ปาราชิกกณฺฑํ

๑. ปฐมปาราชิกวณฺณนา

อิธ ปน ฐตฺวา สิกฺขาปทานํ กมเภโท ปกาเสตพฺโพ. กถํ – สพฺพสิกฺขาปทานํ ยถาสมฺภวํ เทสนากฺกโม, ปหานกฺกโม, ปฏิปตฺติกฺกโม, อุปฺปตฺติกฺกโมติ จตุพฺพิโธ กโม ลพฺภติ. ตตฺถ ภควตา ราชคเห ภิกฺขูนํ ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชานนฺเตน ปาติโมกฺขุทฺเทสสฺส โย เทสนากฺกโม อนุญฺญาโต, ตํ เทสนากฺกมํ อนุกฺกมนฺโตว มหากสฺสโป ปฐมํ ปาราชิกุทฺเทสํ ปุจฺฉิ, ตทนนฺตรํ สงฺฆาทิเสสุทฺเทสํ, ตทนนฺตรํ อนิยตุทฺเทสํ, ตทนนฺตรํ วิตฺถารุทฺเทสํ. ตทนนฺตรํ ภิกฺขุนิวิภงฺคญฺจ เตเนว อนุกฺกเมน ปุจฺฉิ. ตโต ปรํ ตโย อาปตฺติกฺขนฺเธ สงฺคเหตุํ วินา คณนปริจฺเฉเทน เสขิยธมฺเม ปุจฺฉิ. อาปตฺติกฺขนฺเธ สภาคโต ปฏฺฐาย ปุจฺฉนฺโต วีสติขนฺธเก ปุจฺฉิ. นิทานุทฺเทสนฺโตคธานํ วา สรูเปน อนุทฺทิฏฺฐานํ ปุจฺฉนตฺถํ ขนฺธเก ปุจฺฉิ. เอเตน ขนฺธเก ปญฺญตฺตา ถุลฺลจฺจยาปิ สงฺคหิตา โหนฺติ. ปุจฺฉิตานุกฺกเมเนว อายสฺมา อุปาลิตฺเถโร พฺยากาสิ. อยเมตฺถ เทสนากฺกโม. อุภโตวิภงฺคขนฺธกโต ปน อุจฺจินิตฺวา ตทา ปริวาโร วิสุํ ปาฬิ กโต, อิมเมว วจนํ สนฺธาย อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘เอเตเนว อุปาเยน ขนฺธกํ ปริวาเรปิ อาโรปยึสู’’ติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคอีติกถา). อปิจ ปาฬิยํ ‘‘เอเตเนว อุปาเยน อุภโตวิภงฺเค ปุจฺฉิ. ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา อุปาลิ วิสฺสชฺเชสี’’ติ (จูฬว. ๔๓๙) เอตฺตกเมว วุตฺตํ. ตสฺมา เถโร อุภโตวิภงฺเค เอว ปุจฺฉิ. วิสฺสชฺชนฺโต ปน อายสฺมา อุปาลิ นิรวเสสํ ทสฺเสนฺโต ขนฺธกปริวาเร อนฺโต กตฺวา เทเสสิ. คณสชฺฌายกาเล ปน ตทา ขนฺธกปริวารา วิสุํ ปาฬิ กตาติ อยเมตฺถ เทสนากฺกโม.

ยทิ เอวํ นิทานุทฺเทโส ปฐมเทสนาติ เจ? น, อุโปสถกฺขนฺธเก (มหาว. ๑๓๓) ‘‘ยานิ มยา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทานิ ปญฺญตฺตานิ, ตานิ เนสํ ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชาเนยฺย’’นฺติ วจนโต, ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺตี’’ติ (มหาว. ๑๓๔) วจนโต จ. อกุสลาพฺยากตานํ อาปตฺตีนํ ทิฏฺฐธมฺมสมฺปรายิกาสวฏฺฐานิยตฺตา ยถาภูตํ สีลสํวรเกน ปริวชฺชเนน ปหาตพฺพตฺตา ปหานกฺกโมเปตฺถ สมฺภวติ ‘‘ตาวเทว จตฺตาริ อกรณียานิ อาจิกฺขิตพฺพานี’’ติ วจนโต. ตถา ‘‘สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสู’’ติ (ม. นิ. ๓.๗๕; วิภ. ๕๐๘) วจนโต ยถาภูตํ อาจิกฺขนสิกฺขเนน ปฏิปตฺติกฺกโมปิ สมฺภวติ. ยถุทฺเทสกฺกมํ ปริยาปุณิตพฺพปริยตฺติอตฺเถนาปิ ปฏิปตฺติกฺกโม, เอวมิเมหิ ตีหิ กเมหิ เทเสตพฺพานเมเตสํ สิกฺขาปทานํ ยถาสมฺภวํ อุปฺปตฺติกฺกโม สมฺภวติ. ตถา หิ ยํ ยํ สาธารณํ, ตํ ตํ ภิกฺขุํ อารพฺภ อุปฺปนฺเน เอว วตฺถุสฺมึ ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี ฉนฺทโส เมถุนํ ธมฺม’’นฺติอาทินา นเยน ภิกฺขุนีนมฺปิ ปญฺญตฺตํ. ยโต ภิกฺขุนีนํ ตํ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ น สิยา, ตโต อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ ตสฺมึ นตฺถีติ (ปริ. ๒๐๑-๒๐๒) ปริวารวจนํ น วิรุชฺฌติ. เอตฺตาวตา ปุริเมน กมตฺตเยน ยํ ปฐมํ เทเสตพฺพํ, ตํ ปาราชิกุทฺเทเส ปฐมุปฺปนฺนตฺตา เมถุนธมฺมปาราชิกํ สพฺพปฐมํ เทเสตุกาโม อายสฺมา อุปาลิตฺเถโร ‘‘ตตฺร สุทํ ภควา เวสาลิยํ วิหรตี’’ติ (ปารา. ๒๓) เวสาลิยเมว ปาเปตฺวา ฐเปสิ.

อิทานิ สพฺเพสํ สิกฺขาปทานํ ปญฺญาปนวิธานํ เวทิตพฺพํ. กถํ? ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ (ปารา. ๓๙, ๔๓) เอวํ สอุทฺเทสอนุทฺเทสเภทโต ทุวิธํ. ตตฺถ ปาติโมกฺเข สรูปโต อาคตา ปญฺจ อาปตฺติกฺขนฺธา สอุทฺเทสปญฺญตฺติ นาม. สาปิ ทฺวิธา สปุคฺคลาปุคฺคลนิทฺเทสเภทโต. ตตฺถ ยสฺสา ปญฺญตฺติยา อนฺโต อาปตฺติยา สห, วินา วา ปุคฺคโล ทสฺสิโต, สา สปุคฺคลนิทฺเทสา. อิตรา อปุคฺคลนิทฺเทสา.

ตตฺถ สปุคฺคลนิทฺเทสา ทฺวิธา อทสฺสิตทสฺสิตาปตฺติเภทโต. ตตฺถ อทสฺสิตาปตฺติกา นาม อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมา เวทิตพฺพา. ‘‘ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ (ปารา. ๓๙, ๔๔, ๘๙, ๙๑, ๑๖๗, ๑๗๑, ๑๙๕, ๑๙๗) หิ ปุคฺคโลว ตตฺถ ทสฺสิโต, นาปตฺติ. ทสฺสิตาปตฺติกา นาม ภิกฺขุนิปาติโมกฺเข อาคตา สตฺตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา. ‘‘อยมฺปิ ภิกฺขุนี ปฐมาปตฺติกํ ธมฺมํ อาปนฺนา นิสฺสารณียํ สงฺฆาทิเสส’’นฺติ (ปาจิ. ๖๘๓, ๖๘๗) หิ ตตฺถ อาปตฺติ ทสฺสิตา สทฺธึ ปุคฺคเลน.

ตถา อปุคฺคลนิทฺเทสาปิ อทสฺสิตทสฺสิตาปตฺติเภทโต ทฺวิธา. ตตฺถ อทสฺสิตาปตฺติกา นาม เสขิยา ธมฺมา. วุตฺตาวเสสา ทสฺสิตาปตฺติกาติ เวทิตพฺพา.

สาปิ ทฺวิธา อนิทฺทิฏฺฐการกนิทฺทิฏฺฐการกเภทโต. ตตฺถ อนิทฺทิฏฺฐการกา นาม สุกฺกวิสฏฺฐิมุสาวาโทมสวาทเปสุญฺญภูตคามอญฺญวาทกอุชฺฌาปนกคณโภชนปรมฺปรโภชนสุราเมรยองฺคุลิปโตทกหสธมฺมอนาทริยตลฆาตกชตุมฏฺฐกสิกฺขาปทานํ วเสน ปญฺจทสวิธา โหนฺติ. ตตฺถ นิทฺทิฏฺฐการเก มิสฺสามิสฺสเภโท เวทิตพฺโพ – ตตฺถ อุปโยคภุมฺมวิภตฺติโย เอกํเสน มิสฺสา. อวเสสา มิสฺสา จ อมิสฺสา จ. เสยฺยถิทํ – ปจฺจตฺตํ ตาว ทฺวีสุ อนิยเตสุ อุปโยเคน มิสฺสํ, ทฺวาทสสุ ปาฏิเทสนีเยสุ กรเณน มิสฺสํ, อูนปญฺจพนฺธนปตฺตสิกฺขาปเทสุ สามิกรเณหิ, อูนวีสติวสฺเส ภุมฺเมน, โมหนเก อุปโยคสามิภุมฺเมหิ. ยสฺมา ‘‘วิวณฺณก’’นฺติ ภาโว อธิปฺเปโต, น กตฺตา, ตสฺมา วิวณฺณกสิกฺขาปทํ ยทา น สมฺภวติ, เอวํ ปจฺจตฺตํ ปญฺจวิธํ มิสฺสํ โหติ. เสเสสุ ปฐมานิยตํ ฐเปตฺวา อาทิมฺหิ ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ เอวมาคตํ ปจฺจตฺตํ วา, ทุติยานิยตํ ฐเปตฺวา ปณีตโภชนสมณุทฺเทสตติยจตุตฺถปาฏิเทสนียสิกฺขาปเทสุ มชฺเฌ ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ เอวมาคตํ ปจฺจตฺตํ วา, ทุพฺพจกุลทูสกสํสฏฺฐสิกฺขาปเทสุ อาทิมฺหิ เกวลํ ‘‘ภิกฺขู’’ติ อาคตํ ปจฺจตฺตํ วา, เภทานุวตฺตกสิกฺขาปเท มชฺเฌ อาคตํ ปจฺจตฺตํ วา อญฺญาย วิภตฺติยา อมิสฺสเมว โหติ. ตตฺถ เภทานุวตฺตกตุวฏฺฏนทฺวยสํสฏฺฐทุติยปาฏิเทสนียสิกฺขาปเทสุ พหุวจนํ, อิตรตฺถ สพฺพตฺถ เอกวจนเมวาติ เวทิตพฺพํ.

ตถา อุปโยโค ทฺวีสุ วิกปฺปนสิกฺขาปเทสุ, ตนฺตวายสิกฺขาปเท จ ปจฺจตฺเตน มิสฺโส, อภิหฏสิกฺขาปเท กรเณน, ราชสิกฺขาปเท กรณสามิปจฺจตฺเตหีติ อุปโยโค ติธา มิสฺโส โหติ. กรณญฺจ กุฏิการมหลฺลกทุติยกถินเทฺวภาคนิสีทนสนฺถตทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปเทสุ ฉสุ ปจฺจตฺเตน มิสฺสํ, ปฐมตติยกถินอฏฺฐงฺคุลปาทกนิสีทนกณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิกวสฺสิกสาฏิกอุทกสาฏิกเทฺวธมฺมปจฺจาสีสนสิกฺขาปเทสุ อฏฺฐสุ สามินา มิสฺสนฺติ กรณํ ทฺวิธา มิสฺสํ โหติ. อวเสเสสุ ฉพฺพสฺสวสฺสิกสาฏิกทฺวตฺติจฺฉทนาวสถปิณฺฑมหานามครุลหุปาวุรณสิกฺขาปเทสุ สตฺตสุ กรณวิภตฺติ อญฺญวิภตฺติยา อมิสฺสา, อจฺเจกเอฬกโลมสิกฺขาปเทสุ สามิวิภตฺติ กรณวิภตฺติยา มิสฺสา. อติเรกปตฺตเภสชฺชสิกฺขาปเทสุ อคฺคหิตคฺคหเณน สามิวิภตฺติ อมิสฺสาว โหตีติ เวทิตพฺพา. เอวํ ตาว นิทฺทิฏฺฐการเกสุ สิกฺขาปเทสุ –

ปญฺจธา จ ติธา เจว, ทฺวิธา เจปิ ตเถกธา;

ภินฺนา วิภตฺติโย ปญฺจ, สพฺเพกาทสธา สิยุํ.

เอวํ ตาว ยถาวุตฺเตสุ สอุทฺเทสปญฺญตฺติสงฺขาเตสุ สิกฺขาปเทสุ อคฺคหิตคฺคหเณน ปญฺญาสุตฺตเรสุ ติสเตสุ นวุติอนิทฺทิฏฺฐการเก วชฺเชตฺวา นิทฺทิฏฺฐการกานิ อติเรกสฏฺฐิทฺวิสตานิ โหนฺติ. เตสุ ปจฺจตฺตกรณานิ ตึสุตฺตรานิ ทฺวิสตานิ โหนฺติ. เตสุ อมิสฺสปจฺจตฺตกรณานิ ทฺวาทสุตฺตรานิ ทฺวิสตานิ, มิสฺสปจฺจตฺตกรณานิ อฏฺฐารส โหนฺติ. อวเสเสสุ ตึสติยา สิกฺขาปเทสุ มิสฺโสปโยคกรณานิ ปญฺจ โหนฺติ, มิสฺสกรณานิ จุทฺทส, อมิสฺสานิ สตฺต, มิสฺสามิสฺสกรณานิ เทฺว, อมิสฺสานิ เทฺวติ สพฺเพสุปิ นิทฺทิฏฺฐการเกสุ เภทานุวตฺตกทุพฺพจกุลทูสกปฐมทุติยตติยกถินอภิหฏกุฏิการมหลฺลกวิกปฺปนทฺวยเทฺวภาคฉพฺพสฺสนิสีทนสนฺถตเอฬกโลมาติเรกปตฺตเภสชฺชวสฺสิกสาฏิกตนฺตวายอจฺเจกฉารตฺตทฺว ปญฺจตฺตึเสสุ ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ นตฺถิ. ทุติยานิยตปณีตโภชนสมณุทฺเทสตติยจตุตฺถปาฏิเทสนีเยสุ มชฺเฌ อตฺถิ.

เอตฺตาวตา สอุทฺเทสานุทฺเทสทุกํ, สปุคฺคลาปุคฺคลนิทฺเทสทุกํ, ปจฺเจกทสฺสิตาปตฺติทุกทฺวยํ, อนิทฺทิฏฺฐการกทุกํ, ตตฺถ นิทฺทิฏฺฐการเกสุ ปจฺจตฺตภุมฺมทุกํ, สโยปนาโยปนทุกํ, อโยปนมชฺเฌโยปนทุกํ, เอกาเนกวจนทุกนฺติ นว ทุกานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ. วิเสสการณํ ตสฺมึ ตสฺมึ สิกฺขาปเท สมฺปตฺเต อาวิภวิสฺสติ. เอวํ ตาว สอุทฺเทสปญฺญตฺตึ ญตฺวา เสสวินยปิฏเก ยา กาจิ ปญฺญตฺติ อนุทฺเทสปญฺญตฺตีติ เวทิตพฺพา. สา ปทภาชนนฺตราปตฺติวินีตวตฺถุปฏิกฺเขปปญฺญตฺติอวุตฺตสิทฺธิสิกฺขาปทวเสน ฉพฺพิธา โหติ.

ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน ขยิเต อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส (ปริ. ๑๕๗-๑๕๘), วฏฺฏกเต มุเข อจฺฉุปนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๗๓) เอวมาทิกา ปทภาชเน สนฺทิสฺสมานาปตฺติ ปทภาชนสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘น จ, ภิกฺขเว, สพฺพมตฺติกามยา กุฏิ กาตพฺพา, โย กเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิ (ปารา. ๘๕) อนฺตราปตฺติสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทิวาปฏิสลฺลียนฺเตน ทฺวารํ สํวริตฺวา ปฏิสลฺลียิตุ’’นฺติ (ปารา. ๗๗) เอวมาทิ วินีตวตฺถุสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘สงฺฆเภทโก, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน น อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๑๕) เอวมาทิ ปฏิกฺเขปสิกฺขาปทํ นาม.

ยสฺมา ปน เตน เตน ปฏิกฺเขเปน ‘‘โย ปน ภิกฺขุ สมคฺคํ สงฺฆํ อธมฺมสญฺญี ภินฺเทยฺย, ปาราชิโก โหติ อสํวาโส. โย ปน ภิกฺขุ ทุฏฺฐจิตฺโต ภควโต ชีวมานกสรีเร โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย, ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ สิกฺขาปทานิ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ. ยานิ สนฺธาย ‘‘เอกสฺส เฉชฺชกา โหติ, จตุนฺนํ ถุลฺลจฺจยํ, จตุนฺนญฺเจว อนาปตฺติ, สพฺเพสํ เอกวตฺถุกา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อตฺถาปตฺติ ติฏฺฐนฺเต ภควติ อาปชฺชติ, โน ปรินิพฺพุเต’’ติ (ปริ. ๓๒๓) จ วุตฺตํ. เตน น เกวลํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ชานํ สงฺฆเภทโก อนุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปาเทตพฺโพ…เป… อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ อิทเมว สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ สาธกํ โหติ. ‘‘ปณฺฑโก, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน น อุปสมฺปาเทตพฺโพ, อุปสมฺปนฺโน นาเสตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๐๙) เอวมาทีสุ ปน อุปชฺฌายาทีนํ ทุกฺกฏเมว ปญฺญตฺตํ, น ปณฺฑกาทีนํ ปาราชิกาปตฺติ. น หิ เตสํ ภิกฺขุภาโว อตฺถิ. ยโต สิยา ปาราชิกาปตฺติ. ตถา ‘‘น อจฺฉินฺเน เถเว ปกฺกมิตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๖๖, ๖๗, ๗๘, ๗๙) เอวมาทิกญฺจ ปฏิกฺเขปสิกฺขาปทเมว นาม.

ขนฺธเกสุ ปญฺญตฺตทุกฺกฏถุลฺลจฺจยานิ ปญฺญตฺติสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘เตน หิ, สาริปุตฺต, เภทานุวตฺตเก ถุลฺลจฺจยํ เทสาเปหี’’ติ (จูฬว. ๓๔๕) วุตฺตํ, ถุลฺลจฺจยมฺปิ ตตฺเถว สโมธานํ คจฺฉติ. อิทํ เตสํ วิภตฺติกมฺมกฺขเณ อปญฺญตฺตตฺตา อวิชฺชมานมฺปิ ภควโต วจเนน วิสุทฺธกฺขเณปิ วิชฺชมานํ ชาตนฺติ เอเก. ‘‘เภทานุวตฺตเก เทสาเปหี’’ติ วจนโต เสสเภทานุวตฺตกานํ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สงฺฆเภทกานํ อนุวตฺเตยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. ตถา สพฺพานิ ขนฺธกวตฺตานิ, วินยกมฺมานิ จ ตตฺเถว สโมธานํ คจฺฉนฺติ. ยถาห ‘‘ปญฺญตฺเต ตํ อุปาลิ มยา อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ อาคนฺตุกวตฺตํ…เป… เอวํ สุปญฺญตฺเต โข มยา อุปาลิ สิกฺขาปเท’’ติอาทิ. ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๘๓๔) อิมินา สุตฺเตน ภิกฺขุนี นจฺเจยฺย วา คาเยยฺย วา วาเทยฺย วา, ปาจิตฺติยนฺติ เอวมาทิกํ ยํ กิญฺจิ อฏฺฐกถาย ทิสฺสมานํ อาปตฺติชาตํ วินยกมฺมํ วา อวุตฺตสิทฺธิสิกฺขาปทํ นาม. ฉพฺพิธมฺเปตํ ฉหิ อากาเรหิ อุทฺเทสารหํ น โหตีติ อนุทฺเทสสิกฺขาปทํ นามาติ เวทิตพฺพํ. เสยฺยถิทํ – ปญฺจหิ อุทฺเทเสหิ ยถาสมฺภวํ วิสภาคตฺตา ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตานํ สภาควตฺถุกมฺปิ ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยทฺวยํ อสภาคาปตฺติกตฺตา อนฺตราปตฺติปญฺญตฺติสิกฺขาปทานํ, นานาวตฺถุกาปตฺติกตฺตา ปฏิกฺเขปสิกฺขาปทานํ, เกสญฺจิ วินีตวตฺถุปญฺญตฺติสิกฺขาปทานญฺจ อทสฺสิตาปตฺติกตฺตา, อทสฺสิตวตฺถุกตฺตา เภทานุวตฺตกถุลฺลจฺจยสฺส, อทสฺสิตาปตฺติวตฺถุกตฺตา อวุตฺตสิทฺธิสิกฺขาปทานนฺติ. เอตฺตาวตา ‘‘ทุวิธํ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ สอุทฺเทสานุทฺเทสเภทโต’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตํ สมาสโต ปกาสิตํ โหติ.

ปญฺญตฺติยํ ตาว –

‘‘การโก อิธ นิทฺทิฏฺโฐ, อเปกฺขาย อภาวโต;

ปุพฺเพ วตฺตพฺพวิธานา-ภาวโต จ อาทิโต โยปเนน สหา’’ติ. –

อยํ นโย เวทิตพฺโพ. ตสฺสตฺโถ – เย เต อนิทฺทิฏฺฐการกา ปุพฺเพ วุตฺตปฺปเภทา สุกฺกวิสฏฺฐิอาทโย สิกฺขาปทวิเสสา, เตสุ อธิปฺปายกมฺมวตฺถุปุคฺคลปโยเค อเปกฺขาย ภาวโต การโก น นิทฺทิฏฺโฐ เตสํ สาเปกฺขภาวทสฺสนตฺถํ. ตํ สพฺพํ ตสฺมึ ตสฺมึ สิกฺขาปเท อาวิภวิสฺสติ, อิธ ปน ปาราชิกปญฺญตฺติยํ อเปกฺขาย อภาวโต การโก นิทฺทิฏฺโฐ. โย ปน การโก ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมิ’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๔๖๒, ๔๗๒, ๔๗๕) วิย ปุพฺเพ วตฺตพฺพวิธานาภาวโต กรณาทิวเสน อนิทฺทิสิตฺวา ปจฺจตฺตวเสน นิทฺทิฏฺโฐ อเปกฺขาย อภาวโต. ตตฺถ นิทฺทิสิยมาโน เสสทุติยานิยตปณีตโภชนํ สมณุทฺเทสตติยจตอุตฺถปาฏิเทสนีเยสุ วิย มชฺเฌ อนิทฺทิสิตฺวา ‘‘น เหว โข ปน…เป… โอภาสิตุ’’นฺติอาทิ (ปารา. ๔๕๓) วิย ปุพฺเพ วตฺตพฺพวิธานาภาวโต เอว อาทิมฺหิ นิทฺทิฏฺโฐ. อาทิมฺหิ นิทฺทิสิยมาโนปิ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปเภเทสุ เภทานุวตฺตกาทีสุ ปญฺจตฺตึเสสุ สิกฺขาปเทสุ วิย อนิทฺทิสิตฺวา ปุพฺเพ วตฺตพฺพวิธานาภาวโต เอว ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติอาทิโตว โยปน-สทฺเทน สห นิทฺทิฏฺโฐ. เอวํ นิทฺทิสิยมาโนปิ โส ยสฺมา ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนิโย เทฺว เอกมญฺเจ ตุวฏฺเฏยฺยุ’’นฺติอาทิ (ปาจิ. ๙๓๓) อาปตฺติ วิย ปรปฺปภวํ อาปตฺตึ น อาปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ เอกวจเนน นิทฺทิฏฺโฐ. เมถุนธมฺมาปตฺติปิ ปรปฺปภวา ‘‘ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๓๙) วจนโตติ เจ? ตํ น, อธิปฺปายชานนโต. อเนกิสฺสา เอว ภิกฺขุนิยา อาปตฺติ, น เอกิสฺสาติ นิยโม ตตฺถ อตฺถิ, น เอวํ อิธ นิยโมติ อนิยมิตาธิปฺปาโย. ลมฺพีมุทุปิฏฺฐีนํ กุโต ‘‘ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๕๕) วจนโต เตสํ เมถุนธมฺมาปตฺติ. อยมตฺโถ จตสฺโส เมถุนธมฺมปจฺจยาติ อฏฺฐวตฺถุกํ สนฺธาย ‘‘เฉชฺชํ สิยา เมถุนธมฺมปจฺจยา’’ติ (ปริ. ๔๘๑) จ ปริวาเร วุตฺตวจเนน สาเธตพฺโพ.

เภทานุวตฺตกสิกฺขาปเท ติณฺณํ อุทฺธํ น สมนุภาสิตพฺพา, น สงฺเฆน สงฺฆํ เอกโต กาตพฺพนฺติ. นยทสฺสนตฺถํ อาทิโตว ‘‘ภิกฺขู โหนฺตี’’ติ พหุวจนนิทฺเทสํ กตฺวา ปุน ‘‘เอโก วา เทฺว วา ตโย วา’’ติ (ปารา. ๔๑๘) วุตฺตํ, อญฺญถา น ตโต อุทฺธํ ‘‘อนุวตฺตกา โหนฺตี’’ติ อาปชฺชติ. ตโต นิทานวิโรโธ. ปญฺจสตมตฺตา หิ ตทนุวตฺตกา อเหสุํ. ยํ ปน สตฺตสติกกฺขนฺธเก ‘‘สงฺโฆ จตฺตาโร ปาจีนเก ภิกฺขู, จตฺตาโร ปาเวยฺยเก ภิกฺขู สมฺมนฺเนยฺย …เป… สมฺมตา’’ติอาทิ (จูฬว. ๔๕๖) ญตฺติทุติยกมฺมํ วุตฺตํ, ตํ ‘‘อุพฺพาหิกาย อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุ’’นฺติ วุตฺตตฺตา เตหิ กตฺตพฺพวิธานํ. สมฺมุติกรณเมว วา ตติยํ กตฺวา กปฺปติ. น หิ เต เตน กมฺเมน กมฺมารหา กมฺมกตา โหนฺติ. ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ, โส กมฺมารโหติ ลกฺขณํ. น จ ตทา สงฺโฆ เตสํ อฏฺฐนฺนมฺปิ ภิกฺขูนํ กมฺมํ อกาสิ. ภชาปิยมานา เต กมฺมปตฺตภาวํ ภชนฺติ. อธิกรณวูปสมกมฺมสฺส ปตฺตา ยุตฺตา สงฺเฆน กตาติ กตฺวา กมฺมปตฺตา เอว หิ เต โหนฺติ. ‘‘เต ภิกฺขู ภิกฺขูหิ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺพา ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคายา’’ติ (ปารา. ๔๑๘) วจนโต เตหิ กตฺตพฺพวิธานํ. สมฺมุติกรณเมว กมฺมํ โหตีติ เจ? ตํ น, อธิปฺปายชานนโต, ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย เอว เต ภิกฺขู กมฺมารหา กาตพฺพา, น โทสาคติวเสนาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. น หิ ปาจีนกาทีนํ สมฺมุติยา อธิกรณวูปสมสิทฺธิ วิย เตสํ สมนุภาสนกมฺเมน ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคสิทฺธิ โหติ, สมฺมุติ นาเมสา ปฐมํ อนุมตึ คเหตฺวา ยาจิตฺวาว กรียติ, น ตถา กมฺมนฺติ. กมฺมกรเณ ปน ตทตฺถสิทฺธิ โหติเยว. ปรสมฺมุติยา พหุตราว สมฺมนฺนิตพฺพาติ เวทิตพฺพํ.

‘‘เมถุนธมฺม’’นฺติ เอวํ พาหุลฺลนเยน ลทฺธนามกํ สกปโยเคน วา ปรปโยเคน วา อตฺตโน นิมิตฺตสฺส สกมคฺเค วา ปรมคฺเค วา ปรนิมิตฺตสฺส วา สกมคฺเค เอว ปเวสนปวิฏฺฐฏฺฐิตอุทฺธรเณสุ ยํ กิญฺจิ เอกํ ปฏิสาทิยนวเสน เสเวยฺย, ปาราชิโก โหติ อสํวาโสติ. เกจิ ปน ‘‘ปเวสนาทีนิ จตฺตาริ วา ตีณิ วา เทฺว วา เอกํ วา ปฏิเสเวยฺย, ปาราชิโก โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘โส เจ ปเวสนํ สาทิยติ, ปวิฏฺฐํ สาทิยติ, ฐิตํ สาทิยติ, อุทฺธรณํ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’ติอาที’’ติ (ปารา. ๕๘) วทนฺติ. เตสํ มเตน จตูสุปิ จตสฺโส ปาราชิกาปตฺติโย อาปชฺชติ. เตเยว เอวํ วทนฺติ – อาปชฺชตุ เมถุนธมฺมปาราชิกาปตฺติ, เมถุนธมฺมปาราชิกาปตฺติยา ตํภาคิยาติ อตฺตโน วีติกฺกเม ปาราชิกาปตฺติโย, สงฺฆาทิเสสาปตฺติญฺจ อาปชฺชิตฺวา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย คหฏฺฐกาเล เมถุนาทิกํ ปาราชิกํ อาปชฺชิตฺวา ปุน ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปชฺชิตฺวา เอกํ สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ เอกมเนกํ วา ปฏิกริตฺวาว โส ปุคฺคโล ยสฺมา นิราปตฺติโก โหติ, ตสฺมา โส คหฏฺฐกาเล สาปตฺติโกวาติ. อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนสฺสาปิ อตฺเถว อาปตฺติ. วุฏฺฐานเทสนาหิ ปน อสุชฺฌนโต ‘‘ปโยเค ปโยเค อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ น วุตฺตํ. คณนปโยชนาภาวโต กิญฺจาปิ น วุตฺตํ, อถ โข ปทภาชเน (ปารา. ๕๘) ‘‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ วจเนนายมตฺโถ สิทฺโธติ ยุตฺติญฺจ วทนฺติ.

ยทิ เอวํ มาติกายมฺปิ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย, ปาราชิก’’นฺติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ปาราชิกสฺส อนวเสสวจนมฺปิ น ยุชฺเชยฺย. สพฺเพปิ หิ อาปตฺติกฺขนฺเธ, ภิกฺขุคณนญฺจ อนวเสเสตฺวา ติฏฺฐตีติ อนวเสสวจนนฺติ กตฺวา ปเวเสว อาปตฺติ, น ปวิฏฺฐาทีสุ. ตเมเวกํ สนฺธาย ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺตี’’ติ (มหาว. ๑๓๔) ปาราชิกาปตฺติมฺปิ อนฺโต กตฺวา นิทานุทฺเทสวจนํ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา มาติกายํ ‘‘ปาราชิก’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ปาราชิโก โหตี’’ติ (ปารา. ๔๒, ๔๔) ปุคฺคลนิทฺเทสวจนํ เตน สรีรพนฺธเนน อุปสมฺปทาย อภพฺพภาวทีปนตฺถํ. ‘‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ ปทภาชเน วจนํ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺสาปิ ปาราชิกสฺส อสํวาสสฺส สโต ปุคฺคลสฺส อเถยฺยสํวาสกภาวทีปนตฺถํ. น หิ โส สํวาสํ สาทิยนฺโตปิ เถยฺยสํวาสโก โหติ, ตสฺมา อุปสมฺปนฺโน ‘‘ภิกฺขู’’เตฺวว วุจฺจติ. เตเนวาห ‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ สุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน อโนกาสํ การาเปตฺวา อกฺโกสาธิปฺปาโย วทติ, อาปตฺติ โอมสวาเทน ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๙) อนุปสมฺปนฺนสฺส ตทภาวโต สิทฺโธ โส อุปสมฺปนฺโน ‘‘ภิกฺขู’’เตฺวว วุจฺจตีติ, เตน ปทโสธมฺมํ, สหเสยฺยญฺจ ชเนติ, ภิกฺขุเปสุญฺญาทิญฺจ ชเนตีติ เวทิตพฺพํ (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๓๙).

นิทานา มาติกาเภโท, วิภงฺโค ตนฺนิยามโก;

ตโต อาปตฺติยา เภโท, อนาปตฺติ ตทญฺญถาติ. (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๔๓-๔๔) –

อยํ นโย เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สุทินฺนวตฺถุ (ปารา. ๒๔ อาทโย)-มกฺกฏิวตฺถุ (ปารา. ๔๐ อาทโย)-วชฺชิปุตฺตกวตฺถุ (ปารา. ๔๓) จาติ ติปฺปเภทวตฺถุ อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส นิทานํ นาม. ตโต นิทานา ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ…เป… อสํวาโส’’ติ (ปารา. ๔๔) อิมิสฺสา มาติกาย เภโท ชาโต. ตตฺถ หิ ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายา’’ติ (ปารา. ๔๔) อิตฺถิลิงฺควเสน ‘‘สจฺจํ, อาวุโส, ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตญฺจ โข อิตฺถิยา, โน ปุริเส, โน ปณฺฑเก, โน อุภโตพฺยญฺชนเก จา’’ติ มกฺกฏิปาราชิโก วิย อญฺโญปิ เลสํ โอฑฺเฑตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา ตาทิสสฺส อเลโสกาสสฺส ทสฺสนตฺถํ อิทํ วุจฺจติ, มกฺกฏิสงฺขาตา นิทานา ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปี’’ติ มาติกาย วจนเภโท, น อิตฺถิยา เอว เมถุนสิทฺธิทสฺสนโต. ตสฺมา วิภงฺโค ตนฺนิยามโก ตสฺสา มาติกาย อธิปฺเปตตฺถนิยามโก วิภงฺโคติ. วิภงฺเค หิ ‘‘ติสฺโส อิตฺถิโย, ตโย อุภโตพฺยญฺชนกา, ตโย ปณฺฑกา, ตโย ปุริสา. มนุสฺสิตฺถิยา ตโย มคฺเค, ติรจฺฉานคตปุริสสฺส เทฺว มคฺเค’’ติอาทินา (ปารา. ๕๖) นเยน สพฺพเลโสกาสํ ปิทหิตฺวา นิยโม กโต. เอตฺถาห – ยทิ เอวํ สาธารณสิกฺขาปทวเสน วา ลิงฺคปริวตฺตนวเสน วา น เกวลํ ภิกฺขูนํ, ภิกฺขุนีนมฺปิ ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ วิภงฺเค วตฺตพฺพํ สิยา. ตทวจเนน หิ ภิกฺขุนี ปุริสลิงฺคปาตุภาเวน ภิกฺขุภาเว ฐิตา เอวํ วเทยฺย ‘‘นาหํ อุปสมฺปทากรณกาเล ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺนา, ตสฺมา น อปจฺจกฺขาตสิกฺขาปิ เมถุนธมฺเมน ปาราชิกา โหมี’’ติ. วุจฺจเต – ยถา วุตฺตํ, ตถา น วตฺตพฺพํ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต. ตถา วุตฺเต ภิกฺขุนีนมฺปิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ อตฺถีติ อาปชฺชติ. ตญฺจานิฏฺฐํ. อิทมปรมนิฏฺฐํ ‘‘สพฺพสิกฺขาปทานิ สาธารณาเนว นาสาธารณานี’’ติ. อปิจายํ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺนาว โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตํเยว อุปชฺฌํ ตเมว อุปสมฺปทํ ตานิ วสฺสานิ ภิกฺขูหิ สงฺคมิตุ’’นฺติอาทิ (ปารา. ๖๙) วุตฺตํ. ตโต อาปตฺติยา เภโทติ ตโต วิภงฺคโต ‘‘อกฺขยิเต สรีเร ปาราชิกํ, เยภุยฺเยน ขยิเต ถุลฺลจฺจย’’นฺติอาทิ (ปารา. ๗๓, ปริ. ๑๕๗) อาปตฺติยา เภโท โหติ. อนาปตฺติ ตทญฺญถาติ ตโต เอว วิภงฺคโต เยน อากาเรน อาปตฺติ วุตฺตา, ตโต อญฺเญนากาเรน อนาปตฺติเภโทว โหติ. ‘‘สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺส, น สาทิยติ, อนาปตฺตี’’ติ หิ วิภงฺเค อสติ น ปญฺญายติ. เอตฺตาวตา ‘‘นิทานา มาติกาเภโท’’ติ อยํ คาถา สมาสโต วุตฺตตฺถา โหติ. วิเสสการณํ ปน ตสฺมึ ตสฺมึ สิกฺขาปเท อาวิภวิสฺสติ.

ปฐมปญฺญตฺติ ตาว ปฐมโพธึ อติกฺกมิตฺวา ปญฺญตฺตตฺตา, อายสฺมโต สุทินฺนสฺส อฏฺฐวสฺสิกกาเล ปญฺญตฺตตฺตา จ รตฺตญฺญุมหตฺตํ ปตฺตกาเล ปญฺญตฺตา, ทุติยปญฺญตฺติ พาหุสจฺจมหตฺตํ ปตฺตกาเล. โส หิ อายสฺมา มกฺกฏิปาราชิโก ยถา มาตุคามปฺปฏิสํยุตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ ติรจฺฉานคติตฺถี น อธิปฺเปตา, ตถา อิธาปีติ สญฺญาย ‘‘สจฺจํ, อาวุโส…เป… ตญฺจ โข มนุสฺสิตฺถิยา, โน ติรจฺฉานคตายา’’ติ (ปารา. ๔๑) อาห. ตติยปญฺญตฺติ ลาภคฺคมหตฺตํ ปตฺตกาเล อุปฺปนฺนา ‘‘ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา’’ติอาทิ (ปารา. ๔๓) วจนโต, เวปุลฺลมหตฺตมฺปิ เอตฺเถว ลพฺภตีติ อิมํ ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทํ ติวิธมฺปิ วตฺถุํ อุปาทาย จตุพฺพิธมฺปิ ตํ กาลํ ปตฺวา ปญฺญตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ โย ปนาติ อนวเสสปริยาทานปทํ. ภิกฺขูติ ตสฺส อติปฺปสงฺคนิยมปทํ. ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโนติ ตสฺส วิเสสนวจนํ. น หิ สพฺโพปิ ภิกฺขุนามโก, ยา ภควตา ยาย กายจิ อุปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺนภิกฺขูนํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน สิกฺขิตพฺพา สิกฺขา วิหิตา, ‘‘เอตฺถ สห ชีวนฺตี’’ติ โย จ สาชีโว วุตฺโต, ตํ อุภยํ สมาปนฺโนว โหติ. กทา ปน สมาปนฺโน โหติ? ยาย กายจิ อุปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺนสมนนฺตรเมว ตทุภยํ ชานนฺโตปิ อชานนฺโตปิ ตทชฺฌุปคตตฺตา สมาปนฺโนว นาม โหติ. สห ชีวนฺตีติ ยาว สิกฺขํ น ปจฺจกฺขาติ, ปาราชิกภาวํ วา น ปาปุณาติ. ยํ ปน วุตฺตํ อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘สิกฺขํ ปริปูเรนฺโต สิกฺขาสมาปนฺโน สาชีวํ อวีติกฺกมนฺโต สาชีวสมาปนฺโน’’ติ, ตํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน วุตฺตํ. น หิ สิกฺขํ อปริปูเรนฺโต, กามวิตกฺกาทิพหุโล วา เอกจฺจํ สาวเสสํ สาชีวํ วีติกฺกมนฺโต วา สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน นาม น โหติ.

อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ปน จตุกฺกํ ลพฺภติ – ‘‘อตฺถิ ภิกฺขุ สิกฺขาสมาปนฺโน สีลานิ ปจฺจเวกฺขนฺโต น สาชีวสมาปนฺโน อจิตฺตกํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมนฺโต, อตฺถิ น สิกฺขาสมาปนฺโน กามวิตกฺกาทิพหุโล สาชีวสมาปนฺโน นิราปตฺติโก, อตฺถิ น สิกฺขาสมาปนฺโน น จ สาชีวสมาปนฺโน อนวเสสํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, อตฺถิ อุภยสมาปนฺโน สิกฺขํ ปริปูเรนฺโต สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโต’’ติ. อยเมตฺถ จตุตฺโถ ภิกฺขุ อุกฺกฏฺโฐ อิธ อธิปฺเปโต สิยา. น หิ ภควา อนุกฺกฏฺฐํ วตฺตุํ ยุตฺโตติ เจ? น, ‘‘ตตฺร ยายํ อธิสีลสิกฺขา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติ วจนวิโรธโต, อุกฺกฏฺฐคฺคหณาธิปฺปาเย สติ ‘‘สิกฺขาติ ติสฺโส สิกฺขา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. สิกฺขตฺตยสมาปนฺโน หิ สพฺพุกฺกฏฺโฐ. ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ ปรโต วจนํ อเปกฺขิตฺวา อธิสีลสิกฺขาว วุตฺตาติ เจ? น, ตสฺสาปิ อภพฺพตฺตา. น หิ อธิสีลสิกฺขํ ปริปูเรนฺโต, สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโต เมถุนธมฺมํ ปฏิเสวิตุํ ภพฺโพ, ตํ สิกฺขํ อปริปูเรนฺโต, สาชีวญฺจ วีติกฺกมนฺโตเยว หิ ปฏิเสเวยฺยาติ อธิปฺปายา. ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ยสฺมา สิกฺขาปทสงฺขาโต สาชีโว อธิสีลสิกฺขเมว สงฺคณฺหาติ, น อิตรสิกฺขาทฺวยํ, ตสฺมา ‘‘ตตฺร ยายํ อธิสีลสิกฺขา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา อธิสีลสิกฺขาย สงฺคาหโก สาชีโว สิกฺขาสาชีโวติ วุตฺโต. อิติ สาชีววิเสสนตฺถํ สิกฺขาคฺคหณํ กตํ. ตทตฺถทีปนตฺถเมว วิภงฺเค สิกฺขํ อปรามสิตฺวา ‘‘ตสฺมึ สิกฺขติ, เตน วุจฺจติ สาชีวสมาปนฺโน’’ติ (ปารา. ๔๕) วุตฺตํ. เตน เอกเมวิทํ อตฺถปทนฺติ ทีปิตํ โหติ. ตญฺจ อุปสมฺปทูปคมนนฺตรโต ปฏฺฐาย สิกฺขนาธิการตฺตา ‘‘สิกฺขตี’’ติ จ ‘‘สมาปนฺโน’’ติ จ วุจฺจติ. โย เอวํ ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ สงฺขํ คโต, ตาทิสํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อปรภาเค สาชีวสงฺขาตเมว สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ตสฺมึเยว ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยาติ อยมตฺโถ ยุชฺชติ.

กินฺตุ อฏฺฐกถานโย ปฏิกฺขิตฺโต โหติ, โส จ น ปฏิกฺเขปารโห โหติ, อธิปฺปาโย ปเนตฺถ ปริเยสิตพฺโพ. สพฺเพสุ สิกฺขาปเทสุ อิทเมว ภิกฺขุลกฺขณํ สาธารณํ ยทิทํ ‘‘ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ. ขีณาสโวปิ สาวโก อาปตฺตึ อาปชฺชติ อจิตฺตกํ, ตถา เสกฺโข, ปุถุชฺชโน ปน สจิตฺตกมฺปิ, ตสฺมา เสกฺขาเสกฺขปุถุชฺชนานํ สามญฺญมิทํ ภิกฺขุลกฺขณนฺติ กตฺวา เกวลํ สิกฺขาสมาปนฺโน, เกวลํ สาชีวสมาปนฺโน, อุภยสมาปนฺโน จาติ สรูเปกเทสเอกเสสนเยน ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’เตฺวว สมฺปิณฺเฑตฺวา อุกฺกฏฺฐคฺคหเณน อนุกฺกฏฺฐานํ คหณสิทฺธิโต อฏฺฐกถายํ อุกฺกฏฺโฐว วุตฺโต. ตเมว สมฺปาเทตุํ ‘‘ตสฺมึ สิกฺขติ, เตน วุจฺจติ สาชีวสมาปนฺโน’’ติ เอตฺถ สิกฺขาสทฺทสฺส อวจเน ปริหารํ วตฺวา ยสฺมา ปน โส สิกฺขมฺปิ สมาปนฺโน, ตสฺมา สิกฺขาสมาปนฺโนติปิ อตฺถโต เวทิตพฺโพติ จ วตฺวา ‘‘ยํ สิกฺขํ สมาปนฺโน, ตํ อปจฺจกฺขาย, ยญฺจ สาชีวํ สมาปนฺโน, ตตฺถ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ วุตฺตนฺติ อยมฏฺฐกถาย อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. เอตสฺมึ ปน อธิปฺปาเย อธิสีลสิกฺขาย เอว คหณํ สพฺพตฺถิกตฺตา, สีลาธิการโต จ วินยสฺสาติ เวทิตพฺพํ. ยถา จ สิกฺขาปทํ สมาทิยนฺโต สีลํ สมาทิยตีติ วุจฺจติ, เอวํ สิกฺขาปทํ ปจฺจกฺขนฺโต สีลํ ปจฺจกฺขาตีติ วตฺตุํ ยุชฺชติ, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตํ ‘‘ยํ สิกฺขํ สมาปนฺโน, ตํ อปจฺจกฺขายา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. สิกฺขาปจฺจกฺขานวิภงฺควณฺณนา). เอตฺตาวตา สมาสโต ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ เอตฺถ วตฺตพฺพวินิจฺฉโย นิฏฺฐิโต โหติ.

กึ อิมินา วิเสสวจเนน ปโยชนํ, นนุ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา…เป… อสํวาโส’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพนฺติ เจ? น วตฺตพฺพํ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต. ‘‘โย ปน สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน เถยฺยสํวาสาทิโก เกวเลน สมญฺญามตฺเตน, ปฏิญฺญามตฺเตน วา ภิกฺขุ, ตสฺสาปิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ อตฺถิ, สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย จ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส ปาราชิกาปตฺติ. โย วา ปจฺฉา ปาราชิกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, ตสฺส จ, โย วา ปกฺขปณฺฑกตฺตา ปณฺฑกภาวูปคมเนน น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, ตสฺส จ ตทุภยํ อตฺถีติ อาปชฺชติ. ปณฺฑกภาวปกฺเข จ ปณฺฑโก อุปสมฺปทาย น วตฺถู’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา อิตรสฺมึ ปกฺเข วตฺถูติ สิทฺธํ. ตสฺมึ ปกฺเข อุปสมฺปนฺโน ปณฺฑกภาวปกฺเข ปณฺฑกตฺตา น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, โส ปริจฺจชิตพฺพาย สิกฺขาย อภาเวน สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย มุเขน ปรสฺส องฺคชาตคฺคหณนเยน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย, ตสฺส กุโต ปาราชิกาปตฺตีติ อธิปฺปาโย. อยํ นโย อปณฺฑกปกฺขํ อลภมานสฺเสว ปรโต ยุชฺชติ, ลภนฺตสฺส ปน อรูปสตฺตานํ กุสลาทิสมาปตฺติกฺขเณ ภวงฺควิจฺเฉเท สติปิ อมรณํ วิย ปณฺฑกภาวปกฺเขปิ ภิกฺขุภาโว อตฺถิ. สํวาสํ วา สาทิยนฺตสฺส น เถยฺยสํวาสกภาโว อตฺถิ อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนสฺส วิย. น จ สหเสยฺยาทึ ชเนติ. คณปูรโก ปน น โหติ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน วิย. น โส สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน. อิตรสฺมึ ปน ปกฺเข โหติ, อยํ อิมสฺส ตโต วิเสโส. กิมยํ สเหตุโก, อุทาหุ อเหตุโกติ? น อเหตุโก. ยโต อุปสมฺปทา ตสฺส อปณฺฑกปกฺเข อนุญฺญาตา สเหตุกปฺปฏิสนฺธิกตฺตา. ปณฺฑกภาวปกฺเขปิ กิสฺส นานุญฺญาตาติ เจ? ปณฺฑกภูตตฺตา โอปกฺกมิกปณฺฑกสฺส วิย.

อปิจ ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ อิมินา ตสฺส สิกฺขาสมาทานํ ทีเปตฺวา ตํ สมาทินฺนํ สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย, ตตฺถ จ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวาติ วตฺตุํ ยุชฺชติ, น อญฺญถาติ อิมินา การเณน ยถาวุตฺตานิฏฺฐปฺปสงฺคโต ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา เจตฺถ, เอวํ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา คามา วา อรญฺญา วา อทินฺนํ…เป… โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา สุคตจีวรปฺปมาณํ จีวรํ การาเปยฺยา’’ติ สพฺพตฺถ โยเชตพฺพํ.

‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปี’’ติ มนุสฺสิตฺถึ อุปาทาย วุตฺตํ. น หิ ปเคว ปณฺฑเก, ปุริเส วาติ วตฺตุํ ยุชฺชติ. เสสํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตนยเมว. อยํ ตาว มาติกาย วินิจฺฉโย อญฺญตฺถาปิ ยถาสมฺภวํ โยเชตฺวา ทีเปตพฺโพ.

สาริปุตฺตเพลฏฺฐสีสานนฺทาทโยปิ สิกฺขาปทปญฺญตฺติการณตฺตา จ อาปตฺติอาปชฺชนโต จ กสฺมา มหาวิภงฺเค ญตฺติจตุตฺถอุปสมฺปทาเยว อาคตาติ? ปฏิกฺขิตฺตาย สรณคมนูปสมฺปทาย อนุญฺญาตปฺปสงฺคภยาติ อุปติสฺสตฺเถโร. อาปตฺติยา ภพฺพตํ สนฺธาย ตสฺมิมฺปิ วุตฺเต ปุพฺเพ ปฏิกฺขิตฺตาปิ ภควตา ปุน อนุญฺญาตาติ ภิกฺขูนํ มิจฺฉาคาโห วา วิมติ วา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา น วุตฺตาติ วุตฺตํ โหติ.

‘‘อธมฺมกมฺมํ วคฺคกมฺม’’ติ (มหาว. ๓๘๗) วจนโต กุปฺปกมฺมมฺปิ กตฺถจิ ‘‘กมฺม’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา ‘‘อกุปฺเปนา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา อกุปฺปกมฺมมฺปิ เอกจฺจํ น ฐานารหํ, เยน อปตฺโต โอสารณํ สุโอสาริโตติ วุจฺจติ, ตสฺมา ‘‘ฐานารเหนา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ ‘‘ฐานารเหนา’’ติ อิทเมว วตฺตพฺพํ อิมินา อกุปฺปสิทฺธิโตติ เจ? น, อฏฺฐานารเหน อกุปฺเปน อุปสมฺปนฺโน อิมสฺมึ อตฺเถ น อธิปฺเปโต อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต. ทฺวีหิ ปเนเตหิ เอกโต วุตฺเตหิ อยมตฺโถ ปญฺญายติ – เกวลํ เตน อกุปฺเปน อุปสมฺปนฺโน อยมฺปิ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ, ฐานารเหน จ อกุปฺเปน จ อุปสมฺปนฺโน อยมฺปิ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ, กุปฺเปน อุปสมฺปนฺโน นาธิปฺเปโตติ.

‘‘ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย อปริปุณฺณวีสติวสฺโส’’ติ วุตฺตตฺตา โอปปาติกญฺจาติ โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา โอปปาติกา ปฏิสนฺธิโต ปฏฺฐาย อปริปุณฺณวีสติวสฺสาติ วทนฺติ. ‘โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา โหนฺตี’ติ วุตฺตตฺตา ปุน จตฺตาริ วสฺสานิ อิจฺฉิตพฺพานิ, ‘ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐายา’ติ อิทํ คพฺภเสยฺยกานํ วเสน วุตฺต’’นฺติ เอเก. ‘‘เกจิ วทนฺตี’’ติ ยตฺถ ยตฺถ ลิขียติ, ตตฺถ ตตฺถ วิจาเรตฺวา อตฺถํ สุฏฺฐุ อุปลกฺขเย. โอปกฺกมิเก ปณฺฑกภาโว อารุฬฺหนเยน เวทิตพฺโพ. ‘‘ปกฺขปณฺฑโก อปณฺฑกปกฺเข ปพฺพาเชตฺวา ปณฺฑกปกฺเข นาเสตพฺโพ’’ติ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๑๐๙) ลิขิตํ.

‘‘พินฺทุํ อทตฺวา เจ นิวาเสติ, เถยฺยสํวาสโก น โหตี’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. ลิงฺคานุรูปสฺสาติ สามเณรารหสฺส สํวาสสฺส สาทิตตฺตาติ อธิปฺปาโย.

ราชภยาทีหิ คหิตลิงฺคานํ ‘‘คิหี มํ ‘สมโณ’ติ ชานนฺตู’’ติ วญฺจนจิตฺเต สติปิ ภิกฺขูนํ วญฺเจตุกามตาย จ เตหิ สํวสิตุกามตาย จ อภาวา โทโส น ชาโตติ. ‘‘โย เอวํ ปพฺพชติ, โส เถยฺยสํวาสโก นาม โหตี’’ติ วา ‘‘เอวํ กาตุํ น ลพฺภตี’’ติ วา ‘‘เอวํ ปพฺพชิโต สามเณโร น โหตี’’ติ วา น ชานาติ, วฏฺฏติ. ‘‘ชานาติ, น วฏฺฏตี’’ติ จ ลิขิตํ. ‘‘ราชทุพฺภิกฺขาทิอตฺถาย จีวรํ ปารุปิตฺวา สํวาสํ สาทิยนฺโต เถยฺยสํวาสโก โหติ. กสฺมา? อสุทฺธจิตฺตตฺตา. ปุน โส ‘สุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ กริสฺสามิ, กึ เอเตนาติ วิปฺปฏิสาเรน วา ปจฺจยาทิสุลภตาย วา กริสฺสามี’ติ สุทฺธมานโส หุตฺวา ยาว โส สํวาสํ นาธิวาเสติ, ตาว เถยฺยสํวาสโก น โหติ. เอวํ สุทฺธจิตฺตุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย สํวาสํ สาทิยติ เจ, เถยฺยสํวาสโก โหตีติ อธิปฺเปโต. อิตรถา สพฺพํ วิรุชฺฌตี’’ติ เอเก.

‘‘นาภิปรามาสาทินา ชาโต ตถารูปํ ปิตรํ ฆาเตติ เจ, ปิตุฆาตโก โหตี’’ติ วทนฺติ.

โย ปน กายสํสคฺเคน สีลวินาสํ ปาเปติ, น โส ภิกฺขุนิทูสโก ‘‘ติณฺณํ มคฺคาน’’นฺติ วจนโต. ภิกฺขุนึ ปน เอกโตอุปสมฺปนฺนํ ทูเสตฺวาปิ ภิกฺขุนิทูสโก โหติ, โสปิ ปาราชิโก โหตีติ วินิจฺฉโย. ภิกฺขุนี ปน เถยฺยสํวาสิกา, มาตุปิตุอรหนฺตฆาติกา, โลหิตุปฺปาทิกา, ติตฺถิยปกฺกนฺติกา จ โหติ, อฏฺฐกถาสุ อนาคตํ วินยธรา สมฺปฏิจฺฉนฺติ.

‘‘สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒) วุตฺตํ มริยาทํ อวีติกฺกมนฺโต ตสฺมิญฺจ สิกฺขาปเท สิกฺขตีติ วุจฺจติ. สิกฺขาปทนฺติ อสภาวธมฺโม สงฺเกโตว, อิธ ปญฺญตฺติ อธิปฺเปตา. ‘‘เมถุนสํวรสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตํ, ตํ ปนตฺถํ สนฺธายาติ ลิขิตํ. สิกฺขาติ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ, สิกฺขนภาเวน ปวตฺตจิตฺตุปฺปาโท. สาชีวนฺติ ปญฺญตฺติ. ตทตฺถทสฺสนตฺถํ ปุพฺเพ ‘‘เมถุนสํวรสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ยสฺมา สิกฺขาย คุณสมฺมตาย ปุญฺญสมฺมตาย ตนฺติยา อภาวโต โลกสฺส ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ ตตฺถ น สมฺภวติ. ปตฺถนียา หิ สา, ตสฺมา ‘‘ยญฺจ สาชีวํ สมาปนฺโน, ตสฺมึ ทุพฺพลภาวํ อปฺปกาเสตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อาณาย หิ ทุพฺพลฺยํ สมฺภวตีติ อุปติสฺโส. ทุพฺพลฺยาวิกมฺมปทํ สิกฺขาปจฺจกฺขานปทสฺส พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาย วา ปริวารกภาเวน วา เวทิตพฺพํ. อถ วา ยสฺมา สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส เอกจฺจํ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ อกตํ โหติ, ตสฺมา ตํ สนฺธาย ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ ปทสฺส อตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ อาห. ตตฺถ สิยา ยสฺมา น สพฺพํ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ, ตสฺมา ‘‘ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ ปฐมํ วตฺวา ตสฺส อตฺถนิยมตฺถํ ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ วตฺตพฺพนฺติ? ตํ น, กสฺมา? อตฺถานุกฺกมาภาวโต. ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ หิ วุตฺตตฺตา ‘‘ยํ สิกฺขํ สมาปนฺโน, ตํ อปจฺจกฺขาย, ยญฺจ สาชีวํ สมาปนฺโน, ตตฺถ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ วุจฺจมาเน อนุกฺกเมเนว อตฺโถ วุตฺโต โหติ, น อญฺญถา, ตสฺมา อิทเมว ปฐมํ วุตฺตนฺติ. เตสํเยวาติ จุทฺทสนฺนํ.

‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ สพฺพสิกฺขาปทานํ สาธารณตฺถํ ‘‘อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตํ.

ปเวสนํ นาม องฺคชาตํ ปเวเสนฺตสฺส องฺคชาเตน สมฺผุสนํ. ปวิฏฺฐํ นาม ยาว มูลํ ปเวเสนฺตสฺส วิปฺปกตกาโล วายามกาโล. สุกฺกวิสฏฺฐิสมเย องฺคชาตํ ฐิตํ นาม. อุทฺธรณํ นาม นีหรณกาโล. วินยคณฺฐิปเท ปน ‘‘วายามโต โอรมิตฺวา ฐานํ ฐิตํ นามา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อสงฺกรโต ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปเวสนปวิฏฺฐอุทฺธรณกาเลสุปิ สุกฺกวิสฏฺฐิ โหติเยว. สาทิยนํ นาม เสวนจิตฺตสฺส อธิวาสนจิตฺตสฺส อุปฺปาทนํ.

อุภโตวิภงฺเค เอว ปญฺญตฺตานิ สนฺธาย ‘‘อิทญฺหิ สพฺพสิกฺขาปทานํ นิทาน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปทา’’ติ (มหาว. ๒๕๙) วุตฺตตฺตา อิธ ตติยา สหโยเคน วุตฺตา. ตสฺมา วีสติปิ ภิกฺขู เจ นิสินฺนา, ปญฺจโม วินยธโรว อิจฺฉิตพฺโพ, เอวํ สติ ปาราชิโก เจ วินยธโร, อุปสมฺปทากมฺมํ โกเปตีติ เจ? น, ปริวาราวสาเน กมฺมวคฺเค (ปริ. ๔๘๒ อาทโย) ยํ กมฺมวิปตฺติลกฺขณํ วุตฺตํ, ตสฺส ตสฺมึ นตฺถิตาย. ‘‘กถํ วตฺถุโต วา ญตฺติโต วา อนุสฺสาวนโต วา สีมโต วา ปริสโต วา’’ติ เอตฺตกํ วุตฺตํ, นนุ อยํ ‘‘ปริสโต วา’’ติ วจเนน สงฺคหิโตติ เจ? น, ‘‘ทฺวาทสหิ อากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺตี’’ติ (ปริ. ๔๘๗) สุตฺตสฺส หิ วิภงฺเค ตสฺส อนามฏฺฐตฺตาติ อยมตฺโถ ยสฺมา ตตฺถ ตตฺถ สรูเปน วุตฺตปาฬิวเสเนว สกฺกา ชานิตุํ, ตสฺมา นยมุขํ ทสฺเสตฺวา สํขิตฺโตติ ลิขิตํ. ‘‘องฺค’’นฺติ ปทํ อุทฺธริตฺวา ‘‘สพฺพสิกฺขาปเทสุ อาปตฺตีนํ องฺคานงฺคํ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, อิธ ปน ‘‘องฺค’’นฺติ วุตฺตํ, กสฺมา? สมุฏฺฐนาทีนํ ปริวาราทีสุ สงฺเขเปน อาคตตฺตา ตตฺถ คเหตฺวา อิธาปิ นิทฺทิฏฺฐานํ อนงฺคานํ ววตฺถานาภาวโต, สพฺพตฺถ สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จ อนงฺคตฺเต วุจฺจมาเน อติวิตฺถารตาย ตสฺมึ ตสฺมึ สิกฺขาปเท อนูนํ วตฺตพฺพโต จาติ เวทิตพฺโพ, สพฺพาปตฺตีนํ สงฺคาหกวเสนาติ อตฺโถ.

ยานิ สิกฺขาปทานิ ‘‘กิริยานี’’ติ วุจฺจนฺติ, เตสํ วเสน กายวาจา สห วิญฺญตฺติยา เวทิตพฺพา, อกิริยานํ วเสน วินา วิญฺญตฺติยา เวทิตพฺพา. จิตฺตํ ปเนตฺถ อปฺปมาณํ ภูตาโรจนสมุฏฺฐานสฺส กิริยตฺตา, อจิตฺตกตฺตา จ. ตตฺถ กิริยา อาปตฺติยา อนงฺคนฺตรจิตฺตสมุฏฺฐานา เวทิตพฺพา. อวิญฺญตฺติชนกมฺปิ เอกจฺจํ พาหุลฺลนเยน ‘‘กิริย’’นฺติ วุจฺจติ ยเถว ปฐมปาราชิกํ. วิญฺญตฺติยา อภาเวปิ ‘‘โส เจ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺส, น สาทิยติ, อนาปตฺตี’’ติ หิ วุตฺตํ, วิญฺญตฺติสงฺขาตาปิ กิริยา วินา เสวนจิตฺเตน น โหติ วุตฺตจิตฺตชตฺตา, วิการรูปตฺตา, จิตฺตานุปริวตฺติกตฺตา จ. ตสฺมา กิริยาสงฺขาตมิทํ วิญฺญตฺติรูปํ, อิตรํ จิตฺตชรูปํ วิย ชนกจิตฺเตน วินา น ติฏฺฐติ, อิตรํ สทฺทายตนํ ติฏฺฐติ, ตสฺมา กิริยาย สติ เอกนฺตโต ตชฺชนกํ เสวนจิตฺตํ อตฺถิ เอวาติ กตฺวา น สาทิยติ, อนาปตฺตีติ น ยุชฺชตีติ. ยสฺมา วิญฺญตฺติชนกมฺปิ สมานํ เสวนจิตฺตํ น สพฺพกาลํ วิญฺญตฺตึ ชเนติ, ตสฺมา วินาปิ วิญฺญตฺติยา สยํ อุปฺปชฺชตีติ กตฺวา ‘‘สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ วุตฺตํ. นุปฺปชฺชติ เจ, น สาทิยติ นาม, ตสฺส อนาปตฺติ. เตเนว ภควา ‘‘กึจิตฺโต ตฺวํ ภิกฺขู’’ติ (ปารา. ๑๓๕) จิตฺเตเนว อาปตฺตึ ปริจฺฉินฺทติ, น กิริยายาติ เวทิตพฺพํ.

เอตฺถ สมุฏฺฐานคฺคหณํ กตฺตพฺพโต วา อกตฺตพฺพโต วา กายาทิเภทาเปกฺขเมว อาปตฺตึ อาปชฺชติ, น อญฺญถาติ ทสฺสนปฺปโยชนํ. เตสุ กิริยาคฺคหณํ กายาทีนํ สวิญฺญตฺติกาวิญฺญตฺติกเภททสฺสนปฺปโยชนํ. สญฺญาคฺคหณํ อาปตฺติยา องฺคานงฺคจิตฺตวิเสสทสฺสนปฺปโยชนํ. เตน ยํ จิตฺตํ กิริยลกฺขเณ วา อกิริยลกฺขเณ วา สนฺนิหิตํ, ยโต วา กิริยา วา อกิริยา วา โหติ, น ตํ อวิเสเสน อาปตฺติยา องฺคํ วา อนงฺคํ วา โหติ. กินฺตุ ยาย สญฺญาย ‘‘สญฺญาวิโมกฺข’’นฺติ วุจฺจติ, ตาย สมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ องฺคํ, อิตรํ อนงฺคนฺติ ทสฺสิตํ โหติ. อิทานิ เยน จิตฺเตน สิกฺขาปทํ สจิตฺตกํ โหติ, ตทภาวา อจิตฺตกํ, เตน ตสฺส อวิเสเสน สาวชฺชตาย ‘‘โลกวชฺชเมวา’’ติ วุตฺตํ. กินฺตุ สาวชฺชํเยว สมานํ เอกจฺจํ โลกวชฺชํ, เอกจฺจํ ปณฺณตฺติวชฺชนฺติ ทสฺสนปฺปโยชนํ จิตฺตโลกวชฺชคฺคหณํ. จิตฺตเมว ยสฺมา ‘‘โลกวชฺช’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา มโนกมฺมมฺปิ สิยา อาปตฺตีติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคนิวารณปฺปโยชนํ กมฺมคฺคหณํ.

ยํ ปเนตฺถ อกิริยลกฺขณํ กมฺมํ, ตํ กุสลตฺติกวินิมุตฺตํ สิยาติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคนิวารณปฺปโยชนํ กุสลตฺติกคฺคหณํ. ยา ปเนตฺถ อพฺยากตาปตฺติ, ตํ เอกจฺจํ อเวทนมฺปิ นิโรธํ สมาปนฺโน อาปชฺชตีติ เวทนาตฺติกํ เอตฺถ น ลพฺภตีติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ เวทนาตฺติกคฺคหณํ. สิกฺขาปทญฺหิ สจิตฺตกปุคฺคลวเสน ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’นฺติ ลทฺธโวหารํ อจิตฺตเกนาปนฺนมฺปิ ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’มิเจว วุจฺจติ. ตตฺริทํ สาธกสุตฺตํ – ‘‘อตฺถาปตฺติ อจิตฺตโก อาปชฺชติ อจิตฺตโก วุฏฺฐาติ (ปริ. ๓๒๔), อตฺถาปตฺติ กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ กุสลจิตฺโต วุฏฺฐาตี’’ติอาทิ (ปริ. ๔๗๐). ‘‘สจิตฺตกํ อาปตฺติทีปนํ, สญฺญาวิโมกฺขํ อนาปตฺติทีปนํ, อจิตฺตกํ วตฺถุอชานนํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ วีติกฺกมนาชานนํ. อิทเมว เตสํ นานาตฺต’’นฺติ (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๖๑-๖๖ ปกิณฺณกกถาวณฺณนา) ลิขิตํ.

สจิตฺตกปกฺเขติ เอตฺถ อยํ ตาว คณฺฐิปทนโย – สจิตฺตกปกฺเขติ สุราปานาทิอจิตฺตเก สนฺธาย วุตฺตํ. สจิตฺตเกสุ ปน ยํ เอกนฺตมกุสเลเนว สมุฏฺฐาติ, ตญฺจ อุภยํ โลกวชฺชํ นาม. สุราปานสฺมิญฺหิ ‘‘สุรา’’ติ วา ‘‘ปาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วา ชานิตฺวา ปิวเน อกุสลเมวาติ. ตตฺถ ‘‘น วฏฺฏตีติ ชานิตฺวา’’ติ วุตฺตวจนํ น ยุชฺชติ ปณฺณตฺติวชฺชสฺสปิ โลกวชฺชตาปสงฺคโต. อิมํ อนิฏฺฐปฺปสงฺคํ ปริหริตุกามตาย จ วชิรพุทฺธิตฺเถเรน ลิขิตํ – ‘‘อิธ ‘สจิตฺตก’นฺติ จ ‘อจิตฺตก’นฺติ จ วิจารณา วตฺถุวิชานเน เอว โหติ, น ปญฺญตฺติวิชานเน. ยทิ ปญฺญตฺติวิชานเน โหติ, สพฺพสิกฺขาปทานิ โลกวชฺชาเนว สิยุํ, น จ สพฺพสิกฺขาปทานิ โลกวชฺชานิ. ตสฺมา วตฺถุวิชานเน เอว โหตีติ อิทํ ยุชฺชติ. กสฺมา? ยสฺมา เสขิเยสุ ปญฺญตฺติวิชานนเมว ปมาณํ, น วตฺถุมตฺตวิชานน’’นฺติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ สิกฺขาปทสีเสน อาปตฺตึ คเหตฺวา ยสฺส สิกฺขาปทสฺส สจิตฺตกสฺส จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺชํ, สจิตฺตกาจิตฺตกสงฺขาตสฺส อจิตฺตกสฺส จ สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตมฺปิ สุราปานาทิโลกวชฺชนฺติ อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘ยสฺสา สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, อยํ โลกวชฺชา นามา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ หิ อิทํ วจนํ อจิตฺตกํ สนฺธายาห. น หิ เอกํสโต สจิตฺตกาย ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ วิเสสเน ปโยชนํ อตฺถีติ, เอวํ สนฺเตปิ อนิยเมน วุตฺตญฺจ นิยมวเสน เอว คเหตพฺพนฺติ อตฺโถ.

ติรจฺฉานานํ ปนาติ ปน-สทฺเทน ถุลฺลจฺจยาทิการํ นิวตฺเตติ. กิริยาติ เอตฺถ ‘‘ฐิตํ สาทิยตี’’ติ (ปารา. ๕๘) วุตฺตตฺตา ตํ กถนฺติ เจ? ‘‘สาทิยตี’’ติ วุตฺตตฺตา กิริยา เอว. เอวํ สนฺเต ‘‘กายกมฺมํ มโนกมฺม’’นฺติ วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, ปจุรโวหารวเสน ‘‘กายกมฺม’’นฺติ วุตฺตตฺตา. อุพฺภชาณุมณฺฑลิกาย ลพฺภติ เอวาติ ลิขิตํ. ปุพฺเพ วุตฺตนเยน สํสนฺเทตฺวา คเหตพฺพํ. ‘‘ทุนฺนิกฺขิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, ปทพฺยญฺชนสฺส อตฺโถปิ ทุนฺนโย โหตี’’ติ (อ. นิ. ๒.๒๐) วทนฺเตนาปิ อตฺถสฺส สุขคฺคหณตฺถเมว ปทพฺยญฺชนสฺส สุนิกฺขิตฺตภาโว อิจฺฉิโต, น อกฺขรวจนาย, ตสฺมา อาห ‘‘อตฺถญฺหิ นาโถ สรณํ อโวจา’’ติอาทิ.

ปฐมปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยปาราชิกวณฺณนา

คามา วา อรญฺญา วาติ ลกฺขณานุปญฺญตฺติกตฺตา อาทิมฺหิ วุตฺตา. สพฺพสฺมิญฺหิ วินยปิฏเก คาโม, คามูปจาโร, คามกฺเขตฺตํ, คามสีมา, คามสีมูปจาโรติ ปญฺจวิโธ คามเภโท เวทิตพฺโพ. ตถา อารญฺญกสีมาย เอกํ อคามกํ อรญฺญํ, สํวิธานสิกฺขาปทานํ (ปาจิ. ๑๘๐ อาทโย) เอกํ, สคามกํ เอกํ, อวิปฺปวาสสีมาย เอกํ, คณมฺหาโอหียนกสฺส (ปาจิ. ๖๙๑) เอกนฺติ ปญฺจวิโธ อรญฺญเภโท เวทิตพฺโพ. ตตฺถ อตฺถิ คาโม น คามปริหารํ กตฺถจิ ลภติ, อตฺถิ คาโม น คามกิจฺจํ กโรติ, ตถา อตฺถิ อรญฺญํ น อรญฺญปริหารํ กตฺถจิ ลภติ, อตฺถิ อรญฺญํ น อรญฺญกิจฺจํ กโรตีติ อยมฺปิ เภโท เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ อวิปฺปวาสสีมาสมฺมนฺนนกมฺมวาจาย ฐเปตฺวา ‘‘คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) เอตฺถ คาโม นาม ปริกฺขิตฺโต เจ, ปริกฺเขปสฺส อนฺโต, อปริกฺขิตฺโต เจ, ปริกฺเขโปกาสโต อนฺโต เวทิตพฺโพ. อยํ อุโทสิตสิกฺขาปเท ‘‘อนฺโตคาโม’’ติ (ปารา. ๔๗๘) อาคโต. สาสงฺกสิกฺขาปเท ‘‘อนฺตรฆร’’นฺติ (ปารา. ๖๕๔) อาคโต อนาสงฺกโต. ยถาห ‘‘อนฺตรฆเร นิกฺขิเปยฺยาติ สมนฺตา โคจรคาเม นิกฺขิเปยฺยา’’ติ (ปารา. ๖๕๔). ตถา อนฺตรฆรปฺปฏิสํยุตฺตานํ เสขิยานํ อยเมว ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ. ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี เอกา คามนฺตรํ คจฺเฉยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๖๘๗) เอตฺถาปิ อยเมว ปริจฺเฉโท อธิปฺเปโต ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺติยา, อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกมนฺติยา’’ติ วุตฺตตฺตา.

เยสุ ปุราณโปตฺถเกสุ ‘‘อุปจารํ โอกฺกมนฺติยา’’ติ ลิขิตํ, ตํ วิกาเล คามปฺปเวสนสิกฺขาปเทสุ อาจิณฺณํ นยํ คเหตฺวา ปมาเทน ลิขียติ, น ปมาณํ. เยสุ จ โปตฺถเกสุ วิกาเล คามปฺปเวสนสิกฺขาปทสฺส วิภงฺเค (ปาจิ. ๕๑๓) ‘‘คามํ ปวิเสยฺยาติ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺตสฺส, อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกมนฺตสฺสา’’ติ ลิขียติ, สา ปมาทเลขา. อุปจารํ โอกฺกมนฺตสฺสาติ ตตฺถ ปาโฐ. วุตฺตญฺหิ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจาโร อทินฺนาทาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๑๒). อิธ กงฺขาวิตรณิยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉิตฺวาติ…เป… อุปจารํ โอกฺกมนฺตสฺสา’’ติอาทิ (กงฺขา. อฏฺฐ. วิกาลคามปฺปเวสนสิกฺขาปทวณฺณนา).

ยํ ปน กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘ภิกฺขุนิยา คามนฺตราธิกาเร เอเกน ปาเทน อิตรสฺส คามสฺส ปริกฺเขปํ วา อติกฺกมนฺเต, อุปจารํ วา โอกฺกนฺเต ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต, โอกฺกนฺตมตฺเต จ สงฺฆาทิเสโส’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ. ตตฺถ ‘‘โอกฺกนฺเต, โอกฺกนฺตมตฺเต’’ติ เอตานิ ปทานิ อธิกานิ, เกวลํ ลิขิตเกหิ อญฺเญหิ ลิขิตานิ. กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘โอกฺกนฺตมตฺเต จา’’ติ ปทํ น ทิสฺสติ, อิตรํ ทิสฺสติ. ตานิ เทฺว ปทานิ ปาฬิยา วิรุชฺฌนฺติ. ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกาเมนฺติยา’’ติ (ปาจิ. ๖๙๒) หิ ปาฬิ. ตถา สมนฺตปาสาทิกาย (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๙๒) วิรุชฺฌนฺติ. ‘‘ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ เอเกน ปาเทน อติกฺกมติ, ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกมติ, สงฺฆาทิเสโส. อปิเจตฺถ สกคามโต…เป… เอเกน ปาเทน อิตรสฺส คามสฺส ปริกฺเขเป วา อุปจาเร วา อติกฺกนฺเต ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๙๒) หิ วุตฺตํ.

คณฺฐิปเท จสฺส ‘‘ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมนฺติยา’’ติ วตฺวา ‘‘อุปจาเรปิ เอเสว นโย’’ติ วุตฺตํ. อนุคณฺฐิปเท จ ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ ‘โอกฺกมนฺติยา’ติปิ โปตฺถเกสุ เอกจฺเจสุ ทิสฺสติ, ตํ น คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ ‘อติกฺกาเมนฺติยา’ติ วจเนนาปิ เอวํ เวทิตพฺพํ – วิกาเล คามปฺปเวสเน ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ เอว วเสน อุปจาโร ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ, อิตรถา ยถา เอตฺถ ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ ปริกฺเขปํ วิย กตฺวา ‘อติกฺกาเมนฺติยา’ติ วุตฺตํ, เอวํ ตตฺถาปิ ‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกาเมนฺตสฺสา’ติ วเทยฺย. ยสฺมา ปน ตตฺถ ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต อุตฺตริเมโก เลฑฺฑุปาโต อุปจาโรติ อธิปฺเปโต. ตสฺมา ตทตฺถทีปนตฺถํ ‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺตสฺสา’ติ วุตฺต’’นฺติ.

ยํ ปน อนฺธกฏฺฐกถายํ ปริกฺเขปารหฏฺฐานํเยว อุปจารนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘ปริกฺเขปปอกฺเขปารหฏฺฐานานํ นินฺนานากรณทีปนตฺถํ อุปจารํ โอกฺกมนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ปาฬิวิเสสมสลฺลกฺเขตฺวา ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกมนฺตสฺส อิธ อุปจาโร ปริกฺเขโป ยถา ภเวยฺย, ตํ อุปจารํ ปฐมํ ปาทํ อติกฺกาเมนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส, ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมนฺตสฺส อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ตํ น คเหตพฺพเมว ปาฬิยา วิเสสสมฺภวโตติ. โปราณคณฺฐิปเท ‘‘อุปจารํ อติกฺกาเมนฺติยา ภิกฺขุนิยา คามนฺตราปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา อิธ กงฺขาวิตรณิยา ‘‘เอเกน ปาเทน อิตรสฺส…เป… อติกฺกนฺตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส’’ติ อยเมว ปาโฐ เวทิตพฺโพ. เอตฺตาวตา อิเมสุ ยถาวุตฺเตสุ ฐาเนสุ ยถาวุตฺตปริจฺเฉโทว คาโมติ เวทิตพฺโพ. อิมสฺส อตฺถสฺส ทีปนตฺถํ ‘‘คาโม นาม เอกกุฏิโกปี’’ติอาทิ (ปารา. ๙๒) วุตฺตํ. อิมสฺส วเสน อสติปิ ปริกฺเขปาติกฺกเม, อุปจาโรกฺกมเน วา อนฺตรารามโต วา ภิกฺขุนุปสฺสยโต วา ติตฺถิยเสยฺยโต วา ปฏิกฺกมนโต วา ตํ คามํ ปวิสนฺตสฺส อนฺตรารามปริกฺเขปสฺส, อุปจารสฺส วา อติกฺกมนวเสน คามปจฺจยา อาปตฺติโย เวทิตพฺพา.

คามูปจาโร ปน ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) เอตฺถ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขโปว, อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขโปกาโสว. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘คามูปจาโรติ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขโป, อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขโปกาโส. เตสุ อธิฏฺฐิตเตจีวริโก ภิกฺขุ ปริหารํ น ลภตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๔๔). กึ ปเนตฺถ การณํ, เยน อยํ คาโม, คามูปจาโร จ อิธ อญฺญถา, อญฺญตฺถ ตถาติ? อฏฺฐุปฺปตฺติโต ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ‘ภควตา ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมุติ อนุญฺญาตา’ติ อนฺตรฆเร จีวรานิ นิกฺขิปนฺตี’’ติ (มหาว. ๑๔๓) อิมิสฺสา หิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) วุตฺตํ. ตสฺมา ยตฺถ อนฺตรฆรสญฺญา, ตตฺถ อวิปฺปวาสสีมา น คจฺฉตีติ เวทิตพฺพา. เตน จ อุโทสิตสิกฺขาปเท ‘‘อนฺโตคาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตคาเม วตฺถพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๔๗๘) จ ‘‘สภาเย วา ทฺวารมูเล วา, หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพ’’นฺติ จ วุตฺตํ. กปฺปิยภูมิยํ วสนฺโตเยว หิ กปฺปิยภูมิยํ นิกฺขิตฺตจีวรํ รกฺขติ. สาสงฺกสิกฺขาปเท ปน ‘‘ยสฺมา ยตฺถ คาเม จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, เตน คาเมน วิปฺปวสนฺโต จีวเรน วิปฺปวสตีติ วุจฺจติ, ตสฺมา ปุน คามสีมํ โอกฺกมิตฺวา วสิตฺวา ปกฺกมตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ สิกฺขาปเท คามสีมา คาโม นามาติ อธิปฺเปโต. ตตฺถ วิกาเล คามปฺปเวสนสิกฺขาปทวิภงฺเค ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺตสฺส อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๕๑๓) วจนโต ปริกฺเขโป น คาโม. กินฺตุ คามูปจาโรติ เลเสน ทสฺสิตํ โหติ. อิมสฺมึ ปน สิกฺขาปทวิภงฺเค ‘‘คามูปจาโร นามา’’ติ อารภิตฺวา ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ฆรูปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ อิมินา อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปกาโส คามูปจาโรติ สิทฺธํ. ตทตฺถสมฺภวโต ตสฺมึ ฆรูปจาเร ฐิตสฺส เลฑฺฑุปาโต คามูปจาโรติ กุรุนฺทฏฺฐกถายํ, มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ. อุปจาโร หิ ‘‘คาโม เอกูปจาโร นานูปจาโร’’ติอาทีสุ ทฺวารํ, ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร’’ติ เอตฺถ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรสงฺขาตํ ปมาณํ, ตสฺมา ‘‘คามูปจาโรติ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขโป, อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขโปกาโส’’ติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา กุรุนฺทิยํ, มหาปจฺจริยญฺจ. ตถา ปาฬิยมฺปิ ‘‘อชฺฌาราโม นาม ปริกฺขิตฺตสฺส อารามสฺส อนฺโต อาราโม, อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร. อชฺฌาวสโถ นาม ปริกฺขิตฺตสฺส อาวสถสฺส อนฺโต อาวสโถ, อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร’’ติอาทีสุ ทิสฺสติ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ‘‘คามูปจาโร’’ติอาทีสุ ทิสฺสติ. ตสฺมา ทุติโย เลฑฺฑุปาโต อุปจาโรติ อธิปฺเปโต.

‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺตสฺส อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ ปาฬิวิเสสสมฺภวโต จ ปฐโม เลฑฺฑุปาโต คาโม เอว, ทุติโย คามูปจาโรติ วุตฺตํ. ปริกฺขิตฺตสฺส ปน คามสฺส อินฺทขีเล ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต คามูปจาโรติ วุตฺตนฺติ เอตฺถ เภโท นตฺถิ. เอตฺตาวตา ปริกฺขิตฺตสฺส ทุวิโธ อุปจาโร, อปริกฺขิตฺตสฺส จตุพฺพิโธ อุปจาโร ยตฺถ สมฺภวติ, ยตฺถ จ น สมฺภวติ, ตํ สพฺพํ ทสฺสิตํ โหติ.

คามเขตฺตสฺส จ คามสีมาย จ ลกฺขณํ อฏฺฐกถายเมว วุตฺตํ. อุภยญฺหิ อตฺถโต เอกํ. ตตฺถ คามสีมาย คามภาโว สาสงฺกสิกฺขาปทวเสน เวทิตพฺโพ.

คามสีมูปจาโร นาม มนุสฺสานํ กฏฺฐติณปุปฺผผลาทิอตฺถิกานํ วนจรกานํ วลญฺชนฏฺฐานํ. อิมสฺส คามสีมูปจารภาโว อุโทสิตสิกฺขาปเท, ‘‘อคามเก อรญฺเญ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรา’’ติ (ปารา. ๔๙๔) อาคตฏฺฐาเน ขนฺธเก (มหาว. ๑๔๗) จ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ หิ ภควา คามนฺตวาสีนํ ภิกฺขูนํ สีมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรตี’’ติ (มหาว. ๑๔๗) วตฺวา ทสฺเสติ. ตทนนฺตรเมว ‘‘อคามเก’’ติอาทินา สตฺตพฺภนฺตรสีมํ ทสฺเสติ. ตสฺมา โย ภิกฺขุ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย น วิหรติ, เกวลํ นาวายํ วา ถลมคฺเคน วา อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน โหติ, ตสฺส ตตฺถ ตตฺถ สตฺตพฺภนฺตรสีมา ลพฺภตีติ เวทิตพฺโพ. วุตฺตญฺหิ ‘‘เอกกุลสฺส สตฺโถ โหติ, สตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ปุรโต วา ปจฺฉโต วา สตฺตพฺภนฺตรา น วิชหิตพฺพ’’นฺติอาทิ (ปารา. ๔๘๙). อิทเมว อรญฺญํ สนฺธาย ‘‘อารญฺญกสีมาย เอกํ อคามกํ อรญฺญ’’นฺติ วุตฺตํ.

ยํ สนฺธาย ‘‘อคามเก อรญฺเญ อทฺธโยชเน อทฺธโยชเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๔๑๔) ปาฬิยํ วุตฺตํ. อิทํ สํวิธานสิกฺขาปทานํ เอกํ อคามกํ อรญฺญํ นาม.

ปุริเมน ปน สฆรํ สงฺคหิตํ, อิมินา ตมสงฺคหิตนฺติ. ยํ สนฺธาย คณมฺหา โอหียนาธิกาเร อฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๙๒) ‘‘อคามเก อรญฺเญติ เอตฺถ ‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’นฺติ เอวํ วุตฺตํ ลกฺขณํ อรญฺญํ. ตํ ปเนต เกวลํ คามาภาเวน ‘อคามก’นฺติ วุตฺตํ, น วิญฺฌาฏวิสทิสตายา’’ติ วุตฺตํ. ยํ สนฺธาย ‘‘อารญฺญกํ นาม เสนาสนํ ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ (ปารา. ๖๕๔; ปาจิ. ๕๗๓) วุตฺตํ. อิทํ อารญฺญกเสนาสนํ นาม ปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปโต พหิ, อปริกฺขิตฺตสฺส ปน ปริกฺเขโปกาสโต พหิ สรุกฺขํ วา อรุกฺขํ วา วิหาเร กุนฺนทิสมากิณฺณมฺปิ อรญฺญํ นาม. ตถา ‘‘คณมฺหา โอหียนกสฺส เอก’’นฺติ วุตฺตํ. อิทํ อรญฺญํว. อิทํ ปน ปุพฺเพ อคามกภาเวน อาคตฏฺฐาเน วุตฺตลกฺขณเมว หุตฺวา นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา ทสฺสนูปจารวิชหเน เอกเมว อาปตฺตึ กโรติ, ตโต อุทฺธํ อนาปตฺติ. ‘‘สํวิธานสิกฺขาปทานํ เอก’’นฺติ วุตฺตํ ปน อทฺธโยชเน อทฺธโยชเน เอเกกํ อาปตฺตึ กโรติ, น ตโต โอรํ. อิตรานิ ตีณิ ยถาวุตฺตปริจฺเฉทโต โอรเมว ตตฺถ วุตฺตวิธึ น สมฺปาเทนฺติ, ปรํ สมฺปาเทนฺติ. เอวเมเตสํ อญฺญมญฺญนานตฺตํ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ ปญฺจวิเธ คาเม โย ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีเล ฐิตสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วุตฺโต, โส น กตฺถจิ วินยปิฏเก อุปโยคํ คโต, เกวลํ อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปกาสโต อปโร เอโก เลฑฺฑุปาโต คามูปจาโร นามาติ ทีปนตฺถํ วุตฺโต. ปริกฺขิตฺตสฺสปิ เจ คามสฺส เอโก เลฑฺฑุปาโต กปฺปิยภูมิสมาโน อุปจาโรติ วุตฺโต, ปเคว อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปกาสโต เอโก. โส ปน ปากฏตฺตา จ อชฺโฌกาสตฺตา จ โอกฺกมนฺตสฺส อาปตฺตึ กโรติ ฐเปตฺวา ภิกฺขุนิยา คามนฺตราปตฺตึ. ภิกฺขุนิโย หิ ตสฺมึ ทุติยเลฑฺฑุปาตสงฺขาเต คามูปจาเร วสนฺตี อาปตฺติญฺจ อาปชฺชนฺติ, คามํ ปวิสนฺตี คามนฺตราปตฺติญฺจ. ตาสญฺหิ ฐิตฏฺฐานํ อรญฺญสงฺขฺยํ คจฺฉติ ‘‘ตาวเทว ฉายา เมตพฺพา…เป… ตสฺสา ตโย จ นิสฺสเย, อฏฺฐ จ อกรณียานิ อาจิกฺเขยฺยาถา’’ติ (จูฬว. ๔๓๐) วจนโต. อรญฺญปฺปฏิสํยุตฺตานํ สิกฺขาปทานํ, วิกาเลคามปฺปเวสนสิกฺขาปทสฺส (ปาจิ. ๕๐๘) จ ภิกฺขุนีนํ อสาธารณตฺตา จ อนฺตรารามภิกฺขุนุปสฺสยปฺปฏิกฺกมนาทีนํ กปฺปิยภูมิภาววจนโต จ ‘‘เอกา คณมฺหา โอหีเยยฺยาติ อคามเก อรญฺเญ ทุติยิกาย ภิกฺขุนิยา ทสฺสนูปจารํ วา สวนูปจารํ วา วิชหนฺติยา อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติอาทิสิกฺขาปทปญฺญตฺติโต (ปาจิ. ๖๙๒) จ ภิกฺขุนิกฺขนฺธกนยเอน วา ยสฺมา ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจารโต ปฏฺฐาย นียติ, ตตฺถ อนฺตรฆเร นิกฺขิตฺตจีวเร สติ จตุรงฺคสโมธาเนน ภิกฺขู วสนฺติ, ตสฺมา สคามกํ นาม โหติ.

อวิปฺปวาสสีมาย เอกํ นาม ‘‘น, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนิยา อรญฺเญ วตฺถพฺพํ, ยา วเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๔๓๑) วจนโต ภิกฺขุนีนํ อรญฺญวาโส นาม นตฺถีติ สิทฺธํ. ตาย หิ อรญฺเญ ภิกฺขุนุปสฺสเย สติ อนฺโตอาวาเสปิ ทุติยิกาย ทสฺสนสวนูปจารํ วิชหนฺติยา อาปตฺติ. ตสฺมา อวิปฺปวาสสีมาธิกาเร ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) เอตฺถ ยํ ฐานํ ฐปิตํ, ตตฺเถว ภิกฺขุนุปสฺสโยปิ กปฺปติ, น ตโต ปรํ.

ตาสญฺจ อวิปฺปวาสสีมากมฺมวาจายํ ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ วจนํ นตฺถีติ กตฺวา เตเสฺวว คามคามูปจาเรสุ ผรติ. ตโต ปรํ ทุติเยสุ เลฑฺฑุปาตาทีสุ ตาสํ อกปฺปิยภูมิกตฺตา น สมานสํวาสกสีมา อรญฺเญ ผรติ ภิกฺขูนํ คามคามูปจารํ วิย. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภิกฺขุนิยา ฐเปตฺวา คามนฺตราปตฺติ’’นฺติ.

เอวํ ตาว ปญฺจวิธํ คามเภทํ, อรญฺญเภทญฺจ ญตฺวา อิทานิ ‘‘อตฺถิ คาโม น คามปริหารํ กตฺถจิ ลภตี’’ติอาทิเภโท เวทิตพฺโพ. ตตฺถ โย อฏฺฐกถายํ ‘‘อมนุสฺโส นาม โย สพฺพโส วา มนุสฺสานํ อภาเวน ยกฺขปริคฺคหภูโต’’ติ วุตฺโต, โส คาโม น คามปริหารํ กตฺถจิ สิกฺขาปเท ลภติ. ยญฺหิ สนฺธาย อฏฺฐกถายํ ‘‘ตํ ปเนตํ พุทฺธกาเล, จกฺกวตฺติกาเล จ นครํ โหติ, เสสกาเล สุญฺญํ โหติ ยกฺขปริคฺคหิต’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๘๔; ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕๐) วุตฺตํ. โย ปน ปฏิราชโจราทีหิ วิลุตฺตตฺตา, เกวลํ ภเยน วา ฉฑฺฑิโต สฆโรว อนฺตรหิตคามภูโต, โส ‘‘คามนฺตเร คามนฺตเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๑๘๓) วุตฺตปาจิตฺติยํ ชเนติ, วิกาเล คามปฺปเวสนํ, เสขิเย จตฺตาริ ชเนตีติ เวทิตพฺพา. โย ปน คาโม ยโต วา มนุสฺสา เกนจิเทว กรณีเยน ปุนปิ อาคนฺตุกามา เอว อปกฺกนฺตาติ วุตฺโต, อมนุสฺโส โส ปกติคามสทิโสว.

อตฺถิ อรญฺญํ น อรญฺญปริหารํ กตฺถจิ ลภตีติ เอตฺถ ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร นาม อคามเก อรญฺเญ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรา เอกูปจาโร, ตโต ปรํ นานูปจาโร’’ติ (ปารา. ๔๙๔) เอตฺถ ยฺวายํ นานูปจาโรติ วุตฺโต, ตํ เวทิตพฺพํ. โย ปน ปริกฺขิตฺตสฺส เอกเลฑฺฑุปาตสงฺขาโต คามูปจารนามโก คาโม, โย วา สตฺโถ นาติเรกจาตุมาสนิวิฏฺโฐ, โส อตฺถิ คาโม น คามกิจฺจํ กโรติ. น หิ ตํ ฐานํ โอกฺกมนฺโต คามปฺปเวสนาปตฺตึ อาปชฺชติ. ยํ ปน คามสีมาย ปริยาปนฺนํ มนุสฺสานํ วลญฺชนฏฺฐานภูตํ อรญฺญํ, ตํ อตฺถิ อรญฺญํ น อรญฺญกิจฺจํ กโรติ นาม. น หิ ตตฺถ อารญฺญกสีมา ลพฺภตีติ. เอตฺตาวตา ‘‘คามา วา อรญฺญา วา’’ติ อิมิสฺสา อนุปญฺญตฺติยา ลกฺขณานุปญฺญตฺติภาโว ทสฺสิโต โหติ.

‘‘โคนิสาทินิวิฏฺโฐปิ คาโม’’ติ เอตฺถ สเจ ตสฺส คามสฺส คามเขตฺตปริจฺเฉโท อตฺถิ, สพฺโพปิ เอโก คาโม. โน เจ, อุปจาเรน วา ปริกฺเขเปน วา ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ. สเจ คามเขตฺเต สติ กานิจิ ตานิ ฆรานิ อญฺญมญฺญอุปจารปฺปโหนกํ ฐานํ อติกฺกมิตฺวา ทูเร ทูเร กตานิ โหนฺติ, วิกาเล คามปฺปเวเส อุปจาโรว ปมาณํ. อนฺตรฆรปฺปฏิสํยุตฺเตสุ เสขิเยสุ, ภิกฺขุนิยา คามนฺตราปตฺตีสุ จ ฆรานํ ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ ปมาณํ, อุโปสถาทิกมฺมานํ คามเขตฺตํ ปมาณํ, อารญฺญกเสนาสนสฺส อาสนฺนฆรสฺส ทุติยเลฑฺฑุปาตโต ปฏฺฐาย ปญฺจธนุสตนฺตรตา ปมาณนฺติ เอวํ โน ปฏิภานนฺติ อาจริยา.

‘‘ยมฺปิ เอกสฺมึเยว คามเขตฺเต เอกํ ปเทสํ ‘อยมฺปิ วิสุํคาโม โหตู’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ราชา กสฺสจิ เทติ, โสปิ วิสุํคามสีมา โหติเยวา’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๔๗) อฏฺฐกถาวจนโต ตํ ปวิสนฺติยา ภิกฺขุนิยา คามนฺตราปตฺติ โหติ เอว. สเจ ตตฺถ วิหาโร วา เทวกุลํ วา สภา วา เคหํ วา นตฺถิ, เกวลํ วตฺถุมตฺตกเมว โหติ, คาโมติ วินยกมฺมํ สพฺพํ ตตฺถ กปฺปติ. ‘‘อมนุสฺโส คาโม’’ติ หิ วุตฺตํ. ตญฺจ ฐานํ อิตรสฺส คามสฺส ปริกฺเขปพฺภนฺตเร วา อุปจารพฺภนฺตเร วา โหติ, วิกาเล คามปฺปเวสนํ อาปุจฺฉิตฺวาว คนฺตพฺพํ. โน เจ, อรญฺญํ วิย ยถาสุขํ คนฺตพฺพํ. ตตฺถ เจ อาราโม วา ติตฺถิยเสยฺยาทีสุ อญฺญตโรวา โหติ, ลทฺธกปฺปเมว. ภิกฺขุนุปสฺสโย เจ โหติ, คามํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺติยา ภิกฺขุนิยา คามนฺตราปตฺติ ปริหริตพฺพา. ‘‘อรญฺญํ นาม ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ อวเสสํ อรญฺญํ นามา’’ติ (ปารา. ๙๒) เอตฺถ ปริกฺเขเป สติ ยถาวุตฺตปริจฺเฉทํ คามเมว ฐเปตฺวา อวเสสํ ตสฺส อุปจารํ, ตโต ปรญฺจ อรญฺญํ นาม, ปริกฺเขเป อสติ ยถาวุตฺตปริจฺเฉทํ คามูปจารเมว ฐเปตฺวา ตโต ปรํ อวเสสํ อรญฺญํ นามาติ อธิปฺปาโย. เอวํ สติ ‘‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ (วิภ. ๕๒๙) วุตฺตลกฺขเณ อคามเก อรญฺเญ คณมฺหาโอหียนาปตฺติ, ตตฺถ อวิปฺปวาสสีมาย ผรณํ วิกาเล คามปฺปเวสนาปตฺติยา อนาปตฺตีติ เอวมาทิวินยวิธิ สเมติ, อญฺญถา น สเมติ.

‘‘ฐเปตฺวา คามูปจารํ อวเสสํ อรญฺญํ นามา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) วุตฺเต คามูปจารโต ปโร อรญฺญนฺติ สิทฺเธ ‘‘ฐเปตฺวา คาม’’นฺติ วิเสสตฺโถ น ทิสฺสติ, คามสฺส ปน อรญฺญภาวปฺปสงฺคภยา วุตฺตนฺติ เจ? น, คามูปจารสฺส อภาวปฺปสงฺคโต. สติ หิ คาเม คามูปจาโร โหติ, โส จ ตว มเตน อรญฺญภูโต. กุโต ทานิ คามูปจาโร. คามูปจาโรปิ เจ อรญฺญสงฺขฺยํ คจฺฉติ, ปโรว คาโมติ กตฺวา น ยุตฺตํ คามสฺส อรญฺญภาวปฺปสงฺคโต จ. ตสฺมา ‘‘คามา วา อรญฺญา วา’’ติ เอตฺถ คามูปจาโรปิ ‘‘คาโม’’ เตฺวว สงฺคหิโต. ตสฺมา คามสฺส อรญฺญภาวปฺปสงฺโค น ยุชฺชติ. ยทิ เอวํ ‘‘ฐเปตฺวา คามํ อวเสสํ อรญฺญํ นามา’’ติ เอตฺตกํ วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, อรญฺญสฺส ปริจฺเฉทชานนปฺปสงฺคโต. ตถา หิ วุตฺโต ‘‘อรญฺญปริจฺเฉโท น ปญฺญายตี’’ติ โน ลทฺธิ. คามูปจารปริยนฺโต หิ อิธ คาโม นาม. ยทิ เอวํ ‘‘คามสฺส จ อรญฺญสฺส จ ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ อฏฺฐกถายํ วตฺตพฺพํ, ‘‘อรญฺญสฺส ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ กิมตฺถํ วุตฺตนฺติ เจ? วุจฺจเต – อฏฺฐกถาจริเยน ปฐมคามูปจารํเยว สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อรญฺญปริจฺเฉททสฺสนตฺถ’’นฺติ สพฺพสิกฺขาปเท หิ พาหิรอินฺทขีลโต ปฏฺฐาย คามูปจารํ อรญฺญํ นาม. คามปริจฺเฉทวจเน ปโยชนํ ปเนตฺถ นตฺถิ ปริกฺเขเปเนว ปากฏภูตตฺตา. ทุติยคามูปจาโรว คามสฺส ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺโต ปริกฺเขปภาเวน อปากฏตฺตา. ตตฺถ ปฐมคามูปจาโร เจ อรญฺญปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺโต, ตตฺถ น วตฺตพฺโพ. ‘‘นิกฺขมิตฺวา อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. เอวํ สนฺเต สุพฺยตฺตตรํ อรญฺญปริจฺเฉโท ทสฺสิโต โหติ, มิจฺฉาคาโห จ น โหติ.

‘‘มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ หิ วุตฺเต อยํ คามูปจาโรว อรญฺญํ คามูปจารสฺส วิภงฺคตฺตา. ยทิ อรญฺญปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, อวุตฺตกเมว, อรญฺญโต ปรนฺติ จ มิจฺฉาคาโห โหตีติ เจ, นนุ วุตฺตํ ‘‘ปฐมเมว อิทํ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารนิยมนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ? อรญฺญปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ กิญฺจาปิ ‘‘คามูปจาโร’’ติอาทิ อารทฺธํ, อินฺทขีเล ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโตติ ปน เอวํ วจนปฺปโยชนํ. อปริกฺขิตฺตสฺส จ คามสฺส ยฺวายํ เลฑฺฑุปาโต อุปจาโร’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺโต, ตสฺส นิยมนนฺติ วุตฺตํ โหติ. กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ‘‘อรญฺญํ นามา’’ติ ปทํ อนุทฺธริตฺวา ‘‘คามูปจาโร นามา’’ติ อุทฺธรณสฺส กตตฺตา. ตตฺถ ‘‘คามูปจาโร นามา’’ติ มาติกายํ อวิชฺชมานํ ปทํ อุทฺธรนฺโต ตโย อตฺถวเส ทสฺเสติ. เสยฺยถิทํ – อรญฺญปริจฺเฉททสฺสนเมโก อตฺโถ, อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจาเรน สทฺธึ ปริจฺเฉททสฺสนเมโก, น เกวลํ อปริกฺขิตฺตสฺสเยว อุปจาโร วินยาธิกาเร สปฺปโยชโน ทสฺสิตพฺโพ, นิปฺปโยชโนปิ ปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร อิมินา ปริยาเยน ลพฺภตีติ อนุสงฺคปฺปโยชนเมโก อตฺโถปิ เวทิตพฺโพ.

‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ฆรูปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ อิทํ ภควา ตโย อตฺถวเส ปฏิจฺจ อภาสิ. เสยฺยถิทํ – อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริจฺเฉททสฺสนเมโก, อวิปฺปวาสสีมาธิกาเร อยเมว คามูปจาโรติ ทสฺสนเมโก, ตตฺถ ฐิตสฺส ทุติโย เลฑฺฑุปาโต สพฺพตฺถ คามปฺปฏิสํยุตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สกิจฺจโก อุปจาโรติ ทสฺสนเมโกติ เอวํ ภควา อตฺตโน เทสนาวิลาสปฺปตฺติยา เอเกกปทุทฺธารเณน ตโย อตฺถวเส ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ.

ตถา อวิปฺปวาสสีมากมฺมวาจาย ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) เอตฺถาปิ ปริกฺเขเป สติ คามํ ฐเปตฺวา, อสติ คามูปจารํ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. ปริกฺขิตฺตสฺส, อปริกฺขิตฺตสฺส จ มชฺเฌ อาราเม อวิปฺปวาสสีมาสมฺมนฺนนกาเล อยํ นโย อติวิย ยุชฺชติ. อุภยปริวชฺชนโต ปุพฺเพ วุตฺตนเยน วา อุภยตฺถ อุภยํ ลพฺภเตว. ‘‘อนฺตราราเมสุ ปน อาจิณฺณกปฺปา ภิกฺขู อวิปฺปวาสสีมํ สมฺมนฺนนฺตี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘อนฺตรฆรปฺปฏิสํยุตฺตานํ เสขิยานํ อนฺตราราเมสุ อสมฺภวโต อนฺตราราโม น คามสงฺขํ คจฺฉติ, ตสฺมา ตตฺถปิ อวิปฺปวาสสีมา รุหเตวา’’ติ เอเก. เต ภิกฺขู ทุติยสฺส คามูปจารสฺส คามสงฺขาสภาวโต ตาสํ อิมาย ทุติยาย อวิปฺปวาสกมฺมวาจาย อภาวํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปิตพฺพา. อชฺฌาราโม ปน คาโมปิ สมาโน ติตฺถิยเสยฺยาทิ วิย กปฺปิยภูมีติ เวทิตพฺโพ.

อาปตฺติยา ปริจฺเฉทํ, ตถานาปตฺติยาปิ จ;

ทสฺเสตุํ คามสมฺพนฺธ-สิกฺขาปทวิภาวเน.

คามคามูปจารา เทฺว, ทสฺสิตา อิธ ตาทินา;

สีมา สีมูปจารา ตุ, อเนกนฺตาติ นุทฺธฏา.

อุปจารา จ เทฺว โหนฺติ, พาหิรพฺภนฺตรพฺพสา;

ปริกฺขิตฺตาปริกฺขิตฺต-เภทา เจ จตุโร สิยุํ.

อยญฺหิ อุปจารสทฺโท วินยปิฏเก ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อคิลาเนนปิ อาราเม อารามูปจาเร ฉตฺตํ ธาเรตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๐) เอวมาทีสุ พาหิเร อุปจาเร ทิสฺสติ. พาหิโร อุปจาโร นาม ปริกฺเขปโต, ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต วา เอโก เลฑฺฑุปาโต. ‘‘อชฺฌาราโม นาม ปริกฺขิตฺตสฺส อารามสฺส อนฺโตอาราโม, อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร. อชฺฌาวสโถ นาม ปริกฺขิตฺตสฺส อาวสถสฺส อนฺโตอาวสโถ, อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๕๐๖) ปน อุปจารสทฺโท อพฺภนฺตเร อุปจาเร ทิสฺสติ. อพฺภนฺตโร อุปจาโร จ นาม ปริกฺเขโป, ปริกฺเขปารหฏฺฐานญฺจ โหติ. อิธ ปน ปริกฺเขโป ‘‘อชฺฌาราโม, อชฺฌาวสโถ’’ติ วา น วุจฺจติ, อนฺโต เอว อาราโม, อาวสโถติ วา. เตสุ พาหิรพฺภนฺตรเภทภินฺเนสุ ทฺวีสุ อุปจาเรสุ อวิปฺปวาสสีมาธิกาเร ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) เอตฺถ คามูปจาโร นาม อพฺภนฺตรูปจาโร อธิปฺเปโต, น พาหิโร. ภิกฺขุนิยา อรญฺญสญฺญิตตาย ตสฺส พาหิรสฺส, ตสฺสา คามนฺตราปตฺติยา ฐานภูตตฺตา จ อพฺภนฺตรอุปจารสฺสาติ อิทเมตฺถ การณทฺวยํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อิธ อทินฺนาทานปาราชิกวิภงฺเคเยว ปฐโม คามูปจาโร ทสฺสิโต, โส พาหิโร, ทุติโย อพฺภนฺตโรติ เวทิตพฺโพ. ปฐเมน จ อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ทุติยเลฑฺฑุปาตสงฺขาโต พาหิโร อุปจาโร, ทุติเยน จ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขปโต พาหิรสงฺขาโต อพฺภนฺตโร อุปจาโร เลเสน ทสฺสิโตติ เวทิตพฺโพ. เอวํ จตฺตาโรปิ อุปจารา อิธ ภควตา เทสนาวิลาสปฺปตฺเตน เทสนาลีลาย ทสฺสิตา โหนฺตีติ อยํ นโย สุฏฺฐุ ลกฺเขตฺวา อาจริเยหิ สมฺมนฺตยิตฺวา ยถานุรูปํ ตตฺถ โยเชตพฺโพ. อิตรถา –

อสมฺพุธํ พุทฺธมหานุภาวํ;

ธมฺมสฺส คมฺภีรนยตฺตตญฺจ;

โย วณฺณเย นํ วินยํ อวิญฺญู;

โส ทุทฺทโส สาสนนาสเหตุ.

ปาฬึ ตทตฺถญฺจ อสมฺพุธญฺหิ;

นาเสติ โย อฏฺฐกถานยญฺจ;

อนิจฺฉยํ นิจฺฉยโต ปเรหิ;

คาโมติ เตเยว ปุรกฺขโต โส.

อนุกฺกเมเนว มหาชเนน;

ปุรกฺขโต ปณฺฑิตมานิ ภิกฺขุ;

อปณฺฑิตานํ วิมตึ อกตฺวา;

อาจริยลีลํ ปุรโต กโรติ.

ตตฺถ หิ ปาฬิยํ ‘‘คามสฺส อุปจาโร คามูปจาโร, คามสงฺขาโต อุปจาโร คามูปจาโร นามา’’ติ อุทฺธริตฺวา คามสฺส อุปจารํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อินฺทขีเล ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วตฺวา ปุน คามสงฺขาตํ อุปจารํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฆรูปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ วุตฺตํ. อิมมตฺถํ สนฺธาย วิกาเล คามปฺปเวสนคามนฺตรออปฺปวาสสมฺมุติอาทีสุ ปริกฺเขปารหฏฺฐานเมว คามูปจารนฺติ วุตฺตนฺติ ลิขิตํ.

อตฺถโต เอกนฺติ เอตฺถ สงฺขาสทฺทํ สงฺขาตสทฺเทน สมานยติ. ‘‘อาทิเยยฺยา’’ติ อิทํ ปญฺจวีสติยา อวหารานํ สาธารณปทํ. ฐานาจาวนวเสน จ ขีลาทีนิ สงฺกาเมตฺวา เขตฺตาทิคฺคหณวเสน จาติ อตฺโถ. ฐานาจาวเน ยถา สามิกสฺส ธุรนิกฺเขปาทึ อโนโลเกตฺวาว อาปตฺติ, ตถา อิหาปีติ คเหตพฺพา.

‘‘อสุกํ นาม ภณฺฑํ อวหริสฺสามี’’ติ สพฺเพสํ เอกาสยตฺตา ‘‘เอเกนาปี’’ติ วุตฺตํ. ยทิ อาณตฺติ อิจฺฉิตพฺพา, สํวิธาวหาโร นาม เอโก อวหาโร ปริหายิตพฺโพ.

โอกาสปริกปฺเป ฐานาจาวนาย คหิตมฺปิ โอกาสปริกปฺปิตตฺตา รกฺขติ. โอกาสาติกฺกโมว ปมาณํ ปุพฺเพ อสุทฺธจิตฺเตน คหิตตฺตา. อิทานิ สุทฺธจิตฺเตน คหิเตปิ โหติ เอวาติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. เอตฺถ ปน วินิจฺฉโย สมนฺตปาสาทิกํ โอโลเกตฺวา คเหตพฺโพ.

อุทฺธาโร นตฺถีติ ฐานาจาวนํ นตฺถีติ อตฺโถ.

อุทฺธตมตฺเต อวหาโร สกลสฺส ปโยคสฺส นิฏฺฐาปิตตฺตา, น อตฺถสาธกวเสน. อุทฺธาเรเยว รกฺขตีติ เอตฺถ เอว-สทฺเทน ปาตเน น รกฺขตีติ อตฺเถ สิทฺเธปิ อตฺถสาธกวเสน อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ อุทฺธริตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

‘‘ปถพฺยาราชปเทสราชาทโย พหู, เตสํ สงฺคณฺหนตฺถํ ‘ราชาโน’ติ พหุวจนํ วุตฺต’’นฺติ ลิขิตํ. กิญฺจาปิ พหุวจนํ กตํ, อิทํ ปน เอกํ พิมฺพิสารเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ราชาโนติ กิญฺจิ อนิทฺทิสิตฺวา สาธารณวเสน กิญฺจาปิ วุตฺตํ, อิทํ ปน พิมฺพิสารเมวาติ.

ปุพฺพปฺปโยเคติ เอตฺถ คมนกาเล มคฺคโสธนาธิกรเณ อปาจิตฺติยเขตฺเต ทุกฺกฏํ, ลตาจฺเฉทนาทีสุ ปาจิตฺติยเมว. คนฺตฺวา ปน กุมฺภิมตฺถเก ชาตลตาทิจฺเฉทเน สหปโยคตฺตา ทุกฺกฏํ. ‘‘เอกภณฺเฑ เอวํ ภาริยมิทํ, ‘ตฺวมฺปิ เอกปสฺสํ คณฺห, อหมฺปิ เอกปสฺสํ คณฺหามี’ติ สํวิทหิตฺวา อุภเยสํ ปโยเคน ฐานาจาวเน กเต กายวาจาจิตฺเตหิ สมุฏฺฐาติ. อญฺญถา สาหตฺถิกํ วา อาณตฺติกสฺส องฺคํ น โหติ, อาณตฺติกํ วา สาหตฺถิกสฺสาติ วุตฺตลกฺขเณน วิรุชฺฌตี’’ติ วินยคณฺฐิปเท ลิขิตํ. ปิ-สทฺโท ปเนตฺถ ตตฺเถว ลิขิโต.

กายวาจาสมุฏฺฐานํ, ยสฺสา อาปตฺติยา สิยา;

ตตฺร วาจงฺคํ จิตฺตํว, กมฺมํ นสฺสา วิธียติ.

กิริยากิริยาทิกํ ยญฺเจ, ยมฺปิ กมฺมตฺตยํ ภเว;

น ยุตฺตํ ตํ วิรุทฺธตฺตา, กมฺมเมกํว ยุชฺชตีติ. (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๑๓๑ ปกิณฺณกกถาวณฺณนา);

ทุติยปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ตติยปาราชิกวณฺณนา

ยถา ญาตปริญฺญา ธมฺมานํ สภาวชานนเมว ‘‘อิทํ รูปํ, อยํ เวทนา’’ติ, ตีรณปริญฺญา ปน ธมฺมสภาเวน สทฺธึ อนิจฺจาทิวเสน ปวตฺตมานํ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วา’’ติอาทิ, เอวมิธ สทฺธึ เจเตตฺวา เอกตฺเตนาปิ ปาณาติปาตาภาวา ‘‘ชีวิตา โวโรเปยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘มนุสฺสวิคฺคห’’นฺติ วุตฺตตฺตา คพฺภเสยฺยกานํ วเสน สพฺพสุขุมอตฺตภาวโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ ‘‘กลลโต ปฏฺฐายา’’ติ อาห. เอตฺถ ชีวิตา โวโรเปนฺโต ปจฺจุปฺปนฺนโต วิโยเชติ. ตตฺถ ขณปจฺจุปฺปนฺนํ น สกฺกา โวโรเปตุํ, สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนํ วา อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนํ วา สกฺกา. กถํ? ตสฺมิญฺหิ อุปกฺกเม กเต ลทฺธูปกฺกมํ ชีวิตทสกํ นิรุชฺฌมานํ ทุพฺพลสฺส ปริหีนเวคสฺส ปจฺจโย โหติ. สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนํ ยถา เทฺว ตโย ชวนวาเร ชวิตฺวา นิรุชฺฌติ, อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนญฺจ ตทนุรูปํ กตฺวา นิรุชฺฌติ, ตถา ปจฺจโย โหติ. ตโต สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนํ วา อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนํ วา ยถาปริจฺฉินฺนกาลํ อปตฺวา อนฺตราว นิรุชฺฌติ. เอวํ ตทุภยมฺปิ โวโรเปตุํ สกฺกา. ตสฺมา ปจฺจุปฺปนฺนํ วิโยเชติ.

‘‘อิมสฺส ปนตฺถสฺสา’’ติ โวหารวเสน วุตฺตมตฺถํ ปรมตฺถวเสน อาวิภาวตฺถํ ‘‘ปาโณ เวทิตพฺโพ’’ติอาทิ วุตฺตํ. กายวิญฺญตฺติสหิตาย เจตนาย ปยุชฺชตีติ ปโยโค, โก โส? สรีเร สตฺถาทีนํ คมนํ ปหรณนฺติ กายวจีวิญฺญตฺติสหิตาย เจตนาย ปรสรีเร สตฺถปาตนํ. ทูเร ฐิตนฺติ ทูเร วา ติฏฺฐตุ, สมีเป วา. หตฺถโต มุตฺเตน ปหาโร นิสฺสคฺคิโย. ตตฺถาติ นิสฺสคฺคิยปฺปโยเค. โย โกจิ มรตูติ เอตฺถ มหาชนสมูเห น สกฺกา. ยสฺสูปริ สโร ปตติ, ตสฺเสว ชีวิตมรณํ กาตุํ, น ยสฺส กสฺสจิ ชีวิตมรณํ. อาณาปนนฺติ วจีวิญฺญตฺติสหิตาย เจตนาย อธิปฺเปตตฺถสาธนํ. เตเนว ‘‘สาเวตุกาโม น สาเวตี’’ติ (ปารา. ๕๔) วุตฺตํ. อาณตฺตินิยามกาติ อาณตฺติกปฺปโยคสาธิกา. เอเตสุ หิ อวิรชฺฌิเตสุ เอว อาณตฺติปโยโค โหติ, น อญฺญถา.

รูปูปหาโรติ เอตฺถ –

‘‘มมาลาเภน เอสิตฺถี, มรตู’’ติ สมีปโค;

ทุฏฺฐจิตฺโต สเจ ยาติ, โหติ โส อิตฺถิมารโก.

ภิกฺขตฺถาย สเจ ยาติ, ชานนฺโตปิ น มารโก;

อนตฺถิโก หิ โส ตสฺสา, มรเณน อุเปกฺขโก.

วิโยเคน จ เม ชายา, ชนนี จ น ชีวติ;

อิติ ชานํ วิยุญฺชนฺโต, ตทตฺถิโก โหติ มารโก.

ปพฺพชฺชาทินิมิตฺตญฺเจ, ยาติ ชานํ น มารโก;

อนตฺถิโก หิ โส ตสฺสา, มรเณน อุเปกฺขโก.

หารกสทฺทสฺส เภทโต อตฺถํ วิตฺถาเรตฺวา อุภยมฺปิ เอกเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺถญฺจ ตํ หารกญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอเตน ถาวรปฺปโยคํ ทสฺเสติ สาหตฺถิกาทีสุ ปโยเคสุ. ‘‘อิติ จิตฺตมโน’’ติ อุทฺธริตฺวาปิ อิติสทฺทสฺส อตฺโถ น ตาว วุตฺโต. กิญฺจาปิ น วุตฺโต, อธิการวเสน ปน อาคตํ อิติสทฺทํ โยเชตฺวา อิติ จิตฺตสงฺกปฺโปติ เอตฺถ ‘‘มรณสญฺญี มรณเจตโน มรณาธิปฺปาโย’’ติ วุตฺตตฺตา มรณํเยว วกฺขตีติ เวทิตพฺโพ. วุตฺตนเยนาติ ฉปฺปโยควเสน. สาหตฺถิกนิสฺสคฺคิยปฺปโยเคสุ สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย สตฺตมาย สห อุปฺปนฺนกายวิญฺญตฺติยา สาหตฺถิกตา เวทิตพฺพา. อาณตฺติเก ปน สตฺตหิปิ เจตนาหิ สห วจีวิญฺญตฺติสมฺภวโต สตฺต สตฺต สทฺทา เอกโต หุตฺวา เอเกกกฺขรภาวํ คนฺตฺวา ยตฺตเกหิ อกฺขเรหิ อตฺตโน อธิปฺปายํ วิญฺญาเปนฺติ, ตทวสานกฺขรสมุฏฺฐาปิกาย สตฺตมเจตนาย สหชาตวจีวิญฺญตฺติยา อาณตฺติกตา เวทิตพฺพา.

ตติยปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา

อิเธว สงฺคหนฺติ ‘‘อิติ ชานามิ, อิติ ปสฺสามี’’ติ ปเท กถนฺติ เจ, ‘‘อิติ ชานามี’’ติอาทิมาห. เกวลํ ‘‘ปาปิจฺฉตายา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา) วจนโต มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา สมุทาจรนฺตสฺส อนาปตฺตีติ ทีปิตํ. ‘‘อตีตกาเล โสตาปนฺโนมฺหี’’ติ วทนฺโต ปริยาเยน วทติ, ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ อรหา’’ติอาทีสุ (ปริ. ๑๖๕) วิย สิกฺขาปเทปิ ‘‘อิติ ชานามี’’ติ (ปารา. ๑๙๕, ๑๙๗) ปจฺจุปฺปนฺนเมว วุตฺตํ.

จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มาตุฆาตกปิตุฆาตกอรหนฺตฆาตกา ตติยปาราชิกํ อาปนฺนา, ภิกฺขุนิทูสโก, ลมฺพีอาทโย จ จตฺตาโร ปฐมปาราชิกํ อาปนฺนา เอวาติ กตฺวา กุโต จตุวีสตีติ เจ? น, อธิปฺปายาชานนโต. มาตุฆาตกาทโย หิ จตฺตาโร อิธานุปสมฺปนฺนา เอว อธิปฺเปตา, ลมฺพีอาทโย จตฺตาโร กิญฺจาปิ ปฐมปาราชิเกน สงฺคหิตา, ยสฺมา ปน เอเกน ปริยาเยน เมถุนธมฺมํ ปฏิเสวิโน โหนฺติ, ตสฺมา วิสุํ วุตฺตา. น ลภติ ภิกฺขูหีติ เอตฺถ ‘‘อุโปสถาทิเภทํ สํวาส’’นฺติ เอตฺตกํ วุตฺตํ. วินยฏฺฐกถายํ ‘‘อุโปสถปฺปวารณาปาติโมกฺขุทฺเทสสงฺฆกมฺมปฺปเภท’’นฺติ วุตฺตํ. ปาฬิยํ ‘‘สํวาโส นาม เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขตา’’ติ (ปารา. ๕๕, ๙๒, ๑๗๒, ๑๙๘) วุตฺตํ. ติวิเธนาปิ สงฺฆกมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏตีติ ปฏิกฺขิตฺตํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, คหฏฺเฐน นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพ’’นฺติอาทิ (มหาว. ๑๕๔) ปาติโมกฺขปฺปวารณาสุ เอว อาคตํ, อญฺเญสุ จ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ เสสํ กมฺมํ กาตุํ นตฺถิ ปฏิกฺเขโป. อาจริยาปิ ‘‘เสสํ กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ, นตฺถิ อาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘อนฺติมวตฺถุ อชฺฌาปนฺนํ อมูลเกน ปาราชิเกน โจเทนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส, สงฺฆาทิเสเสน โจเทนฺตสฺส ปาจิตฺติยนฺติ ภิกฺขุโน วิย วุตฺตํ, น อนุปสมฺปนฺนสฺส วิย ทุกฺกฏํ. ตสฺมา เตน สหเสยฺยา, ตสฺส ปฏิคฺคหณญฺจ ภิกฺขุสฺส วฏฺฏตีติ อาจริยา วทนฺตี’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉาติ ‘เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขตา’ติ เอวํ วุตฺตสํวาสสฺส อภพฺพตามตฺตํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ.

อิทานิ จตุนฺนมฺปิ สาธารณํ ปกิณฺณกํ – เมถุนธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต อตฺถิ โกจิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโส, อตฺถิ โกจิ น ปาราชิโก โหติ อสํวาโส, อตฺถิ โกจิ น ปาราชิโก สํวาโส ทุกฺกฏวตฺถุสฺมึ วา ถุลฺลจฺจยวตฺถุสฺมึ วา ปฏิเสวนฺโต, อตฺถิ โกจิ น ปาราชิโก ปกฺขปณฺฑโก อปณฺฑกปกฺเข อุปสมฺปนฺโน ปณฺฑกปกฺเข เมถุนธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต. โส อาปตฺตึ นาปชฺชตีติ น ปาราชิโก นาม. น หิ อภิกฺขุสฺส อาปตฺติ นาม อตฺถิ. โส อนาปตฺติกตฺตา อปณฺฑกปกฺเข อาคโต กึ อสํวาโส โหติ, น โหตีติ? โหติ. ‘‘อภพฺโพ เตน สรีรพนฺธเนนา’’ติ (มหาว. ๑๒๙) หิ วุตฺตํ. ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน…เป… อสํวาโส’’ติ (ปารา. ๔๔) วุตฺตตฺตา โย ภิกฺขุภาเวน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวติ, โส เอว อภพฺโพ. นายํ อปาราชิกตฺตาติ เจ? น, ‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๒๖) วุตฺตฏฺฐาเน ยถา อภิกฺขุนา กมฺมวาจาย สาวิตายปิ กมฺมํ รุหติ กมฺมวิปตฺติยา อสมฺภวโต, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺรายํ วิเสโส – อุปสมฺปนฺนปุพฺโพ เอวํ เจ กมฺมวาจํ สาเวติ, สงฺโฆ จ ตสฺมึ อุปสมฺปนฺนสญฺญี เอว เจ, กมฺมํ รุหติ, นาญฺญถาติ โน ขนฺตีติ อาจริโย.

คหฏฺโฐ วา ติตฺถิโย วา ปณฺฑโก วา กมฺมวาจํ สาเวติ, สงฺเฆน กมฺมวาจา น วุตฺตา โหติ. ‘‘สงฺโฆ อุปสมฺปาเทยฺย สงฺโฆ อุปสมฺปาเทติ, อุปสมฺปนฺโน สงฺเฆนา’’ติ (มหาว. ๑๒๗) หิ วจนโต สงฺเฆน กมฺมวาจาย วตฺตพฺพตาย สงฺฆปริยาปนฺเนน, สงฺฆปริยาปนฺนสญฺญิเตน วา เอเกน วุตฺตาย สงฺเฆน วุตฺตา โหตีติ เวทิตพฺโพ, น คหฏฺฐติตฺถิยปณฺฑกาทีสุ อญฺญตเรน. อยเมว สพฺพกมฺเมสุ ยุตฺติ ทฏฺฐพฺพา.

ตถา อตฺถิ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต โกจิ นาเสตพฺโพ, ‘‘โย ภิกฺขุนิทูสโก, อยํ นาเสตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๑๔-๑๑๕ อตฺถโต สมานํ) วุตฺตตฺตา เตน เอว โส อนุปสมฺปนฺโนว สหเสยฺยาปตฺตึ วา อญฺญํ วา ตาทิสํ ชเนติ, ตสฺส โอมสเน จ ทุกฺกฏํ โหติ. อภิกฺขุนิยา เมถุนธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต น นาเสตพฺโพ, ‘‘อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน น อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ ปาฬิยา อภาวโต, เตเนว โส อุปสมฺปนฺนสงฺขํ คจฺฉติ, สหเสยฺยาปตฺติอาทึ น ชเนติ, เกวลํ อสํวาโสติ กตฺวา คณปูรโก น โหติ. เอกกมฺมเอกุทฺเทโส หิ สํวาโสติ วุตฺโต, สมสิกฺขตาปิ สํวาโสติ กตฺวา โส เตน สทฺธึ นตฺถีติ. ปทโสธมฺมาปตฺตึ ปน ชเนตีติ การณจฺฉายา ทิสฺสตีติ. ยถา ภิกฺขุนิยา สทฺธึ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เอกกมฺมาทิโน สํวาสสฺส อภาวา ภิกฺขุนี อสํวาสา ภิกฺขุสฺส, ตถา ภิกฺขุ จ ภิกฺขุนิยา, ปทโสธมฺมาปตฺตึ ปน น ชเนติ. ตถา อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโนปิ เอเกจฺโจ ‘‘โย นาเสตพฺโพติ วุตฺโต’’ติ อิมินา นิทสฺสเนน สการณจฺฉายา อชฺฌุเปกฺขิตา โหตีติ น คหณํ คจฺฉติ. อปิจ ‘‘อุโภ นาเสตพฺพา, ทูสโก นาเสตพฺโพ’’ติ (ปารา. ๖๖) วจนโต, ‘‘เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ (ปารา. ๓๘๔) วจนโต จ โย สงฺฆมชฺฌํ ปวิสิตฺวา อนุวิชฺชเกน อนุวิชฺชิยมาโน ปราชิโต, โสปิ อนุปสมฺปนฺโนว, น โอมสวาทปาจิตฺติยํ ชเนตีติ เวทิตพฺโพ.

อปิเจตฺถ สิกฺขาปจฺจกฺขาตกจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. อตฺถิ หิ ปุคฺคโล สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, อตฺถิ ปุคฺคโล น สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, อตฺถิ ปุคฺคโล สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก เจว สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน จ, อตฺถิ ปุคฺคโล เนว สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน. ตตฺถ ตติโย ภิกฺขุนี สิกฺขาปจฺจกฺขาตกา เวทิตพฺพา. สา หิ ยาว น ลิงฺคํ ปริจฺจชติ, กาสาเวสุ สอุสฺสาหาว สมานา สามญฺญา จวิตุกามา สิกฺขํ ปจฺจกฺขนฺตีปิ ภิกฺขุนี เอว สิกฺขาสาชีวสมาปนฺนาว. วุตฺตญฺหิ ภควตา ‘‘นตฺถิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนิยา สิกฺขาปจฺจกฺขาน’’นฺติ. กทา ปน สา อภิกฺขุนี โหตีติ? ยทา สา วิพฺภนฺตาติ สงฺขํ คจฺฉติ. วุตฺตญฺหิ ภควตา ‘‘ยเทว สา วิพฺภนฺตา, ตเทว สา อภิกฺขุนี’’ติ (จูฬว. ๔๓๔). กิตฺตาวตา ปน วิพฺภนฺตา โหตีติ? สามญฺญา จวิตุกามา กาสาเวสุ อนาลยา กาสาวํ วา อปเนติ, นคฺคา วา คจฺฉติ, ติณปณฺณาทินา วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา คจฺฉติ, กาสาวํเยว วา คิหินิวาสนากาเรน นิวาเสติ, โอทาตํ วา วตฺถํ นิวาเสติ, ลิงฺเคเนว วา สทฺธึ ติตฺถิเยสุ ปวิสิตฺวา เกสลุญฺจนาทิวตํ สมาทิยติ, ติตฺถิยลิงฺคํ วา สมาทิยติ, ตทา วิพฺภนฺตา นาม โหติ. ตตฺถ ยา สลิงฺเค ฐิตาว ติตฺถิยวตํ สมาทิยติ, สา ติตฺถิยปกฺกนฺตภิกฺขุ วิย ปจฺฉา ปพฺพชฺชมฺปิ น ลภติ. เสสา ปพฺพชฺชเมว ลภติ, น อุปสมฺปทํ. ปาฬิยํ กิญฺจาปิ ‘‘ยา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนี สกาวาสา ติตฺถายตนํ สงฺกนฺตา, สา อาคตา น อุปสมฺปาเทตพฺพา’’ติ (จูฬว. ๔๓๔) วจนโต ยา ปฐมํ วิพฺภมิตฺวา ปจฺฉา ติตฺถายตนํ สงฺกนฺตา, สา อาคตา อุปสมฺปาเทตพฺพาติ อนุญฺญาตํ วิย ทิสฺสติ. สงฺคีติอาจริเยหิ ปน ‘‘จตุวีสติ ปาราชิกานี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๓) วุตฺตตฺตา น ปุน สา อุปสมฺปาเทตพฺพา. ตสฺมา เอว สิกฺขาปจฺจกฺขานํ นานุญฺญาตํ ภควตา. อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนา ปน ภิกฺขุนี เอว. ปกฺขปณฺฑกีปิ ภิกฺขุนี เอว. อิมํ นยํ จตูสุปิ โยเชตฺวา ยถารหํ กเถตพฺพํ.

ปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.