๙. กมฺมปฺปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา
นวเม ธมฺมิกานํ กมฺมานนฺติ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน กตานํ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมนฺติ อิเมสํ จตุนฺนํ กมฺมานํ. ตตฺรายํ สงฺเขปโต กมฺมวินิจฺฉโย – ตตฺร อปโลกนกมฺมํ นาม สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส อนุมติยา ตํ ตํ วตฺถุํ กิตฺเตตฺวา ‘‘รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’’ติ ติกฺขตฺตุํ สาเวตฺวา กตฺตพฺพํ กมฺมํ วุจฺจติ. สมคฺคสฺเสว ปน สงฺฆสฺส อนุมติยา เอกาย ญตฺติยา กตฺตพฺพํ กมฺมํ ญตฺติกมฺมํ นาม. เอกาย ญตฺติยา เจว อนุสฺสาวนาย จ กตฺตพฺพํ กมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ นาม. เอกาย ปน ญตฺติยา ตีหิ จ อนุสฺสาวนาหิ กตฺตพฺพํ กมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ นาม.
เตสุ อปโลกนกมฺมํ (ปริ. ๔๙๖; ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖) ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ โอสารณํ นิสฺสารณํ ภณฺฑุกมฺมํ พฺรหฺมทณฺฑํ กมฺมลกฺขณนฺติ. ตตฺถ กณฺฏกสามเณรสฺส นาสนา วิย นิสฺสารณา, ตาทิสํเยว สมฺมาวตฺตนฺตํ ทิสฺวา ปเวสนา ‘โอสารณา’ติ เวทิตพฺพา. ปพฺพชฺชาเปกฺขสฺส เกสจฺเฉทนาปุจฺฉนํ ภณฺฑุกมฺมํ (มหาว. ๙๘) นาม. มุขรสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขู ทุรุตฺตวจเนหิ ฆฏฺเฏนฺตสฺส ‘‘อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ มุขโร ภิกฺขู ทุรุตฺตวจเนหิ ฆฏฺเฏนฺโต วิหรติ, โส ภิกฺขุ ยํ อิจฺเฉยฺย, ตํ วเทยฺย, ภิกฺขูหิ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ เนว วตฺตพฺโพ, น โอวาทานุสาสนึ กตฺตพฺโพ, น โอวทิตพฺโพ’’ติ ‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปุจฺฉามิ ‘อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑสฺส ทานํ รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’ติ, ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ, ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ ‘อิตฺถนฺนามสฺส, ภนฺเต, ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑสฺส ทานํ รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’’’ติ เอวํ กตฺตพฺพํ กมฺมํ พฺรหฺมทณฺฑํ (จูฬว. ๔๔๕) นาม. ยํ ปน ภควตา ภิกฺขุนีนํ อูรุํ วิวริตฺวา ทสฺสนาทิวตฺถูสุ ‘‘อวนฺทิโย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ภิกฺขุนิสงฺเฆน กาตพฺโพ’’ติ (จูฬว. ๔๑๑) เอวํ อวนฺทิยกมฺมํ อนุญฺญาตํ, ยํ ภิกฺขุนีหิ ‘‘อยฺเย, อสุโก นาม อยฺโย ภิกฺขุนีนํ อปฺปสาทนียํ ทสฺเสติ, เอตสฺส อยฺยสฺส อวนฺทิยกรณํ ‘รุจฺจติ ภิกฺขุนิสงฺฆสฺสา’’’ติ เอวํ อุปสฺสเย นิสินฺนาเหว ภิกฺขุนีหิ กตฺตพฺพํ, เอวรูปํ กมฺมํ ยสฺมา ตสฺส กมฺมํเยว ลกฺขณํ น โอสารณาทีนิ, ตสฺมา กมฺมลกฺขณนฺติ วุจฺจติ. อิทญฺจ กมฺมลกฺขณํ นาม ภิกฺขุนิมูลกํ ปญฺญตฺตํ, อปิจ ภิกฺขูนมฺปิ ลพฺภติ, ตสฺมา ภิกฺขูหิปิ อจฺฉินฺนจีวรกาทีนํ จีวราทีนิ วา เทนฺเตหิ, ปริภุญฺชิตพฺพานิ อปเนตพฺพานิปิ วตฺถูนิ ปริภุญฺชนฺเตหิ วา, อปเนนฺเตหิ วา, ตถารูปํ วา ธมฺมิกํ กติกํ กโรนฺเตหิ ติกฺขตฺตุํ สาเวตฺวา อปโลกนกมฺมํ กาตพฺพํ, สพฺพเญฺหตํ กมฺมลกฺขณเมว ปวิสติ, อิติ อปโลกนกมฺมํ ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ.
ญตฺติกมฺมํ ปน นว ฐานานิ คจฺฉติ โอสารณํ นิสฺสารณํ อุโปสถํ ปวารณํ สมฺมุตึ ทานํ ปฏิคฺคหํ ปจฺจุกฺกฑฺฒนํ กมฺมลกฺขณนฺติ. ตตฺถ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามสฺส อายสฺมโต อุปสมฺปทาเปกฺโข, อนุสิฏฺโฐ โส มยา, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อิตฺถนฺนาโม อาคจฺเฉยฺย, ‘อาคจฺฉาหี’ติ วตฺตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๒๖) เอวํ อุปสมฺปทาเปกฺขสฺส โอสารณา โอสารณา นาม. ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ ธมฺมกถิโก, อิมสฺส เนว สุตฺตํ อาคจฺฉติ, โน สุตฺตวิภงฺโค, โส อตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา พฺยญฺชนจฺฉายาย อตฺถํ ปฏิพาหติ, ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ วุฏฺฐาเปตฺวา อวเสสา อิมํ อธิกรณํ วูปสเมยฺยามา’’ติ เอวํ อุพฺภาหิกวินิจฺฉเย (จูฬว. ๒๓๓) ธมฺมกถิกสฺส ภิกฺขุโน นิสฺสารณา นิสฺสารณา นาม. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อชฺชุโปสโถ…เป… อุโปสถํ กเรยฺยา’’ติ เอวํ อุโปสถกมฺมวเสน ฐปิตา ญตฺติ อุโปสโถ นาม. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อชฺช ปวารณา ปนฺนรสี, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ ปวาเรยฺยา’’ติ (มหาว. ๒๑๐) เอวํ ปวารณากมฺมวเสน ฐปิตา ญตฺติ ปวารณา นาม. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามสฺส อุปสมฺปทาเปกฺโข, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อหํ อิตฺถนฺนามํ อนุสาเสยฺย’’นฺติ, ‘‘ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามํ อนุสาเสยฺยา’’ติ (มหาว. ๑๒๖) เอวํ อตฺตานํ วา ปรํ วา สมฺมนฺนิตุํ ฐปิตา ญตฺติ สมฺมุติ นาม. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน นิสฺสคฺคิยํ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺยา’’ติ (ปารา. ๔๖๔) เอวํ นิสฺสฏฺฐจีวรปตฺตาทีนํ ทานํ ทานํ นาม. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ อาปตฺตึ สรติ วิวรติ อุตฺตานึ กโรติ เทเสติ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อหํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺตึ ปฏิคฺคเณฺหยฺย’’นฺติ, เตน วตฺตพฺโพ ‘ปสฺสสี’ติ, ‘อาม, ปสฺสามี’ติ, ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ (จูฬว. ๒๓๙) เอวํ อาปตฺติปฺปฏิคฺคโห ปฏิคฺคโห นาม. ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา อาวาสิกา, ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, อิทานิ อุโปสถํ กเรยฺยาม, ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺยาม, อาคเม กาเล ปวาเรยฺยามา’’ติ (มหาว. ๒๔๐) เอวํ กตปฺปวารณปฺปจฺจุกฺกฑฺฒนา ปจฺจุกฺกฑฺฒนา นาม. ติณวตฺตารกสมเถ (จูฬว. ๒๑๒) สพฺพสงฺคาหิกญตฺติ, เอเกกสฺมึ ปกฺเข เอเกกา ญตฺติ จาติ ติสฺโสปิ ญตฺติโย กมฺมลกฺขณํ นาม. อิติ ญตฺติกมฺมํ นว ฐานานิ คจฺฉติ.
ญตฺติทุติยกมฺมํ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ โอสารณํ นิสฺสารณํ สมฺมุตึ ทานํ อุทฺธารํ เทสนํ กมฺมลกฺขณนฺติ. ตตฺถ ภิกฺขูนํ อลาภาย ปริสกฺกนาทิเกหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส อุปาสกสฺส สงฺเฆน อสมฺโภคกรณตฺถํ ปตฺตนิกฺกุชฺชนวเสน นิสฺสารณา นิสฺสารณา นาม. ตสฺเสว สมฺมาวตฺตนฺตสฺส ปตฺตุกฺกุชฺชนวเสน โอสารณา จ เวทิตพฺพา, สา ขุทฺทกกฺขนฺธเก วฑฺฒลิจฺฉวิวตฺถุสฺมึ (จูฬว. ๒๖๕-๒๖๖) วุตฺตา. สีมาสมฺมุติ ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมุติสนฺถตสมฺมุติภตฺตุทฺเทสกเสนาสนคฺคาหาปกภณฺฑาคาริกจีวรปฺปฏิคฺคาหกยาคุภาชกผลภาชกขชฺชภาชกอปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชกสาฏิยคฺคาหปกปตฺตคฺคาหาปกอารามิกเปสกสามเณรเปสกสมฺมุตีติ เอตาสํ สมฺมุตีนํ วเสน สมฺมุติ เวทิตพฺพา. กถินจีวรมตกจีวรทานวเสน ทานํ เวทิตพฺพํ. กถินุทฺธารวเสน อุทฺธาโร เวทิตพฺโพ. กุฏิวตฺถุวิหารวตฺถุเทสนาวเสน เทสนา เวทิตพฺพา. ยา ปน ติณวตฺถารกสมเถ (จูฬว. ๒๑๒ อาทโย) เอกสฺมึ ปกฺเข เอกา, เอกสฺมึ ปกฺเข เอกาติ เทฺว ญตฺติทุติยกมฺมวาจา วุตฺตา, ยา จ โมหาโรปนาทีสุ กมฺมวาจา (ปาจิ. ๔๔๖) วุตฺตา, ตาสํ วเสน กมฺมลกฺขณํ เวทิตพฺพํ, อิติ ญตฺติทุติยกมฺมํ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ.
ญตฺติจตุตฺถกมฺมมฺปิ สตฺเตว ฐานานิ คจฺฉติ โอสารณํ นิสฺสารณํ สมฺมุตึ ทานํ นิคฺคหํ สมนุภาสนํ กมฺมลกฺขณนฺติ. ตตฺถ ตชฺชนียกมฺมาทีนํ (จูฬว. ๑ อาทโย) สตฺตนฺนํ กมฺมานํ วเสน นิสฺสารณา, เตสํเยว กมฺมานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน โอสารณา จ เวทิตพฺพา, ภิกฺขุโนวาทกสมฺมุติวเสน (ปาจิ. ๑๔๖-๑๔๗) สมฺมุติ, ปริวาสทาน(จอูฬว. ๑๐๒) มานตฺตทานวเสน (จูฬว. ๑๐๕) ทานํ, มูลายปฏิกสฺสนวเสน (จูฬว. ๑๑๐) นิคฺคโห, อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา, อฏฺฐ ยาวตติยกา, อริฏฺโฐ (ปาจิ. ๔๑๗), จณฺฑกาฬี (ปาจิ. ๗๐๙) จาติ อิเม เต ยาวตติยกาติ อิมาสํ เอกาทสนฺนํ สมนุภาสนานํ วเสน สมนุภาสนา, อุปสมฺปทากมฺมอพฺภานกมฺมวเสน กมฺมลกฺขณํ เวทิตพฺพํ. อิติ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ.
อิเมสุ ปน จตูสุ กมฺเมสุ อปโลกนกมฺมํ อปโลเกตฺวาว กาตพฺพํ, ญตฺติกมฺมาทิวเสน น กาตพฺพํ. ญตฺติกมฺมมฺปิ เอกํ ญตฺตึ ฐเปตฺวาว กาตพฺพํ, อปโลกนกมฺมาทิวเสน น กาตพฺพํ. ญตฺติทุติยกมฺมํ ปน อปโลเกตฺวา กาตพฺพมฺปิ อตฺถิ อกาตพฺพมฺปิ, ตตฺถ สีมาสมฺมุติ สีมาสมูหนนํ (มหาว. ๑๓๙-๑๔๐, ๑๔๔ อาทโย) กถินจีวรทานํ กถินุทฺธาโร กุฏิวตฺถุเทสนา วิหารวตฺถุเทสนาติ อิมานิ ฉ กมฺมานิ ครุกานิ อปโลเกตฺวา กาตุํ น วฏฺฏนฺติ, ญตฺติทุติยกมฺมวาจํ สาเวตฺวาว กาตพฺพานิ. อวเสสา เตรส สมฺมุติโย เสนาสนคฺคาหาปกมตกจีวรทานสมฺมุติโย จาติ เอตานิ ลหุกมฺมานิ อปโลเกตฺวาปิ กาตุํ วฏฺฏนฺติ, ญตฺติกมฺมาทิวเสน ปน น กาตพฺพาเนว. ญตฺติจตุตฺถกมฺมมฺปิ สกลกฺขเณเนว กาตพฺพํ, น เสสกมฺมวเสน. เอวํ อตฺตโน อตฺตโน ลกฺขเณเนว วตฺถุญตฺติอนุสฺสาวนาสีมาปริสาสมฺปตฺติยา กตานิ เอตานิ กมฺมานิ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน กตตฺตา ธมฺโม เอเตสุ อตฺถีติ ธมฺมิกานิ นาม โหนฺติ, อิติ เอเตสํ ธมฺมิกานํ กมฺมานํ ฉนฺทํ ทตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชนฺตสฺส วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยํ.
สาวตฺถิยํ ฉพฺพคฺคิเย อารพฺภ ขียนธมฺมาปชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ธมฺมกมฺเม เวมติกสฺส, อธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญิโน, เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ. อธมฺมกมฺมสญฺญิสฺส, ‘‘อธมฺเมน วา วคฺเคน วา นกมฺมารหสฺส วา กมฺมํ กโรนฺตี’’ติ ญตฺวา ขียนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ธมฺมกมฺมตา, ธมฺมกมฺมสญฺญิตา, ฉนฺทํ ทตฺวา ขียนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสาเนว, อิทํ ปน ทุกฺขเวทนนฺติ.
กมฺมปฺปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.