๓. โมหนสิกฺขาปทวณฺณนา
ตติเย อนฺวฑฺฒมาสนฺติ อนุปฏิปาฏิยา อทฺธมาเส อทฺธมาเส. อุทฺทิสฺสมาเนติ อุโปสถวเสน อุทฺทิสิยมาเน. ยญฺจ ตตฺถ อาปตฺตึ อาปนฺโนติ ยํ โส อนาจารํ อาจริตฺวา อญฺญาณเกน อาปนฺนภาวํ ชานาเปตุกาโม เอวมาห, ตสฺมึ อนาจาเร ยํ อาปตฺตึ อาปนฺโน. ตญฺจ ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ อญฺญาณเกน อาปนฺนตฺตา โมกฺโข นตฺถิ, ยถา ปน ธมฺโม จ วินโย จ ฐิโต, ตถา ตํ อาปตฺตึ กาเรตพฺโพ, เทสนาคามินิยา เทสาเปตพฺโพ, วุฏฺฐานคามินิยา วุฏฺฐาเปตพฺโพติ อตฺโถ. อุตฺตริ จสฺส โมโห อาโรเปตพฺโพติ ยถาธมฺมกรณโต จ อุตฺตริ ‘‘ตสฺส เต, อาวุโส’’ติอาทิวจเนหิ นินฺทิตฺวา ตสฺส ปุคฺคลสฺส ญตฺติทุติยกมฺเมน โมโห อาโรเปตพฺโพ. อิทํ ตสฺมึ โมหนเก ปาจิตฺติยนฺติ โย เอวํ อาโรปิเต โมเห ปุน โมเหติ, ตสฺมึ โมหนเก ปุคฺคเล อิทํ ปาจิตฺติยํ เวทิตพฺพํ, น อนาโรปิเต โมเหติ อตฺโถ.
สาวตฺถิยํ ฉพฺพคฺคิเย อารพฺภ โมหนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ติกปาจิตฺติยํ, อธมฺมกมฺเม ติกทุกฺกฏํ, อนาโรปิเต โมเห ทุกฺกฏเมว. เยน น วิตฺถาเรน สุตํ, อูนกทฺวตฺติกฺขตฺตุํ วา วิตฺถาเรน สุตํ, เย จ น โมเหตุกามา เตสํ, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. โมหาโรปนํ, โมเหตุกามตา, วุตฺตนเยน สุตภาโว, โมหนนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานิ, อิทํ ปน ทุกฺขเวทนนฺติ.
โมหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.