๓. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘กทา เต มาตา ปสีทิสฺสตี’’ติ อายาจนํ ทุฏฺฐุลฺลวาจาย สิขาปตฺตลกฺขณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น เมถุนุปสํหิเตเยว ทุฏฺฐุลฺลวาจาติ ทสฺสนตฺถํ. ‘‘อุภโตพฺยญฺชนกาสี’’ติ วจนํ ปน ปุริสนิมิตฺเตน อสงฺฆาทิเสสวตฺถุนา มิสฺสวจนํ, ปุริสอุภโตพฺยญฺชนกสฺส จ อิตฺถินิมิตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนํ, อิตรํ ปากฏํ. ยทิ ตมฺปิ ชเนติ, กถํ ‘อนิมิตฺตาสี’ติอาทีนิ ปทานิ น สงฺฆาทิเสสํ ชเนนฺตี’’ติ เอเก, ตํ น ยุตฺตํ ปุริสสฺสาปิ นิมิตฺตาธิวจนตฺตา. ‘‘เมถุนุปสํหิตาหิ สงฺฆาทิเสโส’’ติ (ปารา. ๒๔๘) มาติกายํ ลกฺขณสฺส วุตฺตตฺตา จ เมถุนุปสํหิตาหิ โอภาสเน ปฏิวิชานนฺติยา สงฺฆาทิเสโส, อปฺปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ, อิตเรหิ โอภาสเน ปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ, อปฺปฏิวิชานนฺติยา ทุกฺกฏนฺติ เอเก, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. เอตฺถาห – ‘‘สิขรณี’’ติอาทีหิ อกฺโกสนฺตสฺส ปฏิฆจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, กสฺมา ‘‘ติเวทน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ทฺวิเวทน’’นฺติ วุตฺตนฺติ? ราควเสน อยํ อาปตฺติ, น ปฏิฆวเสน. ตสฺมา ราควเสเนว ปวตฺโต อกฺโกโส อิธ อธิปฺเปโต. ตสฺมา ‘‘ทฺวิเวทน’’นฺติ วจนํ สุวุตฺตเมว.
ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.