรนฺตีติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ.

สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา

สปฺปาณกนฺติ ปาณกานํ มรณวเสน ปาจิตฺติยํ, น สปฺปาณกอุทกปริโภควเสน ปาจิตฺติยํ, ตสฺมา เอว ‘‘ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. อสุทฺธจิตฺตตฺตา ปาจิตฺติยํ, สุทฺธจิตฺเต อนาปตฺติ. ปทีปุชฺชลเน วิย ปณฺณตฺติวชฺชตา วุตฺตาติ ลิขิตํ.

ชเล ปกฺขิปนํ ปุพฺพํ, ชลปฺปเวสนํ อิทํ;

เอวํ อุภินฺนํ นานาตฺตํ, เญยฺยํ ญาณวตา สทาติ. (วชิร. ฏี. ปาจิตฺติย ๓๘๗)

สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา

อญฺญํ อุปสมฺปาเทตีติ –

อุปชฺฌาโย สเจ สามํ, กมฺมวาจญฺจ สาเวติ;

กมฺมํ รุหติ อิจฺเจเก, เนติ วินยโกวิโท.

ทุกฺกฏํ วิหิตํ ยสฺมา, อาจริยสฺส คณสฺส จ;

ตสฺมา ภินฺนาว อาจริย-อุปชฺฌายา วิสุํ อิธาติ.

อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา

อิธ เอกโตอุปสมฺปนฺนา, สิกฺขมานา, สามเณรีติ อิมา ติสฺโสปิ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, อิมาสํ ปน ติสฺสนฺนํ สมโย รกฺขติ, อยมิมาสํ, มาตุคามสฺส จ วิเสโสติ เวทิตพฺพํ.

สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสฏฺเฐนาติ ลทฺธินานาสํวาสกํ สนฺธายา’’ติ ลิขิตํ. ติจิตฺตนฺติ เอตฺถ วิปากาพฺยากตจิตฺเตน สหเสยฺยํ กปฺเปยฺยาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อญฺญถา สจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส กิริยาพฺยากตํ สนฺธาย น ยุชฺชติ.

อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘อยํ สมณุทฺเทโส ปาราชิโก โหติ. สเจ ตํ ทิฏฺฐึ ปฏินิสฺสชฺชติ, สงฺฆสฺส อาโรเจตฺวา สงฺฆานุมติยา ปพฺพาเชตพฺโพ’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตํ. ทณฺฑกมฺมนาสนา หิ อิธาธิปฺเปตา. ยทิ โส ปาราชิโก โหติ, ลิงฺคนาสนา นาม สิยา. ‘‘เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’’ติ จ ทิฏฺฐิ สตฺถริ อสตฺถาทิทิฏฺฐิ น โหติ. สเจ สา ยสฺส อุปฺปชฺชติ, โส ปาราชิโก โหติ, ตสฺมิมฺปิ เอวเมว ปฏิปชฺชิตพฺพํ, สํวเร อติฏฺฐนฺโต ลิงฺคนาสนาย นาเสตพฺโพติ (วชิร. ฏี. ปาจิตฺติย ๔๒๘) อาจริยสฺส ตกฺโก.

กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สปฺปาณกวคฺโค สตฺตโม.