๕. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา
อลํวจนียาติ น วจนียา, นิวารเณ อลํ-สทฺโท, น อลํวจนียา นาลํวจนียา. ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๐๕) วุตฺตตฺตา ยสฺส เอกนฺเตน สงฺฆาทิเสโส โหติ, ตสฺส ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปโยคา เอเต ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยา นตฺถีติ วทนฺตีติ ลิขิตํ. กิญฺจาปิ เอตฺถ ‘‘อิตฺถี นาม มนุสฺสิตฺถี, น ยกฺขี น เปตี น ติรจฺฉานคตา. ปุริโส นาม มนุสฺสปุริโส, น ยกฺโข น เปโต น ติรจฺฉานคโต’’ติ ปาฬิ นตฺถิ, ตถาปิ กายสํสคฺคาทีสุ ‘‘มาตุคาโม นาม มนุสฺสิตฺถี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) อิตฺถิววตฺถานสฺส กตตฺตา อิธาปิ มนุสฺสิตฺถี เอวาติ ปญฺญายติ. เมถุนปุพฺพภาคสามญฺญโต อิตฺถิววตฺถาเนน ปุริสววตฺถานํ กตเมว โหติ. เตเนวาห ‘‘เยสุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, เตสํ มนุสฺสชาติกตา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา). กายสํสคฺคาทีสุ จ ปณฺฑกยกฺขิเปติโย ถุลฺลจฺจยวตฺถุกาว วุตฺตา, ตถา อิธาปิ, ปณฺฑกสภาวตฺตา มนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนโก จ ถุลฺลจฺจยวตฺถุโกว โหติ. เสสา มนุสฺสปุริสอมนุสฺสปณฺฑกอุภโตพฺยญฺชนกติรจฺฉานคตปุริสาทโย ทุกฺกฏวตฺถุกาว มิจฺฉาจารทสฺสนสภาวโตติ เวทิตพฺพํ.
สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.