๑๒. ทุพฺพจสิกฺขาปทวณฺณนา

ทุกฺเขน วตฺตพฺโพ ทุพฺพโจ. วุจฺจมาโน น สหติ.

ทุพฺพจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิคมนวณฺณนา

‘‘นามมตฺตวเสนา’’ติ ปาโฐ. ‘‘นามโคตฺตวเสนา’’ติ ลิขิตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อยํ กิริยา ภิกฺขูนํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ชานิตฺวา สเจ ฉาเทติ, ฉนฺนาว โหตีติ อตฺโถ. สภาคมตฺตเมวาติ อเวริสภาคมตฺตเมวาติ อธิปฺปาโย.

วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจาติ เอตฺถ วตฺถูติ วีติกฺกมนํ อสุจิมุจฺจนํ. โคตฺตนฺติ คํ ตายตีติ โคตฺตํ, สชาติโต อญฺญตฺถ คนฺตุํ อทตฺวา คํ พุทฺธึ, วจนญฺจ ตายตีติ อตฺโถ. วตฺถุ จ สชาติเมว คจฺฉติ. สชาติ นาเมตฺถ อญฺเญหิ วิสิฏฺฐาวิสิฏฺฐภูตา กิริยา, น กายสํสคฺคาทิ. นามญฺเจว อาปตฺติ จาติ เอตฺถ อาปตฺตีติ วีติกฺกเมนาปนฺนาปตฺติยา นามํ.

ปุน อาคตาคตานํ ภิกฺขูนํ อาโรเจนฺเตนาติ เอตฺถ ทฺวินฺนํ อาโรเจนฺเตน ‘‘อายสฺมนฺตา ธาเรนฺตุ’’ติณฺณํ วา อติเรกานํ วา อาโรเจนฺเตน ‘‘อายสฺมนฺโต ธาเรนฺตู’’ติ เอวํ อาโรจนวิธานํ เวทิตพฺพํ. วตฺตเภทญฺจ รตฺติจฺเฉทญฺจ อกตฺวาติ เอตฺถ ฐเปตฺวา นวกตรํ ปาริวาสิกํ อวเสสานํ อนฺตมโส มูลายปฏิกสฺสนารหาทีนมฺปิ อภิวาทนาทิสาทิยเน, ปฏิปาฏิยา นิสีทเน, โอวทเน, กมฺมิกานํ ครหเณ จาติอาทีสุ วตฺตเภโท โหติ. ทสฺสนสวนวิสเยสุ อนาโรจเน จ ภิกฺขูหิ เอกจฺฉนฺเน วสเน จ อชานนฺตสฺเสว วิหาเร ภิกฺขูนํ อาคนฺตฺวา คมเน จาติอาทีสุ รตฺติจฺเฉโท โหติ. นานาสํวาสเกหิ วินยกมฺมาภาวโต เตสํ อนาโรจเน รตฺติจฺเฉโท น โหติ. ‘‘เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา’’ติ วจนโต อนฺโต น วฏฺฏติ. นิกฺขิตฺตวตฺเตเนว หุตฺวา วิจรนฺเตน ยสฺส สนฺติเก ปุพฺเพ สมาทิยิตฺวา อาโรจิตํ, ตสฺสาปิ สนฺติเก ปจฺฉา นิกฺขิปนกาเล อาโรเจตฺวาว นิกฺขิปิตพฺพํ. ตสฺมา ปุน สมาทานกาเลปิ โส เจ ตโต คจฺฉติ, ตํ ทิวสํ อคนฺตฺวา ทิวา อาโรเจตฺวาปิ ยทิ เอวํ อตีตทิวสํ โหติ, ‘‘อรุเณ อุฏฺฐิเต ตสฺส สนฺติเก อาโรเจตฺวา วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา วิหารํ คนฺตพฺพนฺติ ตสฺส สนฺติเก อาโรเจตฺวา วตฺตํ นิกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อปิจ ‘‘วิหารํ คนฺตฺวา ยํ สพฺพปฐมํ ภิกฺขุํ ปสฺสติ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ รตฺติจฺเฉโท โหติ, วิหารสีมาปริยาปนฺนานํ สพฺเพสํ อาโรเจตพฺพํ สิยา. ‘‘ตสฺส อาโรเจตฺวา’’ติ อิทํ ปน ปุพฺเพ อนาโรจิตํ สนฺธาย วตฺตเภทรกฺขณตฺถํ วุตฺตํ. ตสฺมา เอว สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) เอวํ วุตฺตํ ‘‘อญฺญํ วิหารโต นิกฺขนฺตํ วา อาคนฺตุกํ วา’’ติ.

สุทฺธนฺตปริวาเส ปน สเจ ‘‘มาสมตฺตํ อสุทฺโธมฺหี’’ติ อคฺคเหสิ, ปริวสนฺโต ปุน อูนํ วา อธิกํ วา สนฺนิฏฺฐานํ กโรติ, ตตฺตกมฺปิ ปริวสิตพฺพเมว, ปริวาสทานกิจฺจํ นตฺถิ. อยญฺหิ สุทฺธนฺตปริวาโส นาม อุทฺธมฺปิ อาโรหติ, เหฏฺฐาปิ โอโรหติ. อิทมสฺส ลกฺขณํ.

สโมทหิตฺวาติ มูลาปตฺติฏฺฐาเน ฐเปตฺวา, ปกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. อปฺปฏิจฺฉนฺนา เจ อนฺตราปตฺติ, มูลาย ปฏิกสฺสนํ อกตฺวา ปุพฺเพ คหิตปริวาเสเนว ปริวสิตพฺพํ. โย ปน อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา วิพฺภมิตฺวา ปุน อุปสมฺปนฺโน หุตฺวาปิ ปฏิจฺฉาเทติ, โย จ ปุพฺเพ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ปจฺฉา น ปฏิจฺฉาเทติ, โย จ อุภยตฺถ ปฏิจฺฉาเทติ, สพฺเพสํ ปฏิจฺฉนฺนทิวสวเสน ปริวาโส ทาตพฺโพ. ‘‘ปุริมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ วา’’ติ จ ‘‘ปจฺฉิมสฺมึ อาปตฺติกฺขนฺเธ วา’’ติ (จูฬว. ๑๖๖ อาทโย) จ ปาฬิยํ วุตฺตตฺตา เทฺว ภิกฺขู วิสุทฺธิกํ อาปนฺนา โหนฺติ, เต สุทฺธิกทิฏฺฐิโน โหนฺติ. เอโก ฉาเทติ, เอโก น ฉาเทติ. โย ฉาเทติ, โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ. ‘‘อุโภปิ ยถาธมฺมํ การาเปตพฺพา’’ติ (จูฬว. ๑๘๑) วจนโต ยํ กญฺจิ อาปตฺตึ ฉาเทตฺวา ทุกฺกฏํ อาปชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.

เตสุ คเตสุ วา อคเตสุ วา ปุริมนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ เอตฺถ อูเน คเณ จรณํ, อนุฏฺฐหนํ เอกรตฺตมฺปิ คเณน วิปฺปวาสํ, สเจ รตฺติยา เอกกฺขเณน สงฺโฆ วสติ, สเจ โส ปุเร อรุณเมว เกนจิ กรณีเยน คโตติ เอตฺถปิ มานตฺเตปิ เอวํ ชาเต. ‘‘อยญฺจ ยสฺมา คณสฺส อาโรเจตฺวา, ภิกฺขูนญฺจ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาว วสิ, เตนสฺส อูเน คเณ จรณโทโส วา วิปฺปวาโส วา น โหตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตํ. ตสฺมา เตน อาโรจิเต มุหุตฺตมฺปิ นิสีทิตฺวา คเตปิ วิปฺปวาโส นตฺถิ. ปาริวาสิกสฺส, อุกฺขิตฺตกสฺส จ ปกตตฺเตน ตสฺมึ วสนํ อุทกปาเตน วาริตํ, ตสฺมา นานูปจาเรปิ เอกจฺฉนฺเน น วฏฺฏติ.

อิทานิ ปาฐวิจารณา เวทิตพฺพา – ‘‘นว ปฐมาปตฺติกา จตฺตาโร ยาวตติยกา’’ติ อิทํ สภาวนิยมวจนํ. เตน วุฏฺฐานํ อนิยมนฺติ ทสฺเสติ. เอกจฺจาปตฺติวุฏฺฐานญฺหิ กมฺมโตปิ โหติ อกมฺมโตปิ, น เอวํ อาปชฺชนนฺติ วุตฺตํ โหติ. อญฺญตรํ วา อญฺญตรํ วาติ เตสํ ทฺวิธา ภินฺนานมฺปิ วุฏฺฐานกฺกมเภทาภาวทีปกวจนํ. ยาวตีหํ, ตาวตีหนฺติ เอตฺถ อหปริจฺเฉโท อรุณวเสน. ‘‘ชาน’’นฺติ อิมินา ชานนปฺปฏิจฺฉนฺนสฺส อกามา ปริวตฺถพฺพนฺติ ทสฺเสติ. เตน ภิกฺขุนา อกามา ปริวตฺถพฺพนฺติ เตน ภิกฺขุนา วสตา อกามา ปริวตฺถพฺพํ, น ปริวตฺติตลิงฺเคนาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปริวุตฺถปริวาเสนาติ อาทิมฺหิ ปริวุตฺถปริวาเสเนว ปริวาสโต อุตฺตริ อิติวาเรน อาทิโต ภิกฺขุนาว ฉารตฺตํ, ปริวตฺติตลิงฺเคน อุทฺธมฺปิ ภิกฺขุมานตฺตาย ปฏิปชฺชิตพฺพํ, น ปริวาเส วิย ตปฺปจฺจยา อจิณฺณมานตฺโต. จิณฺณมานตฺโตว อพฺเภตพฺโพ, น อิตโร, น ปริวาเส วิย มานตฺตารเห, ปกฺขมานตฺตญฺจ จรนฺติยา ภิกฺขุนิยา ลิงฺคํ ปริวตฺตาติกฺกเม สติ จิณฺณมานตฺโต ภิกฺขุ โหติ, ปุน ภิกฺขุมานตฺตํ คเหตฺวา จิณฺณมานตฺโตว ภิกฺขุ อพฺเภตพฺโพติ ทสฺเสติ.

ยตฺถ สิยาติ ยสฺสํ สมานสํวาสกสีมายมฺปิ วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ อตฺถิ. เอเกนปิ เจ อูโน วีสติคโณติ น ยุชฺชติ, อูโน เจ. น หิ วีสติคโณ, สงฺโฆ เจ อูโน. ตสฺมา ‘‘เอเกนปิ เจ อูโน สงฺโฆ’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, จตุวคฺคปญฺจวคฺคทสวคฺคปฺปสงฺคนิวารณปฺปโยชนโต. ตสฺมา วีสติวคฺโค ภิกฺขุสงฺโฆ เจ ภิกฺขุนา เอเกนปิ อูโน, นฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ. เกจิ ปน วินเย อปฺปกตญฺญุโน ‘‘ยถา อติเรกจตุวคฺโคปิ สงฺโฆ จตุวคฺคกรณีเย กมฺเม ‘จตุวคฺโค’ติ วุจฺจติ, ตถา ปญฺจวคฺคทสวคฺคกรณีเย กมฺเม อติเรกปญฺจวคฺคทสวคฺโคปิ ‘ปญฺจวคฺคทสวคฺโค’ติ วุจฺจติ. ตสฺมา อูโนปิ จตุวคฺคปญฺจวคฺคทสวคฺควีสติวคฺโควา’’ติ มญฺเญยฺยุํ, เตสํ มญฺญนานิวารณตฺถํ ‘‘เอเกนปิ เจ อูโน’’ติอาทิ วุตฺตํ. อถ วา วีสติ ภิกฺขุสงฺโฆ เจ, ฐเปตฺวา เอเกนปิ เจ อูโน อปฺปกตตฺโต, ตํ ฐเปตฺวา เอเกนปิ เจติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อยํ ตตฺถ สามีจีติ วจนํ ยํ วุตฺตํ สพฺพตฺถ ‘‘ตสฺส อาปตฺติยา ปริวาสํ เทติ, มูลาย ปฏิกสฺสติ, มานตฺตํ เทติ, อพฺเภตี’’ติ, ตสฺส อาวิภาวกรณตฺถํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เตน เตสุ อยํ ยถาวุตฺตา สามีจิ นิยตา อิจฺฉิตพฺพา, น ราชสิกฺขาปทาทีสุ วิย อนิยตา. ตตฺถ หิ เกนจิ อนฺตราเยน ตํ สามีจิมกโรนฺเตปิ อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหติ.

สงฺฆาทิเสสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.